- หน้าแรก
- เกมหอพักเอาชีวิตรอด
- บทที่ 26 พลังพิเศษสัญชาตญาณขั้นเทพ, สงครามประสาทที่ตึงเครียด
บทที่ 26 พลังพิเศษสัญชาตญาณขั้นเทพ, สงครามประสาทที่ตึงเครียด
บทที่ 26 พลังพิเศษสัญชาตญาณขั้นเทพ, สงครามประสาทที่ตึงเครียด
[ยาพลังพิเศษ]
[ประเภท: ยา]
[เลเวล: 3]
[เอฟเฟกต์: สุ่มรับพลังพิเศษหนึ่งอย่างหลังฉีด]
[เงื่อนไขอัปเกรด: 370 เหรียญฝันร้าย]
[คำอธิบาย: เร็วเข้า! ไม่ว่าจะหยุดเวลาหรือสะกดจิต ฉันมีให้เลือกหมด!]
"ฉันอยากได้หยุดเวลา" สวี่หลางพูดในใจ
ถงฉีกะพริบตาปริบๆ ถามว่า "พี่หลาง จะใช้เลยไหม?"
"ใช้สิ ไม่งั้นจะเก็บไว้บูชาเหรอ" เฉาหย่าเสวียนเสริม
ความจริงถงฉีอยากถามว่าสวี่หลางจะอัปเกรดของก่อนใช้ หรือใช้ตอนนี้เลยต่างหาก
ถึงถงฉีจะมาช้า แต่จากร่องรอยต่างๆ เธอก็พอเดาแนวทางความสามารถของสวี่หลางได้
ถือว่ามาทีหลังดังกว่า สติปัญญาเริ่มแซงหน้าเฉาหย่าเสวียนที่เป็นถึงเทพธิดาประจำมหาวิทยาลัยไปนิดหน่อย เพียงแต่เป็นเด็กเงียบๆ ไม่ชอบทำตัวเด่น
"ใช้ตอนนี้เลยดีกว่า" สวี่หลางถอนหายใจ
ไม่เข้าถ้ำเสือไม่ได้ลูกเสือ
จางต้าไห่กับหวังอ้าวไม่มีความสามารถอัปเกรดไอเท็ม พวกนั้นต้องใช้ยาทันทีแน่นอน แถมข้างกายหวังอ้าวยังมีลูกน้องอีกเป็นฝูง ถ้าเขาไม่มีพลังพิเศษคงเสียเปรียบแย่
ไม่เป็นไร... ยังไงถ้ามีเหรียญฝันร้าย สิ่งแรกที่เขาจะอัปเกรดคือเตียงฝันร้าย ไม่ได้เอามาใช้กับยาพลังพิเศษอยู่แล้ว
ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้ ยิ่งดึงศักยภาพออกมาใช้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
สวี่หลางยึดมั่นในคติที่ว่า 'เก่งก่อนย่อมได้เปรียบ' จึงตัดสินใจฉีดยาพลังพิเศษทันที
...
[สกิล (พลังพิเศษ): สัญชาตญาณขั้นเทพ]
[เอฟเฟกต์: สัมผัสที่หกแข็งแกร่งขึ้น เพิ่มการรับรู้ถึงเจตนาดี เจตนาเร้าย และอารมณ์ของสิ่งมีชีวิต]
นี่คือพลังพิเศษใหม่ที่สวี่หลางได้รับ
จะว่ายังไงดี พลังนี้แม้จะไม่เพิ่มพลังต่อสู้โดยตรง แต่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงสูงมาก เหมาะทั้งสำหรับหมาป่าเดียวดายและผู้นำกลุ่ม
แถมยังตรงใจสวี่หลางพอสมควร
มีพลังนี้ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าศัตรูจะส่งนกต่อมาบ่อนทำลายจากภายใน และลดโอกาสถูกลอบโจมตี
ทันใดนั้น สวี่หลางได้รับแจ้งเตือนการแลกเปลี่ยน
[คำสั่งซื้อหมายเลข 3 ของท่านเสร็จสมบูรณ์]
สวี่หลางเกือบลืมไปแล้วว่าคำสั่งซื้อที่ 3 คืออะไร พอกดเข้าไปดู ถึงจำได้ว่าเป็นคำสั่งซื้อที่ใช้น้ำแลกยาต้านไวรัสซอมบี้
คู่ค้าคือหลี่อวี่
เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง สวี่หลางเลยแอดเพื่อนไว้ จึงส่งข้อความไปถามทันที
[200 สวี่หลาง: เธอเอายาต้านไวรัสซอมบี้มาจากไหน?]
สวี่หลางสงสัยจริงๆ
[181 หลี่อวี่: จื้อเหว่ยให้ฉันมา]
[200 สวี่หลาง: เธอคือแฟนเขา? ไม่ได้อยู่ชั้นแปดเหรอ?]
[181 หลี่อวี่: อื้อ ตอนนี้ฉันย้ายขึ้นมาอยู่กับเจ๊ฮุ่ยฮุ่ยแล้ว]
ในนาทีชีวิตแบบนั้น หวังจื้อเหว่ยไม่ยอมใช้ยาเอง แต่กลับเก็บไว้ให้แฟน!
สวี่หลางลูบคาง ถ้าจำไม่ผิด หอพัก 181 น่าจะยังเป็นประตูไม้
เขาจึงกดแลกเปลี่ยนกับหลี่อวี่ ส่งแบบแปลนประตูเหล็กไปให้
นี่คือของที่ยึดมาจากสือเปิ้น
[181 หลี่อวี่: ให้ฉันทำไม?]
[200 สวี่หลาง: คนชั้นสิบเหมือนกัน อัปเกรดประตูไว้หน่อยจะได้ยื้อชีวิตได้นานขึ้น]
คำพูดนี้จริงแท้แน่นอน การที่ผู้เล่นชั้นเดียวกันมีการป้องกันแข็งแกร่งขึ้น ย่อมดีกว่าให้ผู้เล่นชั้นอื่นแข็งแกร่งขึ้น
"เอายาต้านไวรัสหลอดนี้ไปอัปเกรดเป็นเลเวล 3 มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นยาพลังพิเศษอีกหลอด!"
สวี่หลางพึมพำในใจ เก็บยาต้านไวรัสเข้ากระเป๋า
"หวังว่าพวกนั้นจะไม่ปลุกพลังระดับโกงๆ ออกมานะ"
สวี่หลางไม่รู้ว่าที่สุ่มได้ "สัญชาตญาณขั้นเทพ" นี่ถือว่าดวงกุดหรือเปล่า แต่ก็ไม่วายแช่งคนอื่นไว้ก่อน
จากนั้น เขาเทแต้มสถานะ 4 แต้มลงที่ค่ากายภาพ เหลือแต้มอิสระไว้ 2 แต้ม
เพราะพลังต่อสู้หลักของเขาอยู่ที่ปืนพก ไม่จำเป็นต้องเทหมดหน้าตักลงที่ค่ากายภาพ
พอลองขยับตัวดู เขาพบว่าพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่า หัวใจเต้นหนักแน่น การหายใจมีพลัง แม้แต่สายตาก็ดีขึ้น
"อีกไม่นานก็จะเช้าแล้ว พวกเธออยากออกไปข้างนอกไหม?" สวี่หลางเอ่ยถาม
พาสองสาวออกไปข่มขวัญคนอื่นหน่อยก็ดี
"อยาก!"
สองสาวตอบพร้อมกัน
สวี่หลางพยักหน้า ให้พวกเธอเลือกอาวุธคนละชิ้น
เฉาหย่าเสวียนเลือกไม้เบสบอลที่มีพลังทำลายล้างสูง ถงฉีเลือกไม้ฮอกกี้ที่มีระยะโจมตีไกลกว่า
ก่อนออกจากห้อง สวี่หลางกำชับพวกเธออีกหลายประโยค
พอเห็นทั้งสองรับปากอย่างว่านอนสอนง่าย เขาถึงพาพวกเธอออกไป
...
พอสวี่หลางก้าวพ้นประตูห้อง ก็มีคนเรียกชื่อเขา
"สวี่หลาง!"
คนที่เรียกคือชายหนุ่มร่างผอมคนหนึ่ง
"มีธุระอะไร?" สวี่หลางหันไปมอง สีหน้าเรียบเฉย
"เอ่อ... สวัสดี!" ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ
สวี่หลางหันหลังเดินไปที่โถงบันได
ชายหนุ่มเม้มปาก มองแผ่นหลังอรชรของเฉาหย่าเสวียนและถงฉีด้วยความอิจฉาตาร้อน
สาวงามตั้งสองคน นี่มันชีวิตเทพเจ้าชัดๆ!
เขาต้องคอยเลียแข้งเลียขาอู๋ฮุ่ยฮุ่ยเพื่อความอยู่รอด แต่สวี่หลางกลับมีสาวสวยซ้ายขวา!
"พี่หลาง เมื่อกี้เหมือนจะเป็นจ้าวเฉินนะ" ถงฉีพูดขึ้นระหว่างเดินลงบันได
"รู้จักเหรอ?" สวี่หลางถามไปงั้นๆ
"อื้อ เพื่อนร่วมห้องเก่าน่ะ ไม่นึกว่าสภาพจะเป็นแบบนั้น" ถงฉีถอนหายใจ
เมื่อก่อนจ้าวเฉินเป็นคนธรรมดา แต่ก็ยังดูเป็นผู้เป็นคน
เมื่อกี้พอเห็นจ้าวเฉิน เธอนึกว่าเห็นคนจรจัด
"ไม่ตายก็ดีถมไปแล้ว" เฉาหย่าเสวียนถอนหายใจเบาๆ "สี่ร้อยคน ตายจนเหลือแค่ห้าสิบคน เกมเอาชีวิตรอดในหอพักนี่ โหดร้ายจริงๆ"
"เอ๊ะ พวกเธอคิดว่าจะมีคนใหม่เข้ามาไหม?" ถงฉีเกิดปิ๊งไอเดีย
ไม่นึกว่าคำถามนี้จะได้คำตอบยืนยัน
"มีความเป็นไปได้สูง" สวี่หลางพยักหน้า ไม่รอให้ถามต่อ เขาก็พูดเสริม "สมมติว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งสร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้นมา สวนสนุกนี้ต้องมีคนเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่เข้ามากลุ่มเดียวแล้วเจ๊ง"
"ซี้ด! ทำไมนายพูดเหมือนพวกเราเป็นมดเลย!" เฉาหย่าเสวียนตกใจ
สวี่หลางยิ้ม "ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่มันคือความจริง อีกอย่างเสียงประกาศหอพักก็บอกแล้วนี่ ว่าจะมีผู้พักอาศัยหน้าใหม่เข้ามา"
"นั่นสิเนอะ" ถงฉีเข้าใจแจ่มแจ้ง
ท้องฟ้าสีเทาทึมๆ ให้ความรู้สึกเงียบงันจนแม้แต่เสียงสนทนาก็ไม่อาจขับไล่ความวังเวงได้
สวี่หลางรู้สึกว่าโถงบันไดค่อนข้างมืด จึงเปิดไฟฉายที่เตรียมไว้
ภาพสีเลือดแดงฉานปรากฏแก่สายตา
ผู้เล่นคนหนึ่งน่าจะถูกซอมบี้ร่างยักษ์จับได้ ร่างทั้งร่างถูกทุบจนเละเป็นหมูบด กองอยู่ตรงทางขึ้นบันได
ถงฉีหน้ากระตุก เกือบจะอาเจียนออกมา
เฉาหย่าเสวียนเอามือปิดปาก รู้สึกว่าอากาศเหม็นคาวคละคลุ้งไปหมด
"รีบไปรีบไป!" เฉาหย่าเสวียนรีบเดินเลี่ยงไป
ถงฉีเกาะแขนเสื้อสวี่หลางแน่น ทั้งสามคนเดินลงข้างล่างต่อไป
สวี่หลางแววตาวูบไหว แอบกดไลก์ให้ในใจ
ก่อนหน้านี้เขากังวลว่าสองสาวจะรับสภาพข้างนอกไหวไหม
ตอนนี้ดูเหมือนจะทำผลงานได้ไม่เลว
แม้ทั้งคู่จะคลื่นไส้ แต่ไม่ได้แสดงความหวาดกลัว
โดยเฉพาะถงฉี นอกจากไม่กลัวแล้ว ตอนเดินผ่านยังหันกลับไปมอง อยากรู้ว่าคนตายเป็นใคร
นี่เคยเป็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเธอ
ผลคือเธอเห็นแค่หัวที่เละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้
ถงฉีเม้มปาก เดินตามสวี่หลางลงไปเงียบๆ
ไม่นาน ทั้งสามก็ลงมาถึงชั้นหนึ่ง มายังลานว่างหน้าหอพัก
สวี่หลางมองสำรวจรอบด้าน เลือกทำเลที่ติดกำแพงเพื่อป้องกันการถูกลอบโจมตีจากด้านหลัง
หลังจากสวี่หลางลงมาไม่ถึงสิบนาที ก็เริ่มมีคนทยอยลงมาจากข้างบน
หวังอ้าวมีคนล้อมหน้าล้อมหลังเจ็ดแปดคน ทุกคนหน้าตาถมึงทึง
อู๋ฮุ่ยฮุ่ยก็มีคนห้อมล้อมกลุ่มใหญ่ จำนวนเยอะกว่า ประมาณสิบห้าคน
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือ ถ้ายังไม่มา ก็คงประจำอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเอง
ทุกคนสนใจแอร์ดรอปที่เสียงประกาศบอกมาก
"คนเยอะจัง" เฉาหย่าเสวียนอุทานเบาๆ
หลายวันมานี้เห็นแต่คนตาย ยังไม่ค่อยได้เห็นคนเป็นๆ เลย
"นั่นสิ" ถงฉีเสริม
สวี่หลางกำปืนโคลต์ในมือแน่น กวาดสายตามองไปทั่ว
ไม่เห็นเงาของจางต้าไห่
เจ้ารองบ่อนคนนี้ไม่รู้หายหัวไปไหน และปลุกพลังพิเศษอะไรขึ้นมา
สำหรับปัจจัยที่ไม่แน่นอนแบบนี้ สวี่หลางมักจะระวังตัวเสมอ
"ถิงถิงกับจ้าวเฉินไปค้นจุดทรัพยากรพวกนั้นดู ถ้ามีเสบียงก็เก็บมาเยอะๆ" อู๋ฮุ่ยฮุ่ยกระซิบข้างหูหวังถิงถิง
อู๋ฮุ่ยฮุ่ยมีความฉลาดแกมโกงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น
เรื่องแบบนี้ ส่งข้อความหากันก็สิ้นเรื่อง
หวังถิงถิงพยักหน้า พาจ้าวเฉินเดินออกไป
ส่วนหวังอ้าวไม่ยอมให้ลูกน้องแยกตัวออกไป
คนที่รายล้อมเขาล้วนเป็นระดับหัวกะทิ กล้าได้กล้าเสีย ในจำนวนนี้มีหลายคนติดสิบอันดับแรก มีแต้มอิสระสองแต้ม พลังต่อสู้สูงส่ง เอาไว้แย่งแอร์ดรอปได้!
"ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนทุกคนจะสนใจแอร์ดรอปที่จะมาถึงกันนะ!" จู่ๆ หวังอ้าวก็หัวเราะลั่น กวาดตามองทุกคน ก่อนจะหยุดสายตาที่สวี่หลาง "พวกเรามาตกลงกติกากันก่อนดีกว่าไหม จะได้ไม่ต้องมาฆ่ากันเองตอนแย่งของ!"
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับลูกธนูที่ขึ้นสายพร้อมยิง!