- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิ ข้าผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์รกร้างโบราณ จักเป็นจักรพรรดิสวรรค์
- บทที่ 81 ฝ่าทัณฑ์สวรรค์ ดาวจักรราศีสว่างไสวเหนือท้องนภาปรากฏอีกครั้ง!
บทที่ 81 ฝ่าทัณฑ์สวรรค์ ดาวจักรราศีสว่างไสวเหนือท้องนภาปรากฏอีกครั้ง!
บทที่ 81 ฝ่าทัณฑ์สวรรค์ ดาวจักรราศีสว่างไสวเหนือท้องนภาปรากฏอีกครั้ง!
สองวันต่อมา เย่เทียนออกจากสถาบันเป่ยชางอย่างเงียบเชียบ
เขาไม่ได้ทำให้ใครตื่นตระหนก ร่างกายประดุจลำแสงสีทองพุ่งผ่านทะเลเมฆาซ้อนชั้น
ในที่สุดก็หยุดลง ณ ใจกลางเทือกเขาดึกดำบรรพ์ที่ไร้ผู้คน ซึ่งห่างไกลจากตัวสถาบัน
ที่นี่ขุนเขาสูงชันดั่งมังกรทะยานเสียดฟ้า มีหมอกหนาปกคลุมตลอดทั้งปี และเนื่องจากตั้งอยู่ในที่ห่างไกล จึงแทบไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงปรากฏตัว ถือเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการฝ่าทัณฑ์สวรรค์
เย่เทียนร่อนลงบนยอดเขาโดดเดี่ยว
"จิ่วอวี้ เริ่มได้เลย"
เย่เทียนกล่าวเบาๆ ในใจ พร้อมกับพลิกฝ่ามือ ปรากฏลูกแก้วคริสตัลที่ผนึกหยดโลหิตแก่นแท้ของมังกรวารีเป่ยหมิงไว้ในอุ้งมือ
วูบ!
ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากร่างของเย่เทียน กลายเป็นนกกระจิบดำขนาดมหึมากลางอากาศ
ปีกของมันสยายออกปกคลุมท้องฟ้า ทั่วร่างเผาไหม้ด้วยเพลิงอเวจีสีม่วงดำ ดวงตาที่หยิ่งทะนงคู่นั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง
"วันนี้ ข้าเครอคอยมานานเกินไปแล้ว"
จิ่วอวี้เชวี่ยส่งเสียงร้องกังวาน จากนั้นก็อ้าปากสูบอย่างรุนแรง
ลูกแก้วคริสตัลแตกกระจายทันที โลหิตแก่นแท้ของมังกรวารีเป่ยหมิงที่เจิดจ้าดั่งดวงสุริยันสีทองกลายเป็นสายรุ้ง พุ่งเข้าสู่ปากของมันโดยตรง
ตูม!
เมื่อโลหิตแก่นแท้เข้าสู่ร่างกาย เพลิงสีม่วงดำรอบตัวจิ่วอวี้เชวี่ยก็ปะทุขึ้นทันที ภายในเปลวเพลิงนั้นยังมีรอยสายฟ้าสีทองแฝงอยู่จางๆ
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไป เมฆาในรัศมีร้อยลี้ถูกสั่นสะเทือนจนสลายไปในพริบตา
ในขณะเดียวกัน ท้องฟ้าที่เคยสดใสก็มืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน
เมฆสายฟ้าสีดำทมิฬนับไม่ถ้วนรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งจากทั่วทุกสารทิศ บดบังแสงแดดจนหมดสิ้น
ลึกเข้าไปในเมฆสายฟ้าอันหนาทึบ สายฟ้าสีดำที่ราวกับมังกรยักษ์กำลังเลื้อยผ่านไปมา แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่กดดันสรรพสิ่งออกมา
ทัณฑ์สายฟ้าเทพทมิฬ!
นี่คือฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดบนเส้นทางวิวัฒนาการของสัตว์อสูร สัตว์อสูรที่เปี่ยมพรสวรรค์นับไม่ถ้วนต่างมอดไหม้ภายใต้สายฟ้าสีดำสนิทนี้
"โฮก!"
จิ่วอวี้เชวี่ยแหงนหน้าคำราม มันไม่เพียงไม่หวาดกลัว แต่กลับพุ่งเข้าหาเมฆสายฟ้านั้นอย่างทระนง
เย่เทียนยืนเอามือไพร่หลังอยู่ที่ริมผาบนยอดเขาโดดเดี่ยว ลมพัดผมสีดำของเขาจนยุ่งเหยิง แต่ไม่อาจสั่นคลอนร่างกายที่มั่นคงดั่งศิลาของเขาได้
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย พลังวิญญาณสีทองในร่างกายเริ่มหมุนวนอย่างเงียบเชียบ
โลหิตแห่งกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลสูบฉีดในเส้นชีพจร พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ
เมฆสายฟ้าสีดำก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ภายในมีแสงสีดำวาบผ่าน
พลังแห่งสายฟ้านั้น บ้าคลั่งจนยากจะพรรณนา แม้แต่แม่น้ำสายฟ้าในชั้นที่แปดของแดนสายฟ้า เมื่อเทียบกับสิ่งนี้แล้วก็ยังถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
นั่นคือพลังแห่งการทำลายล้างที่มาจากสวรรค์และโลกอย่างแท้จริง
และภายใต้เมฆทัณฑ์สายฟ้าเทพทมิฬอันน่าหวาดกลัวนั้น คือจิ่วอวี้เชวี่ยที่สยายปีกบดบังภูเขา
บนร่างกายอันมหึมาของมันมีเพลิงดำลุกโชน ภายใต้การแผดเผาของเพลิงดำนั้น อุณหภูมิระหว่างฟ้าดินก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ทุกครั้งที่จิ่วอวี้เชวี่ยขยับปีก จะนำพาวายุร้อนระอุพัดผ่านไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี
"เล่ย!"
เสียงร้องกังวานของจิ่วอวี้เชวี่ยดังก้อง
ดวงตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงดำของมัน จ้องมองไปยังเมฆทัณฑ์สายฟ้าเทพทมิฬที่กำลังก่อตัวอย่างไม่ยอมก้มหัว
มันเคยถูกสิ่งนี้พ่ายแพ้มาแล้วถึงสองครั้ง
หากไม่ใช่เพราะมันมีสายเลือดของนกฟีนิกซ์อมตะ เกรงว่าคงจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านภายใต้ทัณฑ์สายฟ้านี้ไปนานแล้ว
"ครืน!"
สายฟ้าเทพทมิฬประดุจกระบี่สีดำสนิท ฉีกกระชากมิติในพริบตา และฟาดลงบนร่างกายอันมหึมาของจิ่วอวี้เชวี่ยอย่างรุนแรง
ขนนกสีม่วงดำปลิวว่อนท่ามกลางแสงสายฟ้า จิ่วอวี้เชวี่ยส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่เจตจำนงแห่งการต่อสู้ในดวงตาของมันกลับยิ่งร้อนแรงขึ้น
โลหิตแก่นแท้ของมังกรวารีเป่ยหมิงเผาไหม้อย่างบ้าคลั่งในร่างกายของมัน มอบพลังชีวิตและพละกำลังให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อซ่อมแซมร่างกายที่ถูกสายฟ้าทำลายอย่างฝืนธรรมชาติ
"สายที่สอง... สายที่สาม..."
เย่เทียนนับอยู่ในใจ
สายฟ้าเทพทมิฬทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เทือกเขาทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างหนักภายใต้เทวานุภาพนี้
ในไม่ช้า กลิ่นอายของจิ่วอวี้เชวี่ยก็อ่อนแรงลงถึงขีดสุด ทั่วร่างไหม้เกรียม จนเห็นกระดูกสีขาวรำไร
แต่บนท้องฟ้า เมฆสายฟ้าไม่เพียงไม่สลายไป กลับยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สายฟ้าเทพกำลังจะตกลงสู่ร่างของจิ่วอวี้เชวี่ยอีกครั้ง
ภายในร่างกายของมันพลันมีแสงสีจางๆ พุ่งออกมา
แสงนั้นลอยอยู่เหนือร่างจิ่วอวี้เชวี่ย ขยายตัวออกจนกลายเป็นขนนกขนาดมหึมา
สายฟ้าฟาดลงบนขนนกสีเขียวเข้มนั้นอย่างรุนแรง ทำให้แสงที่ไหลเวียนอยู่บนขนนกสลายไปมาก
แต่ในที่สุดมันก็สามารถรับพลังไว้ได้โดยไม่ถูกทำลาย
"ฝีมือของมังกรวารีเป่ยหมิง"
เย่เทียนจำที่มาของสิ่งนี้ได้ทันที
ขนนกสีเขียวเข้มนั้นหลังจากต้านทานสายฟ้าเทพทมิฬไปหลายสาย ในที่สุดก็ส่งเสียงคร่ำครวญ แสงสว่างเหือดหายไป และกลายเป็นจุดแสงกระจายหายไปในอากาศ
ในเวลานี้ ร่างกายอันมหึมาของจิ่วอวี้เชวี่ยเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน เพลิงอเวจีสีม่วงดำมอดดับไปกว่าครึ่ง หัวที่เคยหยิ่งทะนงของมันตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่วงหล่นลงจากความสูงหมื่น (จ้าง) กระแทกเข้ากับยอดเขาอีกลูกอย่างแรงจนฝุ่นตลบทั่วฟ้า
"เล่ย..."
จิ่วอวี้เชวี่ยส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแผ่วเบา มันสัมผัสได้ว่า สายฟ้าสายสุดท้ายบนท้องฟ้า แม้จะดูอ่อนกำลังลง
แต่มันก็เพียงพอที่จะปลิดชีพมันที่อยู่ในสภาพร่อแร่ได้โดยสิ้นเชิง
สายฟ้าสีดำที่เหลืออยู่ทั้งหมดเริ่มรวมตัวเข้าสู่ศูนย์กลาง ในที่สุดก็กลายเป็นเสาสายฟ้าสีดำขนาดมหึมาเกือบร้อย(จ้าง) ที่ดูราวกับมีตัวตนจริง
เงียบสงัด แต่แฝงไว้ด้วยเจตจำนงที่จะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
"สุดท้าย... ก็ยังล้มเหลวสินะ?" ความไม่ยินยอมฉายชัดในดวงตาของจิ่วอวี้เชวี่ย
ในจังหวะที่เสาสายฟ้าแห่งการทำลายล้างกำลังจะฟาดลงมา เสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันสูงสุดก็ดังก้องไปทั่วฟ้าดิน:
"มีข้าอยู่ ท้องฟ้านี้ก็ทำลายเจ้าไม่ได้"
ฟึบ!
ร่างของเย่เทียนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปรากฏตัวเหนือร่างกายที่แตกสลายของจิ่วอวี้เชวี่ยในทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเสาสายฟ้าดำร้อย(จ้าง) ที่เทียบเท่ากับการโจมตีของผู้แข็งแกร่งระดับผ่านสวรรค์ (ทงเทียน)
เขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับอ้าแขนออก ผมสีดำยาวสยายปลิวไสว ดวงตาทั้งสองข้างพ่นแสงสีทองเจิดจ้าดั่งดวงสุริยันออกมา
"ดาวจักรราศีสว่างไสวเหนือท้องนภา!" ( สิงเฉินเย้าชิงเทียน)
สิ้นเสียงคำรามต่ำของเย่เทียน ต้นกำเนิดกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลในร่างกายของเขาก็เดือดพล่านถึงขีดสุด
กลางวันที่เคยถูกเมฆดำปกคลุมจนมืดมิด กลับกลายเป็นรัตติกาลอันลึกล้ำอย่างน่าประหลาด
จากนั้น ดวงดาวที่เจิดจ้านับหมื่นดวงก็ค่อยๆ พุ่งทะยานขึ้นจากด้านหลังของเย่เทียน ดาวแต่ละดวงมีขนาดใหญ่ยักษ์ แผ่กลิ่นอายโบราณและรกร้างออกมา
นี่คือหนึ่งในนิมิตศักดิ์สิทธิ์เฉพาะตัวของกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
ดวงดาวนับหมื่นรวมตัวกันเป็นทะเลดาราอันกว้างใหญ่ ครอบคลุมเทือกเขาทั้งหมดไว้
ใจกลางทะเลดารานั้น มีดาวดวงใหญ่สีเขียวมรกตพุ่งขึ้นมา สะท้อนแสงกับรัศมีสีทองรอบกายของเย่เทียน
"ครืนนน!"
เสาสายฟ้าเทพทมิฬขนาดร้อย (จ้าง) ตกลงมาในที่สุด นำพากลิ่นอายความตายที่ทำลายสรรพสิ่ง กระแทกเข้ากับนิมิตดาราอย่างรุนแรง
ชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งฟ้าดินไร้ซึ่งสรรพเสียง
แสงสายฟ้าสีดำและแสงดาราสีทองพัวพันและหักล้างกันอย่างบ้าคลั่ง
ทุกครั้งที่ดวงดาวสัมผัสกับสายฟ้าเทพทมิฬจะเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แม้ดวงดาวจะแตกสลายไปต่อเนื่อง แต่ทะเลดาราอันกว้างใหญ่กลับหนุนเนื่องไม่ขาดสาย ต้านทานเสาสายฟ้าแห่งการทำลายล้างนั้นไว้กลางอากาศได้อย่างแข็งแกร่ง
เย่เทียนยืนอยู่ใจกลางนิมิต แบกรับแรงกดดันที่ยากจะจินตนาการได้...