เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - แบบนี้เรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?

บทที่ 8 - แบบนี้เรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?

บทที่ 8 - แบบนี้เรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?


บทที่ 8 - แบบนี้เรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?

ในห้องพักผู้เข้าแข่งขัน

ทันทีที่ชื่อลู่หรานปรากฏ ผู้เข้าแข่งขันหลายคนก็เริ่มสอดส่ายสายตามองหาเจ้าตัวท่ามกลางฝูงชน

คนที่ถูกรายการจับวางเป็นคนแรก ไม่เทพสุดๆ ก็ต้องเป็นแค่ตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง

ชื่อนี้ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

ลู่หรานเองก็แปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะถูกจัดให้ขึ้นแสดงเป็นคนแรก ไม่ได้เตรียมใจมาเลย

ทีมงานตะโกนถาม "ใครคือลู่หราน"

ลู่หรานค่อยๆ ลุกขึ้น

คนแรกก็คนแรก จะขึ้นตอนไหนก็ค่าเท่ากัน

รีบเล่นรีบจบ จะได้รีบกลับบ้านไปนอน รักษาคุณภาพการนอนให้เพียงพอ

เสื้อผ้าที่เขาใส่คือชุดที่หลี่เฉวียนพาไปซื้อที่ห้างวันนี้ ใช้เงินหลี่เฉวียนจ่าย

เสื้อผ้าไม่ได้วิเศษวิโสอะไร กางเกงดำ แจ็กเก็ตดำ เสื้อยืดขาวข้างใน ให้ลุคเท่ๆ คูลๆ

พอลู่หรานเดินออกจากห้องพัก ผู้เข้าแข่งขันก็เริ่มซุบซิบกันทันที

"นั่นลู่หรานเหรอ หน้าตาแบบนี้เดบิวต์ได้เลยนะเนี่ย"

"ดูเหมือนจะไม่มีแบ็กนะ มหาวิทยาลัยเมืองฉินไม่ใช่โรงเรียนศิลปะการแสดงนี่นา"

ท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันมากมาย มีชายหนุ่มสวมชุดแสดงเต็มยศ สวมรองเท้าบูตมาร์ติน ยืนทำหน้าเย็นชา ไม่ร่วมวงสนทนากับใคร

ชายหนุ่มหน้าขาวข้างกายเขาเอ่ยขึ้น "เฟ่ยหลิงอวิ๋น ทำไมรายการไม่ให้นายขึ้นคนแรกวะ"

เฟ่ยหลิงอวิ๋นตอบเสียงเรียบ "คนแรกไม่มีตัวเปรียบเทียบ ไม่มีตัวเทียบก็ไม่เห็นความเก่งของฉันสิ"

เฟ่ยหลิงอวิ๋นกับชายหนุ่มข้างกาย เฉินอี้หนาน มาจากค่ายเดียวกัน ซิงย่าวมีเดีย

ซิงย่าวมีเดียคือยักษ์ใหญ่ในวงการ โครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อน และมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับแพลตฟอร์มจวี๋จื่อวิดีโอที่ฉายรายการนี้

รายการประกวดต้องมีลูกรัก และพวกเฟ่ยหลิงอวิ๋นคือลูกรักตัวจริงเสียงจริง

เฉินอี้หนานมองตามหลังลู่หรานแล้วพูดเบาๆ "ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ที่เสริมส้นนะ สูงจริงว่ะ"

"ตัวสูงไม่ได้แปลว่าจะยืนได้สูง" เฟ่ยหลิงอวิ๋นพูดลอยๆ

แต่เขาก็แอบก้มมองรองเท้าบูตมาร์ตินของตัวเอง ข้างในนั้นยัดแผ่นเสริมส้นไว้หนาเตอะ

อีกมุมหนึ่ง กลุ่มผู้เข้าแข่งขันหญิงกำลังจับกลุ่มคุยกัน

หวังเจียเย่ว์นั่งรวมอยู่ด้วย สาวๆ คนอื่นกำลังวิจารณ์ความหล่อและหุ่นของลู่หรานอย่างออกรส แต่เธอกลับเงียบกริบ

ในหัวเธอมีแต่ภาพวีรกรรมของลู่หรานในวันนี้

ผู้ชายคนนี้มีปัญหาแน่ๆ!

เพื่อนหญิงพลังหญิงอย่าโดนหน้าหล่อๆ นั่นหลอกเอานะ!

หวังเจียเย่ว์ส่งกำลังใจในใจ "ลู่หราน สู้ๆ!"

บนที่นั่งเมนเทอร์ ทั้งสามคนมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

"ประวัติผู้เข้าแข่งขันคนนี้โล่งโจ้งเลย เขียนมาแค่ว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเมืองฉิน" เจียงย่าวเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ

โจวฮ่าวหัวเราะร่า "เฮ้ย มหาวิทยาลัยเมืองฉินดังจะตาย ถ้าลูกฉันสอบติดที่นี่ได้ ให้ฉันลาวงการฉันก็ยอม"

"ไม่ขนาดนั้นมั้ง?" เจียงย่าวเฟิงทำหน้าเหวอ

จบมหาลัยนั้นมาเงินเดือนเท่าไหร่กันเชียว จะสู้รายได้วันเดียวของเขาได้เหรอ

หลินซิงฉู่สีหน้าเรียบเฉย การที่ทุกคนมองหน้ากันก็เพื่อเช็กว่ามีใครรู้จักเด็กคนนี้ไหม

คำตอบคือไม่มีใครรู้จัก

ไม่รู้จักแปลว่าไม่มีแบ็ก งั้นก็ต้องวัดกันที่หน้างานแล้วล่ะ

หลินซิงฉู่มองไปที่เวทีด้วยความคาดหวัง "รดูโชว์ดีกว่า"

เวลานั้น ลู่หรานมายืนรออยู่ที่ทางขึ้นเวทีแล้ว

มาถึงวินาทีนี้ ในใจเขาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย

แต่พอเขานึกถึงวีรชนผู้กล้าตั้งแต่ปี 1840 ที่ต้องเผชิญหน้ากับภยันตรายและความยากลำบาก ความตื่นเต้นก็ค่อยๆ จางหายไป

เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ เทียบไม่ได้เลย

ทันใดนั้น ทีมงานคนหนึ่งยื่นไมค์มาถาม "ลู่หราน มั่นใจกับการแสดงที่จะเกิดขึ้นไหม"

ช็อตนี้มีกล้องถ่ายเก็บฟุตเทจอยู่ข้างๆ ด้วย

ลู่หรานกระแอมเบาๆ ปั้นหน้าจริงจังเคร่งขรึม "ในฐานะผู้เข้าแข่งขันคนแรก ผมยึดมั่นในความเคารพต่อเวที ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อนำเสนอสถานะที่ดีที่สุด ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ผมจะเผชิญหน้าด้วยทัศนคติเชิงบวก ทะนุถนอมโอกาสในการแสดงครั้งนี้ และไม่ทำให้ผู้ชมรวมถึงเมนเทอร์ต้องผิดหวังครับ"

[ได้รับ 5 แต้ม]

น้องทีมงานที่ถามคำถามถึงกับมีเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัว

เฮ้ยพี่ คำตอบพี่มันจะทางการไปไหนเนี่ย?

ต่างจากที่หนูคิดไว้ลิบลับ

คำถามก่อนขึ้นเวทีแบบนี้ ปกติก็แค่ถามขำๆ ตอบขำๆ

แต่ลู่หรานเล่นตอบซะเหมือนข้าราชการกล่าวรายงาน

น้องทีมงานสมองช็อตไปชั่วขณะ

ทีมงานอีกคนสะกิด "ขึ้นเวทีได้แล้ว"

ลู่หรานกำไมค์แน่น เดินตามทางเดินขึ้นสู่เวที

เกิดมาสองชาติ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยืนบนเวทีใหญ่ขนาดนี้

แม้ข้างล่างจะไม่มีคนดู มีแค่เมนเทอร์ ผู้เข้าแข่งขัน และทีมงาน

แต่เวทีแห่งนี้ก็ทำให้เลือดในกายเขาสูบฉีดพลุ่งพล่าน

เขาเดินไปหยุดที่จุดกึ่งกลางเวที

โจวฮ่าวยิ้มกว้าง "หล่อใช้ได้เลยนะเนี่ย"

เจียงย่าวเฟิงไม่ตอบรับ

เขามั่นใจมาตลอดว่าตัวเองก็หล่อ เคยติดโพลสิบอันดับหนุ่มหล่อแห่งวงการบันเทิงจีนมาแล้ว

หลินซิงฉู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเด็กหนุ่มผู้สดใสจากตัวลู่หราน

ความรู้สึกที่ยังไม่แปดเปื้อนจากวงการมายา

เธอเอ่ยถามก่อน "ลู่หราน พร้อมไหมคะ"

"พร้อมครับ"

หลินซิงฉู่ถามต่อ "เพลงที่จะร้องต่อไปนี้ชื่อเพลงอะไรคะ"

"Sailor ครับ"

หลินซิงฉู่นึกทบทวน ไม่ยักรู้ว่าวงการเพลงมีเพลงชื่อ 'Sailor' ด้วย

ตอนนั้นเอง เสียงของสวีจือก็ดังขึ้นในหูฟังของเมนเทอร์ทั้งสาม

"เพลงนี้เป็นเพลงออริจินัล"

วินาทีนั้น เมนเทอร์ทั้งสามต่างประหลาดใจ

เปิดรายการมาคนแรกก็จัดเพลงแต่งเองเลยเหรอ

พอรู้ว่าเป็นเพลงแต่งเอง หลินซิงฉู่ก็สนใจขึ้นมาทันที เธอชอบนักร้องที่แต่งเพลงเองได้ ตัวเธอเองก็มีเพลงฮิตที่แต่งเองอยู่หลายเพลง

หลินซิงฉู่ถามย้ำ "เพลงนี้คุณแต่งเองเหรอคะ"

ลู่หรานตอบ "ใช่ครับ"

เธอจงใจถามออกไป เพื่อให้รายการเก็บภาพปฏิกิริยาของทุกคน

ในห้องพัก ผู้เข้าแข่งขันหลายคนทำหน้าตาตื่นตะลึง

บางคนถึงกับร้องโวยวายเหมือนลิงเพื่อเรียกซีน

เพลงออริจินัลบนเวทีนี้ ถือเป็นของหายากระดับแรร์ไอเทม

เฉินอี้หนานเหลือบมองเฟ่ยหลิงอวิ๋น "เขาก็แต่งเพลงเองเหมือนกัน"

ทั้งคู่อยู่ค่ายเดียวกัน เฉินอี้หนานรู้ดีว่าโชว์เปิดตัวของเฟ่ยหลิงอวิ๋นก็เป็นเพลงแต่งเอง

เฟ่ยหลิงอวิ๋นพูดเสียงเรียบ "รอดูเถอะ"

แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่ความดูถูกในน้ำเสียงนั้นปิดไม่มิด

บนที่นั่งเมนเทอร์

หลินซิงฉู่ยิ้มหวาน "โอเคค่ะ เชิญเริ่มการแสดงได้เลย"

แสงไฟบนเวทีเปลี่ยนวูบ

หลังเวที โจวรุ่ยหยางเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่แล้ว

'Sailor' ในที่สุดก็มาแล้ว!

พวกแกจงล้างหูรอฟังซะ!

อีกด้านหนึ่ง ผู้กำกับสวีจือสวมหูฟัง จ้องมองจอมอนิเตอร์เขม็ง

เธออยากรู้นักว่าผู้เข้าแข่งขันที่โจวรุ่ยหยางการันตีนักหนาจะร้องเพลงอะไรออกมา

ในห้องพักอีกห้องหนึ่งหลังเวที หลี่เฉวียนจ้องหน้าจอทีวีตาไม่กะพริบ

"ไอ้หนู บุคลิกบนเวทีใช้ได้เลยนี่หว่า"

เขายังคงหวังลึกๆ ให้ลู่หรานเข้ารอบ

ห้องนี้มีแต่ผู้ช่วยและผู้จัดการของผู้เข้าแข่งขัน ไม่มีกล้องถ่าย พวกเขาเลยทำตัวตามสบายได้

เขาควักซองบุหรี่ แจกจ่ายให้คนรอบข้างก่อน แล้วค่อยจุดสูบเองมวนหนึ่ง

เขาพูดอย่างภูมิใจ "ลู่หรานเด็กผมเอง"

แต่พูดจบก็ไม่มีใครสนใจ อย่างมากก็แค่พยักหน้าให้ตามมารยาท

พอนั่งลง เฉินเข่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ที่แท้ท่านผู้นำตัวปลอมคนนั้นเป็นเด็กปั้นของคุณนี่เอง

งั้นชาตินี้คุณคงสบายแล้วล่ะ

ทันใดนั้น หน้าจอใหญ่ก็ขึ้นข้อมูลเพลง

คำร้อง ทำนอง เรียบเรียง ต่อท้ายด้วยชื่อเดียวกันหมด... ลู่หราน

ดนตรีอินโทรดังขึ้นในจังหวะนั้น

หลินซิงฉู่และโจวฮ่าวตาเป็นประกาย

แค่อินโทรก็น่าสนใจแล้ว

นี่ไม่ใช่เพลงแต่งเองดาดๆ ทั่วไปแล้ว

พออินโทรจบ ลู่หรานยกไมค์ขึ้นร้อง

'ความรู้สึกที่เม็ดทรายขมปร่าพัดบาดผิวหน้า~'

แค่ประโยคแรกหลุดออกมา หลินซิงฉู่ถึงกับตะลึง

น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกขนาดนี้ ออกมาจากปากของเด็กใหม่เหรอเนี่ย?

แต่นี่ยังไม่จบ

ลู่หรานมีพรสวรรค์แรงดึงดูดและการเข้าถึงอารมณ์ บวกกับการฝึกฝนเพลง 'Sailor' แบบเข้มข้น

การถ่ายทอดอารมณ์ในเพลงนี้ของเขาอยู่ในระดับท็อปคลาส

ในที่สุด ท่อนฮุกก็ระเบิดออกมา

'เขากล่าวว่าในพายุฝนความเจ็บปวดเพียงเท่านี้จะนับเป็นตัวอะไร เช็ดน้ำตาเสียอย่าได้หวาดกลัว อย่างน้อยพวกเราก็ยังมีความฝัน~'

'เขากล่าวว่าในพายุฝนความเจ็บปวดเพียงเท่านี้จะนับเป็นตัวอะไร เช็ดน้ำตาเสีย อย่าได้ถามว่าทำไม~'

ห้องพักผู้เข้าแข่งขัน จากที่จอแจเสียงดัง กลับกลายเป็นเงียบกริบ

ในห้องผู้จัดการ หลี่เฉวียนคีบบุหรี่ค้างไว้ เหม่อมองทีวีตาค้าง

บุหรี่ในมือไหม้จนเกือบหมดมวน ขี้เถ้ายาวเฟื้อยแทบจะร่วงใส่มือ

ปฏิกิริยาของคนอื่นก็ไม่ต่างกัน ทุกคนจ้องจอทีวีเขม็ง

แบบนี้คุณเรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - แบบนี้เรียกว่าเด็กใหม่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว