- หน้าแรก
- ผมปลุกพรสวรรค์คูณทรัพยากรสิบเท่า
- บทที่ 35 ธนูยาวระดับมหากาพย์ "อ้อมกอดอสรพิษมาร" ระบบเข้าเวร
บทที่ 35 ธนูยาวระดับมหากาพย์ "อ้อมกอดอสรพิษมาร" ระบบเข้าเวร
บทที่ 35 ธนูยาวระดับมหากาพย์ "อ้อมกอดอสรพิษมาร" ระบบเข้าเวร
ที่ปากถ้ำ มีงูยักษ์ยาวกว่า 20 เมตร เกล็ดสีเขียวเข้ม มี 3 หัวหน้าตาบิดเบี้ยวน่ากลัวขดตัวอยู่
[อสรพิษมารสามหัว (LV14 อีลีต)]
"วันนี้ดวงดีแฮะ มอนสเตอร์อีลีตซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง" ซูโม่หัวเราะ
เป็นการต่อสู้ที่ไร้ความลุ้นระทึกอีกครั้ง
ต่อหน้าซูโม่ที่เลเวล 10 และเสิ่นอวี้ฟูเลเวล 9 เจ้ามอนสเตอร์อีลีตเลเวล 14 ตัวนี้ ยื้อชีวิตไว้ได้ไม่ถึง 10 นาที ก็ถูกทั้งสองร่วมมือกันฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ
[ยินดีด้วย ท่านสังหารอสรพิษมารสามหัว (LV14 อีลีต) ได้รับค่าประสบการณ์ +2,000]
[เอฟเฟกต์พรสวรรค์ "พรแห่งเทพธิดา" ทำงาน ท่านได้รับค่าประสบการณ์สุทธิ: 4,000 แต้ม]
วูบ
แสงสีทองแห่งการเลเวลอัปสว่างวาบบนตัวซูโม่
[ยินดีด้วย ท่านเลเวลอัป เลเวลปัจจุบัน: LV11]
"เชรด บอสคะ ความเร็วในการอัปเลเวลนี่มันนั่งจรวดชัดๆ" ซาแมนธาดูจนตาค้าง
ซูโม่เดินตรงไปที่ศพอสรพิษ เก็บของรางวัลรอบนี้ขึ้นมา
"หืม"
พอเห็นของชิ้นหนึ่ง ตาซูโม่ก็ลุกวาวทันที
มันคือธนูยาวทรงโบราณที่ดูหนักอึ้ง ตัวคันธนูทำจากไม้สีดำชนิดพิเศษที่ไม่มีใครรู้จัก บนนั้นมีลวดลายงูเลื้อยพันราวกับมีชีวิต ส่องแสงสีม่วงดูชั่วร้ายและงดงาม
[อ้อมกอดอสรพิษมาร (มหากาพย์)]
[ประเภท: ธนูยาว]
[พลังโจมตี: 100-150]
[เอฟเฟกต์พิเศษ 1: อาบยาพิษ (ลูกธนูที่ยิงออกไปจะติดพิษร้ายแรง สร้างความเสียหายต่อเนื่องแก่เป้าหมาย)]
[เงื่อนไขสวมใส่: ค่ากายภาพ 50 แต้ม]
[เอฟเฟกต์พรสวรรค์ "ความโลภ" ทำงาน อ้อมกอดอสรพิษมาร (มหากาพย์) ถูกคัดลอกเพิ่มอีก 9 ชิ้นในมิติเก็บของเรียบร้อยแล้ว]
"ธนูระดับมหากาพย์"
ซาแมนธาเห็นค่าสถานะของธนูคันนี้ จ้องตาเป็นมัน น้ำลายแทบไหล
ค่ากายภาพของเธอตอนนี้ เพิ่งอัปเลเวล 8 บวกแต้มเสร็จ ก็ทะลุ 50 แต้มพอดีเป๊ะ
"เอ้า เอาไป" ซูโม่โยนธนูให้เธอหน้าตาเฉย
"กรี๊ด บอสคะ ให้ฉันจริงเหรอ" ซาแมนธาดีใจจนกระโดดตัวลอย กอดธนูมหากาพย์แน่นไม่ยอมปล่อย
วินาทีต่อมา เธอก็พุ่งเข้าใส่ซูโม่ หอมแก้มเขาดัง ฟอด ใหญ่
"จุ๊บ"
"บอสคะ บอสดีกับฉันที่สุดเลย ฉันรักบอสจะตายอยู่แล้ว คืนนี้...คืนนี้ฉันขออีกนะ..."
"อะแฮ่ม"
เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงกระแอมไอหนักๆ ก็ดังมาจากข้างๆ
เสิ่นอวี้ฟูกอดอก มองเธอด้วยสายตาเย็นชา สื่อความหมายว่า "กล้าพูดอีกคำก็ลองดู"
ซาแมนธาเพิ่งนึกถึง "เดิมพัน" เมื่อคืนได้ ก็หดคอลงนิดหนึ่ง แต่ไม่นานเธอก็ยืดอกอวบอิ่มขึ้น จ้องกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
"มองอะไร บอสรักฉัน เธออิจฉาเหรอ"
"เธอ" เสิ่นอวี้ฟูกัดฟันกรอด
"พอได้แล้ว เลิกทะเลาะกันสักที" ซูโม่มองผู้หญิงสองคนที่จ้องจะงับหัวกันแล้วปวดหัว
ซูโม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "เอางี้ ต่อไปตั้งกฎ วันคี่เป็นของเสิ่นอวี้ฟู วันคู่เป็นของซาแมนธา ห้ามแย่ง ห้ามตีกัน ใครทำตัวดี หรือมีความดีความชอบ เดี๋ยวมี 'รางวัล' พิเศษให้ ตกลงไหม"
ข้อเสนอนี้ทำเอาสองสาวอึ้งไป
ระบบเข้าเวรวันคู่-วันคี่เหรอ
นี่มัน...ฟังดูแปลกๆ พิกลไหมเนี่ย
แต่พอลองคิดดู นี่น่าจะเป็นทางออกที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลที่สุดในตอนนี้แล้ว
"ฉันไม่มีปัญหา" ซาแมนธารีบชิงตอบ เธอกอด [อ้อมกอดอสรพิษมาร] ไว้แน่น ยักคิ้วให้เสิ่นอวี้ฟูอย่างผู้ชนะ
"ยังไงวันนี้ฉันก็ 'ล่วงเวลา' มาแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มตามกฎละกัน"
ความหมายคือ เธอไม่ขาดทุน
"ฮึ" เสิ่นอวี้ฟูสะบัดหน้าหนี
แม้ในใจจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจสุดๆ แต่เธอก็รู้ว่านี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
ยังดีกว่าต้องมาทนเห็นแม่สาวฝรั่งนี่ทำตัวกร่างใส่หน้าเธอทุกวัน
เห็นสองสาวยอมรับโดยดุษณี ซูโม่ก็แอบยิ้มในใจ
เยี่ยม ระเบียบฮาเร็มขั้นต้น ถูกสถาปนาเรียบร้อย
ซูโม่โบกมือ "เอาล่ะ การสำรวจวันนี้จบแค่นี้ ได้ของเต็มกระเป๋า กลับฐาน กินข้าว"
...
ยามราตรี บรรยากาศรอบกองไฟที่ฐานทัพชายหาดกำลังคึกคัก
เสิ่นอวี้ฟูเพิ่งซดซุปปลาหมดชาม กำลังจะหยิบเนื้อย่างอีกชิ้น ก็รู้สึกถึงสายตาร้อนแรงที่จับจ้องมา
เธอเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตายิ้มๆ ของซูโม่บนยอดหอคอยธนูพอดี
แค่สบตา เธอก็ "รู้ทันที"
คืนนี้ ถึงตาเธอแล้ว
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
ร่างของซูโม่ก็กระโดดลงมาจากหอคอย ลงสู่พื้นด้านหลังเธออย่างเงียบเชียบ
"อิ่มหรือยัง" เสียงซูโม่ดังขึ้นข้างหู
"ยะ...ยัง" หัวใจเสิ่นอวี้ฟูเต้น "ตึกตัก" รัวเร็ว
"ไม่เป็นไร เข้าไปในห้อง เดี๋ยวผมป้อนอย่างอื่นให้กิน"
ซูโม่ขี้เกียจพูดมาก รวบเอวอุ้มเสิ่นอวี้ฟูขึ้น เดินดุ่มๆ ไปทางบ้านไม้ส่วนตัวทันที
"ว้าย ปล่อยนะ ฉันเดินเองได้" เสิ่นอวี้ฟูร้องเสียงหลง หน้าแดงก่ำ
"อย่าเสียงดังสิ เทพธิดาของผม 'เชื้อเชิญ' เองทั้งที ผมต้องแสดงความจริงใจแบบ 200% 'จัดเต็ม' ให้สมเกียรติหน่อย"
"ปัง"
ประตูปิดลง ตัดขาดเสียงทั้งหมดจากภายนอก
คืนนั้น เสิ่นอวี้ฟูได้สัมผัสกับ "ความแข็งแกร่ง" ระดับวิปริตของซูโม่ลึกซึ้งอีกครั้ง
จากความอับอายขัดขืนในตอนแรก สู่การร้องขอชีวิตอย่างไร้เรี่ยวแรง และจบลงด้วยการ...จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์
...
เช้าวันต่อมา
ซูโม่ลืมตาตื่นอย่างสดชื่น รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มและเนียนละเอียดที่ทับอยู่บนแขน
สิ่งแรกที่เห็น คือขาเรียวยาวขาวผ่องดุจหยกมันแพะชั้นดี พาดอยู่บนตัวเขาอย่างไร้การป้องกัน
ซูโม่ยื่นมือไปลูบไล้ผิวเนียนละเอียดนั้นเบาๆ
"จุ๊ๆ ขาสวยขนาดนี้ รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปนิดหน่อยแฮะ"
ซูโม่รำพึง "ถ้าใส่ถุงน่องดำมันวับเหมือนตอนอยู่วิลล่าวันนั้น แล้วใส่ส้นสูงด้วยนะ นั่นแหละเพอร์เฟกต์"
"ยังจะพูดอีก"
เสิ่นอวี้ฟูที่เพิ่งตื่น ได้ยินประโยคนี้เข้าก็โมโหทันที
เธอค้อนขวับใส่ซูโม่ ชี้รอยแดงจ้ำๆ บนขาตัวเอง แล้วบ่นอุบ
"ดูผลงานนายสิ ลงมือไม่รู้จักหนักเบา ต่อให้ฉันมีถุงน่อง ก็คงขาดกระจุยไม่พ้นคืนเดียวหรอก"
"ฮ่าๆๆ นั่นสินะ"
ซูโม่หัวเราะร่า สมองเริ่มจินตนาการเตลิดเปิดเปิง "เดี๋ยวกลับไปโลกจริง ผมจะซื้อให้คุณสักร้อยคู่ หลากสไตล์หลายสี ให้คุณใส่โชว์ผมไม่ซ้ำวันเลย ขาคุณเนี่ย ใส่ถุงน่องส้นสูง รับรองฆ่าคนได้เลย"
กลับไปโลกจริง...
ได้ยินคำนี้ รอยแดงบนแก้มเสิ่นอวี้ฟูจางลงไปหลายส่วน
เธอนึกถึงเสิ่นเหยียนปิง หลานสาวที่กำลังรอคอยเธออยู่ที่วิลล่าอย่างมีความหวัง
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซูโม่ ตอนนี้ผู้รอดชีวิตหกหมื่นกว่าคนในช่องแชตโลกรู้กันทั่วแล้ว
แถมเธอยัง...มีอะไรกับเขาไปตั้ง 3 ครั้งแล้ว
ความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังนี้ กลับไปจะอธิบายกับเหยียนปิงยังไงดี
ชั่วขณะนั้น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ
แต่พอรู้สึกว่ามือใหญ่ที่ไม่ซื่อสัตย์ของซูโม่ยังคงลูบไล้ขาเธออย่างเพลิดเพลิน ความรู้สึกผิดก็เปลี่ยนเป็นความอายปนโกรธทันที
วินาทีนั้น เธอโยนความผิดทั้งหมดไปที่ไอ้คนบ้ากามตรงหน้า
"ทั้งหมดเป็นความผิดของนาย ไอ้คนเลว"
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาบ้ากาม หน้าด้าน และเผด็จการขนาดนี้
เธอจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง