- หน้าแรก
- ระบบบันเทิงพลังบวก: ผมแค่จะเป็นคนดีทำไมต้องกลัวผมด้วย
- บทที่ 9 - คำเชิญจากพี่สาว
บทที่ 9 - คำเชิญจากพี่สาว
บทที่ 9 - คำเชิญจากพี่สาว
บทที่ 9 - คำเชิญจากพี่สาว
ในตอนแรก บรรดาผู้จัดการที่นั่งอยู่ในห้องนี้ไม่มีใครเห็นลู่หรานอยู่ในสายตา
บอกว่าตัวเองหล่อ? คุณคือหนุ่มหล่อที่หาตัวจับยากงั้นหรือ
อย่าลืมสิว่าประเทศจีนมีประชากรตั้งพันสี่ร้อยล้านคน
แม้แต่ในวงการบันเทิง เด็กใหม่หน้าตาดีแบบลู่หรานก็มีให้เกลื่อนกลาด ทุกปีมีคนแบบนี้นับไม่ถ้วนที่พยายามจะเบียดเสียดเข้ามาในวงการ
แต่ไม่มีข้อยกเว้น มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะฝ่าวงล้อมออกมาได้
ทว่าทันทีที่ลู่หรานเปล่งเสียงร้อง ทุกคนก็ต้องตกตะลึง
ต่อให้ไม่มีความรู้ดนตรีลึกซึ้ง เพียงแค่ฟังในฐานะคนธรรมดา ก็สามารถสรุปคำนิยามง่ายๆ ได้คำเดียว
เพลง 'Sailor' เพราะโคตร!
สำหรับวงการเพลงจีนในปัจจุบัน คำว่าเพราะคำเดียวนั้นหาได้ยากยิ่ง
ห้องที่เคยจอแจไปด้วยเสียงพูดคุยกลับเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงร้องของลู่หรานที่ดังมาจากทีวี
'เมื่อเติบใหญ่ เพื่อความฝันจึงต้องดิ้นรน~'
'ค่อยๆ หลงลืมข่าวคราวของพ่อแม่และบ้านเกิด~'
'ตัวฉันในวันนี้ ใช้ชีวิตเหมือนเล่นละครฉากใหญ่~'
'ปากพูดคำไม่จริงใจ สวมหน้ากากจอมปลอมเข้าหากัน~'
สิ้นเสียงเนื้อเพลงท่อนนี้ ผู้จัดการชายคนหนึ่งถอนหายใจยาว ล้วงซองบุหรี่ออกมาถามคนข้างๆ "สักมวนไหม"
"เอามา!"
คนที่ไม่มีบุหรี่ก็ขอจุด คนที่มีอยู่แล้วก็จุดสูบเอง
ชีวิตพวกเขาก็เป็นเหมือนในเพลงนั่นแหละ
ไม่ใช่แค่ผู้จัดการดารา แต่คนจำนวนมากบนโลกใบนี้ ล้วนมีชีวิตเหมือนในเนื้อเพลงมิใช่หรือ
พูดให้สวยหรูคือผู้จัดการ แต่เนื้อแท้ก็คือมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
หลี่เฉวียนจ้องมองทีวีตาค้าง เขาค่อยๆ สูบบุหรี่เข้าปอด ได้กลิ่นไหม้ฉุนกึก พอก้มลงมองก็เห็นว่าไฟไหม้ก้นกรองไปแล้ว
เขาขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ย แล้วจุดมวนใหม่ขึ้นมา
สีหน้าของหลี่เฉวียนซับซ้อนยิ่งนัก มีทั้งดีใจ ตื่นเต้น ซาบซึ้ง และปวดใจ
ลู่หรานเพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ดเองนะ กลับแต่งเนื้อเพลงได้ลึกซึ้งขนาดนี้
เด็กคนนี้ต้องผ่านความทุกข์ระทมมามากขนาดไหนกัน
"ยังดี ยังมีโอกาส"
หลี่เฉวียนจ้องเขม็งไปที่ทีวี ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของเมนเทอร์แล้ว
ขอแค่ลู่หรานผ่านเข้ารอบ ต่อให้บริษัทต้องทุบหม้อขายข้าวก็ต้องหาทางดันลู่หรานให้ได้
บนที่นั่งเมนเทอร์
ใบหน้าของโจวฮ่าวเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจ
เขาเติบโตมาจากสายแร็ป แต่ภายหลังก็เริ่มจับแนวป๊อป ร็อก และโฟล์ก
ลำพังแค่ร้องแร็ปอย่างเดียวคงพาเขามาไม่ถึงจุดนี้
เพลง 'Sailor' กระแทกใจเขาเข้าอย่างจัง
นี่หรือเพลงที่เด็กใหม่แต่ง?
นี่หรือเสียงร้องของเด็กใหม่?
โจวฮ่าวไม่เชื่อเด็ดขาดว่าลู่หรานเป็นเด็กใหม่ไร้แบ็ก
เขาชำเลืองมองเจียงย่าวเฟิงที่นั่งข้างๆ กะจะหันไปเมาท์ด้วย แต่เห็นเจียงย่าวเฟิงยังคงปั้นหน้าขรึมฟังเพลงเงียบๆ
โจวฮ่าวเลยต้องระงับปากไว้
ส่วนหลินซิงฉู่ ตอนนี้ในหัวเธอมีความคิดเดียว
ต้องเอาลู่หรานเข้าทีมให้ได้!
เด็กใหม่คนนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือพรสวรรค์ ล้วนเป็นลูกศิษย์ในอุดมคติของเธอ
"เพลงนี้สมบูรณ์แบบมาก พรสวรรค์ในการแต่งเพลงระดับนี้ บวกกับการขัดเกลาของฉัน รับรองว่าเขาต้องสะเทือนวงการเพลงแน่นอน"
แต่พอหลินซิงฉู่นึกถึงเจียงย่าวเฟิงที่นั่งข้างๆ เธอก็รู้สึกว่าโอกาสชนะริบหรี่
ผู้เข้าแข่งขันไม่ใช่คนโง่ ในยุคแห่งทราฟฟิกแบบนี้ การเกาะเจียงย่าวเฟิงย่อมได้กระแสมากที่สุด นี่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้
"สไตล์นี้เจียงย่าวเฟิงก็น่าจะชอบ ฉันคงหวังยาก" หลินซิงฉู่รำพึงในใจ
ในขณะเดียวกัน ห้องพักผู้เข้าแข่งขันก็เดือดพล่านไปแล้ว
"อะไรวะเนี่ย? นี่เพลงเด็กใหม่แต่งเหรอ? จะเพราะเกินไปแล้วมั้ง"
"เขาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยเมืองฉิน แน่ใจนะว่าไม่ได้เรียนเอกดนตรีมา"
"เชี่ย กูตายแน่ รายการเล่นเอาสัตว์ประหลาดแบบนี้มาเปิดเวทีคนแรกเลยเรอะ!"
ผู้เข้าแข่งขันบางคนเริ่มโอดครวญ
วงการบันเทิงเต็มไปด้วยพวกชอบแสดงละคร บางคนแค่แอ็กติ้งหน้ากล้อง
พวกเขารู้ดีว่าทำท่าแบบไหนรายการถึงจะตัดไปออกอากาศ
แต่ความรู้สึกที่ลู่หรานส่งมาถึงพวกเขานั้นคือของจริง
การประเมินฝีมือลู่หรานก่อนหน้านี้ผิดพลาดมหันต์!
หมอนี่มันตัวตึง!
เฟ่ยหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น แต่ไม่นานก็คลายออก
การที่มีม้ามืดโผล่มาในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่บริษัทต้นสังกัดเขาต้องไปจัดการ ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาคิด
เขาแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ
ในวงการบันเทิงยุคนี้มีกฎอยู่ข้อเดียว
ความเก่งไม่สำคัญ เพราะความเก่งไม่ได้การันตีมูลค่าทางการตลาด
เวลานั้น ลู่หรานร้องมาถึงท่อนฮุกสุดท้าย
ดวงตาของทีมงานหญิงบางคนเริ่มรื้นไปด้วยน้ำตา
แม้จะเป็นการฟังครั้งแรก แต่พวกเธอก็อินไปกับบทเพลงเสียแล้ว
พวกเธอนึกถึงอุปสรรคในชีวิต นึกถึงความยากลำบากที่เคยพานพบ
สุดท้าย เสียงร้องของลู่หรานก็แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท
'เขากล่าวว่าในพายุฝนความเจ็บปวดเพียงเท่านี้จะนับเป็นตัวอะไร เช็ดน้ำตาเสียอย่าได้หวาดกลัว อย่างน้อยพวกเราก็ยังมีความฝัน~'
ท่อนฮุกถูกขับขานซ้ำๆ จนกระทั่งเสียงของลู่หรานค่อยๆ เบาลง และจางหายไปในที่สุด
หลังเวที โจวรุ่ยหยางงุนงง
"ทำไมรู้สึกว่าเขาร้องดีกว่าเดิมอีก? พัฒนาเร็วไปไหมเนี่ย? หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะ?"
โจวรุ่ยหยางเคยเห็นนักร้องที่ฝีมือพัฒนาขึ้น เช่นเพลงเดิม นักร้องคนเดิม มาร้องทีหลังแล้วเพราะกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะทักษะการร้องดีขึ้น
แน่นอนว่าพวกที่ยิ่งร้องยิ่งแย่ก็มี นั่นคือพวกที่ทิ้งการฝึกซ้อม
แต่อย่างน้อยมันต้องใช้เวลาหลายปี
ของลู่หรานห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ
เสียงสวีจือดังขึ้นในหูฟัง
"คุณไม่ได้หลอกฉันจริงๆ ด้วย"
โจวรุ่ยหยางยืดอกภูมิใจ "ระดับผู้อำนวยการเพลงอย่างผมจะหลอกคุณได้ไง"
สวีจือไม่ต่อความยาวสาวความยืด เธอส่งสัญญาณให้เมนเทอร์ทั้งสาม
ถึงเวลาคอมเมนต์และตัดสินว่าจะให้ลู่หรานผ่านหรือไม่
ทันทีที่สวีจือสั่งการ โจวฮ่าวก็ชิงพูดขึ้นก่อน "ลู่หราน เพลงดีมาก ผมขอเชิญคุณเข้าทีมของผม!"
หลินซิงฉู่หันขวับมองโจวฮ่าวด้วยความตกใจ
ตาแก่นี่ เล่นแย่งคนกันดื้อๆ เลยเหรอ
โจวฮ่าวหัวเราะแก้เก้อ "ถึงผมจะไม่หล่อเท่าเจียงย่าวเฟิง ไม่สวยเท่าหลินซิงฉู่ แต่ผมทำกับข้าวเป็นนะ ขอแค่เข้าทีมผม ผมจะทำกับข้าวให้กินทุกวัน"
ลู่หรานถึงกับอึ้ง
พี่ไม่มีจุดขายอื่นแล้วเหรอครับ ถึงขั้นต้องเอาเรื่องทำกับข้าวมาล่อซื้อ
แล้วก็ไม่บอกด้วยนะว่าเป็นข้าวอะไร ถ้าเป็นต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใครมันจะทำไม่เป็นบ้าง
หลินซิงฉู่รีบแทรกขึ้น "ลู่หราน เพลงของคุณพลังบวกมาก และยอดเยี่ยมมาก ฉันขอเชิญคุณเข้าทีมของฉัน คุณคงรู้ฝีมือฉันดี ฉันเชื่อว่าถ้าเราสองคนร่วมมือกัน ต้องสร้างสรรค์ผลงานชั้นยอดออกมาได้แน่!"
หลินซิงฉู่รู้จุดแข็งของตัวเองดี เธอเป็นนักร้องสายแต่งเพลงเองเหมือนกัน เคมีตรงกับลู่หราน
ตอนพูดเธอยังส่งยิ้มอ่อนโยน เหมือนพี่สาวข้างบ้านที่แสนดี
ลู่หรานเพิ่งจะมีเวลาได้พิจารณาหน้าตาของหลินซิงฉู่ชัดๆ
ต้องยอมรับว่าสวยจริงๆ
แม้จะมีรองเท้าบูตยาวปิดบัง แต่ก็พอมองออกว่าหลินซิงฉู่มีเรียวขายาว ขาขาวๆ ยาวๆ
เสื้อยืดสีขาวตัวในถึงจะดูหลวมๆ แต่ช่วงหน้าอกกลับนูนเด่นเป็นสง่า
เมื่อก่อนลู่หรานเคยคิดว่าใครเขาจะไปชอบสาวแก่กว่า ยังไงก็ต้องสาวสิบแปดสิ
พอมาเจอของจริงถึงได้รู้ สาวสิบแปดต้องให้เราดูแล แต่พี่สาวดูแลเราได้
ลู่หรานอยากจะสวนกลับไปว่า ฝีมือคุณผมไม่รู้นะครับ ต้องหาเวลามาประลองฝีมือกันหน่อย
พอนึกได้แบบนี้ ลู่หรานก็รีบท่องในใจ "พลังบวก พลังบวก"
พูดจบหลินซิงฉู่ก็หันไปมองเจียงย่าวเฟิง
เจียงย่าวเฟิงยังคงรักษามาดขรึม
"มุมมองของผมต่างจากหลินซิงฉู่และโจวฮ่าว"
สิ้นคำพูด ทุกสายตาก็พุ่งเป้าไปที่เจียงย่าวเฟิง
[จบแล้ว]