- หน้าแรก
- ยอดแฮกเกอร์ทะลุมิติ ระบบเหนือมนุษย์
- บทที่ 1: หมาจรจัดกับความฝันแห่งหลิวกวง
บทที่ 1: หมาจรจัดกับความฝันแห่งหลิวกวง
บทที่ 1: หมาจรจัดกับความฝันแห่งหลิวกวง
"คิดจะหนีโดยไม่จ่ายหนี้เหรอ? แกจะไปไหนได้? คนอย่างพวกแกมันไม่มีอนาคตหรอก"
เสียงทุ้มหยาบกระด้างดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทอย่างเลือนราง
ใครน่ะ? เหม็นชะมัด... กู้เหอสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะกลิ่นฉุนกึกของเหงื่อที่ผสมปนเปกับควันบุหรี่ เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองไปรอบตัวก่อนจะนิ่งอึ้งไปในทันที
ร่างของเขาถูกล้อมกรอบเอาไว้ด้วยชายฉกรรจ์ร่างยักษ์!
เขานอนขดตัวคุดคู้ชิดพื้นโลหะเย็นเฉียบ สภาพเหมือนเพิ่งโดนซ้อมมาหมาดๆ รอบกายคือกลุ่มชายฉกรรจ์กล้ามโตหน้าตาเหี้ยมเกรียมที่กำลังถลึงตาใส่เขา ถัดออกไปวงนอกยังมีชายสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งหน้าตาอิดโรยที่ดูคล้ายกับนักโทษ และชายร่างยักษ์อีกจำนวนหนึ่ง
สถานการณ์แบบนี้... แปดสิบเปอร์เซ็นต์คือเขาทะลุมิติมา ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์คือเขาคงเสียสติไปแล้ว... กู้เหอยันกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยความมึนงง ที่นี่คือร้านเกมตู้ ตู้เกมอาร์เคดรุ่นเก่า ป้ายไฟนีออน และหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ตั้งเรียงรายอยู่ทุกหนแห่ง บนหน้าจอมอนิเตอร์สีขาวดำเหล่านั้น มีชุดคำสั่งโค้ดสีเขียวกะพริบวาบไปมา
ดูจากระดับเทคโนโลยีแล้วน่าจะอยู่ในช่วงยุค 80... ทันใดนั้น อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับเศษเสี้ยวความทรงจำอันเลือนรางที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาในหัว
เขาทะลุมิติมาแล้วจริงๆ
เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่า อาหมิง ไม่มีชื่อจริงจังแต่อย่างใด เขาเป็นเด็กกำพร้าในเขตแดนเถื่อนมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ก็มีสถานะเป็น 'หมาจรจัด' ซึ่งหมายถึงคนไร้บ้าน หรือผู้อพยพผิดกฎหมาย
และที่นี่คือหนึ่งในรัฐอิสระที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอานโจว สมรภูมิเดือดของขุมกำลังหลากหลายฝ่าย... เมืองหลิวกวง
ดูเหมือนว่าอาหมิงจะเดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาญาติ แต่เขาไม่มีเงินพอที่จะเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย ด้วยความหลงผิดคิดว่าได้พบเจอกับนายหน้าใจบุญ เขาจึงถูกหลอกให้ลักลอบเข้าเมืองมาด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองตกอยู่ใต้การควบคุมของแก๊งเกมเมอร์ทันทีที่มาถึง
แก๊งเกมเมอร์มักจะหลอกล่อพวกหมาจรจัดเหล่านี้ให้เล่นเกมตู้ เปลี่ยนจาก 'การเพลิดเพลินกับชีวิต' ให้กลายเป็น 'การเพลิดเพลินกับการโดนชีวิตสู้กลับ' ในท้ายที่สุด ถึงแม้อาหมิงจะหักห้ามใจและไม่เคยแตะต้องเกมพวกนั้นเลย แต่เขาก็ยังถูกยัดเยียดหนี้สินก้อนโตให้อยู่ดี
เมื่อครู่นี้ อาหมิงพยายามจะหลบหนีจึงถูกซ้อมปางตาย และนั่นคือจังหวะที่เขาทะลุมิติเข้ามาพอดี
"หมูในอวยชัดๆ" กู้เหอปวดหัวตึบ
เขาเพิ่งจะได้เริ่มใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแท้ๆ แต่กลับต้องกลายมาเป็นหมาจรจัด บัดซบเอ๊ย!
ก่อนหน้าที่จะทะลุมิติมา เขาเป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงพอตัว และยังเป็นที่ปรึกษาชีวิตให้กับผู้คนที่หลงทางมานักต่อนัก
ปัญหาความทุกข์ใจของคนส่วนใหญ่หนีไม่พ้นเรื่องชื่อเสียงและเงินทอง ทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี ความเห็นอกเห็นใจ และความเกียจคร้านของเขาได้จุดประกายให้ทุกคนเลิกดิ้นรนแข่งขัน หันมาจิบน้ำเก๋ากี้ด้วยกัน นอนเปื่อยยุ่ยไปด้วยกัน และตะโกนร้องอย่างมีความสุขว่า "ฉันมันก็แค่ปลาเค็มตัวหนึ่ง"
ทว่าใครจะคาดคิด ในวันที่ 20 พฤษภาคม ขณะที่เขากำลังใช้คอมพิวเตอร์แชทกับลูกค้าสาวหลายคนพร้อมกันในหลายหน้าต่าง คอมพิวเตอร์ดันไฟรั่วซะอย่างนั้น
อั่งเปาที่ได้รับมาเขายังไม่มีโอกาสได้ใช้สักแดงเดียว...
"ฉันไม่สนหรอกนะว่าพวกแกจะเล่นเกมตู้พวกนั้นหรือเปล่า แต่การซุกหัวนอน กิน ดื่ม และขี้อยู่ที่นี่ มันต้องใช้เงิน"
เจ้าของเสียงคือ ลูกพี่จวง หัวหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนเด่นอยู่หน้าสุดของกลุ่ม
มัดกล้ามของลูกพี่จวงขยายใหญ่จนผิดมนุษย์มนา โครงร่างของเขาดูแทบไม่เหมือนคนอีกต่อไป ศีรษะและใบหน้าซีกหนึ่งดูเหมือนถูกสร้างขึ้นจากโลหะสีทองเหลือง ในขณะที่อีกซีกหนึ่งเป็นเพียงก้อนเนื้อที่บิดเบี้ยวเสียโฉม รูปลักษณ์ของเขาดูน่าขนลุกและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
กู้เหอถึงกับผงะ รอยประหลาดนั่นคือรอยสัก หรือเป็นการดัดแปลงปลูกถ่ายอวัยวะกันแน่... นี่เขาทะลุมิติมาอยู่ในโลกแบบไหนกัน?
"พวกไอ้ขี้แพ้อย่างพวกแกจะเอาอะไรมาใช้หนี้? พวกแกมีทางเลือกแค่ไปเป็นผู้ใช้แรงงาน ขายไตขายเจ๊ยว หรือไม่ก็ไปเข้าร่วมเกมล่าสัตว์ของพวกเศรษฐี... แน่นอนว่าพวกแกต้องเล่นเป็นเหยื่อ"
ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบเตือนให้กู้เหอรู้ว่า สิ่งที่ลูกพี่จวงพูดมานั่นน่ะ ถือเป็นตัวเลือกที่ปรานีที่สุดแล้ว
เขากวาดตามองกลุ่มชายกล้ามโตสลับกับภาพสะท้อนของตัวเองบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ เขาสวมเพียงเสื้อยืดธรรมดาและกางเกงยีนส์ ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นจัดได้ว่าหล่อเหลาเอาการ ร่างกายในวัยยี่สิบต้นๆ ของเขาสูงโปร่งแต่ซูบผอม และเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำจากการถูกซ้อม
ต่อให้เอาพลังการต่อสู้จากทั้งสองชาติภพของเขามารวมกัน เขาก็คงทนรับหมัดของพวกมันไม่ได้แม้แต่หมัดเดียว
นี่ชีวิตเขาจะต้องรีสตาร์ทใหม่ทันทีที่ทะลุมิติมาเลยเหรอ? เกิดใหม่คราวหน้าเขาจะต้องกลายเป็นหมาจริงๆ ใช่ไหม?
"แต่วันนี้พวกแกโชคดี เพราะบังเอิญมีบุคคลระดับตำนานผ่านมาแถวนี้ และอยากจะดูว่ามีใครในหมู่พวกแกพอจะใช้งานได้บ้างไหม"
พวกหมาจรจัดเพิ่งจะเริ่มตื่นเต้นได้ไม่ทันไร ใบหน้าพิลึกพิลั่นของลูกพี่จวงก็เหยียดยิ้มเย้ยหยัน "อย่าเพิ่งดีใจไปเร็วไปนักล่ะ มาตรฐานของคนคนนี้สูงลิบลิ่ว นานๆ ทีถึงจะเลือกใครสักคนที่ตรงสเปกจริงๆ"
คัดเลือกคนจากพวกหมาจรจัดเนี่ยนะ? กู้เหอยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก คนแบบไหนกันที่พวกเขาต้องการ?
ลูกน้องของพวกเบื้องบนในแก๊งเกมเมอร์เหรอ? ก็ดูไม่น่าจะใช่... ไม่นานนัก ลูกพี่จวงก็รับสายจากโทรศัพท์มือถือทรงกระดูกหมาสีดำ ก่อนจะรีบนำลูกน้องตรงไปยังโถงทางเดินเพื่อต้อนรับใครบางคน
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินก้าวเข้ามาในร้านเกมตู้โดยมีคนคุ้มกันล้อมรอบ ลูกพี่จวงก้าวออกไปรับหน้าและเอ่ยทักทายอย่างกระตือรือร้น "คุณหนูอายาเนะ!"
เหล่าชายฉกรรจ์ต่างทำตาม ร้องทักทายอย่างนอบน้อม เชื่องช้าประหนึ่งลูกแมวตัวน้อยๆ
หญิงสาวผู้นั้นดูอายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี เธอสวมแว่นกันแดดและถือกระเป๋าถือใบหรู เรือนร่างสวมใส่ชุดเดรสเปิดไหล่สุดแฟชั่น ผมยาวปะบ่าถูกย้อมด้วยสีชมพูสลับเขียวอ่อน ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวอันงดงามและเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาววัยสะพรั่ง
พวกหมาจรจัดหลายคนถึงกับเคลิบเคลิ้มไปในทันที ฮอร์โมนพุ่งพล่าน กู้เหอเองก็รู้สึกได้ว่าเธอมีแรงดึงดูดบางอย่างที่แปลกประหลาด
เขาเคยมีลูกค้าผู้หญิงมาก็เยอะ แต่แทบจะไม่มีใครเป็นแบบนี้เลย
หญิงสาวเดินตรงมายังกลุ่มหมาจรจัด ท่าทางเหมือนกำลังประเมินพวกเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "สวัสดีทุกคน ฉันชื่อ อายาเนะ คุมิโกะ สำหรับใครที่อยากจะไปกับฉัน ช่วยบอกเหตุผลหน่อยสิว่าทำไมฉันถึงต้องเลือกพวกเธอ"
แม้สถานการณ์จะยังไม่กระจ่างชัด แต่พวกหมาจรจัดที่สิ้นหวังและโหยหาโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิต ต่างก็พากันตะโกนแย่งกันพูดจนฟังไม่รู้ศัพท์
"ฉันสู้ถวายหัวเลย!" "ฉันซื่อสัตย์ที่สุด!" "ฉันตัวใหญ่สุด พละกำลังเยอะกว่าใครเพื่อน!" "ฉันน่าสงสารที่สุดในนี้แล้ว!"
กู้เหอไม่ได้รีบร้อนที่จะพูดออกไป เห็นได้ชัดว่าการทำความเข้าใจความต้องการของคุณหนูอายาเนะนั่นแหละคือบททดสอบ
ทักษะพื้นฐานข้อแรกของนักจิตวิทยา: สายตาที่เฉียบแหลม
ประการแรก ลูกพี่จวงบอกว่าคุณหนูอายาเนะแค่บังเอิญผ่านมา เธอไม่มีรอยสักรูปจอยสติ๊กที่หลังมือขวาเหมือนกับพวกชายฉกรรจ์ทุกคนในที่นี้ ซึ่งนั่นคือสัญลักษณ์ของแก๊ง แปลว่าเธอไม่ได้เป็นคนของแก๊งเกมเมอร์ และนั่นคือจุดสำคัญ
ดูจากการแต่งกาย ท่าทาง และออร่าที่แผ่ออกมา เธอไม่น่าจะใช่คนในโลกมืด แต่อาจจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สีเทาบ้างเป็นบางครั้ง เธอตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของคนในแวดวงศิลปะ คล้ายกับพวกนางแบบและศิลปินสาวที่เขาเคยรู้จัก
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสามารถฟันธงได้อย่างแน่ชัด คือสิ่งของที่คล้องคอคุณหนูอายาเนะและห้อยระย้าลงมาถึงระดับเอว
ของชิ้นนั้นดูคล้ายกับกล้องส่องทางไกลหรือกล้องถ่ายรูป แต่เขาจำได้แม่นว่ามันคือกล้องมองภาพของผู้กำกับ
อายาเนะ คุมิโกะ น่าจะเป็นผู้กำกับ แมวมอง หรือไม่ก็ผู้จัดการนางแบบ
จากหมาจรจัดสู่ซูเปอร์สตาร์งั้นเหรอ? นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า 'ความฝันแห่งหลิวกวง' สินะ มิน่าล่ะพวกหมาจรจัดถึงได้แห่แหนกันมาที่เมืองนี้กันนัก
"คุณหนูอายาเนะ ผมชื่อกู้เหอ คุณควรจะพาผมไปด้วยนะ"
กู้เหอตะโกนเสียงดัง ตัดสินใจที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ ถ้าจะได้เป็นดาราก็เอาสิ งานสบายนายทุนจ่ายหนัก ทำงานแค่วันเดียวก็มีกินไปทั้งชาติ
และต่อให้ต้องเข้าไปอยู่ในวงการมายา เขาจะดิ้นรนต่อสู้ก็ได้ถ้าต้องการ หรือจะทำตัวเป็นปลาเค็มก็นอนเปื่อยไป เขาจัดการชีวิตตัวเองได้อยู่แล้ว
อย่างที่คาดไว้ ท่าทีอันโดดเด่นของเขาเตะตา อายาเนะ คุมิโกะปรายตามองมาและส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง "ทำไมล่ะ?"
สายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจจากคนทั้งห้องจดจ้องมาที่เขา กู้เหอปรับสีหน้าให้ดูสงบ เยือกเย็น ทว่าแฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ปฏิบัติตัวราวกับกำลังพูดคุยอยู่กับคนไข้ เพื่อจะทำให้คนไข้เชื่อใจคุณ คุณต้องเริ่มจากการเชื่อมั่นในตัวเองเสียก่อน
ทักษะพื้นฐานอีกประการหนึ่งของนักจิตวิทยา: ความมั่นใจ
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจว่า
"เพราะผมจะกลายเป็นผลงานชิ้นเอกของคุณ และผมจะทุ่มเทความพยายามทั้งหมดที่มีเพื่อเป้าหมายนั้น"
สิ้นประโยคนี้ พวกหมาจรจัดที่ไร้การศึกษาต่างก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก แม้แต่ลูกพี่จวงและลูกน้องกล้ามโตคนอื่นๆ ก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน
แต่ที่สำคัญที่สุด อายาเนะ คุมิโกะ คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา มันเป็นรอยยิ้มของการยอมรับและประหลาดใจในทางที่ดี "เยี่ยมมาก"
เรียบร้อย! กู้เหอปั้นหน้าขรึม สายตาอันเฉียบแหลมของอาจารย์เสี่ยวเหอไม่ได้มีไว้แค่โชว์หรอกนะ
ว่าแต่จะเป็นหนังแนวไหนล่ะ? แอ็คชั่น? สยองขวัญ? หรือโรแมนติก?
หรือว่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่? กัปตันหลิวกวงอะไรทำนองนั้น... เส้นทางสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ชัดๆ
เขามีลางสังหรณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ สาวๆ นับพันจะต้องคลั่งไคล้เขาแน่ๆ การต้องมารับมือกับแฟนคลับนี่มันคงจะน่าปวดหัวน่าดู เฮ้อ
ทุกคนต่างตระหนักได้ว่าเขาถูกเลือกแล้ว ความประหลาดใจ ความอิจฉา และความริษยาหลอมรวมกันเป็นคลื่นแห่งความตื่นเต้นและกระวนกระวายใจ ไอเด็กนี่มันกำลังจะดวงกู๊ดแล้ว...
"กู้เหอ" อายาเนะ คุมิโกะถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาสีสันสะดุดตาราวกับแสงไฟในไนต์คลับ เธอแย้มยิ้มก่อนจะกล่าวว่า
"มาเป็นโฮสต์กับฉันสิ อาชีพโฮสต์นี่แหละคือทางออกที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับคนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอ"