- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 8 - โจรป่า อย่าขยับ นี่คือการปล้น
บทที่ 8 - โจรป่า อย่าขยับ นี่คือการปล้น
บทที่ 8 - โจรป่า อย่าขยับ นี่คือการปล้น
บทที่ 8 - โจรป่า อย่าขยับ นี่คือการปล้น
"ไอเทมระดับสีม่วงงั้นเหรอ"
ไอเทมระดับสีม่วงซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับอวี้จิ้นเลยนี่นา!
รูม่านตาของเซี่ยอวี่หดเล็กลง ไอเทมโจมตีระดับสีม่วงสามารถสร้างบาดแผลให้กับขุนพลในระดับเดียวกันได้ และถ้ายิ่งเป็นไอเทมประเภทใช้แล้วทิ้ง แถมยังเป็นประเภทระเบิดอีกต่างหาก พลังทำลายล้างก็ยิ่งทวีคูณความน่ากลัวเข้าไปอีก!
แม้อวี้จิ้นจะมีค่าสถานะพื้นฐานสุดโหดเทียบเท่าขุนพลระดับสีแดง แต่เซี่ยอวี่ก็ไม่อยากเสี่ยงให้อวี้จิ้นก้าวออกจากเขตคุ้มครองไปเผชิญอันตรายเพียงเพราะโจรป่าแค่สองคนนี้หรอก
เซี่ยอวี่กลอกตาไปมาแล้วพูดขึ้นว่า
"แกบอกว่าเป็นระดับสีม่วง แล้วมันจะเป็นระดับสีม่วงจริงๆ งั้นเหรอ"
หลี่ถงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วตอบกลับว่า
"นี่คือสมบัติก้นหีบที่ทำให้ข้า หลี่ถง คนนี้ ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในมหาทวีปทั้งเก้ามาได้ตั้งหลายปี ทั้งที่เมืองถูกตีแตกไปตั้งนานแล้ว! ถ้าแกไม่เชื่อ ก็ลองส่งขุนพลของแกออกมาทดสอบดูสิวะ ว่ามันใช่ไอเทมระดับสีม่วงจริงๆ หรือเปล่า!"
ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องหน้ากันไม่ลดละ
เซี่ยอวี่กำดาบราชันย์ไว้ในมือ ปลายดาบของเขาจิ้มลงบนร่างของหวังหู่ที่นอนหมอบกระแตอยู่บนพื้นเหมือนหมาใกล้ตาย หายใจรวยรินเต็มที
เมื่อลมหายใจของหวังหู่รวยรินลงเรื่อยๆ ในที่สุดหลี่ถงก็ทนดูไม่ได้อีกต่อไป
เขาลดมือที่ชูไอเทมลูกกลมสีดำลง แต่ก็ยังกำมันไว้แน่น เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า
"พวกเรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า!"
"แกต้องรู้นะว่า ทำเลตรงนี้ท่านหัวหน้าค่ายของพวกเราเล็งเอาไว้แล้ว!"
"ข้าจะไม่มัวมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับแกเหมือนเมื่อกี้แล้ว ข้าขอบอกแกตรงๆ เลยก็แล้วกัน ค่ายเขี้ยวโลหิตของพวกเรามีกำลังพลนับหมื่นนาย! มียอดขุนพลและทหารฝีมือดีเพียบ!"
"ขุนพลของแกที่ดูท่าทางงั้นๆ แค่คนเดียว บวกกับสิ่งปลูกสร้างซอมซ่อ และทหารกระจอกๆ ที่ไม่มีพลังต่อสู้อะไรเลย แกคิดว่าจะต้านทานกองทัพม้าเหล็กของค่ายเขี้ยวโลหิตได้งั้นเหรอ!"
"และข้าก็ไม่กลัวที่จะบอกความจริงกับแกด้วย!"
"พื้นที่ที่แกยึดครองอยู่ตอนนี้ มันคือถิ่นของฝูงอาชาเหงื่อโลหิต ซึ่งมีม้าตัวโตเต็มวัยอยู่ถึงสามร้อยตัว!"
"อีกเดี๋ยวพวกมันก็จะกลับมาแล้ว ถึงตอนนั้นไม่ต้องถึงมือพวกข้า แกก็โดนกีบเท้าม้านับหมื่นเหยียบจนตายคาที่ไปก่อนแล้ว!"
"ถ้าแกยอมตกลงทำข้อตกลงกับข้าตอนนี้ ข้าจะยอมชี้ทางสว่างให้แก เพื่อให้แกมีชีวิตรอดต่อไปในมหาทวีปทั้งเก้าได้อย่างปลอดภัย!"
เซี่ยอวี่หยุดการกระทำของตัวเอง เขาเตะหวังหู่กระเด็นออกไป ก่อนจะดึงผ้ามาเช็ดคราบเลือดบนใบดาบอย่างสบายอารมณ์แล้วถามว่า
"ข้อตกลงแบบไหนล่ะ"
เมื่อเห็นท่าทีของเซี่ยอวี่ ดวงตาของหลี่ถงก็แทบจะลุกเป็นไฟ
เขากัดฟันพูดว่า
"ปล่อยตัวหวังหู่มา แล้วพวกเราจะถอยห่างจากที่นี่ไปสามวัน ในช่วงสามวันนี้ ไม่ว่าแกจะหนีไปไหน พวกเราจะไม่ตามล่า และจะไม่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปรายงานให้ทางค่ายรู้ด้วย"
เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ เซี่ยอวี่ก็หลุดหัวเราะออกมา
"นี่เหรอที่เรียกว่าข้อตกลง"
เซี่ยอวี่ไม่ได้รู้สึกเลยสักนิดว่าการที่หลี่ถงยอมปล่อยให้เขาหนี จะเป็นข้อเสนอที่มีค่าพอจะเอามาแลกกับชีวิตของหวังหู่ได้
อีกอย่าง เขามีทั้งอวี้จิ้นและพรสวรรค์สุดเทพอยู่กับตัว ทำไมเขาต้องหนีด้วยล่ะ
เขาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอาปลายดาบไปจ่อที่หัวของหวังหู่อีกครั้งแล้วพูดว่า
"ตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว แกยังกล้ามาขู่ฉันอีกงั้นเหรอ"
เซี่ยอวี่ยิ้มบางๆ ให้หลี่ถง พร้อมกับออกแรงกดที่แขนเล็กน้อย
ปลายดาบแทงทะลุหน้าผากของหวังหู่!
"อ๊าก!!!"
หวังหู่ที่อยู่ในสภาพปางตาย แหงนหน้าขึ้นอย่างแรงพร้อมกับแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส!
"แก! หยุดนะ! เรามาคุยกันดีๆ ก็ได้ มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถอะ! อย่าลงไม้ลงมือเลย!"
ในที่สุดหลี่ถงก็สติแตกจนได้!
"ไอ้เด็กใหม่นี่มันตัวอันตรายชัดๆ!"
"คุยงั้นเหรอ"
เซี่ยอวี่ก้มลงมองหวังหู่ที่กำลังรวยรินใกล้ตาย
สลับกับมองหน้าหลี่ถง
พลางคิดคำนวณในใจว่า
"ไอ้หมอนี่ตอนแรกก็ทำปากดี แข็งกร้าวมาตลอด แต่ตอนนี้กลับยอมลดตัวมาขอร้องฉันเพราะไอ้หวังหู่นี่เนี่ยนะ!"
"ดูท่าทางไอ้หวังหู่นี่จะมีความสำคัญกับมันไม่เบาเลยแฮะ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าขีดจำกัดของแกมันอยู่ตรงไหน"
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เซี่ยอวี่ก็ดึงดาบกลับมาอย่างเลือดเย็น
หวังหู่ที่เพิ่งจะล้มลงไป ดิ้นทุรนทุรายอย่างหนักอีกครั้ง
มือที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาคว้าหมับเข้าที่รองเท้าของเซี่ยอวี่ จิกเล็บจนเกิดเป็นรอยเลือดเป็นทางยาว
ทหารดาบคนหนึ่งเอื้อมมือจะเข้าไปลากตัวเขาออกไป
แต่เซี่ยอวี่ยกมือขึ้นห้ามไว้
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า แม้ในใจหลี่ถงจะเต็มไปด้วยความคับแค้นใจมากแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าปริปากบ่นออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
เขาเกรงว่าถ้าขืนทำอะไรบุ่มบ่าม ไอ้เด็กใหม่สติแตกคนนี้อาจจะฟันหัวหวังหู่ขาดกระเด็นไปจริงๆ ก็ได้
ความลับระดับสุดยอดมันอยู่บนตัวหวังหู่นะเว้ย!
จะปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของไอ้เด็กใหม่นี่ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นแผนการที่เขาวางมาหลายปีก็พังพินาศหมดสิ!
เซี่ยอวี่จ้องหน้าหลี่ถงเขม็ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า
"ในเมื่อบอกว่าจะคุยกัน ก็ต้องเสนอทางออกที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายสิ"
"โอนแต้มทรัพยากรทั้งหมดของแกมาให้ฉัน!"
พอได้ยินคำขอนี้ หน้าของหลี่ถงก็มืดทะมึนลงทันที
"ไอ้หนู แกอย่าให้มันมากเกินไปนะ!"
แต้มทรัพยากรพวกนี้มันก็คือสกุลเงินของมหาทวีปทั้งเก้านี่แหละ
มันสามารถเอาไปใช้แลกเปลี่ยนกับเจ้าเมืองคนอื่นๆ ซื้อหาทรัพยากรต่างๆ หรือเอาไปอัปเกรดดินแดนก็ได้!
การตัดช่องทางทำมาหากินก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าพ่อฆ่าแม่ แล้วนี่เล่นมาขูดรีดเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีไปเลยเนี่ยนะ
จะไม่ให้หลี่ถงสติแตกได้ยังไง
ต้องรู้ไว้เลยนะว่า เพื่อที่จะฟื้นฟูตราประทับเจ้าเมืองและสร้างดินแดนขึ้นมาใหม่
เขาวางแผนมานานหลายปี ไม่เพียงแต่ต้องการของที่อยู่กับหวังหู่เท่านั้น แต่ยังต้องฝืนใจตีสนิทกับไอ้คนสมองกลวงอย่างมันมาตั้งนาน
ตลอดหลายปีมานี้ เพื่อให้มีทุนรอนในการพัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดดหลังจากสร้างเสร็จ เขายอมเอาของดีๆ ไปขายทิ้งตั้งหลายอย่าง จนสะสมแต้มทรัพยากรมาได้เป็นกอบเป็นกำ!
ถ้าต้องยกให้เซี่ยอวี่ไปหมด แผนการของเขาก็ต้องล่าช้าออกไปอีกบานตะไทแน่ๆ!
แต่ถ้าไม่ได้ตัวหวังหู่กลับมา และไม่ได้ของที่อยู่กับหวังหู่มาครอง ลำพังตัวเขาเองก็ไม่มีปัญญาไปฟื้นฟูตราประทับเจ้าเมืองได้หรอก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการสร้างเมืองใหม่และการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเลย!
หลี่ถงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที
เมื่อเซี่ยอวี่เห็นสีหน้ากลัดกลุ้มของอีกฝ่าย
เขาก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร แถมยังพูดจายียวนกวนประสาทกลับไปอีกว่า
"อ้าว ทำไมทำตัวอืดอาดยืดยาดเป็นตาแก่แบบนี้ล่ะ แกมันก็แค่เจ้าเมืองพเนจรที่สูญเสียดินแดนไปแล้ว เก็บแต้มพวกนี้ไว้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เอามาให้คนที่มีอนาคตสดใสอย่างฉันดีกว่าน่า!"
"แก!"
หลี่ถงที่กำไอเทมระดับสีม่วงไว้แน่นแทบจะกระอักเลือดออกมา สิ่งที่พวกเขารังเกียจที่สุดก็คือการถูกเรียกว่าเจ้าเมืองพเนจรนี่แหละ!
เมื่อสูญเสียดินแดน ตราประทับเจ้าเมืองก็จะเสื่อมสภาพ เหลือแค่ฟังก์ชันกักเก็บแต้มทรัพยากรเท่านั้น ไม่สามารถใช้ติดต่อหรือแลกเปลี่ยนกับเจ้าเมืองคนอื่นได้อีกต่อไป
เจ้าเมืองที่ตกอยู่ในสภาพนี้แหละที่ถูกเรียกว่าเจ้าเมืองพเนจร!
โดนด่าว่าเป็นพวกพเนจรก็ว่าเจ็บแล้ว ไอ้เด็กนี่มันยังต้องมาย้ำเตือนอีกว่าตัวเองมีอนาคตสดใสรออยู่ มันจำเป็นต้องเยาะเย้ยกันขนาดนี้เลยหรือไง
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ หลี่ถงก็ทำหน้าเครียดและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
"เอาตราประทับเจ้าเมืองของแกมานี่!"
เซี่ยอวี่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับหัวเราะร่วน
"โอ้โห เกรงใจจังเลยแฮะ!"
แม้ปากจะบอกว่าเกรงใจ แต่เซี่ยอวี่ที่ผ่านโลกมาสองภพสองชาติไม่ได้โง่ขนาดที่จะถือตราประทับเดินดุ่มๆ เข้าไปหาหรอกนะ
เขาสั่งให้ทหารดาบไปค้นหาตราประทับของหวังหู่มาให้
พร้อมกับกำชับให้อวี้จิ้นจับตาดูหลี่ถงไว้ทุกฝีก้าว
เมื่อรับตราประทับของหวังหู่จากทหารดาบมาถือไว้ หนังตาของหลี่ถงก็กระตุกยิกๆ ด้วยความโมโห
"ไอ้เด็กใหม่นี่ ปากก็ยิ้มแย้ม แต่การกระทำกลับป้องกันตัวแจขนาดนี้ ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด"
แต่เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือต้องแลกตัวหวังหู่กลับมาให้ได้ วันหลังค่อยพากองกำลังทหารม้าของหัวหน้าค่ายมากระทืบไอ้เด็กเวรนี่ให้จมดินสักร้อยรอบ!
เขาจ้องทหารดาบตาขวาง กัดฟันแน่น หยิบตราประทับเจ้าเมืองที่หม่นหมองไร้ประกายออกมาจากอกเสื้อ แล้วทำการเชื่อมต่อเพื่อโอนแต้มทรัพยากรเข้าสู่ตราประทับของหวังหู่
เมื่อทหารดาบรับตราประทับกลับมา ก็หันไปตะโกนรายงานเซี่ยอวี่เสียงดังฟังชัดว่า
"เรียนท่านเจ้าเมือง ยึดแต้มทรัพยากรมาได้สามแสนแต้มครับ!"
"สามแสนงั้นเหรอ"
เซี่ยอวี่ที่ทำหน้าตายอยู่ถึงกับใจเต้นรัว!
"สามแสนแต้มเชียวนะโว้ย ถ้าเอาไปอัปเกรดเมืองอย่างเดียว ก็อัปไปถึงเลเวลสามได้สบายๆ เลย!"
"แถมยังเอาไปผลิตทหารได้ทั้งวันทั้งคืน แล้วให้ท่านอวี้จิ้นเป็นคนคุมทัพ เพิ่มความแข็งแกร่งทางการทหารให้ดินแดนได้อีกต่างหาก!"
"ไอ้เฒ่าเต่านี่มันรวยอู้ฟู่จริงๆ"
แม้ในใจจะกระโดดโลดเต้นดีใจสุดๆ แต่ภายนอกเขาก็ยังคงปั้นหน้าเรียบเฉย ทำทีเป็นโบกมือแล้วพูดว่า
"รู้แล้ว ดำเนินการขั้นต่อไป!"
"รับทราบครับ!"
หลังจากทหารดาบตอบรับคำสั่งของเซี่ยอวี่อย่างแข็งขัน ก็หันไปแบมือใส่หลี่ถงอีกครั้ง
"ท่านเจ้าเมืองสั่งให้ข้ามาตรวจสอบว่า ในบัญชีของท่านยังมีแต้มทรัพยากรหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่"
[จบแล้ว]