- หน้าแรก
- หลังจากได้เป็นเลขานุการของเจ้านาย เธอก็เริ่มไล่ฆ่าคนทั่วทั้งบริษัท
- บทที่ 12 ความลับแตกที่แท้คือลูกติดแม่เลี้ยง
บทที่ 12 ความลับแตกที่แท้คือลูกติดแม่เลี้ยง
บทที่ 12 ความลับแตกที่แท้คือลูกติดแม่เลี้ยง
บทที่ 12 ความลับแตกที่แท้คือลูกติดแม่เลี้ยง
กลุ่มเด็กสาวที่ยืนล้อมรอบเด็กสาวคนนั้นก้าวเท้าขึ้นมาหมายจะแย่งชิงชุดในมือกลับไปอย่างย่ามใจ
พนักงานขายรีบปราดเข้ามาขวางไว้ทันทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี "พวกคุณจะทำอะไรกันคะ? ถ้าชุดในร้านเสียหายขึ้นมา พวกคุณมั่นใจนะว่ามีปัญญาชดใช้?"
เด็กสาวคนเดิมส่งเสียง จึ๊ ในลำคอ "ก็แค่เสื้อผ้าขาดๆ ไม่กี่ชิ้น ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ รู้ไหมว่าบ้านฉันทำอะไร? ฉันซื้อเหมาทั้งร้านยังได้เลย"
พนักงานขายแอบคิดในใจ 'หรือจะเป็นพวกลูกเศรษฐีรุ่นสอง? แต่ดูจากการแต่งกายก็ใช้แต่ของแบรนด์เนมจริงๆ นั่นแหละ'
"นี่ป้า ฉันแนะนำให้รีบส่งชุดนั่นมาให้ฉันดีกว่า" เธอเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหมายจะคว้าชุดจากอวิ๋นเสี่ยวเซียว
"ฉันบอกแล้วไงยัยหนู ไม่ได้ยินที่พูดหรือไง? ขนเพิ่งจะขึ้นไม่เท่าไหร่ ตัวก็ผอมแห้งแรงน้อย ใส่ชุดนี้ยังไงก็ไม่ขึ้นหรอก ไปดูตัวอื่นไป"
อวิ๋นเสี่ยวเซียวไม่มีทีท่าว่าจะยอมอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย ฝ่ายเด็กสาวเมื่อถูกเรียกว่ายัยหนูซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาทันที
เธอถลาเข้าไปแย่งชุด แต่อวิ๋นเสี่ยวเซียวเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือที่คว้าพลาดจึงกลายมาเป็นจิกเข้าที่ท่อนแขนของอวิ๋นเสี่ยวเซียวอย่างแรง
รอยเล็บลากยาวเป็นทางจนเลือดซิบดูน่ากลัว
อวิ๋นเสี่ยวเซียวครางออกมาด้วยความเจ็บปวดพลางซูดปาก
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องลองชุดก็เปิดออก หลินซีหร่านในชุดสูทกระโปรงสีเบจค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา
สายตาทุกคู่หันไปมองเป็นจุดเดียว และเพียงชั่วครู่ ทุกคนต่างก็ตกตะลึงในความงามของหลินซีหร่าน
แววตาของเด็กสาวคนก่อนหน้านี้ฉายแววริษยาขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้รู้สึกอิจฉาและไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้าเทพธิดานั่น
หลินซีหร่านมองดูเหตุการณ์ที่ตึงเครียดตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม "เสี่ยวเซียว เกิดอะไรขึ้น?"
พนักงานขายรีบก้าวเข้ามาอธิบายเรื่องราว "เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะคุณผู้หญิง คุณอวิ๋นเธอถูกใจชุดนี้ แต่คุณหนูข้างๆ คนนี้ก็อยากได้ชุดเดียวกันนี้เหมือนกันค่ะ พอจะขอชุดในมือคุณอวิ๋นซึ่งเห็นก่อนและไม่ยอมยกให้ คุณหนูคนนี้ก็เลยใช้เล็บข่วนแขนคุณอวิ๋นค่ะ"
เมื่อฟังคำอธิบายจบเธอก็เข้าใจทันที สรุปสั้นๆ คือทั้งสองฝ่ายเกือบจะวางมวยกันเพราะชุดตัวเดียว และอีกฝ่ายก็ดันทำร้ายร่างกายอวิ๋นเสี่ยวเซียวจนบาดเจ็บ
หลินซีหร่านจ้องมองเด็กสาวที่แต่งหน้าจัดจ้านฝั่งตรงข้าม ทำไมถึงดูคุ้นหน้านักนะ? เธอพยายามขุดคุ้นความทรงจำ จนเริ่มปะติดปะต่อใบหน้านี้ได้ทีละนิด
แม้ใบหน้าจะถูกโบกด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ แต่โครงหน้าเดิมยังคงเด่นชัด
ภาพตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกับใบหน้าอันร้ายกาจที่เคยเจอตรงหน้าบ้านของพ่อใจร้ายในความทรงจำ ที่แท้ก็น้องสาวต่างแม่นี่เอง
หลินชื่อเยว่ชี้หน้าอวิ๋นเสี่ยวเซียว "ก็ยัยแก่คนนี้แหละที่ดันทุรังจะมาแย่งชุดกับฉัน ถ้าแกยอมยกให้ฉันแต่แรก ฉันจะข่วนแกไหมล่ะ?"
จากนั้นเธอก็หันมาชี้หน้าหลินซีหร่าน "ส่วนแก หน้าตาอย่างกับนางจิ้งจอก ฉันข่วนเพื่อนแกแล้วจะทำไม มีปัญญาทำอะไรฉันได้เหรอ?"
เหอะ น้องสาวต่างแม่คนนี้ช่างพกความยโสมาเต็มประเป๋าจริงๆ ถ้าจำไม่ผิด เธอน่าจะยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นหรือไม่ก็มัธยมปลายไม่ใช่หรือ?
แต่งตัวแก่แดดแถมยังแต่งหน้าหนาเตอะขนาดนี้ พ่อใจร้ายคนนั้นไม่สั่งสอนลูกสาวตัวเองเลยหรือไง?
"ฉันทำอะไรเธอไม่ได้หรอก แต่ตำรวจทำได้" หลินซีหร่านเดินไปยืนเผชิญหน้า ซึ่งความสูงของเธอข่มหลินชื่อเยว่ไปมิดหัว
"เสี่ยวเซียว โทรแจ้งความเลย" หลินซีหร่านเสนอ ให้ตำรวจช่วยสอนมารยาทให้เด็กคนนี้หน่อยคงจะดี
"ใครจะแจ้งความ? ใครกล้าแจ้งความจับลูกสาวฉัน?"
น้ำเสียงทรงพลังมาพร้อมกับร่างท้วมของหญิงคนหนึ่งที่เดินโพล่งเข้ามาด้วยท่าทางเดือดดาล
หลินชื่อเยว่รีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนพลางร้องเรียก "แม่คะ" ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนถูกรังแก
หลินซีหร่านเห็นชัดถนัดตาว่านั่นคือแม่เลี้ยงของเธอ โลกนี้มันจะกลมเกินไปไหม? ในเมืองที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ยังอุตส่าห์มาเจอซวยๆ แบบนี้ได้อีก
หลี่ฮุ่ยตบไหล่ลูกสาวเบาๆ "ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่มาแล้ว ดูซิว่าใครมันอยากอายุสั้น กล้ามาขู่จะแจ้งความจับลูกสาวฉัน"
พูดจบเธอก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาอวิ๋นเสี่ยวเซียว
"แกใช่ไหมที่บอกว่าจะแจ้งความจับลูกสาวฉัน?"
อวิ๋นเสี่ยวเซียวไม่มีท่าทีหวาดกลัว "ลูกสาวคุณข่วนแขนฉันก่อน ฉันแจ้งความไม่ได้หรือไง?"
"หึ ฉันได้ยินมาว่าลูกสาวฉันอยากได้ชุดนั่น แล้วแกไม่ยอมให้ เธอถึงได้ข่วนเอา ถ้าแกยอมส่งให้แต่แรก เรื่องมันจะเกิดขึ้นไหม?" เด็กสาวที่วิ่งไปตามเธอมาบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังหมดแล้ว
ก็แค่ชุดตัวเดียว ถ้าลูกสาวเธอชอบก็ต้องได้ ใครหน้าไหนกล้ามาแย่งกับลูกสาวเธอ?
ครอบครัวเธอเป็นถึงลูกค้าระดับวีไอพีของห้างนี้เชียวนะ
หลินซีหร่านก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น "พวกคุณเป็นโจรหรือไง? ร้านเสื้อผ้านี่เป็นของคุณหรอ? พวกเราเห็นก่อน ลูกสาวคุณมาทีหลัง"
"ถ้าพูดจากันดีๆ เราอาจจะยกให้ แต่ด้วยกิริยาทรามๆ แบบนี้ เราไม่ให้ และยังไงก็จะแจ้งความด้วย"
พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรออก แต่หลี่ฮุ่ยกลับปัดมือเธอจนโทรศัพท์ร่วงลงพื้น หน้าจอแตกกระจายละเอียดเป็นชิ้นๆ
หลินซีหร่านยกยิ้มมุมปาก เยี่ยมเลย ได้ฤกษ์เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่พอดี
เธออยากจะรู้นักว่างานนี้ใครจะเป็นฝ่ายขูดรีดใครกันแน่
"ตอนนี้โทรศัพท์ฉันพังเพราะคุณ ส่วนแขนเพื่อนฉันก็ถูกลูกสาวคุณข่วน ค่าโทรศัพท์บวกค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งหมดหนึ่งแสนหยวน คุณจะจ่ายตอนนี้เลย หรือจะไปจ่ายที่สถานีตำรวจตอนเจ้าหน้าที่มาถึงดีล่ะคะ คุณแม่เลี้ยงที่รัก?"
หลี่ฮุ่ยเพ่งมองจนชัดเจนว่าคนตรงหน้าคือหลินซีหร่าน ยัยเด็กเหลือขอคนนั้นนั่นเอง เห็นหน้ายัยนี่ทีไรเธอก็พาลนึกถึงเงินสามล้านที่ต้องเสียไปทุกที
ทำไมเธอถึงจำยัยเด็กนี่ไม่ได้ตั้งแต่แรกนะ?
"ที่แท้ก็แกนี่เอง ยัยเด็กชั้นต่ำ กล้าเรียกเงินหน้าด้านๆ ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่เลยนะ ติดใจรสชาติการขูดรีดเงินบ้านฉันนักหรือไง?"
ลูกค้าคนอื่นๆ และพนักงานขายรอบข้างพอได้ยินคำว่าขูดรีดเงินก็เริ่มพากันซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์หลินซีหร่าน
ผู้จัดการร้านเห็นท่าไม่ดีเกรงว่าเรื่องจะบานปลาย จึงรีบปลีกตัวออกไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
"เปล่าเลยค่ะ นั่นมันคือเงินค่าเลี้ยงดูปู่กับย่า และค่าเลี้ยงดูฉันที่พ่อควรจะจ่ายมาตั้งนานแล้วต่างหาก"
"แต่พอหลุดออกมาจากปากคุณน้า ทำไมมันถึงกลายเป็นเรื่องขูดรีดไปได้ล่ะคะ? หรือว่าคุณน้าทำเรื่องแบบนั้นจนเป็นนิสัยอยู่บ่อยๆ?"
หลี่ฮุ่ยไม่คาดคิดว่าเด็กสาวที่เคยเซื่องซึมและขี้ขลาดคนนั้น จะกลายเป็นคนฝีปากกล้าได้ขนาดนี้
เธอประเมินยัยเด็กนี่ต่ำไปจริงๆ
"โทรศัพท์พังเครื่องเดียวกับรอยข่วนมดกัดแค่นั้น จะเอาตั้งแสนนึง? ให้สองพันก็ถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ"
หลินชื่อเยว่ก้าวแทรกขึ้นมา "ใช่ โทรศัพท์พังนิดหน่อยทำมาเป็นเรียกเงินเยอะแยะ แม่คะ โทรหาพ่อเถอะ ให้พ่อมาดูซะบ้างว่านังนี่มันอวดดีขนาดไหน พ่อจะได้ตีมันให้ตายไปเลย"
ที่แท้นี่ก็นังพี่สาวบ้านนอกหน้าโง่คนนั้นเอง
เธอเคยเห็นนังนี่มาที่บ้านครั้งหนึ่ง แต่มันก็ได้แค่ยืนเซ่ออยู่ข้างนอก พอโดนเธอตะคอกใส่เข้าหน่อยก็ไม่กล้าโผล่หัวมาอีกเลย
เมื่อวันก่อนเธอแอบได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันเรื่องที่นังพี่สาวบ้านนอกมาไถเงินไปสามล้าน
พอได้ยินเธอก็โกรธจนตัวสั่น เงินบ้านเธอทำไมต้องเอาไปให้นังบ้านนอกนั่นด้วย?
ตอนนี้ดูท่ามันคงเอาเงินบ้านเธอมาผลาญที่นี่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นหน้าตาบ้านๆ อย่างมันจะมีปัญญามาเดินห้างหรูแบบนี้ได้ยังไง?
พอมองดูตอนนี้ แต่งตัวสวยเป็นนางจิ้งจอกแบบนี้ สงสัยจะไปเป็นเมียน้อยคนรวยล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นนังเด็กบ้านนอกจะเปลี่ยนมาเป็นคนทันสมัยสวยเช้งแบบนี้ได้ยังไง?
หลินชื่อเยว่มั่นใจว่าสิ่งที่เธอคิดคือความจริง
"พี่คะ ฉันไม่ได้อยากจะว่านะ แต่งานการมีเยอะแยะทำไมไม่ทำ ทำไมต้องไปเป็นเมียน้อยชาวบ้านเขาด้วยล่ะ? มันไร้ยางอายนะ สงสัยย่าคงสั่งสอนมาไม่ดีสินะ"
คนที่ได้ยินต่างพากันมองหลินซีหร่านด้วยสายตาเหยียดหยาม
อวิ๋นเสี่ยวเซียวเริ่มนั่งไม่ติดที่ เด็กสาวตัวแค่นี้ทำไมถึงมีความคิดอคติและร้ายกาจได้ขนาดนี้
"นี่แม่หนู ฉันจะบอกให้นะ ทำไมความคิดถึงได้เลวทรามแบบนี้? นั่นพี่สาวเธอไม่ใช่หรือไง! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้มันเป็นการหมิ่นประมาทนะ รู้ตัวบ้างไหม?"