26-27
26-27
บทที่ 26 เตาหลอมงานดีเกรดพรีเมียม!
ตัดกลับมาที่หลินเฟิง พอมองดูข้อความ "ยังอุ่นๆ อยู่ก็ได้นะคะ" บนหน้าจอ เขาก็แทบจะร้องซี๊ด!
สมกับเป็นผู้หญิงที่มีค่าความร่านสตาร์ตที่ 30 ขับรถซิ่งเหยียบมิดไมล์จนเขาแทบจะตามไม่ทันเลยเว้ยเฮ้ย!
[ติ๊ง! ค่าความร่านของเจียงเสี่ยวหยา +5!]
[ค่าความร่านปัจจุบัน 35]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างรู้จังหวะ
โอ้โหแฮะ แค่ส่งรูปยังไม่ขึ้น พอเริ่มพิมพ์คำพูดสัปดนปุ๊บ ค่าความร่านก็กระฉูดเลยเรอะ!?
หลินเฟิงยืดตัวตรง ตบไหล่หวังฮ่าวที่กำลังจ้องจอคอมตาเป็นมัน
"ไอ้ฮ่าว เล่นไปก่อนนะเว้ย กูออกไปข้างนอกแป๊บ ไปเอา 'พัสดุ' หน่อย"
"หือ? เพิ่งเปิดเทอมได้สองวันมึงสั่งของแล้วเรอะ?"
พอได้ยินคำว่า "พัสดุ" จูต้าเหว่ยก็หันขวับมามองด้วยความงุนงง ในแววตาเปล่งประกายความตะกละ สมองเริ่มจินตนาการไปไกลว่าหลินเฟิงไปสั่งของกินเด็ดๆ อะไรมา
"กูยืมหนังสือเพื่อนมาเฉยๆ ตอนนี้เขาเอามาคืนเว้ย!" หลินเฟิงมองตาไอ้อ้วนก็รู้ใจ รีบดับฝันมันทันที
"อ้าว... นึกว่าของกิน" หน้าจูต้าเหว่ยหงิกงอลงทันที ห่อเหี่ยวไปถนัดตา
"พวกมึงจะเอาอะไรป่าว เดี๋ยวขากลับกูซื้อของกินเข้ามาให้?" หลินเฟิงเห็นสภาพมันแล้วก็อดขำไม่ได้
"กูเอาข้าวหน้าราดไข่ข้นมะเขือเทศ!" หวังฮ่าวตอบโดยไม่ละสายตาจากจอคอม ปากก็บ่นงึมงำ "อย่าเพิ่งบวกดิโว้ย! พุ่มไม้มีคนดัก! ไอ้ป่ามึงเล่นเป็นปะเนี่ย!"
"กูขอข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นโปะน่องไก่เบิ้มๆ นะเว้ย ขอบใจมากไอ้ลูกรัก!" จูต้าเหว่ยคืนชีพทันที ยกมือไหว้ปลกๆ หน้าตาระรื่น
"เออๆ จัดไป!" หลินเฟิงทำมือโอเค แล้วหันหลังเดินออกจากหอพัก
บรรยากาศมหาลัยช่วงพลบค่ำดูเงียบสงบกว่าตอนกลางวันเยอะ
เวลานี้เป็นเวลาอาหารเย็น นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่สิงอยู่โรงอาหาร ก็ไปหมกตัวอยู่ตามร้านอาหารหน้ามอ หรือไม่ก็นอนอืดอยู่หอพัก
แถวตึกเรียนเลยร้างคนสุดๆ
ไม่นาน หลินเฟิงก็เดินมาถึงภูเขาจำลองหลังตึกสาม
ตรงนี้โคตรจะเปลี่ยว ขนาดตอนกลางวันแสกๆ ยังแทบไม่มีคนเดินผ่าน
เขารู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ เปิดไฟฉายจากมือถือ ส่องหาตามซอกหินและฐานภูเขาจำลองอย่างละเอียด
ว่างเปล่า?
ตรงนี้ก็ไม่มี
เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?
หลินเฟิงพลิกหาจนแทบจะรื้อภูเขาจำลอง อย่าว่าแต่กางเกงในเลย ขนสักเส้นยังไม่เจอ
หรือว่าโดนหลอกวะ?
ไม่น่าใช่นะ รับเงินไปแล้ว ค่าความร่านก็เด้งแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องมาต้มตุ๋นกันนี่หว่า
หรือว่า... มีคนเดินผ่านแล้วเก็บไป?
หรือป้าแม่บ้านเอาไม้กวาดกวาดทิ้งไปแล้ว?
หลินเฟิงใจหายวาบ ชิบหายแล้ว ถ้าของหาย ภารกิจนี้กูจะเคลียร์ยังไงวะเนี่ย!
จังหวะที่เขากำลังคิ้วขมวดคิดหนัก จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงหวานหยดย้อยแฝงความไม่แน่ใจ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"พี่ชาย... ข้ามภพเหรอคะ?"
"ใครวะ?!"
หลินเฟิงสะดุ้งโหยง หันขวับกลับไปมอง
ร่างเพรียวบางยืนเด่นอยู่ในเงามืดห่างออกไปไม่ไกล กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา
พอขยับเข้ามาใกล้ แสงสลัวๆ จากเสาไฟริมทางก็สาดส่องลงมา ทำให้หลินเฟิงเห็นหน้าเธอชัดขึ้น
หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปสีชมพู เน้นสัดส่วนโค้งเว้าสุดเป๊ะปัง เอวเป็นเอว นมเป็นนม ออร่าความสวยสะพรั่งเปล่งประกายเต็มพิกัด
รองเท้าส้นเข็มเสริมให้หุ่นที่สูงโปร่งอยู่แล้วดูเพรียวระหงยิ่งขึ้นไปอีก
เธอเอามือไพล่หลัง ใบหน้าฉายแววประหม่าปนอยากรู้อยากเห็น เอียงคอมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
หลินเฟิงเพ่งมองดีๆ ถึงได้จับโยงภาพสาวสวยตรงหน้าเข้ากับรูปโปรไฟล์สุดเอ็กซ์ในมือถือได้
เจียงเสี่ยวหยา!
ตัวจริงแม่งโคตรจะสวย สวยกว่าในรูปซะอีก แถมยังมีออร่าความเย้ายวนและมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่เหมือนมีมนต์สะกด จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ ราวกับจะเกี่ยวเอาวิญญาณเขาไป
การได้เจอตัวจริงแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาหลินเฟิงใจเต้นผิดจังหวะ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เขาไม่คิดเลยว่าเจียงเสี่ยวหยาจะใจกล้าบ้าบิ่น บุกมาหาเขาถึงที่แบบนี้!
เอาเข้าจริง ตอนนี้เจียงเสี่ยวหยาก็ใจเต้นโครมครามไม่แพ้หลินเฟิงหรอก
เธอรู้ดีว่าโจวเสี่ยวเหมิงรู้จักกับ "พี่ชายข้ามภพ" มาก่อน เส้นสายความสัมพันธ์ย่อมแน่นแฟ้นกว่าเธอแน่ๆ
เธอกลัวว่าถ้าโจวเสี่ยวเหมิงตื่นมาเห็นว่าเธอแอบแอดวีแชตป๋าไป ยัยนั่นต้องด่ากราดและใส่ไฟเป่าหูให้เธอหลุดจากวงโคจรแหงๆ
ถ้าเป็นแบบนั้น เงินสองพันกว่าหยวนที่ได้มาวันนี้ อาจจะเป็นรายได้ก้อนสุดท้ายที่เธอจะสูบจากเสี่ยคนนี้ได้
ซึ่งเธอไม่ยอมเด็ดขาด!
ข้อแรก เธอไม่อยากเสียตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ที่เปย์หนักจัดเต็มขนาดนี้ไป ข้อสอง เธอไม่อยากพ่ายแพ้ให้กับยัยชาเขียวอย่างโจวเสี่ยวเหมิงในทุกๆ เรื่อง!
ด้วยอำนาจของเงินตราและความอยากเอาชนะที่พลุ่งพล่าน เธอเลยตัดสินใจหน้าด้านบุกมาหาด้วยตัวเองเลย!
เธอต้องการคุยกับหลินเฟิงแบบเฟซทูเฟซ เพื่อฝังรอยประทับในใจเขาให้ลึกกว่าที่โจวเสี่ยวเหมิงทำได้!
"เสี่ยวหยา? เธอมาทำอะไรที่นี่!?" หลินเฟิงถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
พวกผู้หญิงที่ร่านแตกในเน็ตแล้วจู่ๆ ก็โผล่มาในชีวิตจริงเนี่ย เผลอๆ แม่งอาจจะมีแผนชั่วอะไรซ่อนอยู่ก็ได้!
"พี่ชายข้ามภพ พี่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ!"
เจียงเสี่ยวหยาเห็นปฏิกิริยาของหลินเฟิงก็ใจฝ่อ รู้เลยว่าถ้าเดินเกมพลาดตานี้ อีกฝ่ายอาจจะรังเกียจแล้วเดินหนีไปเลยก็ได้
ดังนั้น เธอต้องงัดไพ่ไม้ตาย ทุ่มสุดตัวตั้งแต่เริ่มเกม!
เธอรีบซอยเท้าถี่ๆ เข้าไปหา สองมือโบกไม้โบกมือวุ่นวาย ดวงตากลมโตมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที ราวกับนางเอกเจ้าน้ำตาที่พร้อมจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ
"หนู... หนูไม่ได้ตั้งใจจะมากวนใจพี่นะคะ ที่หนูมาที่นี่ก็เพราะมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ น้า~"
น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนโหมดเป็นออดอ้อนออเซาะ หวานเจี๊ยบจนมดขึ้น หางเสียงสั่นเครือแบบเด็กผู้หญิงกำลังงอแงขอโทษ ฟังแล้วใจเหลวเป๋วสุดๆ
แถมเธอยังจงใจขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่ถูกฟันกัดยิ่งดูเย้ายวน สายตาช้อนมองหลินเฟิงอย่างน่าสงสารปนหวาดหวั่น ลอบสังเกตสีหน้าเขาเป็นระยะ
นี่แหละท่าไม้ตายก้นหีบของเธอ!
ตอนเด็กๆ เวลาทำผิดแล้วโดนพ่อจับได้ แค่เธองัดท่านี้มาใช้ ต่อให้พ่อจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดไหนก็ต้องใจอ่อนยวบทุกราย ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์
ส่วนไอ้พวกหมาเลียในมหาลัยน่ะเหรอ เธอไม่เคยมองให้เสียสายตาหรอก พวกมันไม่คู่ควรจะได้เห็นท่าไม้ตายระดับเทพนี้หรอกยะ
"เหตุผลจำเป็นอะไรล่ะ?"
ว่าไม่ได้ หลินเฟิงก็คือผู้ชายคนนึง
เป็นผู้ชายหน้าไหนก็แพ้ทางมุกนี้ทั้งนั้นแหละ
สาวสวยหุ่นเซี๊ยะมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ออดอ้อนขอความเห็นใจอยู่ตรงหน้า ต่อให้ใจหินแค่ไหนก็ต้องละลาย
ความระแวงบนใบหน้าหลินเฟิงจางลงไปเยอะ
แต่ที่เจียงเสี่ยวหยาไม่รู้ก็คือ ที่หลินเฟิงใจอ่อนน่ะ นอกจากการออดอ้อนของเธอแล้ว มันยังมีอีกเหตุผลนึงที่สำคัญกว่านั้นมาก
วินาทีที่เธออ้าปากพูด หน้าจอข้อมูลโปร่งแสงของเจียงเสี่ยวหยาก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขา:
[ชื่อ: เจียงเสี่ยวหยา]
[ความสวย: 81 คะแนน]
[สัดส่วน: คัพ C]
[ความไวต่อสัมผัส 60 คะแนน]
[ระดับเตาหลอม เกรด A-]
เชดเข้! เตาหลอมเกรด A- โผล่มาอีกคนแล้วเรอะ?!
บทที่ 27 ถอดสดโชว์จะจะ
นั่นก็แปลว่า ใช้เธอเป็นเตาหลอมเร่งสปีดบำเพ็ญ "คัมภีร์หยินหยางประสานรัก" ได้ด้วยน่ะสิ!
ถึงยัยนี่จะไม่ใช่เป้าหมายภารกิจหลัก เลยทำให้เขาอดรับรางวัลใหญ่ก้อนโตจากระบบเหมือนของซูฉิงเหวิน
แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น!
รอให้เขาจับซูฉิงเหวินมาบำเพ็ญเพียรจนอัปเลเวล 2 ได้เมื่อไหร่ เขาก็สามารถลากยัยนี่มาเข้าคอร์สบำเพ็ญคู่ได้อีกคน ควบสองเตาหลอมพร้อมกัน สปีดการอัปเวลมันไม่พุ่งทะลุเพดานเลยเรอะ?
คิดได้ดังนั้น สายตาที่หลินเฟิงมองเจียงเสี่ยวหยาก็เปลี่ยนไปทันที
เจียงเสี่ยวหยาเซนส์ไวสุดๆ จับสังเกตแววตาที่เปลี่ยนไปของเขาได้ปุ๊บก็แอบร้องเยสในใจ รู้เลยว่าไพ่เสี่ยงตายตานี้ตัวเองเดินหมากถูกเป๊ะ!
เธอไม่รอช้า รีบดัดเสียงให้หวานหยดย้อยจนน้ำตาลยังเรียกพี่:
"ที่หนู... ที่หนูมารอตรงนี้ ก็เพราะกลัวพี่ชายข้ามภพจะมาเอาของช้า แล้วมันจะหาย 'อุ่น' ซะก่อนไงคะ หนูเลยตั้งใจมายืนรอส่งให้กับมือเลยน้า~"
"อุ่น?" ลูกกระเดือกหลินเฟิงขยับขึ้นลง กลืนน้ำลายดังเอื๊อก ถามตะกุกตะกัก "แปลว่า... เธอจะ..."
เจียงเสี่ยวหยาไม่ตอบคำถามนั้น เธอแค่ช้อนดวงตากลมโตฉ่ำน้ำขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างขวยเขิน
พริบตาต่อมา เธอก็ทำสิ่งที่หลินเฟิงถึงกับตาเหลือกค้าง
เธอค่อยๆ หมุนตัวหันหลังให้เขา เผยให้เห็นแผ่นหลังและทรวดทรงที่โคตรจะเย้ายวน
ชุดเดรสสีชมพูรัดรูปแนบเนื้อ เน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกดินระเบิดชัดเจนแจ่มแจ้ง โดยเฉพาะบั้นท้ายกลมกลึงที่ดันเนื้อผ้าจนตึงเปรี๊ยะเป็นลูกพีชอวบๆ
จากนั้น ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างจนแทบถลนของหลินเฟิง เธอก็ค่อยๆ โน้มตัวโน้มเอวลง
สองมือเรียวสวยล้วงเข้าไปใต้ชายกระโปรง
ท่าทางนั้นทำให้บั้นท้ายของเธอโด่งงอนขึ้นสูงปรี๊ด ดันกระโปรงทรงสอบที่รัดติ้วอยู่แล้วให้ตึงเปียะจนแทบปริแตก ราวกับลูกพีชสุกงอมที่พร้อมจะแตกดังโพละได้ทุกเมื่อ
หลินเฟิงถึงขั้นมองเห็นรอยนูนของนิ้วมือเธอที่กำลังคลำหาสายกางเกงในอยู่ใต้ร่มผ้า
ต่อมา เศษผ้าสีชมพูชิ้นน้อยก็ค่อยๆ ถูกรูดลงมาตามเรียวขาขาวเนียน... ผ่านหัวเข่า... ผ่านน่องเรียวสวย... ก่อนจะถูกเกี่ยวหลุดออกมาจากรองเท้าส้นเข็มอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วห้อยต่องแต่งอยู่บนปลายนิ้วของเธอ
หลินเฟิงยืนเอ๋อแดก สมองชัตดาวน์ไปชั่วคราว
บ้าไปแล้ว!
ผู้หญิงคนนี้แม่งบ้าไปแล้วแน่ๆ!
เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง คุยกันได้ไม่กี่ประโยค แม่งกล้าถอดกางเกงในโชว์ต่อหน้าต่อตากูเลยเรอะ!
ภาพที่เห็นตรงหน้ามันกระแทกเบ้าตายิ่งกว่ารูปถ่ายเมื่อกี้เป็นร้อยเท่า!
จนกระทั่งเจียงเสี่ยวหยาหน้าแดงก่ำ กึ่งเดินกึ่งวิ่งเอาเศษผ้าที่ยังชื้นเหงื่อและอุ่นระอุด้วยอุณหภูมิร่างกายมายัดใส่มือเขา หลินเฟิงก็ยังยืนช็อกอยู่
สัมผัสนุ่มนวลและไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือ ผสมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเด็กสาวที่ปนเปมากับกลิ่นครีมอาบน้ำที่โชยเตะจมูก เป็นตัวยืนยันว่าเหตุการณ์ตรงหน้าแม่งคือเรื่องจริงไม่ได้ฝันไป
"พี่ชายข้ามภพ ง... งั้นหนูกลับก่อนนะคะ!"
พอทำวีรกรรมสุดโต่งเสร็จ เจียงเสี่ยวหยาก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก อายจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองหลินเฟิง
พอยัดของใส่มือเขาเสร็จ เธอก็หันหลังสับตีนแตกวิ่งหนีไปทันที ระหว่างวิ่งก็ไม่ลืมเอามือกุมปิดหว่างขาตัวเองไว้แน่น กลัวลมพัดชายกระโปรงเปิดจนโป๊ะแตก
มองดูแผ่นหลังที่วิ่งเตลิดเปิดเปิงของเธอ หลินเฟิงถึงค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้
จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังระเบิดขึ้นในหัว
[ติ๊ง! เจียงเสี่ยวหยาจงใจสร้างความประทับใจให้โฮสต์ ด้วยการถอดเสื้อผ้าชิ้นในโชว์ต่อหน้า เป็นพฤติกรรมที่กล้าบ้าบิ่นและเกินขอบเขต! ค่าความร่าน +20!]
[ค่าความร่านปัจจุบัน 55]
[ติ๊ง! ภารกิจประจำวัน นางเซียนผู้ร่วงหล่น สำเร็จ สามารถทำให้ค่าความร่านของเจียงเสี่ยวหยาเพิ่มขึ้น 20 แต้มเป็นครั้งแรก ได้รับรางวัล หินวิญญาณ 100 ก้อน]
ค่าความร่านเด้ง?
แถมเด้งรวดเดียว 20 แต้มเลยเนี่ยนะ!
หลินเฟิงดูข้อความแจ้งเตือนจากระบบแล้วก็ตาสว่างทันที
ถ้าเจียงเสี่ยวหยาเป็นผู้หญิงร่านๆ ที่ชอบมั่วผู้ชายหรือชอบอ่อยไปทั่วเป็นสันดานอยู่แล้ว กะอีแค่ถอดกางเกงในโชว์แค่นี้ สำหรับเธอคงชิลๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรในใจ ค่าความร่านก็คงไม่พุ่งปรี๊ดขนาดนี้หรอก!
แต่นี่... การที่ค่าความร่านเด้งพรวดพราด มันแปลว่าลึกๆ แล้ว เธอยังมีความยางอายและความรักนวลสงวนตัวหลงเหลืออยู่! แต่เพราะความอยากได้อยากมี ความขี้อิจฉา หรือผลประโยชน์ก้อนโตตรงหน้า มันบีบให้เธอต้องกล้ำกลืนฝืนทนทำเรื่องขัดกับสามัญสำนึกของตัวเอง ความขัดแย้งในใจและการดำดิ่งสู่ความเสื่อมทรามมันถึงได้รุนแรงขนาดนี้!
สรุปก็คือ... ที่แท้เจียงเสี่ยวหยาก็ยังเป็นเด็กสาวที่รักนวลสงวนตัวคนนึงงั้นดิ!?
หลินเฟิงคิดข้อสรุปนี้ได้ก็หลุดขำก๊าก
ผู้หญิงที่กล้าถอดกางเกงใน "กลิ่นออริจินัล" ให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงดูสดๆ เนี่ยนะ... เรียกว่า "รักนวลสงวนตัว"?
โลกใบนี้แม่งชักจะเพี้ยนหนักขึ้นทุกวันแล้วโว้ย!
ตอนนั้นเอง เสียงระบบก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอีก
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ได้รับ 'เสื้อผ้าชิ้นในของนางเซียน' ต้องการส่งมอบภารกิจทันทีหรือไม่?]
หลินเฟิงก้มมอง กางเศษผ้าอุ่นๆ ในมือออกดู
มันเป็นกางเกงในตัวจิ๋ว แต่งขอบลูกไม้สีชมพู ดูมีความน่ารักสดใสสไตล์เด็กสาว
ในหัวเขาป๊อปอัปภาพถ่ายวาบหวิวที่เจียงเสี่ยวหยาเพิ่งส่งมาให้เมื่อกี้อัตโนมัติ ภาพรอยรัดรั้งที่กลืนกินเข้าไปในเนื้ออวบอูมไร้เส้นขนแม้แต่เส้นเดียวนั่น...
ผีห่าซาตานตัวไหนดลใจไม่รู้ จู่ๆ เขาก็ยกเศษผ้าชิ้นนั้นขึ้นมาสูดดมใกล้ๆ จมูกเสียฟอดใหญ่
อื้ม...
กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเด็กสาวที่เข้มข้นและดุดันพุ่งทะลวงเข้าโพรงจมูกทันที แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำปนมาด้วย
กลิ่นของเจียงเสี่ยวหยามันคนละฟีลกับของโจวเสี่ยวเหมิงเลย
กลิ่นของโจวเสี่ยวเหมิงจะออกแนวสดชื่น ละมุนๆ เหมือนดอกมะลิเปื้อนน้ำค้างยามเช้า ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
แต่กลิ่นของเจียงเสี่ยวหยา มันเหมือนดอกกุหลาบที่บานสะพรั่งเต็มที่ในยามบ่ายของฤดูร้อน ร้อนแรง เปิดเผย แฝงความยั่วยวนชวนให้หลงใหล แค่ดมก็ทำเอาเลือดลมสูบฉีด จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล
จังหวะที่หลินเฟิงกำลังเคลิ้มๆ หลงระเริงไปกับกลิ่นหอม เสียงระบบที่โผล่มาผิดคิวก็ดังขัดจังหวะ
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าร่างกายของโฮสต์เกิดปฏิกิริยาแข็งขืน อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้น โฮสต์ต้องการกำไอเท็มชิ้นนี้เพื่อ 'สาวหนอน' ก่อนส่งมอบภารกิจหรือไม่?]
"พ่องมึงสิ! กูไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นโว้ย! ส่งมอบภารกิจเดี๋ยวนี้เลย!"
หลินเฟิงด่ากราดระบบในใจเป็นชุด
กูอุตส่าห์เป็นชายหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาดีมีอนาคต ขืนปล่อยไว้แบบนี้ อีกหน่อยกูต้องโดนไอ้ระบบเวรนี่ล้างสมองจนกลายเป็นไอ้โรคจิตวิปริตเต็มขั้นแน่ๆ!
[ติ๊ง! ภารกิจ เสื้อผ้าชิ้นในของนางเซียน เสร็จสมบูรณ์]
[รางวัลภารกิจ: หินวิญญาณ 100 ก้อน ถูกจัดส่งเรียบร้อยแล้ว!]
[ติ๊ง! รวบรวมเสื้อผ้าชิ้นในของนางเซียนครบ 3 ชิ้น ได้รับรางวัลพิเศษ หินวิญญาณ 200 ก้อน แต้มแก่นแท้ +2]
สิ้นเสียงระบบ มือถือของหลินเฟิงก็สั่น "ครืด"
ธนาคาร XX บัญชีบัตรเดบิตลงท้าย XXXX ของท่าน มียอดเงินโอนเข้า 40,000.00 หยวน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 19:15 น.
ตู้มเดียว เงินเข้ากระเป๋าอีกสี่หมื่นหยวน!
ตอนนี้ยอดเงินคงเหลือปาเข้าไปเกือบเจ็ดหมื่นแล้ว!
ความรู้สึกที่เงินเต็มกระเป๋าแบบนี้ แม่งโคตรจะฟิน!
หลินเฟิงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เดินชิลๆ มุ่งหน้าไปทางถนนสายของกิน
พอเดินเข้าร้านอาหารตามสั่งที่ดูสะอาดตาสุดในระแวกนั้น เขาก็โบกมือสั่งอย่างป๋า
"เถ้าแก่! ขอข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นโปะน่องไก่เบิ้มๆ จานนึง! ข้าวหน้าราดไข่ข้นมะเขือเทศจานนึง! แล้วก็เอา... ข้าวราดหน้าซีฟู้ดรวมมิตรซูเปอร์วีไอพีอีกจาน!"
ไอ้ข้าวราดหน้าซีฟู้ดวีไอพีที่ว่าเนี่ย เครื่องแน่นเอี๊ยดทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ สนนราคาจานละตั้ง 35 หยวน!
สมัยเรียนมัธยมปลายอยู่ต่างจังหวัด เขาเคยกินข้าวแพงสุดมื้อละไม่เกินสิบกว่าหยวน ขืนกินเกิน 20 หยวนนี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำบาปหนา
แต่ตอนนี้ ฟาดข้าวกล่องละ 35 หยวนแบบขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้น ความรู้สึกที่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยนี่มันช่างเติมเต็มจิตวิญญาณซะเหลือเกิน
"เอาโค้กแช่เย็นขวดนึงด้วย!" เขาชี้ไปที่ตู้แช่
เมื่อก่อน เพื่อประหยัดเงินแค่หยวนเดียว เขาต้องถ่อไปซื้อน้ำอัดลมที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วค่อยหิ้วมากินที่ร้าน แต่ตอนนี้มันคนละชั้นแล้วเว้ย! เงินในบัญชีเกือบเจ็ดหมื่นนี่แหละคือความมั่นหน้า!
คนในร้านอาหารค่อนข้างเยอะ หลินเฟิงเลยไปหาที่นั่งมุมๆ หลบมุม ระหว่างรอข้าว เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาไถแอปช้อปปิ้ง
ตอนนี้รวยแล้ว ก็ต้องเปย์ "ของเล่น" อัปเกรดตัวเองให้สมฐานะหน่อย