- หน้าแรก
- มาร์เวล ฉันมีระบบกลืนกินสรรพสิ่ง
- ตอนที่41 บุกถิ่นอินฮิวแมน
ตอนที่41 บุกถิ่นอินฮิวแมน
ตอนที่41 บุกถิ่นอินฮิวแมน
ยามค่ำคืน
ย่านบาร์ใจกลาง นิวยอร์ก
แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องทั่วถนนความคึกคักแผ่ซ่านไปทุกทิศ
เพียงมองจากไกลๆก็เห็นภาพสีสันพร่างพราวและได้ยินเสียงดนตรีกับเสียงหัวเราะลอยออกมาจากภายในบาร์
แม้เวลายังไม่ดึกมากแต่หน้าร้านก็มีรถจอดเรียงรายแน่นขนัดแล้ว
กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวเดินเคียงกันเข้ามาอย่างออกรส บ้างโอบไหล่ บ้างพูดคุยเฮฮา
สำหรับพวกเขาค่ำคืนนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
―――――――――――――――――――
เจียงเฉินมาตามข้อมูลที่นิค ฟิวรี่ให้มาและก้าวเข้าไปในบาร์หมายเลข 67
ภายในบาร์แสงนีออนหลากสีส่องวาบไปมาเสียงดนตรีจากดีเจกระแทกโสตประสาทผู้คนทั้งชายหญิงสวมเสื้อผ้าทันสมัยและเปิดเผยนั่งดื่ม พูดคุย หัวเราะพลางขยับกายไปตามจังหวะเพลงอย่างอิสระ
บางช่วงก็โน้มตัวกระซิบถ้อยคำสองแง่สองง่ามใส่กันอย่างไม่แคร์สายตาใคร
บรรยากาศเช่นนี้ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดทำให้ผู้คนค่อยๆ ปลดเปลื้องความกังวลจากชีวิตประจำวันและปล่อยใจจมไปกับค่ำคืน
เจียงเฉินกวาดตามองรอบๆและพบว่าบาร์แห่งนี้คึกคักไม่น้อยที่นั่งแทบทุกจุดถูกจับจองเหลือเพียงที่ว่างเพียงแห่งเดียวตำแหน่งกึ่งกลางอันสะดุดตาที่สุด
“จัดที่นั่งให้ฉันหนึ่งโต๊ะ” เจียงเฉิน เอ่ยกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์
“ขออภัยค่ะคุณลูกค้า ตอนนี้ที่นั่งเต็มหมดแล้ว”
หญิงสาวหน้าเคาน์เตอร์ตอบอย่างสุภาพ แต่แววตากลับวาบผ่านบางอย่างที่ชวนให้สงสัย
แม้สีหน้าที่เปลี่ยนไปจะเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที ทว่าก็ไม่รอดสายตาของ เจียงเฉิน
“ติ๊ง! ตรวจพบคำโกหก!”
เสียงแจ้งเตือนจากสกิลตรวจสอบคำโกหกดังขึ้นในหัวตามคาด
“แล้วที่ตรงนั้นล่ะ?” เมื่อมั่นใจแล้วน้ำเสียงของเจียงเฉินก็เริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย
“มีคนจองไว้แล้ว” หญิงสาวตอบกลับสั้นๆ พร้อมปรายตามองอย่างเย็นชาราวกับไม่อยากสนทนาต่อ
สำหรับสถานที่เช่นนี้ ลูกค้ากระเป๋าหนักไม่เคยขาด ที่นั่งกลางบาร์ที่ยังว่างอยู่ จึงถูกกันไว้ให้แขกประจำคนหนึ่งโดยเฉพาะ
“งั้นก็น่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ” เจียงเฉินยิ้มบางๆ อย่างมีนัยยะ
เจียงเฉินกำลังกลุ้มว่าไม่มีข้ออ้างจะลงมือกับบาร์แห่งนี้อยู่พอดีใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มก่อนเสียเอง
นี่จึงกลายเป็นโอกาสชั้นดีให้เขาได้ขยับแข้งขยับขา
“นี่คุณ…!!”
เมื่อเห็นเจียงเฉินเดินดื้อๆเข้าไปพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็หันมามองหน้ากันก่อนจะพากันจับตาดูเขา
จากนั้นเจียงเฉินเดินตรงไปยังคาร์โซนที่ว่างอยู่กลางร้านนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“เขาจะทำอะไรน่ะ? มาหาเรื่องหรือไง?”
“ไอ้หนุ่มจีนคนนี้หน้าด้านจริงๆ ไม่ต้องไปสนใจอย่าเสิร์ฟเหล้าให้ดูสิว่าเขาจะนั่งได้นานแค่ไหน!”
“ใช่! ยังไงทอมก็ยังไม่มาหมอนี่ก็แค่อยากรักษาหน้าเท่านั้นปล่อยให้เขาอับอายไป!”
เหล่าพนักงานกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
คนที่พวกเธอพูดถึงทอมคือหนุ่มไฮโซที่มาบาร์นี้เป็นประจำและเป็น “ลูกค้าคนสำคัญ” ในสายตาของพวกเธอ
ไม่นานหลังบทสนทนาจบลงชายผิวดำรูปร่างกำยำสะพายเป้ใบหนึ่งเดินตรงมาหยุดหน้าเจียงเฉิน
ถัดมาเขาหยิบกล่องเหล้าหลายกล่องออกจากกระเป๋า วางเรียงบนโต๊ะ
“ท่านครับนี่คือเครื่องดื่มที่คุณสั่งกรุณาตรวจรับด้วยครับ!”
“ไม่ต้องหรอก เอาไปเลย” เจียงเฉินยื่นธนบัตรปึกหนึ่งให้ชายคนนั้น
เหล้าเหล่านี้คือสิ่งที่เขาเรียกมาจากบริการส่งของภายนอก
ตามปกติแล้วบาร์ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มจากข้างนอกเข้ามานี่เป็นกฎตายตัว
แต่เมื่อค่าตอบแทนสูงลิ่วก็ย่อมมีคนยอมเสี่ยง
“บ้าเอ๊ย! มันกล้าเอาเหล้าเข้ามาในร้าน! ไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้!”
“ซวยแล้ว! ทอม มาแล้ว! ถ้าเขาเห็นว่ามีคนมานั่งที่ประจำของเขา พวกเราต้องเดือดร้อนแน่!”
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ร้องลั่นก่อนรีบเรียกการ์ดรักษาความปลอดภัยแล้วมุ่งตรงไปหาเจียงเฉินทันที
“นาย… ออกไปเดี๋ยวนี้! ที่นี่ห้ามนำเหล้าเข้ามา!”
“บอกแล้วไงว่าที่นั่งนี้มีคนจองไว้แล้ว! แขกก็มาถึงแล้ว ลุกขึ้นมา!”
“ไอ้ลิงเหลือง อย่ามาก่อเรื่องที่นี่!” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์หลายคนพูดอย่างเดือดดาลพร้อมส่งสัญญาณให้การ์ดเข้ามาล้อม เจียงเฉิน ไว้รอบด้าน
“อะไรก็ควรมีลำดับก่อนหลังนะพวกนายไม่ยอมจัดที่นั่งไม่ยอมเสิร์ฟเหล้าให้ฉัน ฉันก็เลยต้องใช้วิธีนี้”
“แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ประหยัดเงินแถมไม่ต้องดื่มเหล้าปลอมของพวกนาย”
เจียงเฉิน เปิดขวดเหล้าด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน แล้วยกขึ้นดื่มอึกใหญ่
“ให้ตายสิ! อย่าบังคับให้พวกเราต้องใช้กำลัง!”
การ์ดสวมแว่นดำคนหนึ่งเอ่ยเตือนเสียงเข้ม
ทว่า เจียงเฉิน กลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขายังคงดื่มต่ออย่างสบายอารมณ์ ก่อนพูดเรียบ ๆ
“ถ้าอยากลอง ก็เข้ามาสิ”