- หน้าแรก
- เข้าแก๊งผีแล้วชีวิตดี๊ดี ขนาดตดยังมีกลิ่นลาเวนเดอร์
- บทที่ 6: หนี้แค้นฝังลึก
บทที่ 6: หนี้แค้นฝังลึก
บทที่ 6: หนี้แค้นฝังลึก
"อันหลิง ศพของเธอฝังอยู่ในของพรรค์นี้งั้นเหรอ?"
ซือหมิงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อมองไปที่ไห แค่คิดว่าองค์หญิงอันหลิงต้องทนอยู่ในนี้มาเป็นพันปี ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมความแค้นของนางถึงได้มหาศาลขนาดนี้
เมื่อได้ยินดังนั้น ประกายความเกลียดชังก็วาบผ่านดวงตาขององค์หญิงอันหลิง
"ใช่ค่ะ ไหใบนี้เป็นวัตถุอาถรรพ์ที่หญิงใจทรามผู้นั้นสั่งให้พ่อมดหมอผีจากแดนตะวันตกทำขึ้นมาเป็นพิเศษ วิญญาณของข้าจึงไม่อาจไปผุดไปเกิดได้เพราะมัน ข้าเคยเกลียดชังไหใบนี้และพยายามทุกวิถีทางที่จะทำลายมัน แต่เมื่อมาคิดดูตอนนี้ หากไม่มีมัน ข้าก็อาจจะไม่ได้พบกับท่านพี่"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ความโกรธแค้นในแววตาขององค์หญิงอันหลิงก็ค่อย ๆ จางลง นางกระซิบเสียงแผ่วเบา
"ท่านพี่ นำมันไปเถอะค่ะ แม้ข้าจะไปไหนไกลจากไหใบนี้ไม่ได้ แต่ข้าสังหรณ์ใจว่าอีกไม่นานข้าอาจจะหลุดพ้นจากมันได้แล้ว"
คำพูดขององค์หญิงอันหลิงทำให้หัวใจของซือหมิงกระตุกวูบ
หรือว่าสิ่งลี้ลับที่ทรงพลังจะล่วงรู้ถึงการฟื้นคืนชีพในอีกสามเดือนข้างหน้า?
ดูเหมือนเขาจะต้องเร่งมือทำตามแผนให้เร็วขึ้นแล้ว
ซือหมิงไม่รอช้า รีบอุ้มไหขึ้นมาจากหลุมแล้วยัดใส่กระเป๋าเป้ โชคดีที่ไหไม่ได้หนักมากนัก คนเดียวจึงพอแบกเลาะลงเขามาได้
หลังจากนำไหขึ้นรถ ซือหมิงก็ขับตรงกลับเมืองชิงหยวนทันที
เมื่อขนไหเข้ามาในบ้าน ซือหมิงก็จัดแจงทำความสะอาดห้อง ๆ หนึ่งเพื่อใช้เป็นห้องบูชาองค์หญิงอันหลิงโดยเฉพาะ แล้วจุดเทียนเรียกขวัญสองเล่มสุดท้ายไว้ข้างไห
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ซือหมิงฝืนอาการง่วงนอนโทรหาเถ้าแก่ร้านบริการศพตระกูลจี้ เพื่อสั่งซื้อเทียนเรียกขวัญอีกล็อตใหญ่ ดูจากวิธีบูชาองค์หญิงอันหลิงแล้ว ในบรรดาเครื่องหอมทั้งหมด เทียนเรียกขวัญน่าจะช่วยเพิ่มพลังให้สิ่งลี้ลับได้มากที่สุด
หลังจากนั้น ซือหมิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาปิดเสียงโทรศัพท์แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง หลับสนิทไปในทันที
การต้องขุดดินหาศพองค์หญิงอันหลิงทั้งคืนทำให้ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว
ซือหมิงหลับสนิทมาก ในความฝัน เขาเห็นตัวเองสวมชุดเจ้าบ่าว กำลังเข้าหอพร้อมกับองค์หญิงอันหลิงที่แต่งกายงดงามยั่วยวน... จู่ ๆ เขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อท่วมตัว กลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้คิดลึกยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
ช่างเป็นฝันวาบหวิวที่ชัดเจนอะไรขนาดนี้ มันรู้สึกสมจริงเกินไปหน่อยไหม?
ซือหมิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก นี่เขาถึงขั้นเข้าหอกับองค์หญิงอันหลิงในฝันเลยเหรอเนี่ย บาปกรรม บาปกรรมแท้ ๆ
เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง บ่ายสามโมงเข้าไปแล้ว
เขาลุกไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคล เมื่อเปลี่ยนชุดใหม่และเดินออกมา เขาก็เห็นร่างวิญญาณขององค์หญิงอันหลิงกำลังลอยวนเวียนสำรวจโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเห็นซือหมิงเดินออกมาจากห้องน้ำ องค์หญิงอันหลิงก็ลอยเข้ามาหาช้า ๆ แล้วย่อตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย
"ท่านพี่ นอนหลับสบายดีไหมคะ?"
"ก็ดีนะ หลับสบาย... เดี๋ยว เมื่อกี้เธอเรียกผมว่าอะไรนะ?"
ได้ยินคำว่า 'ท่านพี่' ซือหมิงถึงกับชะงักไป
เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของซือหมิง องค์หญิงอันหลิงก็เอ่ยด้วยแววตาอ่อนเชื่อมหยาดเยิ้ม
"ก็ท่านพี่สิคะ ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือ? เราเข้าหอกันแล้วนะคะ"
ได้ยินแบบนี้ ซือหมิงถึงกับพูดไม่ออก
สรุปว่าฝันวาบหวิวนั่นเป็นฝีมือขององค์หญิงอันหลิงเหรอ? นางสามารถแทรกแซงความฝันของเขาได้ด้วย?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซือหมิงก็นึกถึงฉายาขององค์หญิงอันหลิงในชาติก่อนขึ้นมาได้
องค์หญิงวิญญาณอาถรรพ์!
เหตุผลที่องค์หญิงอันหลิงได้รับฉายา 'วิญญาณอาถรรพ์' จากผู้รอดชีวิต ก็เพราะความสามารถของนางนี่แหละ
ตำนานเล่าว่า สิ่งลี้ลับระดับราชา 'องค์หญิงวิญญาณอาถรรพ์' สามารถควบคุมคนเป็นผ่านพลังแห่งคำสาป และฆ่าคนตายได้ในความฝัน!
นี่คือความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งและแทบจะป้องกันไม่ได้เลย
เพราะมนุษย์ทุกคนต้องนอน และการนอนก็ย่อมต้องฝัน!
เวลาคนปกติฝันร้าย อย่างมากก็แค่ตกใจตื่น แต่ถ้าถูกคำสาปเล่นงาน การตายในความฝันก็หมายถึงการตายในชีวิตจริง
และเพราะความสามารถระดับฝืนกฎสวรรค์นี้นี่เอง องค์หญิงวิญญาณอาถรรพ์จึงมีชื่อเสียงที่น่าเกรงขาม แม้แต่นักล่าผีที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้อาณาเขตของนาง
เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ ซือหมิงก็รู้สึกหวาดเสียวสันหลังวาบ
โชคดีที่เขาปั๊มค่าความชอบกับองค์หญิงอันหลิงไว้มากพอ ไม่อย่างนั้นถ้านางคิดจะทำร้ายเขาจริง ๆ แค่ฝันตื่นเดียวก็เกินพอแล้ว
ขณะที่ซือหมิงกำลังคิดเพลิน ๆ องค์หญิงอันหลิงก็เอ่ยขึ้น
"ท่านพี่ ตอนที่ท่านหลับ มีกระจกประหลาดบานหนึ่งส่องแสงสว่างวาบ ๆ อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ"
"กระจกประหลาด?"
ซือหมิงตามไม่ทันไปชั่วขณะ แต่พอมองตามนิ้วขององค์หญิงอันหลิง เขาก็เข้าใจทันทีว่านางหมายถึงโทรศัพท์มือถือของเขา มีคนส่งข้อความมาหาเขามากมาย
เมื่อปลดล็อกหน้าจอ เขาก็เห็นว่าข้อความส่วนใหญ่มาจากเพื่อนร่วมงาน ทักมาถามว่าทำไมเขาไม่ไปทำงาน แต่ในบรรดารายชื่อเหล่านั้น มีอยู่ชื่อหนึ่งที่ทำให้แววตาของซือหมิงเย็นเยียบลง
กงเหนียวเหนียว!
ในบรรดาข้อความทั้งหมด ข้อความของกงเหนียวเหนียวถูกส่งมาถี่ที่สุด และถ้อยคำก็เต็มไปด้วยความห่วงใย
ถ้าเป็นในชาติก่อน เขาคงซาบซึ้งจนน้ำตาไหลไปแล้วสินะ?
แต่หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ ซือหมิงรู้ซึ้งแล้วว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแผนการของกงเหนียวเหนียวและหลี่จื่อเชียน... มันคือการแสดงตบตาล้วน ๆ!
เป้าหมายของพวกมันมีเพียงอย่างเดียว: รั้งตัวเขาไว้ที่บริษัท!
บริษัทที่ซือหมิงทำงานอยู่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อ 'เชียนเซิงเรียลเอสเตท' ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของหลี่กรุ๊ป โดยมีหลี่จื่อเชียนเป็นซีอีโอ
ซือหมิงคือพนักงานขายอันดับหนึ่งของบริษัท ในยุคที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังซบเซาแบบนี้ พูดได้เต็มปากเลยว่ายอดขายกว่าครึ่งของทั้งบริษัทมาจากน้ำพักน้ำแรงของซือหมิงเพียงคนเดียว
ก่อนหน้านี้ ซือหมิงไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่จื่อเชียนถึงต้องส่งผู้หญิงมายั่วยวนเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
เป็นเพราะหลี่จื่อเชียนลดตัวลงมาประจบเขาไม่ได้ แต่ก็อยากให้ซือหมิงอยู่เป็นวัวเป็นควายทำยอดให้บริษัทต่อไป!
หลี่จื่อเชียนเป็นคนแบบไหนน่ะเหรอ? พูดให้ดูดีหน่อยก็คือทายาทเศรษฐีรุ่นสอง แต่ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็คือลูกแหง่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด
ปกติแล้วเจ้าของบริษัทควรเป็นฝ่ายเข้าหาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานขายมือทอง แต่ตรรกะของหลี่จื่อเชียนไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ด้วยความขี้อิจฉาตาร้อน หมอนี่ได้บีบพนักงานเก่ง ๆ ระดับหัวกะทิออกไปหลายคนแล้ว
กว่าหลี่จื่อเชียนจะรู้ตัว บริษัทก็ร่อแร่เต็มที พอเห็นว่าไปต่อไม่ไหว หมอนี่ก็เริ่มลุกลี้ลุกลน เพราะเชียนเซิงเรียลเอสเตทคือบททดสอบที่ตระกูลหลี่มอบหมายให้ หากล้มเหลว หลี่จื่อเชียนจะหมดสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลทันที
เพื่อกอบกู้บริษัทโดยไม่ต้องเสียหน้าไปง้อซือหมิงที่ผิดใจกันไปแล้ว หลี่จื่อเชียนจึงคิดแผนสกปรก ใช้ผู้หญิงมาผูกมัดซือหมิงไว้
ในชาติก่อน หลี่จื่อเชียนมักจะฉีกหน้าเขากลางที่สาธารณะอยู่บ่อย ๆ แต่เพราะตอนนั้นเขาหน้ามืดตามัวหลงกงเหนียวเหนียวหัวปักหัวปำ ต่อให้โดนกลั่นแกล้งสารพัดก็ยังไม่กล้าลาออก
แต่ตอนนี้เหรอ... หึ
ขณะที่เขากำลังคิดแค้น องค์หญิงอันหลิงก็ลอยเข้ามาใกล้ ๆ ชะโงกดูหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ท่านพี่ คนที่ชื่อกงเหนียวเหนียวนี่คือใครหรือคะ?"
"ยัยนี่น่ะเหรอ? จำที่ผมเคยบอกได้ไหมว่าเราสองคนต่างก็เคยถูกหักหลังเหมือนกัน?"
"จำได้ค่ะ"
"นี่แหละ ผู้หญิงที่หักหลังผม"
ซือหมิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์หญิงอันหลิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รังสีอำมหิตอันน่าสะพรึงกลัวจะวาบผ่านดวงตาคู่สวย
"ท่านพี่... จะให้ข้าไปฆ่านังหญิงใจทรามผู้นี้ให้ท่านไหมคะ?"