- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูรกับระบบบัฟขั้นเทพ
- บทที่ 8 - สถานะรู้แจ้ง
บทที่ 8 - สถานะรู้แจ้ง
บทที่ 8 - สถานะรู้แจ้ง
บทที่ 8 - สถานะรู้แจ้ง
"วิหคสายรุ้ง ใช้สกิลร่อนถลารุกใส่ลิงยักษ์วัชระ"
ไป๋ซินเริ่มบัญชาการ
ระดับความสามารถในการต่อสู้จริงของสัตว์อสูรขึ้นอยู่กับการสั่งการของผู้ใช้อสูรอย่างมาก เพราะสติปัญญาของสัตว์อสูรด้อยกว่ามนุษย์ ผู้ใช้อสูรที่เก่งกาจสามารถมองขาดจุดชี้เป็นชี้ตายในการต่อสู้ และสั่งการให้สัตว์อสูรคว้าชัยชนะมาได้
"สกิลร่อนถลา"
เฉินหยางรู้ว่านี่เป็นหนึ่งในสกิลเฉพาะของสัตว์อสูรสายบิน ช่วยเพิ่มความเร็วและแรงปะทะ
เห็นเพียงวิหคสายรุ้งร่อนลงมาจากกลางอากาศ ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
"กรงเล็บเหล็ก"
ไป๋ซินตะโกน
วูบ
กรงเล็บของวิหคสายรุ้งยื่นออกมา ประกายวาววับดุจโลหะ ดูทรงพลังอย่างยิ่ง
"วิหคสายรุ้งใช้สกิลกรงเล็บเหล็กเป็นด้วย" เฉินหยางตกใจ กรงเล็บเหล็กกับกรงเล็บโจมตีเป็นสกิลระดับต้นที่คล้ายกัน แต่กรงเล็บเหล็กจะร้ายกาจกว่า
สุนัขเขี้ยวโลหิตมีหวังจะฝึกกรงเล็บโจมตีได้ แต่ถ้าจะฝึกกรงเล็บเหล็ก ความยากคงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
เพราะเล็บของสุนัขเขี้ยวโลหิตไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น การเรียนรู้กรงเล็บเหล็กจึงเต็มไปด้วยอุปสรรค
เฉินลี่ลี่เห็นวิหคสายรุ้งโจมตีเข้ามา ก็เริ่มสั่งการลิงยักษ์วัชระบ้าง
"ลิงยักษ์วัชระ ใช้แขนเหล็กตบไอ้นกบ้านั่นให้ร่วงไปเลย" เฉินลี่ลี่ออกคำสั่ง
วูม
แขนขวาของลิงยักษ์วัชระค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ ราวกับแขนเหล็กทมิฬ
ตูม
ลิงยักษ์วัชระชกหมัดใส่วิหคสายรุ้ง วิหคสายรุ้งใช้กรงเล็บเหล็กปะทะตอบโต้
เสียงดัง เคร้ง ราวกับโลหะกระทบกัน
เห็นเพียงลิงยักษ์วัชระยืนนิ่งไม่ไหวติง ส่วนวิหคสายรุ้งถูกหมัดซัดกระเด็นออกไป
"ลิงยักษ์วัชระ ตามไปซ้ำ อย่าให้มันบินขึ้นไปได้"
เฉินลี่ลี่ตะโกน
ลิงยักษ์วัชระรับคำสั่ง พุ่งกระโจนเข้าใส่วิหคสายรุ้ง
แต่วิหคสายรุ้งใช้สกิลร่อนถลา หลบการตะปบของลิงยักษ์วัชระไปได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่วิหคสายรุ้งบุกเข้ามาจะถูกลิงยักษ์วัชระป้องกันไว้ได้ แต่ทุกครั้งที่ลิงยักษ์วัชระบุกกลับ จะสร้างปัญหาให้วิหคสายรุ้งได้เสมอ
"ฮ่าฮ่าฮ่า นี่นะเหรอวิหคสายรุ้ง ถ้าบินไม่ได้คงโดนลิงยักษ์ของฉันทุบตายคาที่ไปแล้ว" เฉินลี่ลี่เยาะเย้ย "แล้วนกของเธอมีแค่สกิลร่อนถลากับกรงเล็บเหล็กแค่นี้เหรอ วิหคสายรุ้งเป็นสายโจมตีระยะไกลไม่ใช่เหรอไง นี่กะจะผันตัวมาเล่นสายประชิดหรือไงจ๊ะ"
ไป๋ซินไม่โต้ตอบ แต่สั่งการวิหคสายรุ้งอย่างใจเย็น
เมื่อเวลาผ่านไป ลิงยักษ์วัชระเริ่มหมดแรงอย่างหนัก ในขณะที่วิหคสายรุ้งแรงยังเหลือเฟือ
ขืนยื้อต่อไปแบบนี้ ลิงยักษ์วัชระจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
"สัตว์อสูรสายบินขอแค่ไม่โดนจับตัวได้ ก็ถือว่าได้เปรียบแต่แรกแล้ว"
เกาหยวนรำพึง
ตอนนั้นเอง เฉินลี่ลี่โมโหจนด่าออกมา "ไป๋ซิน นกของเธอเอาแต่หนี ถึงชนะไปก็น่าละอาย"
"สัตว์อสูรแต่ละชนิดก็มีวิธีการต่อสู้ของตัวเอง เฉินลี่ลี่ เธอเพิ่งรู้จักสัตว์อสูรวันแรกหรือไง"
คำพูดเดียวของไป๋ซินทำเอาเฉินลี่ลี่เถียงไม่ออก
มีคนเสริมขึ้นมา "นั่นสิ สัตว์อสูรบางตัวถนัดความเร็ว บางตัวถนัดพละกำลัง จะให้พวกสายความเร็วไปวัดพลังกับพวกสายถึกเหรอ ตลกตายชัก"
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าจุดจบของการต่อสู้คือลิงยักษ์วัชระจะโดนยื้อจนแพ้ภัยตัวเอง ร่างกายของวิหคสายรุ้งก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
ขนของวิหคสายรุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ทันใดนั้น มันอ้าปากพ่นลูกไฟออกมา
ตอนแรกไฟดวงเล็กนิดเดียว แล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว
แต่พอมันพยายามอีกเรื่อย ๆ ในที่สุดก็พ่นลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลออกมาได้
ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ลิงยักษ์วัชระ แล้วระเบิดออก
ตูม
ลิงยักษ์วัชระโดนระเบิดจนขนไหม้เกรียม ผิวหนังถูกไฟลวก
"สกิลระดับต้น ระเบิดเพลิง"
ทุกคนตกตะลึง
แม้ระเบิดเพลิงจะเป็นแค่สกิลระดับต้น แต่มันเป็นสกิลโจมตีระยะไกล
วิหคสายรุ้งเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟสายบิน จึงมีโอกาสเรียนรู้ระเบิดเพลิงได้
เมื่อเรียนรู้ระเบิดเพลิงสำเร็จ ด้วยความที่เป็นสัตว์ปีก ขอแค่บินอยู่กลางอากาศแล้วยิงระเบิดเพลิงใส่รัว ๆ ลิงยักษ์วัชระก็กลายเป็นเป้านิ่ง
แล้วจะเอาอะไรไปสู้
ระเบิดเพลิงลูกแล้วลูกเล่าระเบิดใส่ร่างลิงยักษ์วัชระ ไม่นานมันก็สะบักสะบอมไปทั้งตัว
"ฉันยอมแพ้"
เฉินลี่ลี่ตะโกนอย่างจำใจ
ขืนไม่ยอมแพ้ ลิงยักษ์วัชระคงบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจะกระทบต่อการฝึกฝน และจะยิ่งตามหลังไป๋ซินไปกันใหญ่
ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมความเก่งกาจของวิหคสายรุ้ง สายตาของเฉินหยางกลับจ้องเขม็งไปที่หัวของวิหคสายรุ้ง
ตอนนี้ บนหัวของวิหคสายรุ้งมีสถานะหนึ่งปรากฏขึ้น สถานะรู้แจ้ง
"สถานะรู้แจ้ง"
เฉินหยางรู้แล้วว่าทำไมเมื่อกี้วิหคสายรุ้งถึงเรียนรู้ระเบิดเพลิงได้ ที่แท้ก็เข้าสู่สถานะรู้แจ้งระหว่างการต่อสู้นี่เอง
"สถานะรู้แจ้งนี่ของดีเลย ต้องเก็บกู้ไอคอนนี้มาให้ได้"
เฉินหยางเบียดฝูงคนเข้าไป พยายามเข้าใกล้ให้มากที่สุด
วูบ
วิหคสายรุ้งร่อนลงมาจอดตรงหน้าไป๋ซิน เชิดหน้าขึ้นรอรับคำชม
"วิหคสายรุ้ง แกฝึกระเบิดเพลิงสำเร็จแล้ว กลับบ้านไปจะให้กินของอร่อยนะ" ไป๋ซินลูบหัววิหคสายรุ้ง
ตอนนั้นเอง เฉินหยางก็เข้าใกล้วิหคสายรุ้งได้สำเร็จ ทำทีเป็นเอ่ยชมตามคนอื่น ๆ
สถานะรู้แจ้งของวิหคสายรุ้งเริ่มเลือนรางลง เห็นได้ชัดว่ากำลังจะหายไป
"เก็บกู้"
เฉินหยางสั่งในใจ
วูบ
ลำแสงสายหนึ่งบินจากหัววิหคสายรุ้งเข้าสู่ระบบ ถูกเก็บรวบรวมไว้
[สถานะรู้แจ้ง (1/3)]
เห็นแบบนี้ เขาก็รู้ว่าได้ชิ้นส่วนสถานะรู้แจ้งมาหนึ่งชิ้น
แต่ถ้าจะรวมให้เป็นไอคอนสถานะรู้แจ้งแบบสมบูรณ์ ต้องหามาอีกสองชิ้น
"ไอ้สุนัขขี้เกียจ เมื่อกี้เห็นพวกนั้นสู้กันแล้วใช่ไหม เทียบกับพวกนั้นแล้วแกมันอ่อนด๋อยมาก ต่อจากนี้ตั้งใจฝึกให้ดี เข้าใจไหม พยายามแซงหน้าพวกมันให้ได้"
เฉินหยางหันมาพูดกับสุนัขเขี้ยวโลหิต
"ฮะ"
สุนัขเขี้ยวโลหิตพูดไม่ออก เจ้านายคิดว่ามันมีศักยภาพจะแซงหน้าวิหคสายรุ้งกับลิงยักษ์วัชระเนี่ยนะ
มันเป็นแค่สุนัขเขี้ยวโลหิตนะโว้ย
มันสงสัยว่าเจ้านายคงบ้าไปแล้ว
"ฝึกซ้อม"
เฉินหยางสั่ง
สุนัขเขี้ยวโลหิตเห่ารับ แล้วก้มหน้าก้มตาฝึกต่อไป
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบวัน
เฉินหยางเริ่มชินกับชีวิตในวิทยาลัยผู้ใช้อสูรจิ้งหู ส่วนฝีมือของสุนัขเขี้ยวโลหิตก็พัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง
หลังจากสถานะการฝึกฝนสิบเท่าหมดลง เขาใช้เวลาไม่นานก็รวบรวมอันใหม่ได้
เพราะในเมืองจินไห่ มีผู้ใช้อสูรให้โอสถโลหิตแท้กับสัตว์อสูรเยอะแยะ แค่เดินหาหน่อยก็เจอ
ดังนั้นเขาไม่ขาดแคลนไอคอนสถานะการฝึกฝนสิบเท่า
น่าเสียดายที่เขายังรวบรวมให้ครบสามอันเพื่ออัปเกรดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้เวอร์ชันอัปเกรดมาครองแล้ว
"ตบะหกปีแล้ว"
เฉินหยางมองดูตบะของสุนัขเขี้ยวโลหิตในตอนนี้อย่างพอใจ
แต่เพื่อเลี้ยงดูสุนัขเขี้ยวโลหิต เขาซื้อมันฝรั่งหอมมาเยอะมาก ให้กินเล่นเป็นลูกกวาดเลยทีเดียว ค่าใช้จ่ายย่อมไม่น้อย
ความเร็วในการพัฒนาของสุนัขเขี้ยวโลหิตแซงหน้าคนอื่นในห้องไปแล้ว แต่ถ้าเทียบกับพวกไป๋ซินหรือเฉินลี่ลี่ ช่องว่างยังห่างไกล
"ต้องเข้ามิติลึกลับไป่ซานแล้ว บางทีการเดินทางครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้สุนัขเขี้ยวโลหิตผงาดขึ้นมา"
เฉินหยางตัดสินใจ
ก่อนยื่นคำร้องเข้ามิติลึกลับไป่ซาน เขาเข้าไปรับภารกิจในระบบของวิทยาลัยมาสองสามอย่าง ล้วนเป็นภารกิจรวบรวมวัตถุดิบในมิติลึกลับ
มิติลึกลับไป่ซานตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กในเขตจิ้งหู
เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ตั้งแต่ค้นพบมิติลึกลับ ก็ถูกปรับปรุงใหม่
ปัจจุบัน มิติลึกลับไป่ซานมีร้านสัตว์อสูรและร้านทรัพยากรมาเปิดมากมาย ธุรกิจคึกคัก แต่ก็ยังเทียบกับถนนสายสัตว์อสูรไม่ได้
หน้าประตูมิติลึกลับ
เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลคำร้องของเฉินหยาง แล้วหันไปมองสุนัขเขี้ยวโลหิต
"คุณเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยจิ้งหู เข้าฟรีได้สามครั้ง แต่สัตว์อสูรของคุณคือสุนัขเขี้ยวโลหิต แน่ใจนะว่าจะเข้ามิติลึกลับไป่ซาน"
ความหมายของเจ้าหน้าที่ชัดเจนมาก สุนัขเขี้ยวโลหิตอ่อนแอขนาดนี้ เข้าไปรนหาที่ตายหรือเปล่า
"แน่ใจครับ"
เฉินหยางพยักหน้ายืนยันจริงจัง
เจ้าหน้าที่เห็นดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
"นี่คือกำไลข้อมือ ผู้ใช้อสูรทุกคนที่เข้ามิติลึกลับไป่ซานต้องสวมไว้ เพื่อให้เราระบุตำแหน่งของคุณได้ บนกำไลมีปุ่มฉุกเฉิน ถ้าเจออันตรายถึงชีวิต กดขอความช่วยเหลือได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ค่าขอความช่วยเหลือครั้งละสองแสนบาท หวังว่าคุณจะไม่ต้องใช้นะ เพราะต่อให้กด ทีมช่วยเหลือก็อาจไปไม่ทัน" เจ้าหน้าที่อธิบาย
"เข้าใจครับ"
เฉินหยางรับกำไลมาสวม แล้วเดินตรงไปที่ประตูมิติ
วูบ
ผ่านประตูมิติและอุโมงค์สีดำยาวเหยียด ในที่สุดก็มาถึงภายในมิติลึกลับไป่ซาน
"สัตว์อสูรแถวหน้าประตูโดนเก็บกวาดไปหมดแล้ว ทรัพยากรก็คงไม่เหลือ"
เขาพาสุนัขเขี้ยวโลหิตเลือกทิศทางสุ่ม ๆ แล้วเดินลึกเข้าไปในมิติลึกลับ