- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูร ผมมีระบบสังเคราะห์ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 13 - แผนการล่า จี้จีจีผู้หาเรื่องใส่ตัว
บทที่ 13 - แผนการล่า จี้จีจีผู้หาเรื่องใส่ตัว
บทที่ 13 - แผนการล่า จี้จีจีผู้หาเรื่องใส่ตัว
บทที่ 13 - แผนการล่า จี้จีจีผู้หาเรื่องใส่ตัว
"ก่อนอื่น เราต้องเลือกหุบเขาสักแห่งเพื่อทำการล่า แบบนี้จะสะดวกต่อการวางค่ายกล และป้องกันเหยื่อหนีด้วย" เซี่ยเหยียนถือหอกยาวสีแดงเพลิง ในชุดต่อสู้ที่ทะมัดทะแมง เขาดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ ดูจากภาพลักษณ์แล้ว อย่างน้อยต้องเป็นอัจฉริยะระดับนายน้อยสำนัก
อีกด้านหนึ่ง ฉืออานหลินเพิ่งกลับเข้าทีม ครั้งนี้เขาพกราชินีมดและมดเหล็กระดับสามัญติดตัวไปด้วย
ส่วนมดเหล็กที่เหลือ ฉืออานหลินสั่งให้กระจายตัวอยู่รอบๆ พื้นที่นี้ และให้ราชินีมดวางไข่สี่ร้อยฟองของวันนี้ทิ้งไว้
จำนวนมดเหล็กยังมีจำกัด ฉืออานหลินเลยให้พวกมันทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน ถ้ามีคนเข้าใกล้แคมป์ มดเหล็กพวกนี้จะส่งข้อมูลไปให้ราชินีมด
"เรื่องหาหุบเขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ" จี้จีจีขันอาสา เรื่องนี้ถือเป็นงานถนัดของเขา
ผู้ฝึกกายาปกติจะอัปสกิลโจมตีและป้องกัน แต่หมอนี่มีสไตล์ที่ค่อนข้างเพี้ยน เลยอัปแต้มไปที่ความเร็วและการลอบเร้น
ดังนั้นสำหรับนักฆ่ามืออาชีพ การสำรวจภูมิประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งของวิชาชีพ นอกจากนี้ เขายังรับบทเป็นตัวล่อได้ด้วย
ฉืออานหลินพยักหน้าเห็นด้วย สกิลลอบเร้นของหมอนี่สุดยอดจริงๆ
ได้ยินว่ามีครั้งหนึ่ง จี้จีจีเกิดเพี้ยนอยากวิจัยว่าผู้ชายใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้ออะไร เลยไปแอบดูผู้ชายหนึ่งร้อยคนแล้วสัมภาษณ์ แต่ 98 คนในนั้นตอบกลับมาว่า "มึงเข้ามาได้ยังไงวะ?"
เห็นได้ชัดว่า พรสวรรค์ของจี้จีจีน่ากลัวขนาดไหน
"ตกลง งานนี้ยกให้จี้จีจี ส่วนหลี่เหวิน นายช่วยซัพพอร์ตเรื่องรบกวนจิตใจสัตว์อสูร ทำให้สัตว์อสูรคลุ้มคลั่ง" เซี่ยเหยียนพยักหน้า จากการแนะนำตัว เขาก็พอรู้ความสามารถของจี้จีจีบ้าง
หลี่เหวินที่เป็นผู้ฝึกจิต สามารถกระตุ้นจิตใจของสัตว์อสูรให้โกรธเกรี้ยว สัตว์อสูรระดับสามัญล้วนมีสติปัญญาในระดับหนึ่ง ถ้าอยู่ในสภาพปกติ จะสังเกตเห็นกับดักที่หวังเฉียงวางไว้ได้ง่าย
"ฉืออานหลิน เซี่ยวเย่ว์เป็นหมาป่าวิญญาณน้ำแข็ง จมูกไวมาก สามารถตามรอยสัตว์อสูรได้ ระหว่างหาเหยื่อ เราก็ล่าสัตว์อสูรที่อ่อนแอหน่อยไปด้วย"
"หลี่เยว่ เธอคอยประกบฉืออานหลินกับเสี่ยวเอ ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรเข้าใกล้พวกเขา"
ไม่นาน การแบ่งงานก็เสร็จสิ้น ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ฉืออานหลินอยู่ในทีมย่อยสี่คน แยกกับจี้จีจี สัตว์อสูรที่พวกเขาต้องหาต้องไม่เก่งเกินไป ไม่งั้นตอนจัดการจะเกิดเสียงดัง เรียกความสนใจจากทีมอื่น
ถ้าจะล่าสัตว์อสูรประเภทนั้น ล่อเข้าค่ายกลของหวังเฉียงจะปลอดภัยกว่า
พืชในมิติแมลงมีหน้าตาประหลาด ด้านหนึ่งต้องป้องกันแมลงกัดกิน อีกด้านต้องให้แมลงจำพวกผึ้งมาผสมเกสร ดังนั้นพวกมันจึงไม่เพียงมีเปลือกแข็งดั่งเหล็ก แต่ในเกสรยังมีอาวุธไว้จัดการแมลงกินพืชด้วย
ไม่นาน ฉืออานหลินก็เจอด้วงมูลสัตว์ตัวหนึ่ง
[ชื่อ] : ด้วงมูลสัตว์ปฐพี
[ธาตุ] : ดิน
[ระดับ] : ระดับสามัญ ขั้น 3
[ศักยภาพ] : ระดับสามัญ ขั้นกลาง
ด้วงมูลสัตว์ หรือแมลงกุดจี่ ตอนที่ฉืออานหลินเจอมัน มันกำลังเข็นก้อนอึขนาดเท่าคน และขนาดตัวของด้วงมูลสัตว์ปฐพีตัวนี้ก็ใหญ่เวอร์วัง สูงถึงครึ่งตัวคน
ไม่รู้ว่าในระดับความแข็งแกร่งเท่ากัน ทำไมราชินีมดถึงตัวเล็กจิ๋ว จนใส่กระเป๋าเสื้อเขาได้
"ระดับสามัญ ขั้น 3 ล่าได้เลย หลี่เยว่ดูพวกเขาที" เซี่ยเหยียนกระซิบ แม้ด้วงมูลสัตว์ปฐพีจะมีแค่ระดับสามัญ ขั้น 3 แต่เกราะสีเหลืองที่เปล่งประกายนั่นดูแข็งมาก แถมยังมีสกิลธาตุดิน ถ้าอยู่ใกล้ๆ ฉืออานหลินอาจโดนหนามดินเสียบตายได้ในทีเดียว
หลี่เยว่พยักหน้า ถอยหลังไปนิดหน่อย พวกเขายังไม่รู้ใจกัน ดังนั้นตอนนี้ให้เซี่ยเหยียนเปิดก่อนดีที่สุด
เซี่ยเหยียนกระโดดไม่กี่ทีก็พุ่งไปถึงหน้าด้วงมูลสัตว์ปฐพี บนหอกยาวมีเปลวไฟลุกโชน แทงเข้าไปที่ข้อต่อขาหน้าของด้วง
เทียบกับหลังของด้วง ข้อต่อตรงนี้เจาะเกราะได้ง่ายกว่าเห็นๆ
ความจริงสำหรับเซี่ยเหยียน การเจาะเกราะด้วงตรงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะเปลืองพลังวิญญาณ ไม่เป็นผลดีต่อการต่อสู้หลังจากนี้
กริ๊ก!
การโจมตีนี้ทำให้ขาหน้าของด้วงหักสะบั้น ด้วงที่ยังไม่ทันตั้งตัวล้มคว่ำลงกับพื้น ก้อนอึขนาดเท่าคนกลิ้งหลุนๆ ออกไป
ด้วงที่ตกใจพยายามใช้ขาสามข้างที่เหลือยันตัวลุกขึ้น พอสัมผัสได้ถึงความเก่งกาจของเซี่ยเหยียน มันก็กางปีกเตรียมบินหนี จังหวะนั้นเซี่ยเหยียนแทงหอกออกไปอีกครั้ง ทะลุปีกที่กางออกเข้าไปในลำตัว
[หอกระเบิดเพลิง]
เปลวไฟไหลตามหอกเข้าไปในตัวด้วง แล้วระเบิดออกที่ปลายหอก
ร่างของด้วงแตกกระจาย เศษชิ้นส่วนและเมือกกระเด็นไปทั่ว สาดใส่หน้าเซี่ยเหยียนเต็มๆ
ฉืออานหลินที่อยู่ไกลๆ สูดปาก เขาวยังไม่ค่อยเข้าใจระดับพลังของผู้ฝึกตน แต่ถ้าให้เขาสู้กับด้วงตัวนี้ คงเจาะเกราะไม่เข้าด้วยซ้ำ ไม่นึกว่าเซี่ยเหยียนจะเก็บมันได้ในสองสามท่า
แถมดูท่าทางชำนาญขนาดนี้ ไม่รู้ว่าผ่านการต่อสู้มามากแค่ไหน
ไม่ไกลนัก เซี่ยเหยียนเก็บผลึกสีเหลืองบนพื้นขึ้นมา แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ไปกันเถอะ หาเป้าหมายต่อไป"
.......
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง จี้จีจีกำลังวิ่งหนีตายอย่างบ้าคลั่ง
ข้างหลังเขา มีฝูงผึ้งขนาดเท่าฝ่ามือบินตามมาติดๆ เหล็กในที่ดูน่ากลัวส่องประกายแวววาวเหมือนโลหะ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกมัน ต่อให้เป็นแผ่นเหล็กก็เจาะรูได้
"แผนของตาแก่เซี่ยมีปัญหา! สัตว์อสูรที่นี่บินได้หมด จะเอาหุบเขาไปทำซากอะไร!"
เมื่อกี้ เขาเจอหุบเขาที่แคบมาก สองข้างเป็นหน้าผา ปีนไปบนยอดเขาแล้วผลักหินลงมาโจมตีได้
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ พอเข้าหุบเขาไปได้ไม่นาน ก็เจอฝูงผึ้งทองคำสุดโหด
ทุกตัวเป็นสัตว์อสูรระดับสามัญ ถ้าโดนล้อม อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตที่หนึ่งก็ต้องจบชีวิตที่นี่
หลี่เหวินที่อยู่ไกลๆ รู้สึกคอแห้งผาก กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความเร็วของจี้จีจีนี่มันเร็วฉิบหาย ถ้าเป็นเขา แค่วิ่งออกมาได้สองวินาทีก็ตายแล้ว
แม้จี้จีจีจะวิ่งเร็ว แต่ก็ยังเร็วกว่าผึ้งทองคำที่เหมือนหัวกระสุนพวกนั้นไม่ได้ เห็นๆ อยู่ว่าผึ้งทองคำระดับสามัญ ขั้น 3 หลายตัวกำลังใกล้เข้ามา ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงการต่อสู้ดังมาจากไม่ไกล
"ยอมให้เพื่อนตาย ดีกว่าตัวเราตาย!" จี้จีจีตาเป็นประกาย วิ่งไปทางต้นเสียง
แม้วิธีนี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถ้าเจอนักเรียนคนอื่น เขาอาจจะประหยัดยันต์คุ้มกันไปได้หนึ่งครั้ง
ต้องรู้ว่าในที่แห่งนี้ ความจริงทุกคนคือคู่แข่ง ถ้ามีคนตกรอบ ไม่เพียงแต่การแข่งขันจะลดลง แต่ยังได้เหยื่อเพิ่มขึ้นด้วย