เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - บุตรแห่งสวรรค์ผู้แสนรันทด

บทที่ 24 - บุตรแห่งสวรรค์ผู้แสนรันทด

บทที่ 24 - บุตรแห่งสวรรค์ผู้แสนรันทด


บทที่ 24 - บุตรแห่งสวรรค์ผู้แสนรันทด

นับตั้งแต่เหตุการณ์ฆ่าล้างหมู่บ้านในคืนนั้นจบลง เสิ่นชิงหลงก็รีบเดินทางมุ่งหน้ามายังเมืองอู่ตี้อย่างไม่หยุดหย่อน ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงพร้อมๆ กับฉินเซียวจนได้

หลังจากที่บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องถูกฆ่าตายหมด ตอนแรกเขาตั้งใจจะกลับไปที่สำนักภูเขาหิมะเพื่อขอกำลังเสริมมาแก้แค้น แต่สำนักภูเขาหิมะตั้งอยู่ตรงชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของราชวงศ์เทียนอู่ เมื่อเทียบระยะทางกันแล้ว เมืองอู่ตี้กลับอยู่ใกล้เขามากกว่า

สำนักภูเขาหิมะมีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์จ้าวมาโดยตลอด ราชครูของราชวงศ์จ้าวในปัจจุบัน ก็คือหนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักภูเขาหิมะ แถมในเมืองอู่ตี้ก็ยังมีสาขาย่อยของสำนักภูเขาหิมะอยู่ด้วย ซึ่งมียอดฝีมือมากมายประจำการอยู่

สำนักภูเขาหิมะแตกต่างจากสำนักอื่นๆ ตรงที่ภายในสำนักจะแบ่งออกเป็นสองสายหลัก คือสายนภาและสายมนุษย์

สายนภานั้นหลีกเร้นจากทางโลก มีศิษย์ไม่มากนัก วันๆ เอาแต่เก็บตัวฝึกฝนวิชาอยู่บนสำนักภูเขาหิมะ ไม่ยอมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกง่ายๆ ส่วนสายมนุษย์นั้นคลุกคลีอยู่กับทางโลก ยึดมั่นในหลักการที่ว่าเรียนมาเพื่อใช้ประโยชน์ ใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาช่วยเหลือบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ศิษย์ของสายนี้จึงกระจายอยู่ทั่วทั้งสิบสามแคว้นของราชวงศ์เทียนอู่

สาขาย่อยของสำนักภูเขาหิมะในเมืองอู่ตี้ก็ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสายมนุษย์ และเสิ่นชิงหลงเองก็เป็นศิษย์ของสายมนุษย์เช่นกัน

"ในที่สุดก็มาถึงเมืองอู่ตี้สักที!" เมื่อมองดูถนนหนทางที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน เสิ่นชิงหลงก็รู้สึกตื้นตันจนแทบจะร้องไห้

ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกิน ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังต้องฝืนเดินทางต่อ เสิ่นชิงหลงต้องคอยหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดคนกลุ่มนั้นตามมาทันจะทำยังไงล่ะ ถ้าเกิดระหว่างทางไปเจอกับยอดฝีมือของพรรคมารเข้าจะทำยังไงล่ะ โชคดีที่หลังจากหลบๆ ซ่อนๆ มานาน ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงเมืองอู่ตี้จนได้

"ไอ้พวกสารเลว กล้าดีมาระรานวาสนาของฉัน" "แถมยังมาฆ่าคนของสำนักภูเขาหิมะอีก!" "รอให้ฉันสืบรู้ตัวตนของพวกแกก่อนเถอะ ฉันจะให้พวกแกต้องชดใช้ด้วยเลือดอย่างสาสม!" เสิ่นชิงหลงสบถด้วยความแค้น

ในคืนนั้น ฉินเซียวสวมชุดคลุมลายงูเหลือม ส่วนยอดฝีมือคนนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นแม่ทัพในกองทัพ การจะสืบหาตัวตนของพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร อำนาจของสายมนุษย์ในราชสำนักก็ไม่ใช่ย่อยๆ ต่อให้เป็นถึงลูกชายของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับกั๋วกงหรือท่านอ๋อง แต่การบังอาจมาฆ่าศิษย์ของสำนักภูเขาหิมะซึ่งเป็นสำนักอันดับหนึ่งของราชวงศ์เทียนอู่ ยังไงก็ต้องออกมารับผิดชอบอยู่ดี

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เอามือลูบคลำยอดสมุนไพรวิเศษที่บังเอิญได้มาไว้ในอกเสื้อ อารมณ์ของเสิ่นชิงหลงก็ค่อยๆ ดีขึ้นมาบ้าง ก็แหม คนมันเป็นบุตรแห่งสวรรค์นี่นา ระหว่างทางดันเดินสะดุดตกลงไปในบ่อน้ำแห้ง แต่กลับบังเอิญไปเจอโสมอัคคีเรืองรองเข้าให้ซะงั้น

นี่มันเป็นสุดยอดสมุนไพรบำรุงชั้นยอดเลยนะเนี่ย หลังจากกินเข้าไปแล้วปิดด่านฝึกตนนานสักสี่ห้าวัน นอกจากจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้หายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว ยังช่วยยกระดับพลังยุทธ์ขึ้นได้อีกเยอะเลย นี่ก็ถือเป็นสิ่งปลอบใจสำหรับตัวเองละกัน!

เสิ่นชิงหลงถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วเตรียมตัวจะเดินจากไป ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีกองทหารม้าพุ่งทะยานมาจากที่ไกลๆ เสิ่นชิงหลงชะงักฝีเท้าด้วยความสงสัย นั่นใครกัน ช่างกล้าหาญชาญชัยนัก ถึงกับกล้านำกองทหารม้ากลุ่มใหญ่มาควบตะบึงกลางถนนหลวงในเมืองแบบนี้

เสิ่นชิงหลงเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่ขี่ม้านำหน้ากองทหารม้าได้อย่างชัดเจน ความโกรธแค้นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในใจทันที เชี่ยเอ๊ย! อุตส่าห์ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน สุดท้ายก็มาโผล่ตรงหน้าให้เห็นง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย ดันเป็นไอ้คนที่แย่งเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งของเขาไปนี่เอง

ฟุ่บ! เสิ่นชิงหลงที่กำลังโกรธจัดกระโดดเข้าไปขวางกลางถนน "หยุดนะ! ไอ้โจรชั่ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลย!" เสิ่นชิงหลงถือกระบี่ยาวไว้ในมือพร้อมกับตะโกนด่าทอ

"ฮี้!" ฉินเซียวดึงบังเหียนม้า กองทหารม้าก็หยุดชะงักลง แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความแปลกประหลาดใจ เสิ่นชิงหลงอีกแล้วเหรอ ช่างมีบุญพานวาสนาส่งกันซะจริงๆ! นี่เพิ่งจะเข้าเมืองอู่ตี้มาได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อเองนะเนี่ย! บุตรแห่งสวรรค์เอ๋ย! ในตัวเขายังมีแต้มโชคชะตาอีก 600 แต้มรอให้เก็บเกี่ยวอยู่นะ!

ภายในรถม้า ฉินอวี่เลิกม่านรถม้าขึ้นดู ดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที

"นังหนู นี่คือศัตรูของเธอเหรอ" อิ๋งโกวที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัย ฉินอวี่พยักหน้ารับ

อิ๋งโกวทำแก้มป่อง แววตาฉายแววอำมหิตขึ้นมา "ก็แค่ไอ้ไก่อ่อนตัวหนึ่ง ฆ่าทิ้งซะก็สิ้นเรื่อง!" "ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมฉินเซียวถึงต้องเก็บมันไว้ด้วย!"

ฉินอวี่ตอบเสียงแผ่ว "ท่านอาจารย์ พี่ฉินเซียว... อาจจะอยากให้หนูได้แก้แค้นด้วยตัวเองก็ได้มั้งคะ! หนูจะต้องฆ่ามันด้วยมือของหนูเองให้ได้!" อิ๋งโกวพยักหน้าแล้วบอกว่า "ด้วยพรสวรรค์ของเธอ อีกไม่นานก็ทำได้แน่!"

ฉินอวี่มองไปที่เสิ่นชิงหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอีกครั้ง ราวกับจะสลักใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ในความทรงจำ

บนถนนหลวง ฉินเซียวมองดูเสิ่นชิงหลงที่กำลังโกรธจัดด้วยความสนใจ แล้วพูดว่า "ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็แกนี่เอง! เป็นไงล่ะ คราวก่อนหนีรอดไปได้ คราวนี้รีบมาส่งตัวเองไปตายอีกแล้วเหรอ"

พอเสิ่นชิงหลงได้ยินแบบนั้น เขาก็แอบสะดุ้งเล็กน้อย เขาเผลอมองไปที่ลิโป้ซึ่งอยู่ข้างๆ ฉินเซียวตามสัญชาตญาณ แต่ไม่นานเขาก็ทำใจดีสู้เสือขึ้นมาได้ ที่นี่คือเมืองอู่ตี้นะ มีผู้อาวุโสของสำนักภูเขาหิมะตั้งหลายคนคอยคุ้มกันอยู่ แถมราชวงศ์ก็คงไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ทำตัวกร่างตามใจชอบหรอก จะไปกลัวบ้าอะไรล่ะ!

เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาก็พูดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า "ฉันกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะไปตามหาแกที่ไหน! ที่นี่คือเมืองอู่ตี้ ไม่ใช่ที่ที่แกจะมาทำอะไรตามใจชอบได้นะ!" "ฉันขอเตือนแกไว้ก่อน รีบส่งเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้ารอจนผู้อาวุโสสำนักภูเขาหิมะของฉันมาถึง แกก็เตรียมตัวตายได้เลย!"

แววตาของฉินเซียวมีรังสีอันตรายพาดผ่าน หมอนี่เป็นแค่บุตรแห่งสวรรค์ระดับหนึ่งดาวเท่านั้น มูลค่าที่เหลือให้รีดไถก็มีอีกไม่มากแล้ว ยังกล้ามาทำตัวอวดดีอีกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีแต้มโชคชะตาเหลืออีก 600 แต้ม ฉินเซียวคงอยากจะฆ่ามันทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลย

แต่สิ่งที่เสิ่นชิงหลงพูดก็เป็นความจริงนะ การฆ่าจ้านอิงที่เป็นแค่ยามเฝ้าประตูเมือง มันก็แค่ฆ่าแล้วก็จบๆ กันไป แต่ถ้าขืนไปฆ่าอัจฉริยะของสำนักภูเขาหิมะกลางเมืองอู่ตี้ต่อหน้าสาธารณชนล่ะก็ งานนี้คงได้เรื่องใหญ่แน่ๆ ต่อให้เขาจะเป็นถึงองค์ชายทายาทแห่งเป่ยเหลียง เป็นว่าที่ราชบุตรเขยในอนาคต แต่ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควร การไปฆ่าอัจฉริยะของสำนักภูเขาหิมะ ก็จะสร้างความวุ่นวายได้อย่างมหาศาล สำหรับฉินเซียวที่ตอนนี้ยังมีความแข็งแกร่งไม่พอ ตอนนี้เขาอาจจะทำตัวโอ้อวดได้บ้าง แต่ก็อย่าให้มันมากเกินไปนัก

เสิ่นชิงหลงก็มองออกว่าฉินเซียวเริ่มมีความลังเลใจ คราวนี้เขาก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ เขาพูดด้วยท่าทีเย่อหยิ่งว่า "ถ้ายังฉลาดอยู่ล่ะก็ รีบส่งเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งมาให้แต่โดยดี ไม่อย่างนั้นแกต้องชดใช้อย่างสาสมแน่!"

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์กระตุ้นภารกิจช่วงชิงโชคชะตา แย่งชิงโสมอัคคีเรืองรองของบุตรแห่งสวรรค์เสิ่นชิงหลงมาให้ได้]

[โสมอัคคีเรืองรอง สมุนไพรวิเศษที่หล่อเลี้ยงด้วยไฟใต้พิภพมานานนับร้อยปี มีประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์]

[รางวัลภารกิจ โอกาสสุ่มอัญเชิญขุนนางบุ๋นหนึ่งครั้ง โอกาสสุ่มอัญเชิญจอมยุทธ์หนึ่งครั้ง]

[ภารกิจในครั้งนี้สามารถช่วงชิงแต้มโชคชะตาของบุตรแห่งสวรรค์ได้ 300 แต้ม]

ตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของฉินเซียว ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาทันที ถึงตอนนี้จะยังฆ่าเสิ่นชิงหลงไม่ได้ แต่ก็ถือว่าได้สั่งสอนไอ้ปากหมาเสิ่นชิงหลงให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาบ้างล่ะนะ

"เสิ่นชิงหลง แกคิดจริงๆ เหรอว่าอยู่ในเมืองอู่ตี้แล้วฉันจะไม่กล้าลงมือกับแกน่ะ" แววตาของฉินเซียวเปล่งประกายเย็นเยียบ ลิโป้ผู้เป็นมือขวาตัวเก่ง จับทวนกรีดฟ้าไว้แน่นพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ

"แก... แกคงไม่กล้าลงมือจริงๆ หรอกนะ!" พอได้เห็นรังสีอำมหิตในดวงตาของฉินเซียว เสิ่นชิงหลงก็เริ่มรู้สึกคอแห้งผาก

"ศิษย์พี่เสิ่น!" ตอนนั้นเอง เสียงร้องด้วยความดีใจก็ดังแว่วมา เสิ่นชิงหลงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นพวกเย่หลิงอวิ๋นกำลังขี่ม้าพุ่งตรงมาหาเขา

เสิ่นชิงหลงหน้าบานขึ้นมาทันที ในใจก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ศิษย์น้องเย่ นายมาได้ยังไงเนี่ย!" เย่หลิงอวิ๋นกระโดดลงจากหลังม้าแล้วหัวเราะ "ได้ข่าวว่าศิษย์พี่เสิ่นมาทำธุระที่เมืองหลวง ผมก็เลยตั้งใจมารับโดยเฉพาะ ศิษย์พี่ตามผมไปที่จวนอัครมหาเสนาบดีก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เอง!"

เสิ่นชิงหลงปรายตามองฉินเซียวแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความหมายว่า "ศิษย์น้องเย่ คงจะไม่ได้แล้วล่ะ มีคนบางคนเขาไม่อยากให้ฉันไปน่ะสิ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - บุตรแห่งสวรรค์ผู้แสนรันทด

คัดลอกลิงก์แล้ว