- หน้าแรก
- เข้าแก๊งผีแล้วชีวิตดี๊ดี ขนาดตดยังมีกลิ่นลาเวนเดอร์
- บทที่ 10: บ้านผีสิง
บทที่ 10: บ้านผีสิง
บทที่ 10: บ้านผีสิง
"ไม่ทราบว่าท่านประธานหลี่ต้องการดอกเบี้ยจากผมเท่าไหร่ครับ?"
"ไม่มากหรอก แค่ร้อยละ 2 ต่อเดือนเอง ถือว่าสมเหตุสมผลมากแล้วว่าไหม?"
หลี่จื่อเชียนปั้นหน้าเป็นคนใจกว้าง แต่ในสายตาของซือหมิง หมอนี่มันก็แค่ไอ้โง่คนหนึ่ง
ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อเดือน? นี่มันแทบจะไม่ปกปิดความหน้าเลือดของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
แต่ต่อให้ดอกเบี้ยจะสูงแค่ไหนมันก็ไม่สำคัญ เพราะเขาไม่เคยคิดจะจ่ายคืนอยู่แล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น ซือหมิงจึงแสร้งทำเป็นลังเล
"ดอกร้อยละ 2... มันค่อนข้างสูงไปหน่อยนะครับ ท่านประธานพอจะลดให้ผมอีกนิดได้ไหม?"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่จื่อเชียนก็แสยะยิ้ม
"สูงเหรอ? คุณกู้เงินตั้งห้าล้านโดยไม่มีหลักประกันอะไรเลยนะ ยังจะไม่พอใจอีกเหรอ? ซือหมิง ฉันไม่ได้โม้หรอกนะ คุณลองไปถามที่อื่นดูก็ได้ ด้วยสถานการณ์ของคุณตอนนี้ ใครหน้าไหนจะยอมให้คุณกู้ทีเดียวห้าล้าน?"
ซือหมิงนิ่งเงียบไปทันที
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่จื่อเชียนก็ส่งสายตาให้กงเหนียวเหนียว ซึ่งนางก็รู้หน้าที่รีบเข้ามาหว่านล้อมทันที
"ซือหมิง ท่านประธานหลี่เป็นคนดีขนาดนี้ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ยหรอก ที่ท่านตั้งไว้ร้อยละ 2 ก็เพื่อกระตุ้นให้คุณมีไฟในการทำงาน เพราะกลัวว่าพอคุณมีเงินแล้วจะหมดไฟน่ะ อย่าให้ความปรารถนาดีของท่านประธานต้องเสียเปล่าเลยนะ"
แววตาของซือหมิงฉายรังสีฆ่าฟันวูบหนึ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่เขาก็ซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด
"แต่ดอกร้อยละ 2 ต่อเดือนมันเยอะจริง ๆ นะครับ ผมเกรงว่าจะจ่ายไม่ไหว"
"ตกลงไปเถอะค่ะ ท่านประธานพูดถูก ไม่มีใครให้คุณกู้เยอะขนาดนี้หรอก ส่วนเรื่องดอกเบี้ยไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยคุณหาเงินมาใช้คืนเอง"
"จริงเหรอเหนียวเหนียว? คุณดีกับผมจังเลย"
ซือหมิงแสร้งบีบน้ำตาออกมาสองสามหยด ทำทีเป็นซาบซึ้งใจจนสุดซึ้ง
และเพราะไม่อยากเสียเวลาเล่นละครลิงกับทั้งคู่ต่อ ซือหมิงจึงพยักหน้าตกลง
"ตกลงครับท่านประธานหลี่ ผมจะกู้ ผมจะเขียนสัญญากู้เงินให้เดี๋ยวนี้เลย"
"เชิญเลย เดี๋ยวทางนี้จะโอนเงินให้ทันที"
ไม่นานนัก สัญญากู้เงินก็ถูกเขียนขึ้น โดยระบุว่าซือหมิงต้องชดใช้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลาสิบปี
เมื่อเห็นซือหมิงลงนาม หลี่จื่อเชียนก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาไม่รอช้า รีบทำรายการโอนเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีซือหมิงทันที
วินาทีที่มีการแจ้งเตือนว่าเงินห้าล้านเข้าบัญชี หัวใจของซือหมิงก็เต้นไม่เป็นจังหวะ
นี่มันเงินห้าล้าน! ชาติที่แล้วเขาเคยหาเงินได้มากขนาดนี้ที่ไหนกัน? ด้วยเงินก้อนนี้ เขาก็มีเงินเพียงพอสำหรับซื้อเครื่องเซ่นไหว้ไปอีกสามเดือนเต็ม ๆ
ในขณะเดียวกัน หลี่จื่อเชียนมองดูสัญญาในมือ มุมปากยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
ด้วยสัญญาฉบับนี้ ซือหมิงก็แทบจะขายชีวิตให้เขาแล้ว หลี่จื่อเชียนรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อนึกถึงตอนที่ซือหมิงกล้าบังอาจเอาเรื่องลาออกมาขู่เขา
คิดว่าจะใช้คืนหมดในสิบปีงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! คอยดูนะ ฉันจะสูบเลือดสูบเนื้อแกให้ไม่เหลือแม้แต่กระดูกเลย!
เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อย ซือหมิงก็ลุกขึ้นและบอกกับหลี่จื่อเชียนว่า
"ท่านประธานหลี่ ขอบคุณในความกรุณามากครับ ผมขอตัวไปดูบ้านก่อนนะครับ"
"ได้สิ ไปเถอะ วันนี้ฉันให้คุณลาพักผ่อนได้วันหนึ่ง"
"ขอบคุณครับท่านประธาน"
เมื่อมองตามหลังซือหมิงที่เดินออกจากห้องไป หลี่จื่อเชียนก็หัวเราะหยันแล้วต่อสายโทรศัพท์ทันที
ไม่นานนัก เสียงเย็นชาจากปลายสายก็ดังขึ้น
"ท่านประธานหลี่ ผมเองครับ"
"ต้าหู่ ซือหมิงเพิ่งลงไปข้างล่าง จับตาดูไอ้เด็กนั่นไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตา ถ้าแกทำมันหลุดมือไป ฉันจะเอาเรื่องแกแน่!"
"วางใจได้ครับท่านประธาน มันหนีไม่รอดหรอก"
หลังจากวางสาย กงเหนียวเหนียวก็เดินเข้าไปโอบคอหลี่จื่อเชียน วางเรียวขาเย้ายวนบนตักเขาและพันตัวรอบกายราวกับงูน้ำ
"นายท่านคะ ตอนนี้ซือหมิงก็ไม่ต่างจากทาสของคุณแล้ว พอใจหรือยังคะ?"
"ทำได้ดีมาก ฟังนะ อย่าปล่อยให้มันใช้เงินห้าล้านนั่นหมดเร็วเกินไป พยายามหาทางเอาเงินก้อนนั้นกลับมาให้ฉันด้วย"
"นายท่านนี่ใจร้ายจังเลยนะคะ แต่ฉันว่าคุณยังใจร้ายได้มากกว่านี้อีก คุณน่าจะบังคับให้มันเอาบ้านหลังเก่ามาจำนองด้วยนะ"
กงเหนียวเหนียวยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม หลี่จื่อเชียนจึงฟาดมือลงบนบั้นท้ายของนางแรง ๆ หนึ่งที
"ให้ตายสิ 'จิตใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึงและพิษสงร้ายกาจที่สุด' เขาหมายถึงผู้หญิงอย่างเธอนี่เอง แต่ฉันชอบนะ ฮ่า ๆ!"
"หยุดเลยนะคะ..."
...ซือหมิงไม่ได้สนใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องทำงาน ต่อให้รู้เขาก็ไม่แคร์
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือ โลงศพไท่ซุ่ย
เขาสตาร์ทรถและขับมุ่งหน้าไปยังสำนักงานขายของโครงการ เวสต์ซับเบิร์บมาเนอร์
หลังจากขับผ่านไปไม่กี่ถนน ซือหมิงก็สังเกตเห็นรถบูอิคคันหนึ่งขับตามมา
ในอดีต ซือหมิงคงไม่ทันสังเกตเห็นรายละเอียดแบบนี้
แต่ในฐานะผู้รอดชีวิตจากยุคมืด สัญชาตญาณและการเฝ้าระวังของเขาเฉียบคมกว่าแต่ก่อนมาก
เมื่อเห็นรถบูอิคยังคงตามตื๊อไม่เลิก รอยยิ้มเย็นเยียบก็ปรากฏบนใบหน้าของซือหมิง
เขาไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าหลี่จื่อเชียนส่งคนมาจับตาดูเขา
ก็นะ เงินกู้นอกระบบตั้งห้าล้าน หลี่จื่อเชียนย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาคลาดสายตาแน่นอน
ซือหมิงเมินเฉยต่อคนสะกดรอยตามและขับไปจนถึงสำนักงานขาย
ทันทีที่ก้าวเข้าไป พนักงานขายสาวสวยในชุดภูมิฐานก็เดินเข้ามาต้อนรับ
ในฐานะสำนักงานขายของโครงการคฤหาสน์ที่หรูหราที่สุดในเมืองชิงหยวน พนักงานที่นี่ล้วนถูกคัดสรรมาอย่างดี สวยระดับนางแบบ และให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยม
"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ทางเราช่วยดูแลไหมคะ?"
พนักงานสาวเอ่ยอย่างนอบน้อม ทว่าแอบชำเลืองมองไปข้างนอก เมื่อเห็นซือหมิงขับรถเก่า ๆ มา แววตาของนางก็ฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง
ปกติคนที่มาซื้อบ้านที่นี่ล้วนเป็นมหาเศรษฐีที่ขับรถหรูราคาหลายล้าน คนอย่างซือหมิงดูเหมือนพวกที่แค่มาเดินชมเล่น ๆ เสียมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมอย่างมืออาชีพทำให้ข่มความไม่พอใจไว้ได้และยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้
แต่แล้วนางก็ต้องแปลกใจ เมื่อซือหมิงเอ่ยปากทันที
"ผมมาซื้อบ้านครับ!"
"ซื้อบ้านเหรอคะ? ไม่ทราบว่าได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าไหมคะ?"
เมื่อเห็นเขาพูดตรงไปตรงมา พนักงานสาวก็เริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อซือหมิงเล็กน้อย
หรือจะเป็นเศรษฐีที่ชอบทำตัวติดดิน? เป็นไปได้เหมือนกัน เดี๋ยวนี้คนรวยหลายคนก็ทำตัวสมถะ
"ไม่ได้นัดครับ แต่ผมมีเป้าหมายอยู่แล้ว ผมอยากดูคฤหาสน์หมายเลข 3 ถ้าจำไม่ผิด ในหน้าเว็บไซต์ของคุณลงประกาศขายในราคาพิเศษใช่ไหม?"
"หมายเลข 3? คุณอยากซื้อคฤหาสน์หมายเลข 3 ในเวสต์ซับเบิร์บมาเนอร์เหรอคะ?!"
พนักงานสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ เสียงของนางดังจนทุกคนในห้องโถงหันมามองซือหมิงเป็นตาเดียว ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด
ซือหมิงเห็นดังนั้นก็เลิกคิ้วเล็กน้อย "ทำไมครับ ไม่ได้ขายเหรอ?"
"ขายค่ะ แต่คุณทราบสถานการณ์ของบ้านหมายเลข 3 ดีแล้วใช่ไหมคะ?" พนักงานสาวถามอย่างระมัดระวัง
ซือหมิงยิ้มบาง ๆ
"ทราบครับ คฤหาสน์หมายเลข 3 คือบ้านผีสิง"
"ทราบแล้วยังจะซื้ออีกเหรอคะ?" พนักงานสาวทำหน้าเหลอหลา
บ้านหมายเลข 3 ไม่ใช่บ้านผีสิงธรรมดา มันมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบยี่สิบปีนับตั้งแต่สร้างเสร็จ ในช่วงยี่สิบปีนั้นมันเปลี่ยนเจ้าของมาแล้วถึงเจ็ดราย สี่รายในนั้นเสียชีวิตกะทันหันในบ้าน ส่วนอีกสามรายที่เหลือกลายเป็นคนเสียสติจนต้องส่งโรงพยาบาลบ้า เรื่องนี้ทำให้บ้านเลขที่ 3 โด่งดังไปทั่วในฐานะบ้านอาถรรพ์
เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้าย ผู้พัฒนาโครงการถึงขั้นจ้างหมอผีและอาจารย์ดังนับไม่ถ้วนมาทำพิธี แต่ก็ไม่มีใครเอาอยู่
จนสุดท้าย เจ้าของโครงการจึงตัดสินใจประกาศขายบ้านหมายเลข 3 ในราคาพิเศษเพียงเพื่อจะสลัดภาระนี้ทิ้งไป
คฤหาสน์หรูที่มีพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตร (รวมสวน) ถูกขายในราคาเพียงห้าล้านบาท... แค่นี้ก็จินตนาการได้แล้วว่าสถานที่แห่งนั้นมันเฮี้ยนขนาดไหน
แน่นอนว่ามีคนที่ไม่กลัวตาย นอกจากเจ้าของรายแรกแล้ว อีกหกรายที่เหลือต่างย้ายเข้าไปเพราะไม่เชื่อเรื่องลี้ลับและเห็นแก่ของถูก ผลลัพธ์คือตายสาม บ้าสาม หลังจากนั้นบ้านหมายเลข 3 ก็ถูกทิ้งร้างอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะถามถึงมานานกว่าสองปีแล้ว
พนักงานสาวไม่นึกเลยว่าจะมีใครกล้ามาถามถึงบ้านหลังนี้หลังจากที่มีคนตายและคนบ้ามานับไม่ถ้วน ดังนั้นเมื่อซือหมิงบอกว่าต้องการซื้อ ทุกคนจึงมองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า
ในสายตาพวกเขา ซือหมิงไม่ได้มาเพื่อดูบ้าน แต่เขามาเพื่อลองดีกับชะตาชีวิตของตัวเองชัด ๆ