- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 12 การล้างบางภายใน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 12 การล้างบางภายใน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 12 การล้างบางภายใน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 12 การล้างบางภายใน
เจสันลุกขึ้นและโต้กลับ “แล้วนิวยอร์กต้องจ่ายราคาเท่าไหร่สำหรับข้อมูลในปากของนาย?”
“ปืนเถื่อน กัญชา บ่อน และการค้ามนุษย์ระบาดไปทั่ว”
“พ่อค้าที่ทำธุรกิจถูกกฎหมายทุกคนต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้คิงพิน”
“คู่แข่งทางธุรกิจของคิงพินถูกจับถ่วงน้ำไปนอนให้อาหารปลาที่ก้นอ่าวฮัดสันกันหมด”
“เลือดที่เปื้อนมือคิงพินไม่มีวันล้างออก นายอยากให้ฉันพูดต่อไหม?”
เวสลีย์จนปัญญาและไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร เขาได้แต่กัดฟันพูดว่า “อย่างน้อยคนธรรมดาพวกนั้นที่ควรจะตายก็ได้รอดชีวิต”
เจสันยิ้มเยาะ “กล้าพูดเนอะ ตื่นได้แล้วเวสลีย์ พวกเราต่างก็เป็นวายร้าย และคิงพินก็แค่ทำชั่วในนามของการเปลี่ยนแปลง ฉันมองเห็นทุกอย่างชัดเจน ส่วนนายน่ะถูกคำพูดของคิงพินมอมเมาไปหมดแล้ว”
“หุบปาก!”
เวสลีย์หน้าแดงและจู่ ๆ ก็กระวนกระวายขึ้นมา “ฉันไม่อยากคุยเรื่องพวกนี้กับนายอีกแล้ว และฉันไม่มีคำตอบที่นายต้องการ ออกไปจากบ้านฉันซะ”
เจสันนั่งกลับลงบนเก้าอี้และพูดอย่างกวนประสาท “งั้นก็ช่วยหาคำตอบมาให้หน่อย ไม่งั้นฉันจะอยู่ที่นี่ต่อไป และนายจะต้องดูแลเรื่องอาหารการกินด้วย”
เวสลีย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เจสัน นายรู้จักคนตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาจ้องเล่นงานฉันคนเดียว?”
“เพราะนายคือคนโปรดของคิงพิน เป็นผู้จัดการแก๊ง และเป็นคนที่น่าจะแตะต้องแก่นของเรื่องนี้ได้มากที่สุด”
“อีกอย่างตอนนี้ฉันมีค่าหัว 3 ล้านดอลลาร์ เพื่อนเก่าพวกนั้นคงกำลังรอให้ฉันไปหา จะได้จับฉันไปรับรางวัล”
“เฮ้อ”
เวสลีย์ถอนหายใจและนั่งลงบนบันไดอย่างเหนื่อยล้า
เจสันกำลังเกาะติดเขา ตราบใดที่เขาไม่ให้คำตอบ เจสันก็จะไม่ไปไหน
ไม่กี่นาทีต่อมา ศีรษะที่ก้มต่ำของเวสลีย์ก็เงยขึ้นทันที และสีหน้าของเขาดูเหมือนจะนึกอะไรออก
“มีสถานการณ์หนึ่ง”
“ว่ามา”
“ตั้งแต่ที่นายทรยศ คิงพินสั่งให้ฉันเริ่มการล้างบางภายใน”
“อาณาเขตของนายถูกยึดคืนทั้งหมด”
“คนสนิทของนายทุกคนถูกประหารชีวิต”
“แม้แต่ลูกน้องที่เคยรับคำสั่งจากนายก็ถูกจับแยกย้ายกระจัดกระจายและส่งไปประจำการนอกนิวยอร์ก”
สีหน้าของเจสันเรียบเฉย ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“แต่ . . . มีข้อยกเว้นอยู่คนหนึ่ง”
เจสันขมวดคิ้ว “ใคร?”
“พอล!”
เวสลีย์มองหน้าเจสัน แล้วพูดต่อ “เขาเป็นคนสนิทที่นายไว้ใจที่สุด ตามเหตุผลแล้วเขาไม่น่ารอดมาได้ แต่ไม่เพียงเขาไม่ถูกประหาร เขายังได้รับส่วนแบ่งอาณาเขตของนายไปไม่น้อยเลย”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของเจสันอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็โกรธจัด “นายแน่ใจนะว่าที่พูดมาเป็นความจริง ไม่อย่างนั้น . . .”
เวสลีย์พูดอย่างจริงจัง “ฉันรู้ผลที่จะตามมา ฉันเลยไม่กล้าโกหก”
เจสันจ้องเขม็ง พยายามจับผิดสีหน้าของเขา แต่สายตาของเวสลีย์แน่วแน่มาก ไม่เหมือนคนโกหกเลย
“เชี่ยเอ๊ย!” เจสันเดือดดาลและทุบกำปั้นลงบนบาร์
พอล!
เป็นมันไปได้ยังไง?
นั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานาน เจสันก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป
“อย่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ฉันจะติดต่อหานายเรื่อย ๆ”
เวสลีย์หน้าเสีย “ไปตายซะเจสัน! ฉันสาบานว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะช่วยแก”
“งั้นเหรอ?” เจสันหยิบโทรศัพท์ออกมาและโชว์วิดีโอให้เขาดู
“นี่คือวิดีโอของเมียนาย ชู้รักที่ถูกยิงมือทะลุ และเสียงบันทึกการสนทนาของเมื่อกี้ ถ้านายไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ NYPD หรือคิงพิน นายคงรู้นะ”
“ไอ้เวร!” เวสลีย์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที ดวงตาแดงก่ำ
เขาอยากจะคว้าปืนพกออกมาและยิงไอ้คนเฮงซวยตรงหน้าให้พรุนเดี๋ยวนี้ แต่เขารู้ดีว่าตราบใดที่เขากล้าชักปืน เขาจะเป็นฝ่ายถูกยิงจนพรุนเสียเอง
“สามครั้ง!”
เวสลีย์มองเขาอย่างโกรธแค้น ชูนิ้วขึ้นมาแล้วพูดว่า “ฉันจะช่วยนายสามครั้ง นายต้องลบวิดีโอและเสียงทั้งหมด และห้ามทำสำเนาไฟล์เด็ดขาด”
เจสันเขย่าโทรศัพท์และพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย “ฉันจะเกาะกินนายไปตลอดชีวิต”
พูดจบ เขาก็ผลักประตูและจากไป
เวสลีย์จ้องมองแผ่นหลังของเจสันอย่างเหม่อลอย และทรุดตัวลงกับพื้น
. . .
ออกจากวิลล่าของเวสลีย์ เจสันตรงไปที่อาคารอพาร์ตเมนต์ห่างออกไปห้าช่วงตึก ซึ่งเป็นที่อยู่ของพอล
แม้ว่าบ้านที่นั่นจะเทียบไม่ได้กับอพาร์ตเมนต์ระฟ้าในแมนฮัตตันของเจสัน หรือวิลล่าพร้อมสนามหญ้าของเวสลีย์ แต่ในสายตาของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ นี่คือบ้านที่พวกเขาปรารถนาแต่เอื้อมไม่ถึง
เจสันกังวลใจมาก และฝีเท้าของเขาก็รวดเร็ว
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา เขามาถึงชั้นล่างของอาคารอพาร์ตเมนต์สิบชั้น บ้านของพอลอยู่ที่ชั้นห้าของตึกนี้
เจสันยืนอยู่กับที่ มองไปที่หน้าต่างมืดสนิทบนชั้นห้า และเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
มาถึงหน้าห้องของพอล เจสันเคาะประตู
หลังจากเคาะติดต่อกันหลายครั้ง เสียงหงุดหงิดก็ดังออกมาจากในห้อง
“ใครวะ!”
เจสันลดเสียงลงและพูดว่า “ฉันเอง”
“โอ้ เชี่ย!”
มีเสียงตื่นตระหนกดังมาจากในห้อง
เอี๊ยด~~
สักพัก ประตูก็เปิดออก
ชายผิวดำอายุยี่สิบต้น ๆ สวมกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดโผล่หัวออกมา
“ลูกพี่”
“ไง พอล”
ชายสองคนมองหน้ากันอยู่ไม่กี่วินาทีในทางเดิน พอลเบี่ยงตัวและเร่ง “เข้ามาสิครับ”
หลังจากเจสันเข้าไปในห้อง พอลมองออกไปนอกประตูและปิดประตูทันทีหลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
อพาร์ตเมนต์ไม่ใหญ่ แต่รักษาความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายโสดจะทำได้
“ลูกพี่ ทำไมมาที่นี่ล่ะครับ?”
พอลเดินเข้ามาถาม ดูประหม่าเล็กน้อย
เจสันถอนหายใจ ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง และพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก “ฉันแตกหักกับคิงพิน ตอนนี้มันไล่ล่าฉันไปทั่วเมือง เกือบจะฆ่าฉันได้แล้ว ฉันไม่มีที่ไปจริง ๆ เลยต้องมาหานาย ขอซ่อนตัวที่นี่สักพักนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของพอลก็ผ่อนคลายลงมาก ตบหน้าอกแล้วพูดว่า “ลูกพี่ พักอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจเลยครับ คิงพินไม่มีทางคิดหรอกว่าพี่จะมาซ่อนที่นี่”
“อืม ขอบใจนะ”
เจสันเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วถามว่า “ลิซ่ากับลูกหลับแล้วเหรอ?”
เมื่อพูดถึงครอบครัว รอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏบนใบหน้าของพอล “เมื่อกี้เพิ่งตื่นครับ ลิซ่ากำลังให้นมลูก พอกินนมเสร็จ เดี๋ยวก็คงหลับครับ”
เจสันรีบขอโทษ “ขอโทษที่มารบกวนนะ”
พอลโบกมือเบา ๆ และพูดอย่างไม่ใส่ใจ “อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ถ้าลูกพี่ไม่ช่วยผมออกมาจากเฮลส์คิทเช่น ป่านนี้ผมคงตายไปนานแล้ว”
“พี่รับเลี้ยงผม สอนผมต่อสู้ สอนผมยิงปืน และสอนผมใช้ชีวิต แม้แต่ค่าผ่อนอพาร์ตเมนต์นี้พี่ก็เป็นคนจ่ายให้ พี่เป็นผู้มีพระคุณไปชั่วชีวิตของผม บุญคุณนี้”
“โอเค ๆ พอได้แล้ว เลี่ยนชะมัด นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้”
“ครับ ผมหมายความว่า ตราบใดที่ลูกพี่ต้องการ พี่จะอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ได้”
เจสันพยักหน้าและถามว่า “เอาไว้คุยกันทีหลัง มีอะไรกินไหม? ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว”
พอลยิ้มและพูดว่า “ยังมีพิซซ่าหน้าเนื้อชิ้นใหญ่อยู่ในครัวครับ ลูกพี่รอแป๊บนึง ผมจะไปอุ่นให้”
พูดจบ พอลก็หันหลังเดินเข้าครัว หยิบพิซซ่าออกจากตู้เย็น และใส่เตาอบเพื่ออุ่น
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ เขาโผล่หัวออกมามองที่ห้องนั่งเล่นแวบหนึ่ง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
“เจสันอยู่ที่บ้านฉัน รีบมาด่วน!”