เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: ความโกรธเกรี้ยว (1)

บทที่ 12: ความโกรธเกรี้ยว (1)

บทที่ 12: ความโกรธเกรี้ยว (1)


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 12: ความโกรธเกรี้ยว (1)

เวลา 16:40 น.

มันเป็นเวลาค่อนข้างเร็วไปหน่อยสำหรับมื้อค่ำ

เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว น็อคตาร์และฉันตัดสินใจที่จะฝึกก่อนจะกินมื้อเย็นของเรา

เมื่อมาถึงโรงฝึก ฉันกับน็อคตาร์ก็มุ่งหน้าตรงไปที่สนามประลองทันที

อาวุธฝึกหัดมากมายที่วางอยู่บนบนชั้นวาง ในหมู่ของพวกนั้น น็อคตาร์เลือกกระบองสองมือ

ฉันหัวเราะเบาๆ

“นายไม่ต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นก็ได้”

กระบองสองมือเป็นอาวุธหลักของราล์ฟ ไวโอล ในการสอบประเมินภาคปฏิบัติของฉัน เขาจึงได้เลือกกระบองสองมือมาช่วยฝึกให้ฉัน

ฉันได้รับความช่วยเหลือมากมายจากน็อคตาร์ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเลย

“ไม่หรอก เป็นเพราะฉันรู้สึกว่าฉันจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้หากฉันใช้ขวานในวันนี้ เพราะงั้นเอาเจ้าสิ่งนี้แหละ”

เมื่อพูดจบ น็อคตาร์ก็เริ่มอุ่นเครื่องด้วยความตื่นเต้นทันที มันต้องเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังออร่าที่เพิ่มขึ้นจากพลังธรรมชาติของฉันมาตลอดทั้งวันแน่ๆ

ออร์คเป็นเผ่านักรบ ไม่เหมือนกับพวกมนุษย์ส่วนใหญ่ พวกเขาชอบต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

ฉันสงสัยว่าวันนี้ฉันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ สามนาที? ห้านาที?

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ขวาน แต่น็อคต้าร์ก็เก่งเรื่องกระบองมาก เพราะมันเป็นอาวุธที่เขาชำนาญที่สุดอันดับสองของเขา

ฉันหยิบดาบยาวและโล่ จากนั้นก็เริ่มอุ่นเครื่องเช่นกัน

พลังที่ฉันรู้สึกได้ภายในส่วนลึกในตัวฉันดูเหมือนกำลังจะเดือดพล่าน เพียงแค่อุ่นเครื่องก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

เช่นเดียวกับน็อคตาร์ หัวใจของเขาก็เต้นระรัว

หลังจากอุ่นเครื่องเสร็จ ฉันก็เดินเข้าไปหาน็อคตาร์ที่ยืนอยู่กลางลานประลองอันกว้างขวาง ดูเหมือนน็อคตาร์จะตื่นเต้นกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง เขายิ้มและเผยเขี้ยวของเขาออกมา

"ฮ่าๆ เรามาเริ่มกันเลยเถอะ... หือ? เหมือนมีบางคนกำลังมานะ?"

ฉันหันกลับไปมอง

"ยินดีที่ได้พบน็อคตาร์ ธีโอ เราไม่รู้เลยว่าคนอื่นจะมาที่นี่ก่อน"

"หัวหน้าออร์คและ...เจ้าโง่?"

คนนั้นคือนีกี้และปิเอล ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาเพื่อฝึกในสนามประลองเช่นกัน

พวกเขาเองก็จะต้องเผชิญหน้ากันในการประเมินภาคปฏิบัติที่กำลังจะมาถึง เหล่านักเรียนจากสายอื่นๆ อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์สามารถมาดูการประลองวัดผลของสายฮีโร่ได้

โดยปกติสายอื่นๆ จะหยุดพักกันในวันนั้น เพื่อที่จะได้มาดูฮีโร่ในอนาคตที่พวกเขาจะต้องคอยรับใช้ แน่นอนว่าจะเลือกมาหรือไม่มาก็ได้ แต่ไม่มีนักเรียนจากคนไหนจากสายอื่นเลยที่เลือกที่จะไม่เข้าร่วมงานนี้

อันดับของนีกี้และปิเอล เป็นที่หนึ่งและสอง พวกเขาถือเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากมาก

การประลองของพวกเขาถูกจับตามองอย่างมาก ไม่เพียงแค่จากสายฮีโร่เท่านั้น แต่จากทุกคนทั่วทั้งทวีปด้วย

เพื่อพิสูจน์ว่านี่คือการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ การแข่งขันของพวกเขาจึงถูกกำหนดให้เป็นรอบสุดท้าย

ฉันจึงพูดกับพวกเขาไป

"พวกเรามาถึงก่อนนะ"

“อ่า แน่นอนอยู่แล้ว พวกนายมาถึงก่อน พวกเราจะนั่งรอแล้วกัน”

นีกี้และปิเอลย้ายไปยังที่นั่งผู้ชม ฉันชำเลืองมองพวกเขาขณะที่พวกเขานั่งลงไป

ผลของการแข่งขันคือปิเอลจะแพ้ นีกี้จะชนะอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึงนาที

หลังจากนั้นเมื่อความทระนงตนของปิเอลถูกทำลาย นีกี้ก็จะเข้าไปปลอบ

จนบางสิ่งในใจเริ่มก่อตัวขึ้น

เฮ้อ พวกคนเก่งนี้นะ...

แต่นั่นเป็นเรื่องของคนอื่น...ฉันต้องสนใจเรื่องของฉันก่อน

ฉันกำดาบแน่นแล้วตั้งมั่น จ้องไปที่น็อคตาร์  แต่น็อคตาร์ดูแตกต่างจากปกติ เขาเปล่งออร่าที่ดุร้ายออกมา

ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับพวกนักสู้จากภาพยนตร์ในโคลอสเซียมที่มีผู้ชมอยู่ โดยเบื้องหน้าของฉันก็คือออร์คขนาดมหึมาสูงเกือบ 2 เมตร

น็อคตาร์จับไม้กระบองของเขา

“ถ้านายไม่เข้ามา ฉันพุ่งไปหาเองนะ”

"…ฉันจะเข้าไปเอง"

ฉันพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที

จากอัฒจันทร์ ปิเอลมองดูการต่อสู้ระหว่างธีโอและน็อคตาร์เขม็ง

'ถ้าหัวหน้าออร์คไม่ออมมือให้ คิดว่าเขาน่าจะยืนไหว... ประมาณหนึ่งนาทีล่ะมั้ง?'

สำหรับปิเอล เพื่อนร่วมชั้นที่มียศ เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาทั่วไป หรือแม้แต่อาจารย์ต่างก็เข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้ม แต่เธอไม่ใช่คนที่จะสนใจอะไรพวกนั้น

ถึงกระนั้นเธอก็มีความรู้เรื่องออร์คพอตัว ทักษะการใช้ขวานที่ดุร้ายและอึดทนทานของน็อคตาร์ที่แสดงออกมาในระหว่างการประเมินผลภาคปฏิบัติภาคเรียนแรกได้สร้างความประทับใจไว้กับเธอพอสมควร

'นี่คิดจะสู้กับเขาจริง ๆ เหรอ?'

ธีโอ ลิน วัลเดอร์ก เขามีสายเลือดที่สูงส่งที่สุดนอกเหนือจากราชวงศ์และตัวเธอเอง แต่เขาเป็นคนโง่เขลาและไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นคนอ่อนแอ หยาบคายและทระนงตน ทำให้เขาเป็นที่อับอายมากของนักเรียนสายฮีโร่

ปิเอลทนไม่ได้ที่เจ้าขยะบ้านี้ทำให้ความนับถือที่เธอสร้างขึ้นเพื่อสายเลือดอันสูงส่งของเธอต้องแปดเปื้อน

กระบองของออร์คดูน่าเกรงขาม ราวกับสามารถผ่าอากาศได้จนสร้างเสียงคำรามออกมา

ความต่างชั้นของเขานั้นมากเกินไป  สำหรับเจ้าโง่นี้ ออร์คคงเป็นเหมือนกำแพงที่ข้ามผ่านไม่ได้ เหมือนกับเธอและนีกี้

"โอ้? ธีโอ เขาเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก"

นีกี้ ซึ่งอยู่ข้างๆ เธอพูดขึ้น

เจ้าโง่นั่นกำลังใช้ทักษะของเขาตอบโต้การโจมตีของน็อคตาร์ เขาใช้การโจมตีของออร์คเพื่อผ่อนแรงและใช้แรงที่ส่งมาสวนกลับไป

'เขามีทักษะระดับนั้นมาตลอดเลยเหรอ?'

ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับนีกี้หรือตัวเธอเอง แต่การเคลื่อนไหวของเจ้าโง่นั้นก็ว่องไวมาก

หากเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่งเช่นพวกเขา เขาคงสามารถเอาชนะออร์คตนนี้ได้อย่างง่ายดายแล้ว

แต่ดูท่าแล้วเจ้าออร์คไม่ได้เอาจริง เจ้าโง่นั่นก็ทำได้แค่ทนรอความพ่ายแพ้เท่านั้นล่ะ

'...แต่ว่า'

ดวงตาของเจ้าโง่นั่นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้แค่อดทน แต่เขาตั้งเป้าที่จะชนะ

เขายืนหยัดต่อสู้กับออร์คต่อไป ราวกับว่าเขานั้นจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ธีโอ! เกิดอะไรขึ้นกับนายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากัน? มันเหมือนกับว่านายกลายเป็นคนละคนไปเลย!"

ออร์คคำรามราวกับว่าเขากำลังสนุกอยู่ ในเวลาเดียวกัน การเคลื่อนไหวของเขาก็เร็วขึ้นและทรงพลังมากขึ้น

เขาได้เปิดใช้งานทักษะของเขา สัญชาตญาณการต่อสู้และโกรธาโลหิต

'…มันจบแล้ว'

ในสถานการณ์ตอนนี้ ออร์คกำลังได้เปรียบ

แน่นอนว่าเขาจะชนะหากยังสู้กันต่อไปแบบนี้

พลังที่ปล่อยออกมาของออร์คได้แผ่ออกไปจนถึงที่นั่งผู้ชม

ทว่าความมุ่งมั่นในสายตาของเจ้าโง่นั่นกลับไม่ลดลงเลย

“ไม่ อย่ายอมแพ้นะ !  ธีโอ! แสดงพลังของสายเลือดของนายออกมาสิ!”

ไอชาที่นั่งฝั่งตรงข้ามกำลังเชียร์เจ้าโง่นั่นอยู่

'เธอควรจะไม่ชอบเจ้าโง่นี้ไม่ใช่เหรอ?'

หลังจากที่ออร์คเปิดใช้ทักษะติดตัวของเขา ธีโอก็มุ่งไปที่การป้องกันเพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งก็โจมตีสวนกลับไปเช่นกัน

เขาโจมตีกลับไปโดยไม่จะกลัวจะโดนโจมตีกลับมาบ้างเลยเหรอ?

'ไม่มีทางน่า'

เขายังคิดว่าจะสามารถเอาชนะได้อยู่อีกหรือ?

"ใช่แล้ว ธีโอ! อย่างนั้นแหละ! ไม่ว่าออร์คจะแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้านายโจมตีถูกวิธี ก็มีโอกาสชนะได้ เอาเลย! อา... อา....อ้าว..."

ขณะที่ไอชากำลังหอบหายใจเพราะตะโกนมาอย่างต่อเนื่อง

มันก็ได้หักลง-!

ดาบยาวของธีโอหักครึ่ง

มันไม่สามารถทนต่อการโจมตีของออร์คจนหักไป

“จบแล้ว แต่ธีโอมาไกลถึงขนาดนี้เลยเหรอ? เขาเป็นแตกต่างจากช่วงภาคเรียนแรกอย่างสิ้นเชิงเลยนะ”

นีกี้พึมพำข้างเธอ

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันว่าแล้วว่าฉันพูดถูก ธีโอ! นายเกิดมาพร้อมกับสายเลือดของนักรบ!”

ขณะที่ออร์คหัวเราะเสียงดัง เขาก็ได้ยื่นมือออกไป ธีโอจึงคว้ามันไว้

สีหน้าของธีโอยังคงสงบนิ่งเช่นเคย

ทว่าปิเอลไม่พลาดที่จะสังเกตุเห็นอารมณ์และความรู้สึกที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาชั่วครู่แล้วหายไป

"······"

อารมณ์นั้นคือ 'ความโกรธ'

อารมณ์ที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝน

ความรู้สึกที่เธอลืมไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากเผชิญหน้ากับภูเขาขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่านีกี้

***

หลังจากการดวลจบลง ฉันก็กำลังจะไปทานอาหารเย็นกับน็อคตาร์ตามปกติ

"ไปกินข้าวเย็นกันไหม? ฉันจะไปด้วย ฉันลองไปชิมอาหารที่โรงอาหารของนักเรียนแล้ว มันอร่อยมากเลยล่ะ~"

ไอชาพูดขึ้นมา

ฉันจำได้ว่าเธอเป็นคนที่ช่างเลือกอยู่พอสมควร

อาหารของโรงอาหารก็ไม่เลว แต่ก็ไม่ถึงกับดีเท่าร้านอาหาร

“······”

“อ่า สวัสดี เธอเป็นคนใช้ธนูใช่ไหม? ไอชาหรือเปล่า? ฉันจำได้เพราะเธอค่อนข้างมีฝีมือ”

"ถูกต้องแล้ว นายคงชื่อน็อคตาร์ เฮอม็อด ผู้นำของนักเรียนออร์คใช่ไหม? ฉันเฝ้าดูการซ้อมของนายกับธีโอมาตั้งแต่แรก เป็นเวลาอันมีค่าสำหรับฉันมากที่ทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของนักรบที่แข็งแกร่งหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานาน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! นักรบเผ่าแอชเชนเดรสเสิททุกคนล้วนมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง! เธอพูดได้ดี! นอกจากภายนอกที่คล้ายกันแล้ว เธอก็ยังเหมือนธีโอมากเลยนะ”

"·....น็อคตาร์ นายหมายความว่ายังไงที่บอกว่าฉันเหมือนกับธีโอ"

หลังจากทานอาหารเย็นกันไปแล้ว ฉันก็ไปฝึกฝนความแข็งแกร่งต่อและกลับไปที่ห้องของฉัน

เอมี่ซึ่งอยู่กับฉันมาตลอดได้จากไปแล้ว

อืม ฉันคิดว่าเธอคงไม่เข้าใจหลังจากอธิบายเพียงครั้งเดียว

แต่มันกลับรู้สึกว่างเปล่ามากเมื่อไม่มีเธออยู่ที่นี่

ฉันเปลี่ยนเป็นชุดคลุมแล้วนั่งบนเตียง ทบทวนการต่อสู้ของฉันกับน็อคตาร์

วันนี้ฉันพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

มันเป็นผลมาจากการที่ไม่มีทั้งพรสวรรค์และการฝึกฝน

น็อคตาร์นั้นเป็นกำแพงที่สูงมาก

หลังจากที่เขาเปิดใช้งานความสามารถ ไม่มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้เลยนอกจากป้องกันตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้น น็อคต้าร์ยังไม่ได้ใช้อาวุธหลักของเขาอย่างขวานด้วย

ทักษะการใช้อาวุธของราร์ฟ ไวโอ ที่ฉันต้องเผชิญในการประเมินทักษะภาคปฏิบัติจะต้องโดดเด่นกว่าของน็อคตาร์อย่างแน่นอน

วันนี้ฉันทำอะไรหลายอย่างได้สำเร็จ

แต่มันก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี

ซึ่งหากฉันใช้ทักษะ 'ทะลวงขีดจำกัด' จาก แก่นพลังธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้เพิ่มค่าสถานะในช่วงเวลาหนึ่ง ฉันคงอยู่ได้นานกว่านี้ แต่ฉันคงยังไม่สามารถเอาชนะ เขาได้อยู่ดี

และการใช้ทะลวงขีดจำกัดจะส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อมากในสองสามวันหลังจากนั้น ดังนั้นฉันจึงจะเก็บมันไว้ใช้เฉพาะในวันศุกร์เท่านั้น

ฉันต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้

ฉันต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น

...เอ๊ะ ฉันได้รับเหรียญทองจากร้านค้าแล้วนี่นา

เมื่อคิดได้ ฉันรีบเปิดหน้าต่างร้านค้าทันที

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 12: ความโกรธเกรี้ยว (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว