- หน้าแรก
- วิวัฒนาการอันแสนรุ่งโรจน์
- บทที่ 11 - ป่าแฮร์โรว์วิ่ง
บทที่ 11 - ป่าแฮร์โรว์วิ่ง
บทที่ 11 - ป่าแฮร์โรว์วิ่ง
"นี่คือเหตุผลที่มันถูกเรียกว่าป่าแห่งความน่าสะพรึงกลัวเหรอ?" อาเธอร์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หวาดกลัว
(ผู้แปล: the Harrowing Forestหรือป่าแฮร์โรว์วิ่ง ปกติผมทับศัพท์แต่ในความหมายคือแบบนั้น)
"ก่อนการล่มสลายของอารยธรรม มันเคยชื่อว่าป่าบนิ อบิด(Bni Abid)" เลวี่อธิบายให้น้องชายฟัง "หลังจากปราสาทเงาเข้ายึดครอง ป่าแห่งนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วยความเสื่อมทรามที่แทรกซึมมาจากมิติเงา"
"เหล่าผู้บุกเบิกผู้กล้าหาญกลุ่มแรกตั้งชื่อมันใหม่ว่าป่าแฮร์โรว์วิ่ง หลังจากได้ยินเสียงและเชื่อว่าเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากลม แต่เป็นเสียงร้องของวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในมิติแห่งเงา"
"ดูเหมือนว่าส่วนที่สองจะเป็นเรื่องเหลวไหลซะแล้ว" อาเธอร์หัวเราะเบาๆ ขณะฟังเสียงร้องที่ดังไม่หยุดหย่อนจากสายลม
เขารู้ว่าเมื่อปราสาทเงาถูกทำลาย การเชื่อมต่อถาวรกับมิติแห่งเงาก็หายไปตลอดกาล
แน่นอนว่า ประตูสติกซ์บางบานอาจจะเปิดขึ้นบ้าง แต่ก็จะมีเพียงพวกไนท์ครอว์เลอร์ระดับ 1 หรือระดับ 2 ที่ไร้สติเท่านั้นที่จะใช้มัน
เหล่าไนท์ครอว์เลอร์ระดับ 3 ขึ้นไปที่มีสติปัญญานั้น ถูกกำจัดไปแล้วพร้อมกับปราสาทเงา หรือไม่ก็หนีไปยังภูมิภาคอื่นแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สัปดาห์หลังจากเคลียร์ปราสาทเงาและรังของไนท์ครอว์เลอร์ระดับสูงเหล่านั้น เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเดย์วอล์คเกอร์ในการสำรวจ
อย่างไรก็ตาม การระมัดระวังไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
“เปิดใช้งานแถบไนท์แวร์ของพวกนายซะ” ชีอาสั่ง หลังสังเกตเห็นว่าแสงจันทร์เริ่มอ่อนลงเมื่อพวกเขาเข้าไปลึกขึ้นในป่า
ต้นไม้ในป่าส่วนใหญ่เป็นต้นคอร์กโอ๊ก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเปลือกไม้หนาและหยาบกร้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีจำนวนมากเกินไป ขนาดของพวกมันก็สามารถปกคลุมท้องฟ้า ทำให้ความมืดเข้าครอบงำ
ชีอา จามาล และเซอร์จิโอ หยิบแถบสีขาวบางๆ ออกมา แล้วติดไว้ที่แขน ต้นขา หลัง และหน้าอก
จากนั้นเธอก็ยื่นแถบสองสามเส้นให้เลวีกับอาเธอร์
“พวกนายรู้วิธีใช้มันไหม?” เธอถาม
“จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ?” เลวี่ยิ้มขมขื่น พลางลูบไล้นิ้วไปตามแถบสีขาวเรียบลื่นบาง ๆ
“หมายความว่ายังไง?” ชีอาขมวดคิ้ว
“ไม่มีอะไร”
เลวี่เงียบ พลางติดแถบเหล่านั้นทั่วร่างกาย โดยให้น้องชายช่วยในจุดที่เขาเอื้อมไม่ถึง
เมื่อเห็นว่าทั้งสองพร้อมแล้ว ชีอาก็เลิกสนใจหัวข้อนั้น เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการพูดคุยไร้สาระ
“แอสตรา เปิดใช้งานแถบไนท์แวร์”
ภายในไม่กี่วินาที แถบไนท์แวร์ทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ก็เปิดทำงานตามคำสั่งของชีอา ส่องสว่างพื้นที่รอบกลุ่มอย่างน้อยสิบเมตร
ข้อดีที่สุด? แสงนั้นอ่อนโยนต่อดวงตา เพราะในแต่ละแถบมีหลอด LED ขนาดเล็กประหยัดพลังงานนับพันดวง ที่สามารถปล่อยแสงแบบควบคุมออกไปด้านนอกได้
อย่างไรก็ตาม แสงนั้นยังคงเป็นแสงประดิษฐ์ ซึ่งหมายความว่ามันไม่เป็นอันตรายต่อไนท์ครอว์เลอร์ และถูกออกแบบมาเพื่อให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่องในต้นทุนต่ำโดยเฉพาะ
เมื่อมีแสงสว่างเพียงพออยู่ข้างกาย กลุ่มก็เดินหน้าสำรวจต่อ โดยตรวจสอบทุกต้นไม้ ก้อนหิน และโพรง
“ทำไมเราต้องหาที่นี่? ไปให้ถึงส่วนลึกของป่าเลยจะไม่เร็วกว่าเหรอ?” อาเธอร์สงสัย
“ดอกไม้คริสตัลโลหิตและสมบัติธรรมชาติอื่นๆ ส่วนใหญ่คงถูกหน่วยหลักของซันสไตรค์เก็บไปหมดแล้วที่ส่วนลึกของป่า” ชีอาตอบ “แต่ไม่มีใครเสียเวลามาค้นหาทั้งป่าเพื่อเก็บที่เหลือหรอก”
“นั่นแหละเหตุผลที่แมนทิสจ้างเดย์วอล์คเกอร์ส่วนใหญ่ไว้ เพื่อเคลียร์ทั้งป่า” จามาลเสริม ขณะพลิกก้อนหิน “พูดง่าย ๆ ก็คือ เราอาจจะโชคดีในวงนอก”
“เข้าใจแล้ว” อาเธอร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมลงมือช่วยค้นหาเช่นกัน
เลวี่เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เขานั่งอยู่บนท่อนไม้ มือจับไม้เท้าสีขาววางบนตัก แม้แต่เซอร์จิโอก็ไม่กล้าถึงขั้นขอให้เด็กตาบอดช่วยค้นหาดอกไม้
หลังจากใช้เวลาสองสามนาทีเคลียร์พื้นที่ กลุ่มก็เก็บของและย้ายไปยังจุดอื่น แล้วทำซ้ำแบบเดิม
ด้วยวิธีนี้ พวกเขาค่อยๆ เข้าไปลึกขึ้นในป่า พร้อมทั้งมั่นใจว่าได้สำรวจพื้นที่ผิวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ทำไมมันเงียบแบบนี้?” เลวี่ขมวดคิ้ว ขณะมองไปรอบตัว
เขาคาดว่าจะเห็นไนท์ครอว์เลอร์ระดับหนึ่งสองสามตัวเดินเพ่นพ่านอยู่ในป่า แต่ในสายตาวิญญาณของเขากลับไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงความมืด และไนท์ครอว์เลอร์ของพวกเขาที่นั่งชิลอยู่กับเขา
“มันก็แปลกนิดหน่อย” บลีดเดอร์แทรก “หรือว่าหน่วยซันสไตรค์จะกวาดล้างรังจนหมดจริงๆ? ไม่เว้นแม้แต่ไนท์ครอว์เลอร์ระดับต่ำ?”
“อาจจะ... เจ้าอ้วนบอกฉันว่าหน่วยซันสไตรค์เลือกเล่นเกมมรณะเพื่อยึดดินแดนคืน” โอธเนียร์กล่าวอย่างสงบ “เราทุกคนรู้ดีว่าแนวทางนี้มักจะจบลงด้วยการกำจัด 99% ของรัง ตามเงื่อนไขของสัญญารัตติกาล”
“โอ้? ผมไม่รู้เลยว่าพวกเขาเลือกเกมมรณะ” เลวี่ยกคิ้วอย่างประหลาดใจ “ไม่แปลกใจเลยที่ป่าดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการยึดครองของพวกเขาเลย”
ข่าวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ได้ครบถ้วนเสมอไป เพราะนักข่าวและผู้สื่อข่าวไม่สามารถออกไปนำเสนอข่าวจริงจากพื้นที่ได้
นั่นหมายความว่าข่าวขึ้นอยู่กับสิ่งที่หน่วยงานหรือรัฐบาลต้องการเปิดเผยเป็นหลัก
แน่นอนว่าสิ่งนี้ส่งผลต่อประชาชนทั่วไปเป็นส่วนใหญ่ เพราะหน่วยงานเหล่านั้นถูกบังคับตามกฎหมายให้รายงานรายละเอียดภารกิจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ
ผลคือข่าวบางส่วนถูกส่งต่อในหมู่ชนชั้นสูงและเดย์วอล์คเกอร์ ทำให้แม้แต่กลุ่มของชีอาก็ได้ยินข่าวลือ
“ดูเหมือนเราจะพูดเร็วไป” เลวี่กล่าวขึ้นทันที ขณะมองไปยังออร่าสีเขียวสิบดวงที่กำลังเข้าใกล้จากทุกทิศทาง
ออร่านั้นมีลักษณะคล้ายหมูป่าสีเขียวสองหัว พร้อมเขายาวสองอันอยู่กลางหลัง
“ฉันไม่เห็นอะไรเลย?” บลีดเดอร์ขมวดคิ้ว “นายกำลังจินตนาการไปเองหรือเปล่า?”
“พวกมันกำลังเข้ามาจากทุกด้านในโลกจริง” เลวี่ชี้แจง
“เดี๋ยวนะ นายมองเห็นไนท์ครอว์เลอร์ในโลกจริงได้เหรอ?” ดวงตาของบลีดเดอร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“ใช่ พวกมันปรากฏเป็นออร่าทางจิตวิญญาณ” เลวี่ตอบอย่างสงบ “แต่นี่ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้เหรอ? พวกมันกำลังเข้ามาใกล้”
บลีดเดอร์ โอโรว์ และโอธเนียร์ มองหน้ากันอย่างสับสนชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าให้กันและรีบกลับไปหาคู่สัญญาของตน
“เราน่าจะมีแขกมาเยือน”
เมื่อชีอาและคนอื่น ๆ ได้ยินคำเตือนจากไนท์ครอว์เลอร์คู่สัญญา พวกเขาก็เรียกพวกมันออกมาเป็นอาวุธประจำตัวทันที และจัดรูปแบบเล็กๆ ล้อมรอบเลวี่กับอาเธอร์
“เกิดอะไรขึ้น?” สีหน้าของอาเธอร์เคร่งขรึม
ชีอายกนิ้วแตะริมฝีปากให้เขาเงียบ พลางมองไปที่จามาล ซึ่งกำลังถือธนูไซโอนิกที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวแข็ง
ธนูไม่มีลูกศรหรือสายธนู ทว่าจามาลหลับตาและเล็งขึ้นด้านบน เมื่อสมาธิของเขาถึงขีดสุด สายธนูหมอกจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้น ทำให้เขาจับมันและดึงจนสุดได้
อาเธอร์มองด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นลูกศรสีอำพันที่ดูเหมือนกะพริบระหว่างความจริงและภาพลวงตาปรากฏขึ้นกลางคันธนู
ก่อนที่เขาจะทันตอบสนอง จามาลก็ปล่อยลูกศรขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลับตาและใช้นิ้วสองนิ้วแตะขมับขวา จามาลเริ่มควบคุมลูกศรได้อย่างอิสระ มองเห็นทุกสิ่งที่ลูกศรมองเห็น!
มันเหมือนกับว่าเขามีกล้อง GoPro โบราณผูกติดกับลูกศร ทำให้มันกลายเป็นโดรนที่ควบคุมได้
ลูกศรพุ่งทะลุต้นไม้และก้อนหินโดยความเร็วไม่ลดลงเลย เพราะมันถูกสร้างจากพลังจิตวิญญาณของจามาล
หลังจากสแกนรอบตัวอย่างรวดเร็ว เขาก็เห็นเขาประหลาดสิบอันโผล่พ้นดิน และกำลังค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้
“พวกมันคือหมูกินดิน ฉันเห็นสิบตัว แต่อาจมีมากกว่านั้น ตัวที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากเรายี่สิบเมตร”
จามาลรายงาน หลังยกเลิกความสามารถสแกน จากนั้นเขาก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เพราะตามปกติแล้วไนท์ครอว์เลอร์คู่สัญญาของพวกเขาไม่น่าจะตรวจจับได้จากระยะนี้
โดยเฉพาะเมื่อหมูกินดินขึ้นชื่อเรื่องการเคลื่อนที่ใต้ดินลึกสองเมตร โผล่เพียงเขาซึ่งกลวงและใช้สำหรับหายใจ
แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามาตั้งคำถาม
“ดีมาก” ชีอาพยักหน้า พลางเข้าสู่ท่าต่อสู้ “ปล่อยพวกมันให้ฉันจัดการ พวกนายปกป้องพี่น้องสองคนนั้นไว้”