- หน้าแรก
- มารยาจิ้งจอกพันปี สยบหัวใจซุปตาร์เย็นชา
- บทที่ 04 - ออร่าที่สะกดทุกสายตา
บทที่ 04 - ออร่าที่สะกดทุกสายตา
บทที่ 04 - ออร่าที่สะกดทุกสายตา
บทที่ 04 - ออร่าที่สะกดทุกสายตา
บล็อกเกอร์คนหนึ่งบนเวยป๋อตั้งโพสต์ว่า ขอร้องล่ะ มีใครบ้างที่ร่วมเฟรมกับซุปตาร์เวินแล้วจะไม่ถูกรัศมีกลบจนมิดบ้าง
ในช่องคอมเมนต์มีคนจำนวนมากเข้ามาขายตรงไอดอลหน้าฟ้าประทานของตัวเอง หรือไม่ก็ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ
พูดตามตรง ผู้กำกับลู่เองก็เคยติดตามโพสต์นี้อยู่เหมือนกัน ตัวเลือกหลายๆ คนก็มีส่วนมาจากการอ้างอิงรูปตัดต่อที่ชาวเน็ตทำขึ้นมา
แต่รูปถ่ายพวกนั้นมันไม่มีจิตวิญญาณ
อย่างเช่นซูเหยียน
ซูเหยียนคือคนที่ทีมผู้กำกับลงความเห็นตรงกันว่าเหมาะสมที่สุด แต่ทว่า... (:з」∠)
หลังจากที่ผู้กำกับลู่ถามคำถามนั้นจบ ทีมงานคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้างรอดู
ในวินาทีนั้นเวินฉือเยวียนกลับลังเลขึ้นมา จู่ๆ เขาก็ไม่อยากให้คนพวกนี้เห็นชายหนุ่มแล้ว
เพียงเพราะอีกฝ่ายงดงามจนเกินไป
แต่ทำไงได้ เจียงเซี่ยนไม่ใช่พวกชอบอยู่นิ่งๆ "คุณเวิน ลงไปได้หรือยังครับ"
เมื่อมีเสียงดังมาจากในรถ ผู้กำกับและทีมงานทุกคนก็พากันเบนสายตาไปที่ด้านหลังของซุปตาร์เวิน
ชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวสะอาดตากำลังเดินตรงมาหาพวกเขาอย่างเชื่องช้า ราวกับคุณชายสูงศักดิ์ในยุคโบราณ
ไฝสีแดงใต้หางตาช่างดึงดูดสายตายิ่งนัก มันตัดกับชุดสีขาวอย่างลงตัว และยังเข้ากันได้ดีกับนัยน์ตาสีแดงคู่นั้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ราวกับว่าไฝเม็ดนี้เกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดด เครื่องหน้าที่คมชัดและสง่างามก็สะกดทุกคนในที่นั้นให้ตกตะลึง
หางตาของเจียงเซี่ยนตวัดขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มบางๆ "สวัสดีครับทุกคน"
พวกทีมงานแทบจะคลั่งตายกันอยู่แล้ว
"กรี๊ดดดดดดดดด"
"อย่าหยิกฉัน หยิกตัวเองสิ"
"เชี่ยยยย เชี่ยยยย แม่เจ้าโว้ยยย ฉันว่าฉันกำลังมีความรัก"
หลังจากพี่สาวคนสวยที่บอกว่าตัวเองกำลังมีความรักพูดจบได้ไม่นาน เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก
แต่พอพี่สาวคนนั้นเงยหน้าขึ้น สายตานั้นกลับหายไป สิ่งที่เห็นมีเพียงใบหน้าเรียบเฉยของซุปตาร์เวินเท่านั้น
เอ๊ะ
ทำไมเมื่อกี้ถึงรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องเขม็งมาที่ตัวเองเลยนะ
ช่างเถอะ เสพความหล่อสำคัญที่สุด คนอะไรจะหล่อตะลึงได้ขนาดนี้
สุดยอดไปเลย
ไม่นานนัก ความสนใจของพี่สาวคนนั้นก็ถูกเจียงเซี่ยนดึงกลับไปอีกครั้ง
คนที่ตกตะลึงไม่แพ้กันก็คือผู้กำกับลู่
เวินฉือเยวียนยืนตัวตรงนิ่งอยู่กับที่ ต่อให้เจียงเซี่ยนจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนได้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถทำให้ใครมองข้ามเวินฉือเยวียนไปได้เลย
ทั้งคู่ดูสูสีและมีรัศมีที่ทัดเทียมกัน
เสียงทุ้มกังวานของเวินฉือเยวียนดังขึ้น "ผู้กำกับลู่ ผู้กำกับหลักของการถ่ายทำครับ ส่วนท่านนี้คือ..."
ตอนที่เวินฉือเยวียนเริ่มแนะนำตัว พอถึงคิวของเจียงเซี่ยน เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้ชื่อของอีกฝ่ายเลย
ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขามีความเข้าใจที่ตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก แม้แต่ตอนชวนมาถ่ายแบบก็พูดกันแค่สองสามประโยค
เสียงกลั้วหัวเราะของเจียงเซี่ยนดังแว่วมาให้ได้ยิน "เจียงเซี่ยนครับ"
"อ้อ สวัสดีครับคุณเจียง" ผู้กำกับลู่ยิ้มตาหยี พึงพอใจเป็นอย่างมาก "คุณเจียงกับคุณเวินมาถ่ายแบบคู่กันนี่เหมาะสมที่สุดเลยครับ"
เจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยน
เวินฉือเยวียนท่องชื่อนี้ในใจเงียบๆ สองสามรอบ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ แววตาถึงได้ปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมา
แทนที่จะยืนมองปลาแหวกว่ายอยู่ริมสระน้ำ สู้ถอยกลับมาโอบกอดคุณไว้เสียยังจะดีกว่า
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ช่างแต่งหน้าก็ถูกเรียกตัวมา "ผู้กำกับลู่ครับ ต้องเติมหน้าหน่อยไหมครับ"
แต่ผู้กำกับลู่กลับโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ต้อง เอาแบบนี้แหละ"
ซุปตาร์เวินก็ไม่ได้แต่งหน้า เพียงแค่จัดแต่งทรงผมง่ายๆ เจียงเซี่ยนเองก็หน้าสดเหมือนกัน
แบบนี้สิถึงจะให้ความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาและกระแทกใจผู้ชมได้มากที่สุด
การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เจียงเซี่ยนมองดูฉากที่จัดเตรียมไว้ มันดูหรูหรายิ่งกว่าในโรงแรมเสียอีก
"ท่าแรกไม่มีข้อกำหนดอะไรมาก นอนลงแล้วสบตากันก็พอ ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างภาพเลยครับ"
มือของเจียงเซี่ยนลูบไล้ไปบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ก่อนจะหันไปมองเวินฉือเยวียนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วกะพริบตาให้ "ผู้กำกับครับ ขออิมโพรไวส์เองได้ไหมครับ"
ทั้งที่ปากกำลังพูดกับผู้กำกับ แต่สายตาของเจียงเซี่ยนกลับจ้องมองไปที่เวินฉือเยวียน
ความหมายแฝงในคำพูดนั้นราวกับจะบอกว่า ฉันจะด้นสดแล้วนะ
ส่วนจะด้นสดไปถึงขั้นไหนก็ยังไม่แน่ใจนัก เลยต้องบอกกล่าวผู้กำกับไว้ล่วงหน้าก่อน
มีหรือที่ซุปตาร์เวินจะไม่รู้ทันความคิดของเจียงเซี่ยน
ตอนนี้ผู้กำกับลู่ยังคงชื่นชมในความกล้าและเป็นธรรมชาติของเจียงเซี่ยน "ได้เลยครับ แสดงอารมณ์ได้เต็มที่ ช่างภาพจะคอยจับภาพเอง"
นอกจากมุมกล้องที่หินสุดๆ แล้ว ทีมช่างภาพของ King ก็ถือว่ามีประสบการณ์สูงมากเช่นกัน
การถ่ายทำในครั้งนี้จะเป็นการถ่ายจากมุมสูงลงมา เพื่อเก็บภาพทั้งสองคนที่กำลังนอนสบตากัน
ผู้กำกับลู่วางโครงร่างไว้สวยงามมาก กะว่าตอนหลังจะเลือกเอาใบหน้าครึ่งหนึ่งของทั้งสองคนมาต่อกัน เพื่อสร้างความแตกต่างที่รุนแรงทางสายตา
แต่ใครจะไปคิดว่าเจียงเซี่ยนยังสามารถเติมแต่งความสมบูรณ์แบบนี้ให้โดดเด่นขึ้นไปอีก
เจียงเซี่ยนเอนตัวนอนลงไปอย่างเป็นธรรมชาติ ฝ่ายเสื้อผ้าเดินเข้าไปจัดระเบียบชายเสื้อให้เล็กน้อย ก่อนจะถอยออกมา
เวินฉือเยวียนเอนตัวลงนอนตามเขา
"เอาล่ะครับอาจารย์ทั้งสองท่าน พร้อมไหมครับ"
"ทุกฝ่ายเตรียมตัว"
แสงไฟและกล้องถ่ายรูปพร้อมทำงาน
คนหนึ่งชุดดำ คนหนึ่งชุดขาว
คนหนึ่งแสนสุภาพ คนหนึ่งเจ้าเสน่ห์
เจียงเซี่ยนเอาแต่จ้องมองซุปตาร์เวินตั้งแต่ผู้กำกับยังไม่ได้สั่งให้เริ่มด้วยซ้ำ
ภายใต้ความเงียบสงบที่ดูเหมือนไร้อารมณ์ แท้จริงแล้วกลับซ่อนการเผชิญหน้าที่ดุเดือดเอาไว้มากมาย
ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีใครยอมใคร
เจียงเซี่ยนสายด้นสด
แค่เริ่มช็อตแรก เจียงเซี่ยนก็วางแขนพาดลงบนไหล่ของเวินฉือเยวียนโดยตรง
ทำเอาช่างภาพถึงกับตกตะลึง
นี่ นี่มันไม่ค่อยเหมือนกับที่คุยกันไว้นี่นา
ช่างภาพหันไปมองผู้กำกับอย่างขอความช่วยเหลือ เสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจของผู้กำกับก็ดังทะลุหูฟังเข้ามา "ถ่ายต่อไป ถ่ายต่อไป ไม่เป็นไร ด้นสดแบบนี้ดูเป็นธรรมชาติกว่า ผลลัพธ์ก็ออกมาดีมากด้วย"
หลังจากถ่ายไปได้สองช็อต เสียงควบคุมสถานการณ์ของผู้กำกับก็ดังผ่านโทรโข่งออกมา
"ดีมากครับ ท่าต่อไปขอให้อาจารย์ทั้งสองท่านทำตัวตามสบายอีกนิด ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นนะครับ"
"ทีมงานเข้าไปจัดเสื้อผ้าหน่อยครับ"
ชุดย้อนยุคของเจียงเซี่ยนไม่จำเป็นต้องจัดอะไรมากนัก เขาเลยขัดจังหวะคำสั่งของผู้กำกับ
"เดี๋ยวฉันช่วยจัดการให้คุณเวินเองครับ ไม่ต้องรบกวนคนอื่นหรอก"
"เอ่อ... งั้นคุณเวินครับ ให้คุณเจียงช่วยจัดให้หน่อยนะครับ" ผู้กำกับถามหยั่งเชิงด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าเวินฉือเยวียนจะไม่ยอม
จะไม่มีทางยอมได้ยังไงล่ะ
เวินฉือเยวียนตอบรับในลำคอเบาๆ หันหน้าเข้าหาเจียงเซี่ยน
ตั้งแต่เนกไท ไปจนถึงกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดแรก และเม็ดที่สอง
ในขณะที่เจียงเซี่ยนตั้งใจจะปลดกระดุมเม็ดต่อไป ข้อมือของเขาก็ถูกซุปตาร์เวินคว้าเอาไว้
เจียงเซี่ยนชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองซุปตาร์เวินด้วยสายตาที่ดูไร้เดียงสาเอามากๆ
ซุปตาร์เวินจ้องมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ "พอแล้ว"
ถ้าปลดมากกว่านี้ ก็จะเห็นกล้ามหน้าท้องแล้ว
เวินฉือเยวียนยังไม่คิดจะคืนกำไรให้แฟนคลับชุดใหญ่ขนาดนี้ด้วยการถ่ายแบบแค่ครั้งเดียวหรอกนะ
"ทำไมล่ะ คุณเวินหวงเหรอครับ"
เวินฉือเยวียนใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำ "เพื่อความยุติธรรม เสื้อผ้าพวกนี้มันดูเกะกะไปหน่อยหรือเปล่า"
ความหมายแฝงก็คือ
ถ้าจะทำต่อก็ทำได้ แต่จะให้เวินฉือเยวียนเป็นคนคืนกำไรให้แฟนคลับอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะ
นาย เอง ก็ ต้อง ปลด ออก ให้ ฉัน ดู เหมือน กัน
แน่นอนว่าเจียงเซี่ยนไม่มีทางยอม
คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่รอบๆ ตั้งเยอะแยะ จิ้งจอกพันปีอย่างเขาไม่ใช่คนที่ใครนึกอยากจะดูก็ดูได้สักหน่อย หึ
แค่คำพูดประโยคเดียวของเวินฉือเยวียน ก็ทำให้เจียงเซี่ยนยอมให้ความร่วมมือในการถ่ายทำอย่างว่าง่าย สรุปก็คือ เขาไม่ได้ทำท่าทางอะไรนอกลู่นอกทางอีก ซึ่งเวินฉือเยวียนก็ยังพอรับได้
เมื่อมองดูรูปถ่ายที่ถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์ทีละรูป ผู้กำกับถึงกับหัวใจเต้นแรง
เจียงเซี่ยนและซุปตาร์เวินถึงขั้นเปลี่ยนท่าทางต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องรอให้ผู้กำกับสั่งด้วยซ้ำ
ประเด็นหลักคือ พอมีกล้องจับอยู่ ก็เลยไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้มากนัก
แม้ว่าจะไม่มีรูปไหนเป็นไปตามที่ผู้กำกับตั้งใจไว้แต่แรกเลย แต่ในทุกๆ ท่าทางก็ล้วนสอดแทรกความเป็นเจียงเซี่ยนเข้าไปไม่มากก็น้อย
[จบแล้ว]