- หน้าแรก
- วายร้ายบัญชาสวรรค์ ขอโทษทีที่ลูกน้องผมโหดเกินไปหน่อย
- บทที่ 7 - ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง อิ๋งโกว
บทที่ 7 - ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง อิ๋งโกว
บทที่ 7 - ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง อิ๋งโกว
บทที่ 7 - ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง อิ๋งโกว
"อะไรนะ" คำพูดของฉินเซียวทำให้บนใบหน้าของเสิ่นชิงหลงเผยให้เห็นถึงความสงสัย
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบสนองอะไร ลิโป้ที่อยู่บนหลังม้าก็กระโจนทะยานขึ้นไปในอากาศ ลมปราณสีแดงแผ่ซ่านเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางยามราตรี
ราวกับพยัคฆ์มารที่ดุร้ายและน่าเกรงขาม ลอยตัวลงมาจากฟากฟ้า
ทวนกรีดฟ้าในมือฟาดฟันลงมาที่เสิ่นชิงหลงอย่างโหดเหี้ยม
กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้แม้แต่ศิษย์สำนักภูเขาหิมะอีกหลายคนก็ยังถูกสะกดให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ขาทั้งสองข้างราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนขยับเขยื้อนไม่ได้
มีเพียงเสิ่นชิงหลงคนเดียวเท่านั้นที่ตั้งสติได้ทัน
เขายกกระบี่ยาวในมือขึ้นมาขวางไว้ตรงหน้าอก สองมือประสานอินอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับตะโกนลั่น!
"เคล็ดวิชามหาอิสระ เกราะปราณคุ้มภัย!"
วิ้ง!
วงเวทรูปไทเก็กที่ส่องประกายแสงสีเงินขาว ลวดลายซับซ้อนและลึกล้ำกำลังหมุนวนอย่างช้าๆ ปรากฏขึ้นที่หน้าอกของเขา
ในฐานะศิษย์สายในอันดับหนึ่งของสำนักภูเขาหิมะ
แม้เสิ่นชิงหลงจะมีอายุเพียงยี่สิบห้าปี แต่ก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงปลาย แข็งแกร่งกว่าหลัวชินจากตระกูลหลัวถึงหลายสิบเท่า
คัมภีร์ยุทธ์และทักษะยุทธ์ของสำนักภูเขาหิมะก็ถูกเขาฝึกฝนจนแตกฉาน
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดขุนพลระดับหกขั้นผลัดเปลี่ยนกายาช่วงปลายอย่างลิโป้ มันก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
"มังกรดำคลั่งระบำ ทะลวง!!"
ลิโป้ตวาดลั่นพร้อมกับใช้พลังจากคัมภีร์มารฟ้า
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ทักษะยุทธ์อันทรงพลังออกมา
อัจฉริยะขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงปลายคู่ควรที่จะให้เขาเอาจริง
ทวนกรีดฟ้าในมือวาดลวดลายเป็นรูปมังกรดำ พุ่งเข้ามากระแทกวงเวทไทเก็กด้วยพลังมหาศาลดั่งสายฟ้าฟาด
เพล้ง!
เพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียว วงเวทไทเก็กก็แตกสลายไปในทันที
ทวนกรีดฟ้ายังคงพุ่งทะลวงหมายจะทุบหัวของเสิ่นชิงหลงให้แหลก
เสิ่นชิงหลงหน้าเปลี่ยนสี เขารีบยกกระบี่ยาวขึ้นมาป้องกันตัวอย่างลุกลี้ลุกลน
ตุ้บ!
ภายใต้พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของลิโป้ เสิ่นชิงหลงถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
คมกระบี่จมลึกลงไปในหัวไหล่ของเขาถึงครึ่งเล่ม
เลือดสดๆ ไหลย้อมเสื้อผ้าจนเป็นสีแดงฉานในพริบตา
เพียงแค่การปะทะกันในกระบวนท่าเดียว
บุตรแห่งสวรรค์อย่างเสิ่นชิงหลงก็พ่ายแพ้อย่างหมดรูป!
ฉัวะ!
เสิ่นชิงหลงกระอักเลือดออกมาคำโต
เขารู้สึกได้เลยว่าเส้นลมปราณในร่างกายขาดสะบั้นไปหลายเส้น ความเจ็บปวดที่หัวไหล่ยังเทียบไม่ได้กับอาการบาดเจ็บภายในจากการโจมตีอันหนักหน่วงของลิโป้ในครั้งนี้
ส่วนฉินเซียวที่เปิดใช้เนตรหยั่งรู้สรรพสิ่งอยู่ด้านข้างกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
การต่อสู้ของทั้งสองคนและอาการบาดเจ็บของเสิ่นชิงหลง เขาเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจน
มิน่าล่ะถึงถูกเรียกว่าบุตรแห่งสวรรค์
การโจมตีครั้งนี้ลิโป้ใช้พละกำลังไปถึงเจ็ดส่วน
แถมยังใช้ทักษะยุทธ์เสริมเข้าไปอีก
ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงปลายคนอื่นๆ คงถูกฟันขาดครึ่งไปแล้ว
แต่เสิ่นชิงหลงกลับได้รับแค่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น
ดูเหมือนว่ากฎของระบบที่บอกว่าหากยังไม่สามารถช่วงชิงแต้มโชคชะตาของบุตรแห่งสวรรค์มาได้จนหมดก็จะไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้นั้นจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
"ศิษย์พี่ใหญ่!"
เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถังหลินและคนอื่นๆ ถึงเพิ่งจะได้สติกลับมา
ต่างพากันชักกระบี่และพุ่งเข้าไปช่วย
หึ!
ลิโป้แค่นเสียงเย็นชา
มือซ้ายชักกระบี่ประจำกายที่เอวออกมาแล้วสะบัดเบาๆ
ฉึก ฉึก ฉึก!
กระบี่ยาวพุ่งทะลุหน้าอกของผู้ฝึกยุทธ์สำนักภูเขาหิมะไปหลายคนในพริบตา
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ขั้นรวบรวมลมปราณอีกหกคนที่เหลือไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะต่อต้าน ก็ถูกสังหารจนหมดสิ้นภายในเสี้ยววินาที
"ศิษย์น้อง!"
เสิ่นชิงหลงกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
จากนั้นก็ระเบิดพลังลมปราณในร่างกายออกมาจนหมด
ใช้กระบี่ยาวในมือปัดทวนกรีดฟ้าที่กดทับอยู่บนไหล่ของตัวเองออกไป
แล้วกัดฟันทนความเจ็บปวดพุ่งตัวถอยห่างออกไปหลายเมตรอย่างรวดเร็ว
"พวกแกเป็นใครกันแน่"
"มาเข่นฆ่าศิษย์สำนักภูเขาหิมะของเราอย่างโหดเหี้ยม"
"คิดจะตั้งตนเป็นศัตรูกับสำนักภูเขาหิมะจริงๆ ใช่ไหม"
เสิ่นชิงหลงฝืนทนความเจ็บปวดและข่มขู่ด้วยท่าทีที่แสร้งทำเป็นเก่งกล้าทั้งที่ในใจหวาดกลัว
ลิโป้ทำหน้าเย้ยหยัน
เตรียมจะตวัดทวนกรีดฟ้าในมืออีกครั้งเพื่อปลิดชีพมันซะ
เสิ่นชิงหลงกัดฟันแน่นและล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
เขามีของวิเศษประจำสำนักติดตัวอยู่ชิ้นหนึ่ง
ซึ่งสามารถช่วยชีวิตเขาได้ในยามคับขัน
เพียงแต่ต้องแลกมาด้วยผลกระทบที่แสนสาหัสเท่านั้น
ตอนนั้นเอง ฉินเซียวก็ขี่ม้าเดินเข้ามาหาเสิ่นชิงหลงอย่างช้าๆ
"ส่งเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งมาแล้วแกจะรอดไปได้!"
"ไม่อย่างนั้น วันนี้แกได้ตายเป็นผีเฝ้าที่นี่แน่!"
ฉินเซียวก้มมองเสิ่นชิงหลงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นและข่มขู่เสียงเย็น
เสิ่นชิงหลงหน้าเปลี่ยนสีทันทีและโพล่งออกมาว่า "แก... แกรู้ได้ยังไงว่าข้ามีเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็ง"
เห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งคือของวิเศษประจำสำนักของพวกเขา
ต้องใช้เวลานานนับร้อยปีถึงจะเติบโตได้เต็มที่
การที่พวกเขามาฆ่าล้างหมู่บ้านในครั้งนี้ ก็เพราะว่าคนของพรรคมารที่ขโมยเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งมาซ่อนไว้ในหมู่บ้านนี้ดันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
พวกเขาส่งคนเข้ามาค้นหาในหมู่บ้านและเผลอพลั้งมือฆ่าชาวบ้านไปคนหนึ่ง
เพื่อรักษาชื่อเสียงของสำนักภูเขาหิมะ
พวกเขาจึงใช้ข้ออ้างในการบีบบังคับให้ชาวบ้านบอกที่ซ่อนของคนร้ายมาบังหน้า และลงมือฆ่าล้างหมู่บ้านผู้บริสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง
แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้รู้เรื่องเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งได้ยังไงกัน
"เลิกพูดพล่ามได้แล้ว!"
"จะส่งมา หรือไม่ส่ง!"
ฉินเซียวไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับพวกมันให้เสียเวลา
แววตาของเสิ่นชิงหลงวูบไหว
ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็หยิบห่อผ้าออกมาจากอกเสื้อ
"เห็ดหลินจืออยู่ที่นี่ ปล่อยข้าไปได้แล้วใช่ไหม!"
เสิ่นชิงหลงโยนห่อผ้าไปให้
แม้เห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งจะล้ำค่ามากแค่ไหน
แต่ชีวิตของเขาก็สำคัญกว่าอยู่ดี
ฉินเซียวเปิดห่อผ้าออก เมื่อเห็นเห็ดหลินจือสีเงินที่แผ่กลิ่นหอมของสมุนไพรและไอร้อนออกมา เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
"เอาล่ะ ไสหัวไปได้แล้ว!"
"คราวหน้าแกจะไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้วนะ!"
"สำนักภูเขาหิมะ ผู้นำฝ่ายธรรมะงั้นเหรอ หึหึ ช่างน่าขำสิ้นดี"
เมื่อต้องเผชิญกับคำเยาะเย้ยของฉินเซียว ใบหน้าของเสิ่นชิงหลงก็บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
แต่เขาก็ไม่กล้าโต้เถียงอะไร
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า "พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่"
พูดจบก็พุ่งตัวทะยานจากไป
มองดูแผ่นหลังของเสิ่นชิงหลงที่หายลับไปอย่างรวดเร็ว ลิโป้ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย "ท่านชาย ทำไมถึงปล่อยพวกมันไปล่ะครับ"
"ข้าสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดายเลยนะ"
ฉินเซียวส่ายหน้าแล้วยิ้ม "เฟิ่งเซียน คนบางคนก็ไม่ได้ฆ่าง่ายขนาดนั้นหรอกนะ บนโลกนี้บางเรื่องก็ถูกกำหนดมาไว้แล้ว"
"บนตัวมันจะต้องมีไพ่ตายสำหรับเอาชีวิตรอดอยู่อีกแน่"
"พวกอัจฉริยะจากสำนักใหญ่ๆ มักจะมีลูกไม้เยอะเสมอ!"
"แต่ไม่ต้องห่วงหรอก มันมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแน่"
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์กระตุ้นภารกิจสำเร็จ ช่วงชิงของวิเศษเห็ดหลินจืออัคคีน้ำแข็งในมือของบุตรแห่งสวรรค์ และสังหารคนชั่วร้าย]
[ช่วงชิงแต้มโชคชะตาของเสิ่นชิงหลง 500 แต้ม]
[แต้มโชคชะตาคงเหลือของเสิ่นชิงหลง 600 แต้ม]
[ได้รับรางวัลภารกิจ โอกาสสุ่มอัญเชิญจอมยุทธ์หนึ่งครั้ง]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ช่วงชิงแต้มโชคชะตาได้เป็นครั้งแรก ร้านค้าของระบบเปิดใช้งานแล้ว โฮสต์สามารถตรวจสอบและแลกเปลี่ยนสินค้าได้ตลอดเวลา]
ตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของฉินเซียว
ยังขาดอีก 600 แต้มโชคชะตาถึงจะถึงเส้นตายในการสังหารเสิ่นชิงหลงได้
แถมตอนนี้ร้านค้าของระบบก็เปิดใช้งานแล้วด้วย
"ระบบ อัญเชิญจอมยุทธ์!"
ฉินเซียวพูดในใจเงียบๆ
ราชวงศ์เทียนอู่มียอดฝีมือมากมายก่ายกอง
แม้ลิโป้จะเก่งกาจ แต่ก็ตัวคนเดียว
แถมเขายังเป็นขุนพลบู๊
ถ้าเทียบพลังต่อสู้กันแบบเดี่ยวๆ อาจจะสู้พวกจอมยุทธ์ในยุทธภพไม่ได้
ครั้งนี้ไปล่วงเกินสำนักภูเขาหิมะซึ่งเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์เทียนอู่เข้าให้แล้ว
บวกกับยังมีคนที่อยากให้เขาตายซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกนับไม่ถ้วน
ต้องอัญเชิญยอดฝีมือมาปกป้องตัวเองเพิ่มให้เยอะๆ ถึงจะรอด
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์อัญเชิญได้จอมยุทธ์ ทะเลปรโลกไร้ฝั่ง อิ๋งโกว]
[อายุ 28 ปี]
[เผ่าพันธุ์ เผ่ามนุษย์]
[ระดับ จอมยุทธ์สี่ดาว]
[ระดับพลัง ระดับแปดขั้นทะลวงสัจธรรมช่วงปลาย]
[คัมภีร์ยุทธ์ วิชาเก้าปรโลกสวรรค์เร้นลับ ระดับสวรรค์]
[ไอเทมคู่กาย ถุงร้อยสมบัติ]
[โลกต้นกำเนิด โลกจอมคนนอกรีต โลกกำลังภายในระดับต่ำ]
[พรสวรรค์ ปลดปล่อยทะเลปรโลก เข้าสู่สภาวะมารของอิ๋งโกว นิสัยจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงเวลาสั้นๆ ในช่วงเวลานั้นพลังการต่อสู้จะพุ่งทะลุปรอท]
เดิมทีฉินเซียวตั้งใจว่าพออัญเชิญเสร็จจะไปดูอาการของเด็กหญิงตัวน้อยที่ทำหน้าตางุนงงอยู่ตรงนั้นสักหน่อย แต่ระบบดันโยนระเบิดลูกใหญ่มาให้ซะก่อน
ทำเอาสมองของเขาช็อตไปเลยทีเดียว
เชี่ยเอ๊ย โยนไพ่ตายมาให้อีกแล้วเหรอ
ดันเอาตัวตึงอย่างอิ๋งโกวมาให้ฉันซะงั้น
[จบแล้ว]