- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 8 - ฉินอวี่แห่งตระกูลฉิน
บทที่ 8 - ฉินอวี่แห่งตระกูลฉิน
บทที่ 8 - ฉินอวี่แห่งตระกูลฉิน
บทที่ 8 - ฉินอวี่แห่งตระกูลฉิน
อิ๋งโกว ตัวละครหญิงจากแอนิเมชันจีนเรื่องจอมคนนอกรีต
พี่สาวของปฐมาจารย์ซากศพโหวชิง
ได้รับสมญานามว่า ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง
สี่ปฐมาจารย์ซากศพได้ร่วมมือกันช่วยเหลือจอมมารจูโหยวคุยก่อตั้งพรรคปรโลกเร้นลับขึ้นมา
อิ๋งโกวมีกำลังภายในที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานและลึกล้ำสุดหยั่งคาด ในขณะเดียวกันก็มีนิสัยเย็นชา ไร้ความรู้สึก เด็ดขาดอำมหิต และไม่สนใจมนุษยธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
เรียกได้ว่าเป็นเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ และเป็นผู้ที่มีพลังต่อสู้สูงที่สุดในบรรดาสี่ปฐมาจารย์ซากศพของพรรคปรโลกเร้นลับอย่างไร้ข้อกังขา
แต่อิ๋งโกวเกิดธาตุไฟแตกซ่านจากการฝึกวิชาเก้าปรโลกสวรรค์เร้นลับจนทำให้เกิดบุคลิกที่สองชื่อว่าพี่สาวขึ้นมา นิสัยจึงซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปมา
เธอเคยออกจากพรรคปรโลกเร้นลับเพื่อออกตามหาวิธีรักษาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาอาการนี้ได้ อิ๋งโกวจึงโกรธแค้นและหลบหนีออกจากทางโลก ยอมมอบร่างกายนี้ให้กับบุคลิกที่สองไป
และจะตื่นขึ้นมาก็ต่อเมื่อต้องเผชิญกับอันตรายเท่านั้น
ส่วนอิ๋งโกวที่ถูกอัญเชิญมาในครั้งนี้ ระดับพลังเริ่มต้นก็พุ่งปรี๊ดไปถึงระดับแปดขั้นทะลวงสัจธรรมช่วงปลาย ซึ่งถือว่าเป็นตัวตนระดับมหาปรมาจารย์ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์สามระดับบนเลยทีเดียว
ระดับเจ็ดขั้นมังกรคชสารได้รับการขนานนามว่า ปรมาจารย์น้อย
ระดับแปดขั้นทะลวงสัจธรรมได้รับการขนานนามว่า มหาปรมาจารย์
ระดับเก้าขั้นเทวะได้รับการขนานนามว่า เซียนเดินดิน
ระบบปรับแต่งอิ๋งโกวไปเยอะมาก แถมดูจากพรสวรรค์นี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าในสภาวะปกติอิ๋งโกวจะปรากฏตัวในบุคลิกของพี่สาว
ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แม้แต่ระดับพลังยุทธ์ก็ยังมองไม่เห็น
แต่ในยามคับขันกลับสามารถสลับร่างเป็นเทพสังหารได้อย่างอิสระ
หากเมื่อไหร่ที่เธอปลดปล่อยบุคลิกด้านมืดของตัวเองออกมาจนหมด เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเก้าขั้นเทวะทั่วไปก็คงพอฟัดพอเหวี่ยงกับเธอได้สบายๆ
นี่มันบอดี้การ์ดที่สมบูรณ์แบบชัดๆ!
ตามความทรงจำของฉินเซียว
ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นเทวะนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าขนฟีนิกซ์หรือเขาคิเลน
ระดับนั้นถือว่าเป็นเสาหลักค้ำยันของสำนัก ตระกูล หรือแม้แต่ระดับประเทศเลยทีเดียว
จวนอ๋องเป่ยเหลียงที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรก็มียอดฝีมือระดับเก้าคอยประจำการอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น
มีอิ๋งโกวอยู่ด้วย ความปลอดภัยของเขาก็ได้รับการการันตีแล้ว
"ไป ไปดูเด็กผู้หญิงคนนั้นหน่อยว่าเธอเป็นยังไงบ้าง"
ฉินเซียวเก็บความตื่นเต้นเอาไว้แล้วรีบเดินไปหาเด็กหญิงตัวน้อย
แต่ทว่าเมื่อได้เห็นสภาพของเด็กน้อยคนนั้น
ฉินเซียวก็ต้องนิ่งเงียบไปอีกครั้ง
เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่อายุเพียงสี่ห้าขวบคนนี้มีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวไปหมด
ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายของความเจ็บปวดและความสิ้นหวังที่ไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
เสื้อผ้าของเธอขาดวิ่น
บนร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผล
แววตาว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว
"สาวน้อย เธอ... ไม่เป็นไรใช่ไหม"
ฉินเซียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ราวกับกลัวว่าจะไปกระเทือนจิตใจของเด็กหญิงที่น่าสงสารคนนี้
จู่ๆ เด็กหญิงก็เงยหน้าขึ้น สายตากวาดมองไปรอบๆ
ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
แต่ก็ดูเหมือนจะหาอะไรไม่เจอเลย
ผ่านไปสักพัก ริมฝีปากที่ซีดเซียวของเธอก็สั่นระริกและเปล่งเสียงที่แผ่วเบาออกมา "ท่านพ่อ... ท่านแม่..."
เสียงของเธอดังก้องไปในค่ำคืนที่มืดมิด
แต่กลับไม่มีเสียงใดตอบรับ
น้ำตาไหลอาบแก้มและหยดลงบนพื้น
แตกกระจายเป็นหยาดน้ำตาเล็กๆ
"เฮ้อ!"
ฉินเซียวถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาย่อตัวลงตรงหน้าเด็กหญิง มองดูใบหน้าที่ยังไร้เดียงสาและซีดเผือดนั้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ต่อไปนี้เธอก็มาอยู่กับฉันแล้วกันนะ!"
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตางุนงง
ทันใดนั้นสายลมแผ่วเบาก็พัดผ่านมา
เส้นผมของเด็กหญิงปลิวไสวไปตามสายลม
เธอเงยหน้าขึ้นและมองฉินเซียวด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
พลังบางอย่างผุดขึ้นในใจของเธอ
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพื่อแก้แค้นให้พ่อแม่ เพื่อหมู่บ้าน และเพื่อทุกคนที่จากไป
เธอต้องตามหาคนที่หนีรอดไปให้เจอ
ในบรรดาฆาตกรที่ฆ่าชาวบ้าน ยังมีคนที่ยังไม่ได้รับผลกรรมอยู่
มีคนหนึ่งหนีรอดไปได้
มันชื่อว่าเสิ่นชิงหลง
เงาร่างของเธอภายใต้แสงจันทร์ดูเล็กจ้อยเสียเหลือเกิน
แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความกล้าหาญ
"พี่ชาย!"
"พี่สอนหนูฝึกยุทธ์ได้ไหมคะ"
"หนูยอมแลกทุกอย่างเลย!"
เมื่อเห็นแววตาของเด็กน้อยที่จู่ๆ ก็เด็ดเดี่ยวขึ้นมา ฉินเซียวก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนอารมณ์ของเธอมันรวดเร็วเกินไปแล้ว
มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สมกับวัยเลยสักนิด
เด็กคนนี้มีแววที่จะปั้นให้เก่งได้
"เนตรหยั่งรู้สรรพสิ่ง!"
ฉินเซียวนึกในใจ
ดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงสีม่วงอมเขียวออกมา
วินาทีต่อมา ภาพเส้นลมปราณในร่างกายของเด็กหญิงและกลิ่นอายพลังวิญญาณอันหนาแน่นที่ลอยอยู่เหนือหัวของเธอ ก็ทำเอาฉินเซียวอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
นี่มันกายาเก้าปรโลกกลืนวิญญาณในตำนานนี่นา!
บนทวีปเซิ่งหลิงมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีร่างกายพิเศษ
คนเหล่านี้ล้วนแต่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ที่โดดเด่นอย่างไม่มีข้อยกเว้น
กายาเก้าปรโลกกลืนวิญญาณก็เป็นหนึ่งในนั้น
แถมยังเป็นร่างกายที่เหมาะสำหรับการฝึกยุทธ์ในระดับท็อปสุดอีกด้วย
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีกายาเก้าปรโลกกลืนวิญญาณ ร่างกายจะเปรียบเสมือนหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง สามารถดูดกลืนพลังวิญญาณรอบตัวได้แม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่รู้ตัวก็ตาม
หากไม่ได้รับการชี้แนะและควบคุมให้ดี ผู้คนที่อยู่รอบตัวของผู้มีกายาเก้าปรโลกกลืนวิญญาณก็จะรู้สึกว่าตัวเองต้องเผชิญกับเรื่องโชคร้ายอยู่ตลอดเวลา
พลังวิญญาณแห่งฟ้าดินไม่ได้มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น
คนธรรมดาหากไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังวิญญาณ ก็จะถูกความโชคร้ายถาโถมเข้าใส่เช่นกัน
ดังนั้นผู้ที่ครอบครองกายาเก้าปรโลกกลืนวิญญาณจึงถูกมองว่าเป็นตัวซวย
ไม่นึกเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะมีร่างกายที่โกงขนาดนี้
ดูเหมือนว่าไอ้คนที่เสิ่นชิงหลงบอกว่าเป็นคนของพรรคมารที่ขโมยเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งของสำนักภูเขาหิมะมา มันไม่ได้มาที่หมู่บ้านนี้เพื่อซ่อนของวิเศษแค่อย่างเดียวแน่
แต่มันมาเพื่อเด็กคนนี้ด้วย
ตามหลักแล้ว ด้วยพรสวรรค์ของเด็กคนนี้ก็สามารถนับว่าเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้เหมือนกัน
น่าเสียดายที่ต้องเป็นศัตรูกับเขาเท่านั้นถึงจะกระตุ้นภารกิจบุตรแห่งสวรรค์ได้
ฉินเซียวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ตกลง ต่อไปนี้เธอก็มาอยู่กับฉันก็แล้วกัน ฉันจะให้โอกาสเธอได้แก้แค้นเอง!"
"จริงสิ เธอชื่ออะไรล่ะ อายุเท่าไหร่แล้ว"
เด็กหญิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าตอบ "หนูอายุสี่ขวบครึ่งแล้วค่ะ แต่ว่า... หนู... หนูไม่มีชื่อหรอกค่ะ!"
"พ่อกับแม่เรียกหนูว่ายายา!"
ชาวบ้านธรรมดาบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง
หลายคนไม่มีแม้แต่ชื่อเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ
เด็กผู้หญิงหลายคนเมื่ออายุครบสิบสองปี ก็จะถูกขายไปเป็นทาสรับใช้ในตระกูลใหญ่ๆ และตระกูลเหล่านั้นก็จะตั้งชื่อใหม่ให้พวกเธอเอง
ฉินเซียวพยักหน้าและพูดว่า "ต่อไปนี้เธอชื่อฉินอวี่ก็แล้วกัน!"
"เธอคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลฉินแห่งเมืองอู่ตี้ในอนาคต!"
"ฉันนี่แหละคือพี่ชายของเธอ!"
เขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลฉินแห่งเป่ยเหลียงอีกต่อไปแล้ว
ในอนาคต เขาจะเป็นผู้นำตระกูลฉินแห่งเมืองอู่ตี้
"ขอบคุณค่ะพี่... พี่ชาย!"
ฉินอวี่กล่าวขอบคุณ
"โอ๊ะ ข้ามาไม่สายใช่ไหมเนี่ย!"
ตอนนั้นเอง เสียงที่เต็มไปด้วยสำเนียงบ้านนอกแปร่งหูก็ดังขึ้น
จากนั้นเด็กสาวที่ดูอายุประมาณสิบเอ็ดสิบสองปี รูปร่างบอบบาง หน้าตาสะสวยราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
การแต่งตัวของเด็กสาวดูสดใสราวกับจะไปงานมงคล
ผมสีดำขลับถูกมัดเป็นแกละสองข้างด้วยเชือกสีแดง
ดวงตากลมโตราวกับลูกแก้วหลากสีเปล่งประกายแสงสีเลือดที่ดูแปลกประหลาด
ทำให้คนที่เห็นรู้สึกเกรงกลัว
ริมฝีปากสีแดงเข้มรับกับผิวที่ขาวผ่อง
คิ้วคมดุจกระบี่ หางตาชี้ขึ้น จมูกรั้นเล็กน้อย และสวมต่างหูสีทอง
สวมเสื้อผ้าที่มีสามสีคือ ขาว ดำ และแดง บนเสื้อมีตัวอักษรสีขาวสลักอยู่ ที่เชือกคาดเอวสีแดงมีเหรียญทองแดงห้อยอยู่หลายเหรียญ
ท่อนล่างสวมกระโปรงผ่าข้างสีขาว ชายกระโปรงเป็นสีแดงยาวจรดข้อเท้า สวมรองเท้าลายหัวกระต่ายสีดำ ดูแล้วช่างไม่เข้ากันเอาเสียเลย
เมื่อลิโป้เห็นผู้มาเยือน เขาก็เตรียมจะเข้าไปบังหน้าฉินเซียวตามสัญชาตญาณ
แต่พอลองพิจารณาอีกฝ่ายให้ดีๆ ก็พบว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้มีกลิ่นอายของการฝึกยุทธ์ใดๆ เลย เขาจึงเลิกล้มความตั้งใจไป
เด็กสาวปีนป่ายลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วปัดฝุ่นตามตัว
จากนั้นก็แบกย่ามใบเบ้อเริ่มเดินส่ายอาดๆ ด้วยท่าทางกร่างสุดๆ เข้ามาหาฉินเซียว
เธอถามด้วยท่าทีห้าวๆ ว่า "เอ็งคือฉินเซียวใช่ป่ะ"
ฉินเซียวส่งยิ้มตอบกลับไป
ยอดฝีมือที่เขารอคอยมานานอย่างอิ๋งโกว
ในที่สุดก็มาถึงแล้ว!
[จบแล้ว]