- หน้าแรก
- คริปโตเนียนคนสุดท้ายในโลกไร้ดวงอาทิตย์
- บทที่ 3 - ผลไฟงั้นเหรอ หมายังเมินเลย!
บทที่ 3 - ผลไฟงั้นเหรอ หมายังเมินเลย!
บทที่ 3 - ผลไฟงั้นเหรอ หมายังเมินเลย!
บทที่ 3 - ผลไฟงั้นเหรอ หมายังเมินเลย!
ตอนที่จ้าวเจิงเดินขึ้นเวที เขาเดินสวนกับสาวสวยอย่างซูเมิ่งเหยาพอดี
แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ได้ปลายตามองเขาเลยสักนิด ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ...
แน่นอนว่าจ้าวเจิงไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้เขาสนใจแค่ว่าตัวเองจะได้รับพลังวิเศษอะไรมามากกว่า
เขาเดินขึ้นเวทีด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า และก้าวเข้าไปในรูหนอนมิติเวลาโดยไม่ลังเลใจ
วินาทีที่เขาก้าวเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จิตใต้สำนึกของเขาก็หลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตา!
รอบกายมีบุคคลที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นมากมาย รวมถึงผลปีศาจนับไม่ถ้วน และของหน้าตาประหลาดๆ อีกหลายอย่าง
ของพวกนี้แหวกว่ายผ่านร่างของจ้าวเจิงไปอย่างรวดเร็วราวกับฝูงปลาในแม่น้ำ
จ้าวเจิงรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้คือวาสนาเหนือมนุษย์!
เขาจึงรีบยื่นมือออกไปคว้าทันที
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะคว้าอะไรบางอย่างมาได้จริงๆ...
เมื่อจิตใต้สำนึกของจ้าวเจิงกลับเข้าร่าง เขาก็พบว่าตัวเองกลับมาสู่โลกความเป็นจริงแล้ว เขายืนอยู่ตรงทางเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และในมือของเขาก็มีกล่องคริสตัลอยู่หนึ่งใบ
"นักเรียนจ้าวเจิง พลังวิเศษที่อยู่ในมือเธอคืออะไร?"
เสียงของรองผู้อำนวยการช่วยดึงสติจ้าวเจิงกลับมา
ไม่ต้องเปิดกล่องคริสตัล เขาก็สามารถรับรู้ถึงข้อมูลที่ส่งผ่านมาจากตัวกล่องได้ ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ!
แต่จ้าวเจิงก็ยังคงเปิดกล่องออก เผยให้เห็นผลปีศาจสีแดงเพลิงที่อยู่ด้านใน
"ผลปีศาจสายธรรมชาติ ผลเพลิงครับ"
จ้าวเจิงเอ่ยขึ้น
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังลั่นไปทั่วทั้งลานกว้าง!!
"เชี่ย?!! ผลปีศาจสายธรรมชาติเนี่ยนะ?"
"เมื่อวานโรงเรียนสองเพิ่งจะได้ไปผลนึง ฮือฮากันไปทั้งเมือง นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้โรงเรียนเราก็จะมีคนได้เหมือนกัน! ผลปีศาจสายธรรมชาติมันเริ่มมีเกลื่อนกลาดแล้วหรือไง?"
"บ้าเอ๊ย! หมอนี่... จะดวงดีเกินไปแล้วมั้ง?"
"อิจฉาจนน้ำตาจะไหล ทำไมคนที่ได้ผลสายธรรมชาติถึงไม่ใช่ฉันล่ะวะ?"
"ไอ้หนุ่มจ้าวเจิง... จะรวยเละแล้วงานนี้!"
"ผลเพลิงในตำนานเลยนะเว้ย! กินเข้าไปก็ควบคุมไฟได้ โคตรอยากได้เลย!"
"เท่าที่ผ่านมา คนที่ได้กินผลปีศาจสายธรรมชาติ ขอแค่ไม่ตายไปซะก่อน อนาคตรับรองได้เป็นระดับตัวบิ๊กๆ แน่นอน! หมอนี่ที่ชื่อจ้าวเจิงจากห้องสอง ต่อไปคงจะกลายเป็นคนละชั้นกับพวกเราแล้วล่ะ"
...
ด้านล่างเวที
นักเรียนกว่าพันคนพากันซุบซิบนินทา ทุกสายตาที่มองมายังจ้าวเจิงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและเจ็บใจ แทบจะอยากกระโดดเข้าไปบีบคอจ้าวเจิงแล้วสวมรอยแทนให้รู้แล้วรู้รอด
บนเวที
บรรดาผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงผู้อำนวยการ ต่างก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ โดยเฉพาะคุณครูที่ดูแลห้องสอง ถึงกับลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น
การมีนักเรียนสายธรรมชาติปรากฏตัวขึ้นในโรงเรียน พวกเขาในฐานะครูบาอาจารย์และผู้บริหารก็จะได้รับผลงานชิ้นโบแดงไปด้วย
แถมยังมีเรื่องของสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ ถ้าวันหน้าจ้าวเจิงได้ดิบได้ดี พวกครูที่เคยสอนจ้าวเจิงก็ย่อมได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย
นี่แหละคือเหตุผลที่พวกเขายืนตื่นเต้นกันอยู่แบบนี้!
ส่วนฝ่ายรับสมัครจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ตอนนี้พากันลุกจากที่นั่งมายืนรออยู่ด้านข้างเวทีแล้ว รอแค่จ้าวเจิงเดินลงมา พวกเขาก็จะพุ่งเข้าไปรุมทึ้งแย่งตัวจ้าวเจิงทันที
ณ วินาทีนี้
จ้าวเจิงกลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของคนทั้งโรงเรียนไปแล้ว!
แม้แต่รองผู้อำนวยการจอมโหดที่ปกติชอบทำหน้าบึ้งตึง ตอนนี้ก็ยังฉีกยิ้มกว้างอย่างกระตือรือร้น สายตาที่มองจ้าวเจิงนั้นมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่
"นักเรียนจ้าวเจิง ขอแสดงความยินดีด้วยที่เธอได้รับผลปีศาจสายธรรมชาติ! ครูขอเป็นตัวแทนของโรงเรียน อวยพรให้เธอมีอนาคตที่สดใส และขอให้เส้นทางการเป็นผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเธอราบรื่นไร้อุปสรรคนะ!"
คำอวยพรหวานหูแบบนี้ ถ้าพูดกันส่วนตัวก็พอฟังได้ แต่พอมาพูดต่อหน้าคนหมู่มาก แถมยังหลุดออกมาจากปากรองผู้อำนวยการจอมโหดอีก มันเลยฟังดูเลี่ยนพิลึก
แต่ทุกคนในงานกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก!
ถ้าเป็นพวกเขา มีโอกาสได้ประจบประแจงผู้ใช้พลังผลปีศาจสายธรรมชาติล่ะก็ พวกเขาคงสรรหาคำพูดที่เลี่ยนยิ่งกว่านี้มาพูดแน่นอน!
เพราะผู้ใช้พลังผลปีศาจสายธรรมชาตินั้นมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด ในอนาคตอาจเติบโตกลายเป็นยอดฝีมือ "ระดับราชัน" ได้เลยทีเดียว!
"นักเรียนจ้าวเจิง ตอนนี้เธอลงไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ"
เมื่อเห็นจ้าวเจิงยังยืนเหม่อ รองผู้อำนวยการก็พูดเตือนอย่างนุ่มนวล
เมื่อจ้าวเจิงได้ยินแบบนั้น เขาก็อุ้มกล่องเดินลงจากเวทีไป
ส่วนเรื่องที่ว่า ถ้าไม่ยอมกินผลปีศาจในกล่องทันที จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นไหม? อย่างเช่น โดนแย่งชิงไปอะไรทำนองนั้น?
ไม่มีทาง!!
กล่องคริสตัล ไม่ได้มีไว้แค่ใส่ของวิเศษเท่านั้น แต่มันยังเป็นระบบป้องกันภัยที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มอบให้ด้วย!
เว้นเสียแต่ว่าจ้าวเจิงจะสมัครใจยกให้คนอื่น ไม่อย่างนั้น ถ้าใครกล้าใช้วิธีรุนแรงมาแย่งกล่องคริสตัลไปดื้อๆ ก็จะโดนระบบป้องกันโจมตีกลับทันที!!
ว่ากันว่าการโจมตีกลับของกล่องคริสตัลนั้น เป็นคำสาปที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ!
อีกอย่าง ในกรณีที่เจ้าของไม่ยินยอม ต่อให้โดนแย่งกล่องคริสตัลไปได้ คนอื่นก็เปิดไม่ออกอยู่ดี และไม่มีทางเอาของวิเศษข้างในไปได้ด้วย
ต่อให้ใช้วิธีบังคับขู่เข็ญก็ไม่ได้ผล!
ระบบป้องกันของกล่องคริสตัลมีมาตรฐานการตัดสินใจในตัวมันเอง สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกลึกๆ ในใจของเจ้าของได้ ถ้ามีใครใช้วิธีสกปรกมาบีบบังคับให้เจ้าของส่งกล่องคริสตัลให้ กล่องคริสตัลก็จะทำลายตัวเองทิ้งทันที
นี่คือเหตุผลที่ไม่มีใครกล้าแย่งวาสนาของคนอื่น
ถ้าขืนแย่งชิงได้ง่ายๆ หรือข่มขู่กันได้ง่ายๆ ป่านนี้พวกขั้วอำนาจใหญ่ๆ คงจับตัวเด็กที่เพิ่งโตเป็นหนุ่มเป็นสาวไปเป็นตัวประกันตั้งนานแล้ว...
...
ทันทีที่จ้าวเจิงก้าวลงจากเวที
กลุ่มเจ้าหน้าที่รับสมัครจากมหาวิทยาลัยก็เข้ามารุมล้อมเขาทันที
"นักเรียนจ้าวเจิง ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายรับสมัครจากมหาวิทยาลัยการต่อสู้นครมนตรา ผมขอเป็นตัวแทนต้อนรับนักเรียนจ้าวเจิงเข้าสู่..."
"นักเรียนจ้าวเจิง ฉันมาจากมหาวิทยาลัยเมืองหลวง ถ้าเธอมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเมืองหลวง เราไม่เพียงแต่จะให้เรียนฟรี แต่ยังมีทุนการศึกษาก้อนโตให้อีกด้วยนะ!"
"มหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้ ต้องการอัจฉริยะแบบเธอ ขอแค่เธอยอมมา จะเสนอเงื่อนไขอะไรก็ว่ามาได้เลย..."
ฝ่ายรับสมัครกว่ายี่สิบคนรุมล้อมจ้าวเจิงอยู่ตรงกลาง พากันพูดจาแย่งกันเสนอสิทธิพิเศษของมหาวิทยาลัยตัวเอง เพื่อดึงตัวจ้าวเจิงอย่างสุดความสามารถ
สถานการณ์วุ่นวายนี้ทำเอาจ้าวเจิงถึงกับยืนอึ้ง ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว!
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ เห็นจ้าวเจิงโดนมหาวิทยาลัยดังรุมแย่งตัวแบบนี้ ก็ยิ่งอิจฉาตาร้อนกันเข้าไปใหญ่
นักเรียนหญิงบางคน มองจ้าวเจิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
พวกเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่า จ้าวเจิงที่เคยดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น ตอนนี้กลับดูเปล่งประกายราวกับทองคำ แถมใบหน้านั้นยังดูหล่อเหลาเอาการขึ้นมาซะอย่างนั้น!
"อาจารย์ทุกท่าน ผู้บริหารทุกท่าน โปรดฟังผมก่อนครับ!"
จ้าวเจิงพูดเสียงดัง "ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้ผลเพลิง แล้วก็ยังไม่ได้คิดด้วยว่าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหน เพราะงั้น ขอเวลาผมคิดทบทวนดูสักหน่อยจะได้ไหมครับ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผมต้องกลับไปปรึกษาพ่อแม่ก่อนด้วย"
คำพูดนี้ฟังดูมีเหตุผลมาก
แม้ฝ่ายรับสมัครหลายคนจะอยากอุ้มจ้าวเจิงกลับไปเดี๋ยวนั้นเลย แต่ก็รู้ดีว่าทำได้แค่คิด จึงพากันยอมตกลง
"เอาล่ะ นักเรียนจ้าวเจิง เธอเอาไปคิดดูก่อนได้ นี่นามบัตรฉัน มีเบอร์โทรศัพท์อยู่ ถ้าตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็โทรหาฉันได้เลย ฉันจะขับรถไปรับด้วยตัวเอง..."
"นักเรียนจ้าวเจิง นี่นามบัตรของฉัน ประตูของมหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้เปิดต้อนรับเธอเสมอ..."
ทุกคนพากันยื่นนามบัตรให้ ก่อนจะยอมปล่อยให้จ้าวเจิงเดินฝ่าวงล้อมออกไป
ความจริงแล้วในหัวของจ้าวเจิงตอนนี้ค่อนข้างมึนงง
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า แค่เอื้อมมือไปคว้าส่งๆ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็จะได้ผลเพลิงมาครองแล้ว
การเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มันจะง่ายดายเกินไปหน่อยไหม?
แล้วทำไมคนตั้งเยอะแยะถึงได้คว้าน้ำเหลวกันล่ะ?
หรือว่านี่จะเป็นสิทธิพิเศษของคนที่ทะลุมิติมา?
จ้าวเจิงมองดูผลเพลิงในมือด้วยความลังเล ไม่รู้ว่าควรกินมันดีไหม
ในโลกใบเก่าของเขามีประโยคฮิตอยู่ประโยคหนึ่งที่ว่า "ผลเพลิงน่ะเหรอ หมายังเมินเลย!!"
ที่มาของประโยคนี้ก็เพราะว่า ในช่วงกลางจนถึงช่วงท้ายเรื่องของวันพีซ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็สามารถสร้างไฟขึ้นมาเล่นได้สบายๆ พลังไฟจึงกลายเป็นของโหลๆ ที่ใครก็มีกันไปโดยปริยาย
ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่โลกวันพีซ แต่จ้าวเจิงก็ยังรู้สึกตะหงิดๆ อยู่ดี...
นอกจากนี้ เขาก็ยังไม่ค่อยถูกใจผลเพลิงเท่าไหร่นัก
ทันใดนั้นเอง
ร่างบอบบางสะสวยร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวเจิง ขวางทางเดินของเขาเอาไว้
เมื่อจ้าวเจิงเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นใบหน้าสวยหวานที่อาบไปด้วยน้ำตา กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาน่าสงสารจับใจ
เธอคือซูเมิ่งเหยา!
[จบแล้ว]