เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 พิชิตสาวฝรั่ง และเปิดใจคุยกับเสิ่นอวี้ฟู

บทที่ 13 พิชิตสาวฝรั่ง และเปิดใจคุยกับเสิ่นอวี้ฟู

บทที่ 13 พิชิตสาวฝรั่ง และเปิดใจคุยกับเสิ่นอวี้ฟู


บนท้องทะเลอันเงียบสงบ

เรือ "โนอาห์" หลังจากผ่านการสั่นไหวเบาๆ แบบ "คาดเดาจังหวะไม่ได้" มานานถึง 2 ชั่วโมง ในที่สุดก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ

เสิ่นอวี้ฟูยืนโดดเดี่ยวอยู่บนหอสังเกตการณ์ชั้นบน ลมทะเลพัดผ่านใบหน้าสวยสะกด แต่แววตาของเธอกลับเหม่อลอยและสับสน

เธอคิดในใจว่า นี่มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้ว

เรื่องพรรค์นั้นของผู้ชาย... ปกติมันก็แค่สิบกว่านาที อย่างเก่งก็ครึ่งชั่วโมงก็ควรจะจบศึกได้แล้วไม่ใช่เหรอ

ซูโม่นี่มันยังไงกัน

สองชั่วโมง

ความอึดเรื่องนั้นของเขา ก็เป็นระดับเทพเหมือนพรสวรรค์ของเขาด้วยหรือไง

เสิ่นอวี้ฟูกัดฟันกรอด แอบด่าซูโม่ในใจไปร้อยจบ

ไอ้คนเลวนั่นคงสุขสมอารมณ์หมายไปแล้ว แต่เธอล่ะ

เธอคือเทพธิดาแห่งชาติผู้สง่างาม เสิ่นอวี้ฟูที่มีค่าตัวเป็นหมื่นล้าน คืนนี้ต้องมายืนตากลมหนาว แอบฟังเสียงชาวบ้านเขาเริงรัก แล้วเฝ้ายามให้ทั้งคืนเนี่ยนะ

สองคนนั้นใช้แรงกายแรงใจไปกับเรื่องบ้าบอพวกนั้นจนหมด ถ้าครึ่งคืนหลังมีศัตรูบุกมาจริงๆ ใครจะมาเปลี่ยนเวรเธอ

...

ในขณะเดียวกัน ในห้องนอนเรือ

ซาแมนธา สาวฝรั่งหุ่นระเบิด เหงื่อท่วมตัว ผมเผ้ายุ่งเหยิงแนบแก้ม ดวงตาสีฟ้าครามทอประกายระยิบระยับเหมือนบรรจุดวงดาวเอาไว้

เธอนอนฟุบอยู่บนแผงอกแกร่งของซูโม่ หายใจหอบถี่ อุทานด้วยน้ำเสียงเทิดทูนบูชาว่า "บอส... บอส... บอสเป็นปีศาจชัดๆ"

เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายที่... ดุดัน ขนาดนี้มาก่อนเลย

หนุ่ม แน่น แข็งแรงจนน่าเหลือเชื่อ

เธอศิโรราบให้ซูโม่แบบหมดหัวใจ และ... พอใจแบบสุดๆ

"ธรรมดาๆ อันดับสามของโลกน่ะ"

ซูโม่โอบกอดร่างนุ่มนิ่มที่ยังร้อนผ่าวไว้ สัมผัสถึงความยืดหยุ่นและความเนียนนุ่มที่น่าอัศจรรย์ ในใจเต็มไปด้วยความสุขสมจากการเป็นผู้พิชิต

การปราบพยศเทพธิดาต่างแดนที่หน้าเหมือน "เร่อปา" คนนี้ ความรู้สึกมัน... ฟินอย่าบอกใคร

...

หลังจากนอนกอดสาวฝรั่งหลับตาพักผ่อนไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง

ซูโม่ก็ลืมตาขึ้น ลุกขึ้นนั่งอย่างกระปรี้กระเปร่า

ค่าจิตวิญญาณที่สูงถึง 30 แต้ม ทำให้เขาฟื้นฟูพลังงานได้เร็วกว่าคนทั่วไปมาก บวกกับค่ากายภาพที่เพิ่มขึ้น 6 เท่าจนแตะระดับ 60 แต้มอันน่าสะพรึงกลัว

ผ่านศึกหนักมาขนาดนี้ นอกจากจะไม่เหนื่อยแล้ว เขายังรู้สึกฟิตปั๋งกว่าเดิมซะอีก

ซูโม่แต่งตัวเสร็จ เดินออกจากห้อง

ขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์ เห็นเสิ่นอวี้ฟูกอดธนูยาว หันหลังให้ห้องพัก ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นน้ำแข็ง

"โย่ ยังอยู่อีกเหรอ"

พอได้ยินเสียง เสิ่นอวี้ฟูก็หันขวับ พอเห็นว่าเป็นซูโม่ ก็ชะงักไปนิดหนึ่งด้วยความแปลกใจ

จากนั้น ใบหน้าสวยหวานก็ถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งทันที

เธอกอดอก พูดเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"อ้าว ท่านประธานซูโม่ เสร็จเร็วจังนะคะ ไม่นอนกอดแม่ยอดขมองอิ่มต่อล่ะ ออกมาตากลมทำไม พักผ่อน 'สบายตัว' แล้วเหรอคะ"

ซูโม่ไม่สะเทือนกับคำเหน็บแนม กลับพยักหน้ายอมรับหน้าตาเฉย แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูเธอ พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังรำลึกความหลัง

"ก็โอเคแหละ แต่ระบบเก็บเสียงไม่ค่อยดี รู้สึกเหมือนมีคนยืนด่าอยู่ข้างนอกตลอดเวลา เสียบรรยากาศหมด"

"แต่ว่า..."

เขาเปลี่ยนเรื่อง สายตาโลมเลียขาเรียวยาวขาวผ่องที่ถูกหุ้มด้วยเกราะขาโลหะของเธออย่างจาบจ้วง

"เทียบกับของนำเข้าแล้ว จริงๆ ผมอยากลองสัมผัสความรู้สึกที่ได้นอนกอดน้าสาวอย่างคุณทั้งคืน ตื่นเช้ามาก็มีขาขาวยาวๆ ให้ลูบเล่นมากกว่านะ... มันคงจะ... ดีไม่น้อย"

"นาย...!"

หน้าเสิ่นอวี้ฟูแดง แว๊บ ขึ้นมาทันที เธอจ้องเขาด้วยความอายปนโกรธ กัดฟันพูด "ฝันไปเถอะ"

"คนเรามันก็ต้องมีความฝันบ้างไม่ใช่เหรอ"

ซูโม่หัวเราะ หึๆ แล้วถือวิสาสะพิงราวระเบียงข้างๆ ยืนเคียงไหล่กับเธอ

"ครึ่งคืนแรกคุณลำบากแล้ว ครึ่งคืนหลังผมจัดการเอง คุณไปพักเถอะ"

เสิ่นอวี้ฟูอึ้งไป ไม่คิดว่าเขายังจำเรื่องเปลี่ยนเวรได้

พอเห็นซูโม่เลิกพูดจาลามก

ความโกรธในใจเธอก็ทุเลาลงบ้าง พอมีคนมายืนเป็นเพื่อน เส้นประสาทที่ตึงเครียดมาตลอดก็ผ่อนคลายลง

เงียบกันไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เอ่ยปากถาม

"นาย... ตอนนั้นนายหลอกเหยียนปิงหลานสาวฉันยังไงกันแน่"

"อะไรเรียกว่าหลอก" ซูโม่ทำหน้าไม่พอใจ "เขาเรียกว่าใจตรงกัน รักอิสระ เข้าใจไหม"

"ชิ"

เสิ่นอวี้ฟูกรอกตามองบน "ปากหวานก้นเปรี้ยวแบบนาย เหยียนปิงใสซื่อเหมือนกระดาษขาวขนาดนั้น ไม่โดนหลอกก็แปลกแล้ว"

"เอาเถอะ ในเมื่อคุณอยากรู้ขนาดนี้ ผมจะเล่าตำนานรักอันโรแมนติกของเราให้ฟังก็ได้"

ซูโม่กระแอม เริ่ม "การแสดง" ของเขา

"ตอนนั้นนะ ผมก็แค่หาคนเล่นเกมด้วยในกลุ่มคนเมืองเดียวกัน พอแอดเฟรนด์เธอได้ ก็ไม่ได้คิดเรื่องรักออนไลน์บ้าบออะไรนั่นหรอก"

"แล้วนายคิดจะทำอะไร" เสิ่นอวี้ฟูถามอย่างระแวง

"แหะๆ เป้าหมายแรกเริ่ม มันก็ไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไหร่แหละ"

ซูโม่เกาจมูก พูดอย่างเขินๆ

"ช่วงนั้นผมช็อต ก็เลยคิดว่า... จะหลอกเอาค่าข้าวจากเศรษฐีนีสักคนได้ไหม"

เสิ่นอวี้ฟู: "..."

กะแล้วเชียว

"แล้วไงต่อ เหยียนปิงก็หลงกลเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ"

ซูโม่ตบต้นขาฉาดใหญ่ "ตอนนั้นผมแค่ลองเชิงพิมพ์ไปว่า 'พี่สาวครับ ผมอดข้าวมา 3 วันแล้ว ไม่มีตังค์กินข้าว' คุณเดาสิเกิดอะไรขึ้น หลานสาวคุณคนนั้น ไม่พูดพร่ำทำเพลง โอนมาให้ผม 500 ทันที"

"ผมสะดุ้งเลย เฮ้ย เจอเศรษฐีนีตัวจริงเข้าแล้ว"

"เพื่อคูปองอาหารระยะยาวของผม ผมเลยตัดสินใจทันที ต้องจีบให้ติด ดังนั้นผมเลยทักไปคุยทุกวัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เล่าเรื่องตลกให้ฟัง"

"คุยไปคุยมา ก็รู้ว่าอายุเท่ากัน ทีนี้ก็คุยกันถูกคอเลย นานวันเข้า ผมก็รุกหนักขึ้น หยอดคำหวานใส่รัวๆ สุดท้ายก็... เรียบร้อยเสร็จโจร"

ฟัง "วิชาต้มตุ๋นขั้นเทพ" ของซูโม่จบ เสิ่นอวี้ฟูถึงกับพูดไม่ออก

เธอเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว

เหยียนปิงถูกที่บ้านประคบประหงมมาดีเกินไป แทบไม่ได้สัมผัสผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกัน และแทบไม่มีเพื่อน

นิสัยภายนอกเย็นชาภายในอ่อนไหวของเธอ ดูเหมือนจะปฏิเสธคน แต่จริงๆ แล้วในใจโหยหาความห่วงใยและการมีตัวตนมากกว่าใคร

ไอ้บ้าซูโม่นี่ จับจุดอ่อนเธอได้แม่นยำ

นี่ไม่ใช่เศรษฐีนีแล้ว นี่มัน... สาวน้อยโลกสวยผู้ไร้เดียงสา ชัดๆ

พอนึกถึงหลานสาวผู้เย่อหยิ่งและสูงส่งของตัวเอง ถูกซูโม่ใช้คำพูดไม่กี่คำหลอกเอาหัวใจไป เสิ่นอวี้ฟูก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ

แบบนี้... ท่าจะแย่แล้ว

จะแยกสองคนนี้ออกจากกัน คงยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์

เพราะ... คนซื่อ มันหลอกง่ายจริงๆ นะสิ

เสิ่นอวี้ฟูสูดหายใจลึก ข่มความหงุดหงิดไว้ กัดฟันถามอีกคำถามที่คาใจเธอมาตลอด

"งั้น... แล้วทำไมนายเมื่อกี้... ต้องไปทำเรื่องอย่างว่ากับแม่สาวฝรั่งนั่นด้วย..."

เธอจ้องซูโม่เขม็ง "นายอดอยากปากแห้งขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ใช่ อดไม่ไหวแล้ว"

คำตอบของซูโม่ ชัดเจน ตรงไปตรงมา แถมยังพยักหน้าอย่างจริงจังอีกต่างหาก

คราวนี้เสิ่นอวี้ฟูเป็นฝ่ายอึ้ง ไม่คิดว่าซูโม่จะยอมรับเร็วขนาดนี้ แถมยังดูชอบธรรมสุดๆ

ซูโม่มองเธอ แววตาเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งและจริงจัง

"อวี้ฟู คุณคิดว่าผมทำเพื่อความสนุกเหรอ"

"สองวันนี้ ผมฆ่าคนไปกี่คน คุณก็เห็น คนพวกนั้นในสายตาผม ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วแบบนี้ ถ้าผมต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา กดดันตัวเอง และกดความอยากฆ่าเอาไว้ คุณคิดว่า... ผมจะทนได้นานแค่ไหน"

"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผมอาจจะสติแตก กลายเป็นเหมือนไอ้พวกนั้น กลายเป็น... สัตว์เดรัจฉานจริงๆ ที่รู้แต่จะปล้นฆ่า"

"ดังนั้น ผมต้องระบายความเครียด ระบายความใคร่ มันช่วยให้ผมมีสติ"

พูดถึงตรงนี้ เขาเว้นจังหวะ จ้องมองเสิ่นอวี้ฟูตาเป็นมัน มือขวาค่อยๆ เลื่อนไปโอบไหล่ที่สวมชุดเกราะแต่ยังคงความนุ่มนิ่มของเธออย่างแนบเนียน

"และที่สำคัญที่สุด"

"พรสวรรค์ของผม มันบังคับให้ผมต้องทำ"

"ผมต้อง 'พิชิต' พวกคุณให้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เพราะพรสวรรค์พวกคุณช่วยผมได้ แต่เพราะ พรสวรรค์ของผมเอง ก็ต้องการพวกคุณ"

"อะไรนะ"

เสิ่นอวี้ฟูงงเป็นไก่ตาแตกไปกับทฤษฎีของเขา "พรสวรรค์บ้าบออะไร พิชิตพวกเรา ต้องใช้... การนอนด้วยเหรอ แค่ชนะใจไม่ได้หรือไง"

"โลกสวย"

ซูโม่แค่นเสียงหัวเราะ แขนที่โอบไหล่เธอกระชับแน่นขึ้น ดึงเธอเข้ามาหาตัว แล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ปฏิเสธไม่ได้

"ขนาดร่างกายภายนอก คุณยังไม่ยอมศิโรราบให้ผม แล้วผมจะเชื่อได้ยังไง ว่าหัวใจข้างในของคุณ จะเป็นของผมจริงๆ"

"ถ้าแม้แต่ตัวคุณผมยังเอามาไม่ได้ แล้วจะให้ผมเอาหัวใจคุณมาได้ยังไง"

เสิ่นอวี้ฟู: "???"

ตรรกะวิบัติอะไรเนี่ย

นี่มันคำพูดของพวกนักล่าแต้มชัดๆ

วินาทีนี้ เธอเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว

ไอ้หมอนี่ ซูโม่ แท้จริงแล้วก็แค่คนบ้ากาม

แถมยังเก่งกาจเรื่องเอาความบ้ากามของตัวเอง มาห่อหุ้มด้วยเหตุผลวิบัติที่ฟังดูดีแต่จริงๆ แล้วไร้สาระสิ้นดี

และหลานสาวผู้ใสซื่อของเธอ ก็คงโดนไอ้ตรรกะป่วยๆ นี่หลอกจนหัวหมุน สุดท้ายก็เผลอตัวเผลอใจไปแบบงงๆ แน่ๆ

ไอ้สิบแปดมงกุฎ ไอ้ลามก ไอ้บ้ากา

จบบทที่ บทที่ 13 พิชิตสาวฝรั่ง และเปิดใจคุยกับเสิ่นอวี้ฟู

คัดลอกลิงก์แล้ว