เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 จับตาดูให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชื่อถงฉี

บทที่ 9 จับตาดูให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชื่อถงฉี

บทที่ 9 จับตาดูให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชื่อถงฉี


"บ้วนปากซะ!"

น้ำหนึ่งแก้วยื่นมาตรงหน้าเฉาหย่าเสวียน

เฉาหย่าเสวียนน้อยใจสุดขีด

นายนึกรังเกียจฉันขึ้นมาแล้วเรอะ!

รู้ไหมว่าฉันเป็นคุณหนูไฮโซ ส่วนนายมันไอ้ขี้แพ้กระจอกงอกง่อย!

เมื่อก่อนตอนฉันไปร่วมงานโรงเรียน นายยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะเป็นยามเฝ้าหน้างานด้วยซ้ำ!

สวี่หลางถอนหายใจเบาๆ หลับตาลงเล็กน้อย พร้อมกับเช็กข้อความส่วนตัวไปด้วย

[112 อู๋เล่ยถิง: ท่านหลาง นายได้กันกับเฉาหย่าเสวียนจริงๆ แล้วเหรอ? มีรูปหลุดของเธอไหม?]

ไอ้พวกชูมือขอส่วนบุญนี่ กล้าขอไปทั่วจริงๆ!

สวี่หลางบล็อกอู๋เล่ยถิงทันที

นอกจากพวกขอรูปหลุด ก็ยังมีพวกส่งรูปหลุดมาให้ ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาสาวที่อยากขอแบ่งเสบียงนิดๆ หน่อยๆ

เพียงแต่พวกเธออยู่คนละชั้นกับเขา

มีข้อยกเว้นอยู่สองคน

นั่นคืออู๋ฮุ่ยฮุ่ยและรูมเมตของเธอ โจวเวย จากหอพัก 186

ขณะที่สวี่หลางกำลังจะกดรับแอดสองสาว สายตาก็สะดุดเข้ากับคำขอเป็นเพื่อนรายการใหม่

[170 ถงฉี: สวี่หลาง พรุ่งนี้เที่ยงฉันจะขึ้นไปหานาย นายช่วยแบ่งน้ำให้ฉันหน่อยได้ไหม?]

ข้อความสั้นๆ ง่ายๆ

ในหัวของสวี่หลางปรากฏภาพเลือนรางของสาวผมสั้นสวมแว่นตา

ใช่!

มันเลือนราง!

ถงฉีเป็นฮีโร่สายแทงก์เน้นพลังป้องกัน อย่างน้อยต้องคัพ E เวลาเดินจะทำให้สมองคนมองจินตนาการเสียง "ดึ๋ง ดึ๋ง" โดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นทำให้คนมองข้ามหน้าตาของเธอไปโดยปริยาย

สเปกนี้ตรงใจสวี่หลางสุดๆ ค่าความสบายน่าจะไม่น้อย!

เขากดรับแอด

[200 สวี่หลาง: ข้อมูลของคุณบอกว่าเป็นเจ้าของห้องนี่]

[170 ถงฉี: อืม เพื่อนตายแล้ว (รูปภาพ)]

รูปที่ส่งมาคือรูปเซลฟี่ของถงฉี นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่หลางได้พิจารณาใบหน้าของเธออย่างจริงจัง

เธอไว้ผมบ๊อบ หน้าที่เคยมีแก้มยุ้ยแบบเด็กๆ ตอนนี้ซูบตอบลงไปบ้าง แต่ก็พอดูออกว่าเดิมทีผิวพรรณน่าจะดีมาก จัดเป็นสาวหมวยหน้าตาน่ารัก

เพียงแต่รูปถ่ายมีแค่ส่วนหัว ดูเหมือนจะจับจุดขายไม่ค่อยเป็น

สวี่หลางไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป ไม่งั้นจะกลายเป็นพวกปากหมา

ปากหมามากๆ ระวังจะกลายเป็นพวกโรคจิตที่แกล้งก้มลงผูกเชือกรองเท้าเพื่อแอบดมรองเท้าผ้าใบรุ่นน้อง

เขายังไม่ทันพิมพ์ตอบ ทางนั้นก็ส่งข้อความมาอีกรัวๆ

[170 ถงฉี: ขอยืมน้ำสักแก้วได้ไหม? วันหลังฉันจะใช้คืนแน่นอน]

[200 สวี่หลาง: ?]

[170 ถงฉี: ขอโทษ! ขอโทษ! ขอโทษที! ฉันรู้ว่าฉันผิด พรุ่งนี้ฉันจะไปหา ฉันสัญญา! แต่นายช่วยแลกน้ำให้ฉันก่อนสักแก้วได้ไหม? ฉันรู้สึกเหมือนจะตายแล้วจริงๆ]

เครื่องหมายคำถามอันเล็กๆ ราวกับประทับลงบนหน้าผากยาสุโอะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะสร้างความเสียหายทางจิตใจให้สาวน้อยถงฉีขนาดไหน

แค่อ่านตัวหนังสือ ก็รู้สึกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังสติแตกพูดจาไม่รู้เรื่อง

ถงฉีเกิดในชนบท ยายเลี้ยงมาแต่เล็ก เป็นเด็กขี้อายมาก ปกติอยู่โรงเรียนไม่ค่อยมีเพื่อน นิสัยค่อนข้างขี้กลัวและแปลกแยก

แต่ถ้าจะบอกว่านิสัยแปลกแยก สวี่หลางก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าคนอื่นหรอก

เห็นสวี่หลางไม่ตอบ ถงฉีก็เริ่มขอโทษอีกรอบ

[170 ถงฉี: ขอโทษ บางทีฉันไม่น่าเกิดมาเลย ขอโทษจริงๆ]

เล่นบทดราม่า?

สวี่หลางจิตใจดำมืด ย่อมคิดไปในทางนั้นก่อน

เขาเหลือบมองน้ำที่เต็มเปี่ยมในตู้น้ำดื่ม รู้สึกว่าแค่แก้วเดียวเอาไปเสี่ยงดวงหน่อยจะเป็นไรไป

ส่วนเรื่องพรุ่งนี้ถงฉีจะมีปัญญาขึ้นมาหาเขาไหม เขาไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้น

เหมือนเก็บกองสลากกินแบ่งได้ ถ้าไม่ขูดดูสักใบมันค้างคาใจ

...

หยดน้ำตาใสไหลรินจากหางตา ทิ้งรอยเปียกชื้นไว้บนแก้มที่ซูบซีด

บอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะความเค็มของน้ำตาหรือผิวหนังที่แห้งแตกยามน้ำตาไหลผ่าน จึงทำให้รู้สึกแสบยิบๆ ที่ใบหน้า

ถงฉีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแตกสลาย ราวกับเครื่องเคลือบที่ถูกเผาจนเกินไฟ

ไม่รู้ทำไม พอมองประตูหอพัก เธอกลับรู้สึกว่ามันเปล่งแสงเรืองรอง เลือนรางเหมือนเห็นภาพหลอนของยายแก่ผมขาวกำลังกวักมือเรียกแล้วพูดว่า "เสี่ยวถง ในเมืองใหญ่อยู่ลำบากก็กลับบ้านเรา ยายจะทำกับข้าวให้กิน"

จิตใจเธอเริ่มมีปัญหาแล้ว

ขณะที่ความคิดอยากตายเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หน้าต่างแลกเปลี่ยนก็เด้งขึ้นมา

ครู่ต่อมา ในมือเธอมีน้ำหนึ่งแก้วกับขอบขนมปังหนึ่งชิ้น

...

[ประกาศหอพัก: คืนที่สาม สัญชาตญาณการล่าของซอมบี้เพิ่มขึ้นอีกระดับ ซอมบี้ที่ได้กินเนื้อมนุษย์เริ่มวิวัฒนาการเข้าสู่เงามืดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้เล่นโปรดระวังตัว]

คืนนี้ พวกซอมบี้เริ่มผลัดกันพุ่งชนประตูอย่างบ้าคลั่ง

แต่เพราะมีนักศึกษาแชร์ข้อมูลเรื่องการใช้เตียงดันประตูเพื่อลดการสูญเสียค่าความทนทาน อัตราการพังประตูจึงไม่สูงนัก

และเวลาแค่สามวัน การจะอดตายก็ยังถือว่ายาก ดังนั้นคืนนี้หลักๆ จึงเป็นการทรมานจิตใจเสียมากกว่า

หอพักหมายเลข 200

"สวี่หลาง ทำไมนายยังไม่ขึ้นมาบนเตียง?"

"นายยังโกรธฉันอยู่เหรอ?"

"สวี่หลาง ฉันพูดกับนายตรงๆ เลยนะ..."

สวี่หลางไม่ขึ้นเตียง เฉาหย่าเสวียนก็นอนไม่หลับ ความกดดันทางจิตใจมหาศาล

"พูดมาสิ" สวี่หลางเคี้ยวตุ้ยๆ ดื่มน้ำไปพลางกินขนมปังแผ่นไปพลาง

ขนมปังแผ่นนี้แลกมาด้วยน้ำหนึ่งแก้ว

เฉาหย่าเสวียนนอนตะแคงบนเตียง ดวงตาคู่โตจ้องมองสวี่หลาง "นายแอบกินของอร่อยลับหลังฉันใช่ไหม?"

พูดจบเธอก็กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ท้องร้องประท้วงเสียงดังเหมือนหมู

สวี่หลางก้มมองขนมปังหอมหวานนุ่มนิ่มในมือ แล้วมองเฉาหย่าเสวียนที่เบิกตาโต ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง "เธอว่าใช่ก็ใช่"

"อร่อยไหม?" เฉาหย่าเสวียนกลืนน้ำลายอีกอึก

"อร่อย" สวี่หลางพยักหน้า

"งั้นขอ..."

สวี่หลางยัดเข้าปากคำเดียวหมดเกลี้ยง ตามด้วยกระดกน้ำล้างคอ

เฉาหย่าเสวียน "..."

"ไม่เป็นไร ฉันไม่โกรธนายหรอก เวลาแบบนี้ประหยัดเสบียงไว้หน่อยก็ดี" เฉาหย่าเสวียนสูดหายใจลึก ยิ้มหวาน "มาเถอะ ขึ้นมานอน!"

บางครั้งสวี่หลางก็ดูดุดัน แต่บางครั้งก็เหมือนเด็กน้อย แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยก็ไม่ยอมขึ้นมานอนด้วยซะงั้น

เฮ้อ ให้ตายสิ!

"ไม่ล่ะ วันนี้ฉันจะนอนพื้น" สวี่หลางส่ายหน้า

"สวี่หลาง นายไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น... เอ๊ะ สวี่หลาง นายทำอะไรน่ะ?!"

สวี่หลางดึงผ้าห่มกับผ้าปูที่นอนลงมาปูพื้นแล้วล้มตัวลงนอน

บนเตียงฝันร้ายอันเปลี่ยวเหงา เฉาหย่าเสวียนนั่งกอดเข่า รู้สึกว่าแผ่นไม้กระดานเริ่มเจ็บก้น

ตรรกะการกระทำของสวี่หลาง เธอเดาทางไม่ถูกเลยจริงๆ

นี่กะจะปั่นหัวให้คนเป็นบ้าหรือไง?

ถ้าจบเกมแล้วสวี่หลางได้ MVP ส่วนเธอเฉาหย่าเสวียนกลายเป็นพวกนอนกินแรงที่ไม่ได้ทำอะไรเลย จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมได้ที่ไหน?

เฉาหย่าเสวียนไม่เข้าใจ และสวี่หลางก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ที่นอนพื้นเพราะเขากลัวตัวเองจะเผลอหลับไปจริงๆ

ผ่านมาหลายวัน เขาสรุปกฎเกณฑ์ได้ข้อหนึ่ง

—ตอนกลางคืนอันตรายกว่าตอนกลางวัน!

ตารางเวลาชีวิตที่ดีที่สุดคือนอนตอนกลางวัน แล้วเฝ้ายามตอนกลางคืน!

ดังนั้น เขาเลยกำลังปรับเวลาเตียงฝันร้าย เพื่อให้คูลดาวน์ไปรีเซตตอนกลางวันแทน

จบบทที่ บทที่ 9 จับตาดูให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชื่อถงฉี

คัดลอกลิงก์แล้ว