เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติ (1)

บทที่ 15: การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติ (1)

บทที่ 15: การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติ (1)


บทที่ 15: การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติ (1)

ในภาคการศึกษาที่สอง วันศุกร์ของสัปดาห์ที่สาม

การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติสำหรับนักเรียนปีแรกในห้องฮีโร่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ตั้งแต่เช้า นักเรียนจากห้องต่างๆ ในโรงเรียนเอลิเนียได้มุ่งหน้าไปยังห้องฮีโร่

มีเพียงเหตุผลเดียวที่พวกเขารีบกันขนาดนี้

ก็เพื่อไปดูเหล่าฮีโร่ที่พวกเขาอาจจะได้รับใช้ในอนาคต

มีนักเรียนประมาณหนึ่งหมื่นคนในโรงเรียน

ส่วนใหญ่มุ่งหวังที่จะได้เป็นผู้ช่วยของฮีโร่ที่โดดเด่น

ส่วนนักเรียนส่วนใหญ่ที่มีความสามารถไม่โดดเด่นในห้องฮีโร่ก็จะถูกโอนไปยังห้องอื่น ทุกคนจึงต้องอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ

นักเรียนธรรมดาจึงมองว่านักเรียนห้องฮีโร่นั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์พิเศษ

ตลอดเส้นทางบนถนนในโรงเรียน รถม้าขนาด 45 ที่นั่งหลายสิบคันได้เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังที่หมายเดียวกัน

ห้องฮีโร่มีนักเรียนปีแรกเพียง 200 คน ซึ่งต่างจากห้องอื่น ห้องอัศวินนั้นมีนักเรียนมากกว่า 1000 คนต่อชั้นปี

ถัดมาคือห้องเวทมนตร์ ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 500 คนต่อชั้นปี

ห้องเคมี ห้องสำรวจ และห้องธุรกิจ มีนักเรียนอย่างน้อย 200 คนต่อชั้นปี

ตุ๊บๆ

ภายในรถม้าขนาด 45 ที่นั่งที่เต็มไปด้วยนักเรียนห้องอัศวิน

"นีกี้กับปิเอลเป็นคู่สุดท้ายใช่ไหม?"

"ใช่ พวกเราต้องไปดูให้ได้ กระทั่งในหนังสือพิมพ์ก็ยังพูดถึงพวกเขาเลย คิดว่าใครจะชนะกัน?"

"ฉันคิดว่านีกี้จะชนะ แต่ฉันก็แอบหวังว่าปิเอลจะทำได้ ฉันได้ยินข่าวลือว่าเธอฝึกฝนอย่างหนักเลยหลังจากแพ้อย่างยับเยินในภาคการศึกษาแรก"

"ไอช่าของเราอยู่ในลำดับที่ 21 แน่ะ เฮ้ นายได้เอาป้ายไฟมาด้วยไหม?"

"แน่นอนฉันเอามาสองอันเลย คนอื่นๆ เองก็เตรียมมาด้วยแล้ว"

ก็เหมือนกับรถม้าคันอื่นๆ นักเรียนต่างกำลังพูดคุยกันตามปกติ

"······"

ไอรีนจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าที่ยากจะเข้าใจ ไม่แม้กระทั่งจะสนใจเสียงพึมพำของนักเรียนคนอื่น ๆ

'เขาจะทำได้ใช่ไหม?'

เธอเป็นห่วงธีโอมาก

เหมือนกับที่แม่รู้สึกเมื่อเห็นลูกๆ ของพวกเขาสอบกระมัง?

'เขาจะทำได้แน่'

ในสี่วันที่ผ่านมา ฝีมือดาบของธีโอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

มากจนน่าสงสัย

ทั้งที่ฝึกฝนไปได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

ไอรีนรู้สึกภาคภูมิใจมากเมื่อได้เห็นธีโอพัฒนาขึ้นทุกวัน

ไอรีนพยายามอย่างเต็มที่ในการแนะนำเขา

เธอแบ่งปันเทคนิคขั้นสูงมากมายที่เธอจำได้จากการบรรยายและการต่อสู้ที่เธอเคยผ่านมา

"ไอรีน เธอใช้เทคนิคนี้ได้ยังไงเหรอ?"

"เธอช่างแตกต่างจริงๆ ไอรีน เธอเป็นอาจารย์ที่สุดยอดไปเลย"

"การอยู่กับเธอนี้ช่างเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉันจริงๆ"

ไอรีนนึกถึงสิ่งที่ธีโอพูดเอาไว้

เธอรีบหันหน้าไปทางหน้าต่าง พร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้น

ทันใดนั้น มีนาที่นั่งข้างๆ เธอก็พูดด้วยความกังวล

"เอ่อ ไอรีน เธอรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า?"

ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเป็นห่วงไอรีน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไอรีนมักจะแสดงท่าทางแปลกๆ ตรงกันข้ามกับฉายา "อัศวินผู้เลือดเย็น" ของเธอ

ในระหว่างการบรรยาย เธอสามารถตอบคำถามของศาสตราจารย์ได้อย่างรวดเร็ว

ถึงอย่างนั้น บางครั้งเธอก็ตอบกลับอาจารย์ด้วยคำพูดที่ตะกุกตะกักแปลกๆ เช่น "อะไรนะคะ? ขอโทษค่ะ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ?" และมักจะเผลอยิ้มออกมาระหว่างการต่อสู้จำลองกับนักเรียนคนอื่นๆ

"ไม่เป็นอะไร ฉันสบายดี"

ไอรีน ส่ายศีรษะอย่างเก้ๆ กังๆ

"เอาเถอะ ระวังอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนไอรีน ไม่ว่าความรับผิดชอบของการเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งจะหนักแค่ไหน เธอก็ต้องดูแลตัวเองนะ"

มีนาเผยความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะมีนา ฉันสบายดีจริงๆ"

ไอรีนเท้าคางที่ขอบหน้าต่างด้วยใบหน้าที่แดงขึ้น

'เธอหมายความว่ายังไง สบายดีแน่นะ?'

ไอรีนตอนนี้ดูไม่เหมือนตอนปกติเลย

ในความคิดของมีนา ไอรีนเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ

ไอรีนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเข้าร่วมกลุ่มอัศวินราชวงศ์และไล่ตามเส้นทางนั้นอย่างไม่ลดละ

'ถ้าเธอไม่สบาย ก็หัดพักผ่อนเสียบ้างเถอะ'

มีนามักจะเห็นหน้าไอรีนแดงหลายครั้งเมื่อเธอออกมาจากห้องฝึก

นอกจากนี้ เธอยังได้ยินจากเพื่อนร่วมชั้นว่าเมื่อไอรีนเข้าไปในห้อง และเธอจะไม่ออกมาจนกว่าจะเลยเวลาทานอาหารเย็น

ถึงอย่างนั้น ไอรีนก็ยังคงมาถึงสนามฝึกก่อนใครและออกเป็นคนสุดท้ายเสมอ

'เธอจะพักก็ได้นะ ถ้าเธอรู้สึกไม่สบาย'

พอพูดจบ มีนาก็ชำเลืองมองไอรีนอีกครั้ง

แก้มของเธอยังแดง เธอดูไม่สบายจริงๆ

ณ การประเมินทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติจัดขึ้นที่โดมสนามกีฬาที่ตั้งอยู่ภายในห้องฮีโร่

สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนได้มากถึง 30,000 คนมันถูกสร้างขึ้นโดยจอมมนตราโอดิอุส สนามฝึกซ้อมของห้องฮีโร่เองก็เช่นกัน

มันเป็นอาคารที่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีเวทมนตร์ขั้นสูงปัจจุบัน ภายในยังติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ระบบการทำความร้อนและความเย็น

เวลา 09.40 น. ภายในโดมสนามกีฬา

ร็อก ศาสตราจารย์หัวล้านหน้าตาคมคาย ผู้ดูแลนักศึกษาชั้นปีแรก 200 คน ยืนขึ้นประกาศ

"สุดท้ายนี้ ฉันขอเตือนพวกเธอเอาไว้ จงอยู่ในห้องเตรียมตัวก่อนการแข่งขันอย่างน้อยห้านาที อย่ารับคำสัมภาษณ์จากนักข่าวอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ต้องรายงานตัวต่อสำนักงานห้องก่อน และ..."

ร็อคหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงทุบหน้าอกของเขา

"ทุ่มให้สุดตัวไปเลย แค่นั้นแหละ"

พูดจบร็อคก็หันหลังกลับ พวกนักเรียนมองดูเขาเดินจากไป

ขอบคุณครับ/ค่ะ ศาสตราจารย์!

พวกเขาตะโกนขึ้นพร้อมกัน เสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ฮึกเหิม

นักเรียนเหล่านี้เป็นผู้ที่ยังไม่สูญเสียความรู้สึกอ่อนเยาว์และความโรแมนติก

ฉันแค่ขยับริมฝีปาก แสร้งทำเป็นพูดตามไปด้วย

หลังจากนั้นฉันก็ย้ายไปนั่งที่นั่งชมพิเศษของห้องฮีโร่ร่วมกับนักเรียนคนอื่นๆ

นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังมองหาที่นั่ง

"อืม จุดนั้นดูดีนะ ไปกันเถอะเพื่อน"

น็อคตาร์กับเหล่านักเรียนออร์คขยับตัวไปและนั่งลงบนเก้าอี้ ด้วยร่างขนาดใหญ่ของพวกเขา มันก็กินพื้นที่ไปถึงคนละสองที่นั่ง

น็อคตาร์ที่นั่งอยู่ระหว่างนักเรียนออร์คร่างใหญ่ เขานั่งปล่อยออร่าหมือนอย่างกับหัวหน้าแก๊ง

ถึงว่าที่นั่งรอบน็อคตาร์ถึงได้มีแต่ที่นั่งว่างอยู่

ขณะที่นักเรียนออร์คจ้องมองมาที่ฉัน ฉันก็นั่งลงตรงนั้นตามปกติ

“ฉันรอคอยวันนี้มานานแล้ว ฉันฝึกฝนจำลองการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์มานับครั้งไม่ถ้วน เช่นเดียวกับที่นายสอนฉันเลยธีโอ ว่าแต่นายกังวลหรือเปล่า?”

น็อคตาร์ดูมีความสุขมาก เขาเอาแขนโอบไหล่ฉันและแยกเขี้ยวออกมา

นักเรียนที่อยู่รอบๆ มองมาที่ฉัน

ลักษณะเฉพาะของฉันอย่าง 'ศักดิ์ศรีของขุนนางผู้บิดเบี้ยว' ถูกเปิดใช้งาน ความรู้สึกเจ็บแปลบได้แผ่ซ่านไปทั่วตัวฉัน

ฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออดทนและพูดอย่างใจเย็น

"ฉันไม่กังวล"

“นายต้องทำได้ดีแน่นอน นักรบที่แท้จริงต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่แม้จะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่ยากลำบาก นายก็เหมือนฉันที่ทุ่มเททุกอย่าง ฉันไม่เคยเห็นมนุษย์ฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้งเหมือนนายมาก่อนเลย”

ฉันน่ะได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ

ฉันสามารถพูดออกมาได้อย่างมั่นใจ

แต่การทุ่มเทฝึกฝนอย่างมากนั้นยังไม่เพียงพอ  ฉันต้องการจะชนะมากกว่าเพียงแค่คำชม

ตัวฉันได้สูญเสียช่วงวัยเด็กและความโรแมนติกของช่วงที่เป็นวัยรุ่นไปนานแล้ว

ของพวกนี้ไม่มีความหมายอะไรเลย ผลลัพธ์เท่านั้นที่จะพิสูจน์ทุกสิ่ง

ขณะที่ฉันคุยกับน็อคตาร์และนักเรียนออร์ค สนามกีฬาทรงโดมซึ่งสามารถจุคนได้ 30,000 คนก็เต็มไปแล้วครึ่งหนึ่ง

นอกจากนักศึกษาจากห้องอื่นๆ แล้ว ก็มีทหาร ข้าราชการจากประเทศต่างๆ  และผู้ชมอีกมากมายเข้ามานั่งเต็มที่นั่ง

ตรงกลางสนามกีฬาทรงกลมขนาดใหญ่ ศาสตราจารย์มารีและร็อกยืนอยู่ ล้อมรอบด้วยนักข่าวถือกล้องวิเศษและถ่ายรูป

[ทุกคนได้ยินเสียงฉันไหมคะ~?]

เสียงของมารีขยายออกไปด้วยอุปกรณ์เวทย์มนตร์ มันดังก้องไปทั่วสนามกีฬา

มันตรงกันข้ามกับท่าทางสบายๆ ตามปกติของเธอมาก มารียามนี้ดูแตกต่างออกไป

เธอถอดแว่นตาออก และปล่อยผมที่ปกติมัดรวบของเธอลง

ผมสีส้มยาวของเธอเป็นประกายเงางาม

ใบหน้าของเธอดูสวยขึ้น อาจเพราะการแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน รวมถึงถุงน่องสีกาแฟที่สวมอยู่บนขาอันเรียวยาวของเธอ

แทนที่จะสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงโทรมๆ ตามปกติ เธอกลับสวมเสื้อเชิ้ตและกระโปรงที่ขับกล่อมรูปร่างที่ยั่วยวนของเธอ

ตอนนี้เธอดูคล้ายกับนักข่าวสาวสวยก็มิปาน

“ได้ยิน!”

“คุณดูสวยมากเลยครับศาสตราจารย์!”

─ว้าวววว~

ผู้คนนับหมื่นตอบรับมารีอย่างกระตือรือร้น

บรรยากาศดูคึกครื้นและมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนบรรยากาศของการแข่งขันอันดุเดือดเลยสักนิด

ในที่สุด... การประเมินทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว

[ฮ่าฮ่าฮ่า~ วันนี้ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่นะคะ]

มารีหัวเราะอย่างพอใจและพูดต่อ

[ก่อนอื่นฉันขอทักทายทุกคนก่อน สวัสดี นักเรียน คณาจารย์ และผู้เข้าร่วมทุกท่าน ฉันชื่อศาสตราจารย์มารี เจน จากห้องฮีโร่ ฉันจะรับผิดชอบในการดำเนินการและบรรยายเกี่ยวกับการประเมินทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติของนักเรียนปีแรกของห้องฮีโร่ประจำปีนี้ และนี่คือ...]

[ศาสตราจารย์อาวุโส ร็อก ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย]

ร็อกกลับสงบนิ่ง ไม่เหมือนกับมารีผู้ร่าเริง

ซึ่งที่จริงแล้วเขาก็เป็นคนเงียบขรึมเหมือนหุ่นยนต์เช่นนี้มาโดยตลอด

มารีพูดต่อไปอย่างใจเย็น

[...เอาล่ะ มาเริ่มการแข่งขันกันดีกว่า! การแข่งขันคู่แรกที่ทุกคนรอคอยเป็นการแข่งขันระหว่างนักเรียนอันดับที่ 5 จางวูฮี และนักเรียนอันดับที่ 10 เอชิลด์!]

จากนั้น มารีและร็อกก็ย้ายไปนั่งที่ผู้บรรยาย

หลังจากนั้น จางวูฮีและเอชิลด์ก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางเข้าสลัวๆ ทั้งสองด้าน

ในการแข่งขันครั้งนี้ สามารถใช้ได้เฉพาะอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อฝึกซ้อมเท่านั้น

หลังจากผ่านการทดสอบเครื่องตรวจจับสิ่งประดิษฐ์แล้ว ทั้งสองก็ก้าวขึ้นไปบนเวที

จบบทที่ บทที่ 15: การทดสอบทักษะการต่อสู้ภาคปฏิบัติ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว