- หน้าแรก
- เมื่อความในใจถูกเปิดเผย คุณหนูตัวจริงและคุณหนูตัวปลอมจึงจับมือกันกินแตง
- บทที่ 4 แท้จริงแล้วนางไม่ใช่กางเอกหรือ?
บทที่ 4 แท้จริงแล้วนางไม่ใช่กางเอกหรือ?
บทที่ 4 แท้จริงแล้วนางไม่ใช่กางเอกหรือ?
บทที่ 4 แท้จริงแล้วนางไม่ใช่กางเอกหรือ?
แม้ระบบจะบอกว่าโยวเสี่ยวเซี่ยผู้นี้ก็คือตัวนางเองในอีกเวอร์ชันหนึ่งของโลกคู่ขนานก็ตาม
ทว่าโยวเสี่ยวเซี่ยกลับรู้สึกเสมอว่าพวกนางเป็นคนละคนกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดและบุคลิกเป็นของตัวเอง นางรู้สึกผิดมากพออยู่แล้วที่ต้องมาใช้ร่างของผู้อื่น การจุดธูปไหว้และการคำนับจึงเป็นสิ่งที่นางพอจะทำให้ได้ในตอนนี้
เมื่อมองไปยังใบหน้าในรูปถ่ายที่เหมือนกับตนเองราวกับพิมพ์เดียว โยวเสี่ยวเซี่ยก็ปักธูปลงในกระถาง "ข้าจะไปแล้วนะ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมเจ้าอีกเมื่อไหร่ พวกเจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีอยู่ที่นั่นเถิด!"
ทันใดนั้น เจ้าหกก็โผล่ออกมา (โฮสต์ ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าในโลกของตัวละครสองมิติ เมื่อตายไปแล้วจะไม่มีวิญญาณหลงเหลืออยู่ ดังนั้นจึงไม่มีคำว่า 'อยู่ที่นั่น' หรอก!)
โยวเสี่ยวเซี่ยกรอกตาไปมา (ข้าก็แค่ต้องการแสดงความเคารพ เจ้าก็อย่าสอดรู้สอดเห็นนักเลย!)
เจ้าหกยอมจำนน (ก็ได้ๆ ท่านเป็นโฮสต์ ท่านเป็นคนตัดสินใจ! แต่เสี่ยวเซี่ย ท่านสัญญากับข้าแล้วนะว่าเมื่อเข้าเมืองไปแล้ว ท่านจะต้องเสพเรื่องนินทาให้มากขึ้น เพราะยิ่งเสพเรื่องนินทา ท่านก็จะได้เมล็ดแตงโม และเมื่อสะสมเมล็ดแตงโมได้มากพอ ข้าก็จะมีรางวัลสำหรับการเสพเรื่องนินทาให้ท่านด้วย!)
โยวเสี่ยวเซี่ย (มีรางวัลด้วยหรือ? เมื่อก่อนเจ้าไม่เห็นเคยบอกข้าเลย!)
เจ้าหกหัวเราะร่า (ข้าก็แค่ต้องการให้ท่านประหลาดใจน่ะ!)
โยวเสี่ยวเซี่ยไม่ได้โต้เถียงกับมันต่อ หลังจากเสร็จสิ้นการคารวะ นางก็ล็อกประตูและเดินตามสามีภรรยาตระกูลซ่งไปที่รถ เตรียมตัวเดินทางออกจากหมู่บ้านซีสุ่ย!
ทว่า ทันทีที่มาถึงหน้าปากซอย นางก็เห็นชาวบ้านมายืนรอกันอยู่ที่รถเรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกคนเห็นโยวเสี่ยวเซี่ยเดินออกมา ต่างก็พากันกรูเข้ามาหานาง
"แม่นางรอง ข้าได้ข่าวว่าเจ้าจะไปแล้ว นี่เป็นถั่วลิสงที่ข้าปลูกเอง คั่วเสร็จใหม่ๆ เอาไว้กินเล่นระหว่างทางนะ!"
"เอาไข่ต้มใบชานี่ไปด้วยสิ เจ้าต้องนั่งรถไฟใช่ไหมล่ะ ทางมันไกล ไม่มีอะไรดีไปกว่าไข่ต้มใบชาตอนนั่งรถไฟอีกแล้ว!"
"แล้วก็นี่ ข้าเอาเม็ดมันเทศตากแห้งมาให้ แม่นางรองเอาไว้เคี้ยวเล่นแก้เบื่อบนรถนะ!"
...ชาวบ้านช่างมีน้ำใจเหลือเกินจนโยวเสี่ยวเซี่ยถึงกับตาแดงก่ำด้วยความซึ้งใจ (เจ้าหก ดูสิว่าข้าเป็นคนที่มีคนรักมากขนาดไหน! ไปที่ไหนก็มีแต่คนต้อนรับ!)
ระบบรีบประจบเอาใจ (โฮสต์เป็นคนดี เจ้าหกเองก็ชอบท่านเหมือนกัน!)
พวกชาวบ้านต่างยิ้มแย้มพลางสื่อสารกันผ่านสายตา:
"เฮ้อ ข้าไม่อยากให้แม่นางรองไปเลยจริงๆ ถ้านางไปแล้ว พวกเราจะเอาเรื่องนินทาที่ไหนมาเสพกันล่ะ!"
"นั่นสิๆ พอแม่นางรองไป พวกเราคงต้องกลับไปนั่งคุยเรื่องไร้สาระอยู่ที่หน้าหมู่บ้านเหมือนเดิมแน่ๆ!"
แน่นอนว่าพวกชาวบ้านเองก็เริ่มได้ยินเสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ยเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน หลังจากผ่านความประหลาดใจและหวาดกลัวในช่วงแรก ทุกคนก็ค้นพบประโยชน์ของการได้ยินความคิดของนางอย่างรวดเร็ว
เพียงหนึ่งสัปดาห์ ทุกคนก็ได้ติดตามโยวเสี่ยวเซี่ยไปเสพเรื่องนินทาจากบ้านนับร้อยในหมู่บ้านซีสุ่ย มันช่างสะใจเหลือเกิน!
ช่างน่าเสียดายที่นางกำลังจะไปเสียแล้ว พวกเขาช่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์นางเหลือเกิน!
โยวเสี่ยวเซี่ยรับน้ำใจจากชาวบ้านและก้าวขึ้นรถของสามีภรรยาตระกูลซ่งพร้อมสัมภาระมากมาย
ทันทีที่ขึ้นรถ นางก็ถอนหายใจออกมา (เฮ้อ กำลังจะเข้าเมืองแล้ว ข้ารู้สึกประหม่าจังเลย!)
ระบบปลอบประโลม (ไม่ต้องกลัวหรอกโฮสต์ เจ้าหกจะอยู่ข้างท่านเสมอ!)
โยวเสี่ยวเซี่ยเคยอ่านนิยายในชาติก่อนมาบ้าง พวกระบบมักจะข่มขู่โฮสต์ด้วยการช็อตไฟฟ้าหรือสิ่งอื่นๆ แต่เจ้าหกของนางกลับเป็นระบบที่ดีและพูดจาไพเราะ ซึ่งทำให้โยวเสี่ยวเซี่ยพึงพอใจมาก
นางพิงหลังกับเบาะหลังรถ พลางชำเลืองมองพ่อซ่งและคุณนายซ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้า
(ตอนนี้พ่อซ่งกับคุณนายซ่งดูใจดีมากเลยนะ แต่ใครจะไปนึกว่าภายหลังพวกเขาจะเกลียดขังข้าซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ได้ขนาดนั้น! เจ้าหก เจ้าว่าข้าควรจะปิดกั้นหัวใจตัวเองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดีไหม เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง!)
ก่อนที่เจ้าหกจะทันได้ตอบ ม่อผิงซินและซ่งอันคังที่นั่งอยู่ด้านหน้าต่างสบตากันด้วยความตื่นตระหนก
พวกเขาจะเกลียดลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองในอนาคตอย่างนั้นหรือ? เพราะเหตุใดกัน?!
เจ้าหกเอ่ย (ตามเนื้อเรื่อง โยวเสี่ยวเซี่ยกับซ่งหลินหลางที่เติบโตมาในตระกูลซ่งมักจะถูกผู้อื่นนำมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ สิ่งนี้ทำให้โยวเสี่ยวเซี่ยเริ่มขาดความมั่นใจและกลายเป็นคนอ่อนไหว นางเริ่มเคียดแค้นซ่งหลินหลางที่มาแย่งชิงที่พวงของนางไป หลังจากที่พ่อแม่ตระกูลซ่งล่วงรู้ความจริง พวกเขาก็ทำใจส่งซ่งหลินหลางไปไม่ได้ อีกทั้งเพื่อเห็นแก่ความรู้สึกของซ่งหลินหลาง พวกเขาจึงไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะว่านางไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ สิ่งนี้ทำให้โยวเสี่ยวเซี่ยมีนิสัยที่สุดโต่งมากขึ้นเรื่อยๆ และทำเรื่องไม่ดีไปหลายอย่าง จนทำให้คนตระกูลซ่งค่อยๆ เกลียดชังนางไปในที่สุด แต่ตอนนี้โฮสต์รู้เนื้อเรื่องแล้ว เรื่องราวมันต้องไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน!)
ม่อผิงซินได้ยินเช่นนั้นหัวใจก็สั่นสะท้าน!
นางเลี้ยงดูซ่งหลินหลางมาด้วยตนเอง แม้จะรู้ว่าไม่ใช่ลูกในไส้ แต่ม่อผิงซินก็ทำใจส่งนางไปไม่ได้จริงๆ
เดิมทีนางคิดว่าในเมื่อครอบครัวมั่งคั่ง การเลี้ยงเด็กเพิ่มอีกคนก็ไม่ใช่ปัญหา อีกทั้งเด็กๆ ก็โตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว นางไม่นึกเลยว่าในอนาคตจะมีคนนำเด็กทั้งสองมาเปรียบเทียบกันเช่นนี้!
ม่อผิงซินเริ่มลังเล นางชำเลืองมองสามี หรือว่านางควรจะไล่ซ่งหลินหลางออกจากบ้านไปเสียตอนนี้เลยดีไหม?!
โดยที่ไม่ล่วงรู้ถึงความขัดแย้งในใจของม่อผิงซิน โยวเสี่ยวเซี่ยก็ผล็อยหลับไปหลังจากขึ้นรถได้ไม่นาน เมื่อนางตื่นขึ้นมา รถก็วิ่งอยู่บนทางหลวงแล้วแต่ยังคงห่างไกลจากตัวเมือง ด้วยความเบื่อนางจึงหยิบเม็ดมันเทศตากแห้งที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้ขึ้นมาเคี้ยวเล่น
จนกระทั่งยามพลบค่ำ รถยนต์จึงขับเคลื่อนเข้าสู่คฤหาสน์ของตระกูลซ่ง
เนื่องจากม่อผิงซินได้โทรศัพท์มาแจ้งล่วงหน้าแล้ว คฤหาสน์จึงเปิดไฟสว่างไสว และทุกคนต่างมารอรับพวกเขากลับบ้าน
เมื่อโยวเสี่ยวเซี่ยก้าวลงจากรถ นางก็เห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันยืนอยู่ที่หน้าประตู นางมีรูปร่างสูงและใบหน้าจิ้มลิ้ม
(เจ้าหก นั่นคงจะเป็นซ่งหลินหลางสินะ นางสมกับเป็นดาราดังจริงๆ ขนาดมองจากไกลๆ ออร่ายังเปล่งประกายขนาดนี้!)
ระบบตอบ (ใช่แล้วโฮสต์ ซ่งหลินหลาง นางร้ายตัวประกอบของหนังสือเล่มนี้ นางอุทิศตนเพื่อคัดค้านนางเอกในทุกๆ เรื่อง ทั้งคู่ต่างแย่งชิงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร ชื่อเสียง หน้าที่การงาน หรือแม้แต่ผู้ชาย ภายหลังเมื่อตัวตนของนางถูกนางเอกเปิดโปง นางก็ต้องออกจากหน้าจอไป!)
ม่อผิงซินและซ่งอันคังที่กำลังก้าวลงจากรถต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน สวรรค์ มีอีกกี่เรื่องกันที่พวกเขาไม่รู้!
คำว่า "ออกจากหน้าจอ" หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าหลินหลางจะตายในตอนหลังอย่างนั้นหรือ?
โยวเสี่ยวเซี่ยเองก็ตกตะลึงเช่นกัน (นางไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องหรอกหรือ? นี่มันเรื่องราวลูกสาวแท้ลูกสาวปลอมไม่ใช่หรือไง? ข้าที่เป็นลูกสาวแท้เป็นเพียงตัวประกอบ และลูกสาวตัวปลอมก็เป็นตัวประกอบเหมือนกันอย่างนั้นหรือ?)
เจ้าหกนิ่งเฉย (โฮสต์ ท่านไม่ได้อ่านเนื้อหาต้นฉบับอย่างละเอียดน่ะสิ เรื่องลูกสาวแท้ลูกสาวปลอมมันเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น นางเอกตัวจริงคือคนอื่น นอกจากนี้ท่านเป็นเพียงตัวประกอบประเภทใช้แล้วทิ้งที่มีบทบาทน้อยมาก ส่วนซ่งหลินหลางคือนางร้ายตัวประกอบ หรือก็คือนางรองนั่นเอง!)
โยวเสี่ยวเซี่ยเข้าใจแล้ว ที่แท้ทั้งคู่ก็เป็นเพียงตัวประกอบเหมือนกันหรือนี่? แถมยังมีลำดับขั้นของตัวประกอบอีกด้วย? นักเขียนท่านช่างสรรหาจริงๆ!
อีกอย่าง หนังสือต้นฉบับมีความยาวหลายล้านคำ ช่างน่าเบื่อและยืดยาวเหลือเกิน นางไม่มีความอดทนพอที่จะอ่านทั้งหมดหรอก จึงเลือกอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเองเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าจะพลาดจุดสำคัญขนาดนี้ไปได้!
ในขณะที่นางกำลังคิดอยู่นั้น ม่อผิงซินและซ่งอันคังก็เดินเข้ามาจูงมือโยวเสี่ยวเซี่ยนำเข้าไปในบ้าน
ซ่งหลินหลางที่รออยู่ที่หน้าประตู ตั้งใจจะวิ่งเข้าไปหาทันทีที่เห็นม่อผิงซิน แต่เมื่อนางเห็นม่อผิงซินจูงมือเด็กสาวคนนั้น นางก็ชะงักไป เมื่อนึกถึงสถานะของตนเอง นางก็ถูกความกระอักกระอ่วนใจเข้าครอบงำชั่วขณะ
นับตั้งแต่รู้ว่าตนเองไม่ใช่ลูกหลานตระกูลซ่ง ในคราแรกซ่งหลินหลางก็ไม่ยอมเชื่อ แต่หลังจากเห็นผลการตรวจดีเอ็นเอ นางก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับมัน
แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับนางจริงๆ ที่จะยอมรับว่าบ้านที่นางอาศัยมาตลอดยี่สิบปี และครอบครัวที่รักนางมาตลอดนั้น เป็นเพียงผลลัพธ์ของความผิดพลาด!
นางมองดูครอบครัวที่มีกันสามคนเดินตรงมาหานางด้วยสายตาที่สับสน พวกเขาคือครอบครัวที่แท้จริง และนางเป็นเพียงคนนอกเท่านั้น!
เมื่อเห็นเด็กสาวคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซ่งหลินหลางก็สูดลมหายใจเข้าลึกและแสดงสีหน้าที่ดูถือตัวออกมา
แล้วอย่างไรล่ะถึงจะไม่ใช่ลูกในไส้? ท่านแม่ก็บอกแล้วว่าจะยังคงปฏิบัติต่อนาเหมือนลูกคนหนึ่ง ต่อให้ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่ความผูกพันยี่สิบปีกับตระกูลซ่งก็คือเรื่องจริง!
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็กอดอก เตรียมตัวจะข่มขวัญลูกสาวแท้ๆ คนนี้เสียหน่อย!
ต่อให้เจ้าจะเป็นลูกในไส้ แต่ข้าก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เจ้าต้องพลัดพรากไป อย่าได้คิดเชียวว่าจะใช้โอกาสนี้มารังแกข้าได้!
"เจ้า..." ซ่งหลินหลางเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะข่มขวัญ ทันใดนั้นนางก็พลันได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
(สวรรค์ พอมองดูใกล้ๆ แล้ว ลูกสาวตัวปลอมคนนี้หน้าตาสวยไม่เบาเลยนะเนี่ย ช่างน่าเสียดายจริงๆ เฮ้อ!)