- หน้าแรก
- วิญญาณยุทธ์ข้าคือเทพแห่งแสง
- ตอนที่ 22 วัยเด็กที่สมบูรณ์ของถังซาน
ตอนที่ 22 วัยเด็กที่สมบูรณ์ของถังซาน
ตอนที่ 22 วัยเด็กที่สมบูรณ์ของถังซาน
ตอนที่ 22 วัยเด็กที่สมบูรณ์ของถังซาน
นายน้อย นี่มันก็แค่ร้านตีเหล็กธรรมดาๆ ทำไมท่านถึงให้ความสนใจมันนักขอรับ? พรหมยุทธ์แรดพิโรธเอ่ยถามด้วยความฉงน
เขาเพิ่งจะตรวจสอบไปเมื่อครู่
ภายในร้านตีเหล็กแห่งนี้
มีเพียงช่างตีเหล็กที่ตัวเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้ากับเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น
นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่ดูผิดปกติเลยสักนิด
สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ ทำไมจินเหมียนถึงต้องลำบากตรากตรำเดินทางมาไกลถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้
จินเหมียนเดินนำไปพลางเอ่ยว่า ร้านตีเหล็กน่ะธรรมดา แต่คนข้างในไม่ธรรมดาเลยสักนิด
เจ้ารู้ไหมว่าช่างตีเหล็กคนนั้นคือใคร?
คำถามนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพรหมยุทธ์แรดพิโรธขึ้นมาทันที
เขาอยากรู้นักว่าช่างตีเหล็กในหมู่บ้านเล็กๆ จะมีฐานะอะไรที่น่าตกใจได้
เขาคือ ถังเฮ่า
คำตอบที่เรียบง่ายนี้ทำเอาพรหมยุทธ์แรดพิโรธถึงกับอึ้งกิมกี่
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงราวกะดวงโคม จ้องเขม็งไปที่จินเหมียน
เมื่อกี้ว่าไงนะ?
สงสัยเมื่อกี้ลมแรงไปหน่อย ข้าคงหูฝาด
ท่านว่าช่างตีเหล็กสกปรกซอมซ่อคนนั้นคือใครนะ?
ถังเฮ่า!!!
ถังเฮ่าคนเดียวกับที่เคยอาละวาดหนักจนองค์สังฆราชองค์ก่อน เซียนซวินจี๋ พร้อมด้วยพรหมยุทธ์เบญจมาศและมารอสูรบาดเจ็บสาหัสคนนั้นน่ะรึ?!
เมื่อเห็นสีหน้าของพรหมยุทธ์แรดพิโรธที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อแปดส่วน และความมึนงงอีกสิบส่วน
จินเหมียนก็พยักหน้ายืนยัน เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ถังเฮ่าที่ข้าพูดถึง ก็คือพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนคนนั้นนั่นแหละ
ตูม!
ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันนี้ระเบิดขึ้นในหัวของพรหมยุทธ์แรดพิโรธราวกับเสียงกัมปนาท
เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ
ถังเฮ่าที่สำนักวิญญาณยุทธ์ตามหาตัวมาอย่างยาวนาน จะมาแฝงตัวใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน คำถามใหม่ก็ผุดขึ้นในใจเขา
จินเหมียนรู้ได้อย่างไรว่าถังเฮ่าอยู่ที่นี่?
ชั่วเวลาเพียงจิบชา
ทั้งสองก็มาถึงบริเวณด้านนอกร้านตีเหล็ก
ทว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปใกล้ เพียงแต่ยืนนิ่งสงบอยู่ภายในป่าละเมาะรอบๆ เท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว คู่ต่อสู้คือถังเฮ่า หากไปยั่วยุเขาเข้า พวกเขาคงไม่มีแม้แต่เวลาจะวิ่งหนี
ขณะที่จินเหมียนกำลังสังเกตการณ์อยู่นั้น ถังซานที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อก็บังเอิญเดินออกมาจากประตูบ้านพอดี
ด้วยความที่รู้เนื้อเรื่องล่วงหน้า
จินเหมียนเดาได้ทันทีว่าเจ้าเด็กนี่คงเพิ่งจะฝึกวิชาลับของสำนักถังเสร็จมาหมาดๆ
ทันใดนั้นเอง เสียง 'เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!' ของโลหะกระทบกันก็ดังมาจากในร้านตีเหล็ก
น่าจะเป็นเสียงของถังเฮ่าที่กำลังตีเหล็กอยู่
นายน้อย ให้ข้าเข้าไปรวบตัวถังเฮ่าเลยดีไหมขอรับ? พรหมยุทธ์แรดพิโรธเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาและเข้าสู่สภาวะสถิตร่างในทันที
เขาดูท่าทางพร้อมจะพุ่งเข้าไปทุกเมื่อ
หยุดนะ! คลายวิญญาณยุทธ์เดี๋ยวนี้!
เจ้ารู้ไหมว่าฝั่งตรงข้ามเราคือใคร? นั่นคือถังเฮ่า ชายที่เอาชนะองค์สังฆราชองค์ก่อนเซียนซวินจี๋ พร้อมด้วยพรหมยุทธ์เบญจมาศและมารอสูรมาแล้วนะ
ขนาดมหาปุโรหิตไล่ล่าเขาตั้งเดือนนึง เขายังหนีรอดมาได้เลย
เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะไปจับเขาได้?
อีกอย่าง เป้าหมายการเดินทางของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่การมาจับเจ้านี่เสียหน่อย
จินเหมียนรู้สึกเหนื่อยใจกับความวู่วามของลูกน้องคนนี้จริงๆ
เจ้านี่ช่างบ้าระห่ำเกินไปแล้ว
ใครกันนะที่มอบความกล้าให้เขาคิดว่าจะจัดการถังเฮ่าได้ด้วยตัวคนเดียว?
เลียงจิ้งหรู หรือไง?
เมื่อได้ยินดังนั้น
พรหมยุทธ์แรดพิโรธก็ยอมคลายสภาวะสถิตร่างวิญญาณยุทธ์ แล้วถามด้วยความงงงวย ไม่จับรึขอรับ? แล้วนายน้อยมาที่นี่เพื่ออะไรกัน?
แค่มาดูให้เห็นกับตาเงียบๆ เท่านั้นแหละ
เอาล่ะ ไปกันเถอะ ถังเฮ่าน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเราอยู่ที่นี่
อย่าไปกระตุกหนวดเสือคนพรรค์นั้นจะดีกว่า
พูดจบ จินเหมียนกับพรหมยุทธ์แรดพิโรธก็รีบเดินทางออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้
ภายในบ้าน ถังเฮ่ากำลังถือค้อนเฮ่าเทียนไว้ในมือ
เขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เรียบร้อยแล้ว
เขาสัมผัสได้ตั้งแต่วินาทีที่จินเหมียนและพรรคพวกมาถึงด้านนอก
โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ว่าในบรรดาสองคนที่อยู่ด้านนอกนั้น มีคนหนึ่งที่มีกลิ่นอายของราชทินนามพรหมยุทธ์แถมยังเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาด้วย
นั่นทำให้เขาปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายคือคนที่สำนักวิญญาณยุทธ์ส่งมาจับกุมเขา
ทว่า สิ่งที่ถังเฮ่ารู้สึกดูแคลนคือ
สำนักวิญญาณยุทธ์คงจะประเมินเขาต่ำเกินไปจริงๆ
ถึงขนาดส่งราชทินนามพรหมยุทธ์แค่คนเดียวกับอัคราจารย์วิญญาณเด็กน้อยมาจับเขาเนี่ยนะ
นี่มันดูถูกกันชัดๆ
ขณะที่เขากำลังจะชิงลงมือก่อน
เขาก็พบว่าอีกฝ่ายได้จากไปแล้ว
เรื่องนี้ทำให้เขามึนตึ๊บไปชั่วขณะ
เดี๋ยวนะสหาย ข้าชักค้อนออกมาตั้งท่ารอแล้วนะ
แล้วเจ้าก็เดินจากไปเฉยเลยเนี่ยนะ
เล่นตลกอะไรกัน?
หรือว่าข้าจะคิดมากไปเอง?
สองคนนั้นไม่ใช่คนของสำนักวิญญาณยุทธ์งั้นรึ?
ก็จริง ถ้าเป็นสำนักวิญญาณยุทธ์จริงๆ คงไม่ส่งราชทินนามพรหมยุทธ์คนเดียวกับเด็กมาจับข้าหรอก
แล้วทำไมสองคนนั้นถึงมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านข้าล่ะ?
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาก็เห็นถังซานที่กำลังทำอาหารอยู่
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าถังซานเพิ่งจะเดินกลับมาจากข้างนอก
เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที
ต้องเป็นเพราะเจ้าเด็กนี่ไปฝึกวิชาบ้าๆ นั่นแน่ๆ ถึงได้ไปเตะตาคนพวกนั้นเข้า
ไอ้ลูกหมีเอ๊ย!
หาเรื่องให้พ่อทุกวี่ทุกวันจริงๆ!
ถังเฮ่าเก็บวิญญาณยุทธ์ แล้วเริ่มมองหาอาวุธที่พอจะหยิบใช้ได้แถวๆ นั้น
มีดรึ? ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวเผลอตัวฆ่าถังซานตายจะยุ่ง
ค้อน? กระบอง? จอบ? ดูเหมือนอาวุธพวกนี้จะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่
หลังจากหาอยู่พักใหญ่
เขาก็เหลือบไปเห็นไม้เรียวที่วางอยู่ตรงมุมห้อง
ดีล่ะ เอาอันนี้แหละ
หลังจากหยิบไม้ขึ้นมา
ถังเฮ่าก็กระชากม่านเปิดออกแล้วเดินรี่เข้าไปหาถังซานด้วยโทสะ
จากนั้น โดยที่ถังซานยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็รวบตัวลูกชายแล้วกดลงกับม้านั่ง
พ่อ! พ่อจะทำอะไรน่ะ?
ทำไมพ่อต้องถอดกางเกงข้าด้วย?
ถังซานมึนตึ๊บ รู้สึกเย็นวาบที่ท่อนล่างอย่างกะทันหัน
ถังเฮ่าไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกไม้ขึ้นแล้วฟาดลงบนก้นของถังซานอย่างแรง
อ๊าก! โอ๊ย! ฮือ...
ชั่วพริบตา เสียงร้องโหยหวนก็ดังลั่นบ้าน
ในวันนี้นี่เอง วัยเด็กของถังซานจึงได้รับการเติมเต็มจนสมบูรณ์... ในขณะเดียวกัน จินเหมียนและพรหมยุทธ์แรดพิโรธก็ได้เดินทางออกจากหมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ด้วยรถม้า
ภายในรถม้า
พรหมยุทธ์แรดพิโรธเอ่ยถามอย่างร้อนรน นายน้อย เราควรรีบกลับสำนักวิญญาณยุทธ์แล้วแจ้งเรื่องถังเฮ่าให้ปุโรหิตรองทราบไหมขอรับ?
จินเหมียนยกมือขึ้นห้าม เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ
เรื่องที่ถังเฮ่าอยู่ที่หมู่บ้านวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้กันแค่เราสองคนไปก่อน
ถ้าเราแหวกหญ้าให้เสือตื่นจนถังเฮ่าหนีไป คราวนี้คงตามตัวยากยิ่งกว่าเดิม
อีกอย่าง ก่อนจะกลับสำนักวิญญาณยุทธ์ เรายังมีอีกที่หนึ่งที่ต้องไป
สถานที่ลงชื่อเข้าใช้ที่ระบบกำหนดไว้คราวนี้คือ โรงเรียนนั่วติง
ประจวบเหมาะกับที่ตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากเมืองนั่วติงพอดี
เมื่อเห็นว่าจินเหมียนต้องการไปที่อื่นต่อ พรหมยุทธ์แรดพิโรธจึงถามว่า ไปที่ไหนหรือขอรับ?
โรงเรียนนั่วติง!
...
เมืองนั่วติง
นี่คือเมืองเล็กๆ บริเวณชายแดนภายใต้การปกครองของปริมณฑลฟาสนั่วในจักรวรรดิเทียนโต่ว
เนื่องจากมีอาณาเขตติดกับสามประเทศ ที่นี่จึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน
เหล่าพ่อค้าวานิชจากหลากหลายประเทศมักจะเดินทางผ่านเมืองนี้เสมอ
นั่นจึงทำให้เศรษฐกิจของเมืองนั่วติงดีกว่าเมืองเล็กๆ แห่งอื่นมาก
ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดที่ประจำการอยู่ที่นี่คือท่านเจ้าเมือง ซึ่งเป็นปรมจารย์วิญญาณระดับสี่วงแหวน
จินเหมียนเดินทางมาถึงเมืองด้วยรถม้าในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
ในระหว่างที่พรหมยุทธ์แรดพิโรธไปสอบถามเส้นทางไปโรงเรียนนั่วติง เขาก็ถือโอกาสสังเกตสถาปัตยกรรมของเมืองนั่วติงไปด้วย
โดยรวมแล้ว สถาปัตยกรรมที่นี่จะเน้นสไตล์ตะวันตกเป็นหลัก
สิ่งอำนวยความสะดวกบนกำแพงเมืองค่อนข้างครบถ้วน และมีทหารประจำการอยู่ประปราย
แต่น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งโดยรวมของทหารเหล่านี้อ่อนแอมาก
คาดว่าแค่มหาวิญาณจารย์ระดับสองวงแหวนเพียงคนเดียว ก็สามารถเก็บพวกเขากองรวมกันได้ทั้งหมด
ไม่นานนัก พรหมยุทธ์แรดพิโรธก็กลับมา นายน้อย ข้าพบที่ตั้งของโรงเรียนนั่วติงแล้วขอรับ
จบตอน