- หน้าแรก
- 1980 ย้อนเวลามาเป็นนักล่าที่ไม่มีใครกล้าแตะ
- บทที่ 10 ตระกูลเก้อหาเรื่อง
บทที่ 10 ตระกูลเก้อหาเรื่อง
บทที่ 10 ตระกูลเก้อหาเรื่อง
“พี่สี่!”
หยางไป่มองหยางเสี่ยวจวี๋ด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ พี่สี่ของเขาเป็นคนอ่อนน้อมและจิตใจดีมาแต่ไหนแต่ไร ทุกครั้งที่หยางไป่ถูกทำโทษ พี่สี่มักจะเป็นคนที่ก้าวออกมาปกป้องเขาเสมอ
ถึงเธอจะดูอ่อนแอ แต่ในส่วนลึกของหัวใจ หยางเสี่ยวจวี๋ต้องการปกป้องน้องชายคนนี้ยิ่งกว่าใคร
เสียงเรียก ‘พี่สี่’ ของหยางไป่ ทำให้มือของหยางเสี่ยวจวี๋สั่นสะท้าน เธอค่อยๆ ลดมือลงแล้วก้มหน้าเงียบ
“เกิดอะไรขึ้น?”
หยางเจี้ยนหลินยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเก้อเอ้อร์ฮั่ว เมื่อเห็นลูกสาวคนที่สี่ทำท่าทางเช่นนี้จึงรีบเอ่ยถาม
“พ่อคะ เราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะค่ะ” หยางเสี่ยวฟางรีบหาทางออกให้
หยางเจี้ยนหลินสีหน้าขรึมลง เขาปรายตามองหยางไป่อีกครั้งก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้าน
หยางไป่ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตามหลังทุกคนไปเงียบๆ
เฮยสั่วยังคงเดินตามอยู่ข้างๆ หลินหลิงอวิ๋น เธอจ้องมองแผ่นหลังของหยางไป่พลางตกอยู่ในภวังค์
ครู่ต่อมา หลินหลิงอวิ๋นก็ถูกชาวบ้านห้อมล้อมพาเดินมุ่งหน้าไปยังที่ทำการหมู่บ้าน
ที่บ้านตระกูลหยาง ประตูรั้วถูกเปิดทิ้งไว้กว้างขวาง
เจ้าหมาสีเหลืองในลานบ้านเห่ากระโชกไม่หยุด ทำให้หยางเจี้ยนหลินต้องเร่งฝีเท้าขึ้น
ทันทีที่เดินเข้าไป ก็เห็นยายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยๆ ในลานบ้าน กำลังหยิบยาสูบของตระกูลหยางขึ้นมาสูบอย่างสบายอารมณ์ ด้านหลังยายแก่คนนั้นมีชายหนุ่มท่าทางสกปรกมอมแมมคนหนึ่ง มือข้างหนึ่งถือกระสอบ อีกข้างกำลังกวาดเอา ‘ของป่า’ ที่ตระกูลหยางเก็บสะสมไว้ใส่กระสอบอย่างหน้าไม่อาย
ของป่าพวกนี้ล้วนเอาไปขายเป็นเงินได้ และเป็นของที่หยางเจี้ยนหลินตั้งใจเก็บไว้เป็นค่าสินสอดในการหมั้นหมายของหยางเสี่ยวฟาง
“แกทำอะไรน่ะ!” หยางเสี่ยวฟางเห็นเข้าก็ตวาดออกมาด้วยความโกรธ
ยายแก่ที่นั่งอยู่บนม้านั่งปรายตามองหยางเสี่ยวฟางด้วยหางตา ก่อนจะหันไปสั่งเก้อต้าฮั่วลูกชายของเธอว่า “ใส่ต่อไป อย่าหยุด”
“ทำไม? มีคนมารังแกคนตระกูลเก้อของฉัน ฉันจะหยิบของพวกนี้ไปบ้างไม่ได้หรือไง?”
จ้าวงหรงลี่ แม่ของเก้อเอ้อร์ฮั่ว มองคนตระกูลหยางด้วยสายตาดูแคลน
“แม่!”
หยางเสี่ยวจวี๋เห็นจ้าวงหรงลี่มาที่นี่ก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เธอรีบเดินเข้าไปหา
“เพียะ!”
ไม่รอให้หยางเสี่ยวจวี๋เรียกจบคำ จ้าวงหรงลี่ก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของลูกสะใภ้อย่างแรง
หยางไป่ที่เดินตามมาทีหลังคาดไม่ถึงว่าจ้าวงหรงลี่จะกล้าลงมือ กว่าจะรู้ตัวหยางเสี่ยวจวี๋ก็กุมแก้มที่แดงก่ำพลางร้องไห้ออกมาแล้ว
“อีตัวกาลกิณี!”
“ฉันจะบอกให้ ตั้งแต่แกแต่งเข้าบ้านตระกูลเก้อ แกก็มีแต่จะนำความฉิบหายมาให้พวกเรา”
“ลูกก็เกิดให้ไม่ได้ แกมันตัวอะไร... เป็นแม่ล่อหรือไงถึงได้ไร้น้ำยาขนาดนี้?”
จ้าวงหรงลี่ด่าทอไม่หยุดพลางเหลือบไปเห็นหยางไป่ที่เพิ่งเดินเข้ามา “ไอ้ลูกหมา กลับมาแล้วเหรอ? แกนี่มันลงมืออำมหิตนักนะ”
“ไอ้เดรัจฉาน กล้ามารังแกคนในบ้านของฉันเชียวเหรอ?”
จ้าวงหรงลี่ในหมู่บ้านไป๋ไช่ได้ชื่อว่าเป็นยายแก่จอมแสบ เธอมีลูกชายสองคน คนโตคือเก้อต้าฮั่ว เป็นพวกว่างงานพเนจรที่คอยเอารัดเอาเปรียบคนอื่นไปทั่วตำบล
ส่วนเก้อเอ้อร์ฮั่วเคยทำงานเป็นคนงานในโรงงาน ทว่าเพราะมือไวเท้าไวแอบลักขโมยของจึงถูกไล่ออก ตอนเขากลับมาที่หมู่บ้านไป๋ไช่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ตระกูลหยางจึงยอมยกลูกสาวคนที่สี่ให้แต่งงานด้วยตามการแนะนำของญาติ
ใครจะไปคิดว่าหลังจากแต่งงานไปแล้ว ถึงได้รู้ว่าเก้อเอ้อร์ฮั่วก็มีนิสัยสันดานเดียวกับพี่ชายของเขาไม่มีผิด
เมื่อแต่งงานไปแล้ว หยางเจี้ยนหลินก็ได้แต่ปลอบใจลูกสาวให้ทนอยู่เพื่อสร้างครอบครัวต่อไป
ภาระทุกอย่างในบ้านตระกูลเก้อจึงตกอยู่ที่หยางเสี่ยวจวี๋คนเดียว เธอเป็นคนขยัน คอยเลี้ยงแกะจนชีวิตเริ่มดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นตระกูลเก้อก็ยังดูถูกเธอ เพราะเธอไม่ใช่คนงานที่มีสวัสดิการเหมือนสามี
“พอได้แล้ว!”
หยางเจี้ยนหลินเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อเห็นจ้าวงหรงลี่รังแกผู้หญิงต่อหน้าต่อตา เขาก็เริ่มทนไม่ไหว
“เฒ่าหยาง ฉันตีลูกสาวแกแล้วแกโกรธงั้นเหรอ?”
“ลูกชายฉันขาหัก มือก็หัก นั่นมันลูกเขยแกเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”
“อะไรนะ?”
หยางเจี้ยนหลินได้ยินข่าวนี้ก็ถึงกับอึ้งไป
“ทำไม? แกยังไม่รู้ล่ะสิ ฝีมือมันไง!”
จ้าวงหรงลี่ชี้หน้าหยางไป่พลางด่าต่อ “ไอ้ลูกหมานั่นมันพี่เขยแกนะ แกกล้าลงมือหนักขนาดนี้เชียวเหรอ?”
“มาสิ! แน่จริงก็เข้ามาลงมือกับยายแก่อย่างฉันนี่ แกกล้าไหมล่ะ?”
“ไอ้กระจอก กล้าตีลูกน้องฉันเหรอ?” เก้อต้าฮั่วเองก็วางกระสอบลงแล้วชี้หน้าด่าหยางไป่เช่นกัน
สองแม่ลูกคู่นี้พ่นคำด่าหยาบคายออกมาไม่หยุด ตะเบ็งเสียงดังจนเพื่อนบ้านระแวกนั้นเริ่มโผล่หัวออกมาดู
“หยางไป่ เรื่องนี้มันยังไงกันแน่?” หยางเจี้ยนหลินมองลูกชายด้วยความโกรธ
หยางไป่ไม่ได้ตอบพ่อของเขา แต่เขากลับเดินเข้าไปหาหยางเสี่ยวจวี๋ ลูบแก้มพี่สาวเบาๆ แล้วพูดว่า “พี่สี่ รอผมสักครู่นะครับ”
หยางเสี่ยวจวี๋ชะงักไป ทันใดนั้นเธอก็เห็นหยางไป่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวงหรงลี่
“เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ?”
จ้าวงหรงลี่ที่กำลังด่าอย่างเมามัน เมื่อเห็นหยางไป่เดินเข้ามาหาเธอก็ชี้หน้าเขาทันที “หยางไป่ นั่นมันพี่เขยแก แกกล้าลงมืออำมหิตขนาดนี้เชียวเหรอ?”
“ยังมีอีกประโยคหนึ่ง!” หยางไป่มองจ้าวงหรงลี่ด้วยสายตาเย็นชา
ความทรงจำจากชาติก่อนพรั่งพรูเข้ามา หยางไป่รู้ดีว่าจ้าวงหรงลี่คือแม่ผัวใจยักษ์ที่คอยกดขี่พี่สี่ของเขาในทุกเรื่อง แม้แต่หลังจากที่พี่สี่ตายไป เธอก็ไม่ยอมแม้แต่จะเก็บศพให้ ปล่อยให้ร่างของพี่สี่ทิ้งร้างอยู่กลางทุ่งหญ้า
“แน่จริงก็เข้ามาลงมือกับฉันนี่!”
ทันทีที่จ้าวงหรงลี่พูดจบ หยางไป่ก็เตะเข้าใส่ทันที
“ตามคำขอ!”
“โครม!”
ร่างของจ้าวงหรงลี่ถูกเตะจนกระเด็นลอยไปนอนกองกับพื้น เธอจุกจนแทบจะคลานลุกขึ้นมาไม่ได้
“น้องเล็ก!”
คนในตระกูลหยางต่างพากันอึ้งไป หยางไป่ลงมือจริงๆ งั้นเหรอ?
หลังจากเตะจ้าวงหรงลี่แล้ว หยางไป่ก็เอียงคอหันไปมองเก้อต้าฮั่ว
“เมื่อกี้แกด่าอะไรฉันนะ?”
“หยางไป่ ไอ้ลูกระยำ!”
เก้อต้าฮั่วที่เป็นพวกนักเลงหัวไม้ชักไขควงที่ถูกฝนจนแหลมคมออกมาจากแขนเสื้อ แล้วแทงเข้าใส่หยางไป่ทันที
หยางไป่มองเก้อต้าฮั่วด้วยสายตาดูแคลน เขาคว้าข้อมือของเก้อต้าฮั่วไว้ได้แม่นยำแล้วออกแรงกดลงอย่างหนัก
“ฉึก!”
ไขควงถูกบิดกลับทิศทางแล้วแทงทะลุเข้าที่หัวไหล่ของเก้อต้าฮั่วเอง
“อ๊าก!”
เก้อต้าฮั่วร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด เขามองดูเลือดที่ไหลอาบหัวไหล่ด้วยความหวาดกลัว
“ลูกแม่!”
จ้าวงหรงลี่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้น มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ
หยางไป่เตะซ้ำอีกครั้งจนเก้อต้าฮั่วกระเด็นไปไกล จากนั้นเขาก็หยิบพลั่วเหล็กที่วางอยู่ข้างๆ แล้วเดินตรงเข้าไปหาจ้าวงหรงลี่
“หยางไป่ หยุดเเดี๋ยวนี้!”
หยางเจี้ยนหลินคำรามออกมาด้วยความโกรธ อย่างไรเสียคนพวกนี้ก็ยังถือว่าเป็นดองกัน
“น้องเล็ก ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” หยางเสี่ยวจวี๋รีบเข้าไปกอดรั้งหยางไป่ไว้ เพื่อไม่ให้เขาลงมืออีก
หยางไป่หันกลับไปมองหยางเจี้ยนหลิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งว่า “พ่อครับ ถ้าพ่อเชื่อใจผม ปล่อยให้ผมจัดการเรื่องนี้เองเถอะ”
“แก!”
หยางเจี้ยนหลินชะงักไป เขาเป็นครั้งแรกที่เห็นประกายแสงบางอย่างในดวงตาของลูกชาย
แสงนั้นดูเหมือนสายฟ้าและเปลวเพลิงที่แฝงไปด้วยอำนาจอันสูงสุด
หยางเจี้ยนหลินเคยเห็นสายตาแบบนี้จากพวกผู้นำระดับสูงมาก่อน ลูกชายของเขาไปเอาแววตาแบบนี้มาจากไหน?
“พี่สี่ ปล่อยผมครับ”
หยางไป่พูดปลอบหยางเสี่ยวจวี๋อีกครั้ง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเพราะเริ่มรู้สึกว่าน้องชายคนนี้ดูแปลกไปจนจำแทบไม่ได้
หยางไป่ยังคงถือพลั่วเหล็กเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวงหรงลี่
“แก!”
จ้าวงหรงลี่ตัวสั่นเทา ความซ่าที่มีเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“คุณป้าตระกูลเก้อ ผมขอถามคำเดียว พี่สาวผมทำดีกับบ้านคุณแค่ไหน?”
จ้าวงหรงลี่เงยหน้าขึ้นจ้องหยางไป่เขม็ง
“แก... แกหมายความว่ายังไง?”
หยางไป่ปักพลั่วเหล็กลงตรงหน้าจ้าวงหรงลี่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอำมหิต “พี่สาวผมยอมทนลำบากเพื่อบ้านคุณโดยไม่เคยนึกเสียใจ”
“เพราะฉะนั้น วันนี้ผมจะตั้งกฎให้พวกคุณใหม่”
“วันหน้าถ้าใครบังอาจมารังแกพี่สาวผมอีก!”
“ไม่ว่าจะเป็นใคร ต่อให้เป็นแม่ผัวอย่างคุณก็ตาม”
“จุดจบของมันจะเป็นเหมือนพลั่วเหล็กอันนี้!”
หยางไป่พูดจบก็คว้าหัวพลั่วไว้แล้วออกแรงบิดเพียงครั้งเดียว ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำในลำคอ พลั่วเหล็กทั้งอันก็ถูกบิดจนผิดรูปกลายเป็นเกลียวเหมือนเชือกในพริบตา
“โอ้พระเจ้าช่วย!” จ้าวงหรงลี่มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
จบบท