- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปปีแปดห้า ทิ้งเมียเก่าไปแต่งงานกับหญิงดวงกินผัว
- บทที่ 7 ลุงแก่เจ็บใจจนแทบหยุดหายใจ
บทที่ 7 ลุงแก่เจ็บใจจนแทบหยุดหายใจ
บทที่ 7 ลุงแก่เจ็บใจจนแทบหยุดหายใจ
บทที่ 7 ลุงแก่เจ็บใจจนแทบหยุดหายใจ
เฉินนั่วเดินตามแผนที่สีแดงในครรลองสายตามาจนถึงบริเวณน้ำตื้น
หลังจากน้ำลง พื้นที่ลุ่มต่ำหลายแห่งในบริเวณนี้ก็กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ มีชาวบ้านหลายคนกำลังเดินด้อมๆ มองๆ ค้นหาตามแอ่งน้ำทีละแอ่ง
ถ้าโชคดีหน่อย ก็อาจจะเจอของทะเลติดอยู่ในแอ่งน้ำตื้นๆ พวกนี้ได้
เฉินนั่วเห็นชายแก่คนหนึ่งอายุราวห้าสิบปี ยืนอยู่ในแอ่งน้ำ แกเพิ่งจับกุ้งลายเสือได้สองตัว ยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันหลอ
"ลุง ดวงดีจังเลยนะ!"
"แหะๆ... ก็พอได้อยู่ พอได้อยู่"
ชายแก่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
เฉินนั่วก็ยิ้มตอบ แล้วเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้
ตอนนี้เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าสีแดงน่าจะหมายถึงโชคดีระดับสูงแน่ๆ ถ้าโดนคนอื่นตัดหน้าไปก่อน คงเสียดายแย่
เขาหยุดยืนอยู่หน้าแอ่งน้ำแห่งหนึ่ง พื้นที่สีแดงในสายตาของเขากำลังกะพริบถี่ๆ
ชัดเจนเลยว่า สิ่งที่เขากำลังตามหาน่าจะอยู่ในแอ่งน้ำนี้แหละ
เนื่องจากน้ำเพิ่งลงได้ไม่นาน น้ำในแอ่งยังขุ่นคลั่กไปด้วยโคลนทราย มองไม่เห็นเลยว่าข้างใต้มีอะไรซ่อนอยู่
"เอ็งใช่ลูกชายคนที่สามของเฉินอ้ายกั๋วหรือเปล่า?"
เสียงถามดังมาจากข้างหลัง
เฉินนั่วหันไปมองชายแก่คนนั้น แล้วพยักหน้า "ใช่ครับ!"
เฉินอ้ายกั๋ว คือชื่อพ่อของเขาเอง
"แอ่งนั้นเมื่อกี้ข้าเพิ่งงมหาไปแล้ว ไม่มีอะไรหรอก อย่าเสียเวลาเลย"
ชายแก่พูดกลั้วหัวเราะ
"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยากลองงมดูเล่นๆ"
เฉินนั่วตอบยิ้มๆ
ต่อให้สีแดงหมายถึงลางร้าย เขาก็ต้องขอลองดูสักตั้ง
เจ้านิ้วทองคำที่จู่ๆ ก็โผล่มานี้ จะต้องเป็นตัวช่วยชิ้นโบแดงของเขาแน่ๆ เขาต้องหาวิธีใช้มันให้ถูกต้องให้ได้
"ชิ วัยรุ่นสมัยนี้ไม่ยอมฟังคำเตือนผู้ใหญ่เลย ตามใจเอ็งแล้วกัน"
ชายแก่บ่นอุบอิบอย่างขัดใจ
เฉินนั่วไม่สนใจ เขาเตะรองเท้าแตะออก แล้วก้าวลงไปในแอ่งน้ำ
เขาก้มตัวลง เอามือควานหาอย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะมีตะปูหรือเศษแก้วซ่อนอยู่
โชคดีที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแบบนั้น เขาคลำเจอแต่ก้อนหิน
ทันใดนั้น มือขวาของเขาก็สัมผัสโดนอะไรบางอย่าง เจ้านั่นดีดตัวหนีอย่างรวดเร็ว ทำเอาน้ำขุ่นยิ่งกว่าเดิม
มีของดีจริงๆ ด้วย!
ตาของเฉินนั่วลุกวาว ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขารีบควานหาต่อในทิศทางที่เจ้านั่นดีดตัวหนีไป
เมื่อเจ้านั่นพยายามจะหลบอีกครั้ง มือขวาของเฉินนั่วก็พุ่งออกไปรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด คว้าหมับเข้าให้อย่างแม่นยำ
พอดึงมือขึ้นเหนือน้ำ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินนั่ว
มันคือกุ้งมังกรตัวโต ความยาวอย่างน้อยยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตร น้ำหนักน่าจะเกินครึ่งกิโลกรัมเลยทีเดียว
"ลุง ดูสิ ลุงงมไม่ละเอียดเองนะ!"
เฉินนั่วชูกุ้งมังกรขึ้น แล้วหันไปฉีกยิ้มกว้างให้ชายแก่
ชายแก่ถึงกับอ้าปากค้าง เจ็บใจจนแทบหยุดหายใจ
กุ้งมังกรเนี่ยของดีของแพงเลยนะ แพงกว่ากุ้งลายเสือสองตัวของแกตั้งเยอะ
"นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้ ข้าควานหาตั้งนาน"
"แหะๆ... ดูเหมือนผมจะดวงดีกว่านะ"
เฉินนั่วยิ้มหน้าบาน
แต่วินาทีต่อมา เขาก็ชะงักไป
เพราะพื้นที่สีแดงในสายตาของเขายังไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีขาว มันยังคงกะพริบถี่ๆ อยู่
"เกิดอะไรขึ้น? หรือว่ากุ้งมังกรตัวนี้จะไม่ใช่เป้าหมายหลัก?"
เฉินนั่วคิดในใจ
พอคิดแบบนั้น เขาก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
เมื่อเห็นว่าชายแก่มีถังมาด้วย เขาจึงเอ่ยปากขอยิ้มๆ "ลุงครับ ผมขอฝากกุ้งตัวนี้ไว้ในถังลุงก่อนได้ไหม? ผมสังหรณ์ใจว่ายังมีของดีซ่อนอยู่อีก ขอหาต่ออีกหน่อย"
มุมปากของชายแก่กระตุกยิกๆ
ไอ้เด็กนี่ มันกะจะเอาเกลือทาแผลกันชัดๆ เลยใช่ไหม?
"สังหรณ์บ้าบออะไรของเอ็ง! เอ็งคิดว่าตัวเองเป็นลูกรักเจ้าแม่ทับทิมหรือไง? นึกว่าบอกว่ามีแล้วมันจะมีโผล่มาจริงๆ เหรอ"
ชายแก่ประชดประชัน พลางหิ้วถังเดินเข้ามาหา
"ผมไม่ใช่ลูกรักเจ้าแม่ทับทิมหรอก แต่ท่านอาจจะกำลังอวยพรผมอยู่ก็ได้นะ?"
เฉินนั่วหัวเราะร่วน ยื่นกุ้งมังกรไปใส่ลงในถังของชายแก่
"ช่างเถอะ ขี้โม้ไปวันๆ!"
ชายแก่กลอกตาใส่
เฉินนั่วยิ้มกริ่ม แล้วก้มลงควานหาต่อ
คราวนี้เขาควานหาอย่างจริงจังและระมัดระวังยิ่งขึ้น ถึงขั้นยกก้อนหินก้นแอ่งขึ้นมาดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใต้หรือเปล่า
"ข้าบอกแล้วไงว่ามันเป็นไปไม่ได้!"
ชายแก่ยิ้มเยาะ
"เดี๋ยวก่อนนะ!"
จู่ๆ การเคลื่อนไหวของเฉินนั่วก็หยุดชะงัก
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายแก่ก็แข็งค้างตามไปด้วย แกมองเฉินนั่วด้วยสีหน้าตกตะลึง
เฉินนั่วคลำเจออะไรบางอย่างที่มีรูปร่างแปลกๆ ด้วยสัญชาตญาณ เขาค่อยๆ ดึงมันขึ้นมาจากน้ำ
"เชี่ยเอ๊ย!"
ชายแก่ตาเบิกโพลง หลุดสบถออกมาอย่างทึ่งๆ
สิ่งที่อยู่ในมือเฉินนั่วคือปลิงทะเล แถมไม่ใช่ตัวเล็กๆ ด้วย ความยาวเกือบยี่สิบเซนติเมตรแน่ะ
"ปลิงทะเลเหรอ? ลุง ไอ้เจ้านี่ขายได้ราคาไหม?"
เฉินนั่วถามด้วยความสงสัย
มุมปากของชายแก่กระตุกอีกรอบ ไม่รู้ทำไม แกถึงอยากจะตบกบาลไอ้เด็กนี่สักฉาดจริงๆ
"ช่างเถอะ ผมฝากใส่ถังลุงไว้ก่อนนะ ขอหาต่ออีกหน่อย"
เฉินนั่วเห็นว่าพื้นที่สีแดงในสายตายังไม่หายไป แค่ลดขนาดลงไปส่วนหนึ่ง เขาก็รู้ทันทีว่ายังมีของเหลืออยู่ในแอ่งนี้อีก
และก็เป็นไปตามคาด ไม่นานเขาก็ดึงปลิงทะเลขึ้นมาได้อีกสองตัวติดๆ กัน จนกระทั่งพื้นที่สีแดงในสายตาถูกแทนที่ด้วยสีขาวทั้งหมด
เป็นอย่างที่เขาคิด สีแดงหมายถึงโชคดีระดับสูงจริงๆ และดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกว่าสีเขียวและสีฟ้าซะด้วยซ้ำ
จากที่เขาเห็นตอนนี้ ระดับโชคดีจากน้อยไปมากน่าจะเรียงตามนี้ สีเทา, สีขาว, สีเขียว, สีฟ้า, และสีแดง
ส่วนจะมีสีอื่นโผล่มาอีกในอนาคตไหม เฉินนั่วเดาว่าน่าจะมีแหละ
ชายแก่ยืนอึ้งกิมกี่ไปแล้ว ตาแทบถลนออกจากเบ้า
นอกจากความตกตะลึงแล้ว ในใจแกยังเต็มไปด้วยความเสียดายสุดขีด อยากจะยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองสักสองฉาด
ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่งมหาให้ละเอียดกว่านี้นะ!
เฉินนั่วก้าวขึ้นจากแอ่งน้ำ สวมรองเท้าแตะ แล้วล้วงมือลงไปในถังของชายแก่เพื่อหยิบปลิงทะเลกับกุ้งมังกรออกมา
มือซ้ายถือปลิงทะเลสามตัว มือขวาถือกุ้งมังกร ภาพนี้ช่างสะดุดตาคนมองซะเหลือเกิน
"ลุง ขอบคุณนะ ผมไปล่ะ"
"อ่า... เออๆ ไปเถอะๆ!"
ชายแก่พยักหน้ารัวๆ ด้วยความงุนงง
เฉินนั่วยิ้มบางๆ แล้วเดินกลับไปหาเจ้าอ้วนกุ๊กกับเพื่อน
เสียงชายแก่ก้าวลงน้ำดังมาจากข้างหลัง ทำให้เขายิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
โธ่ ลุงแก่ที่น่าสงสาร คราวนี้ไม่มีของดีเหลือแล้วล่ะ
เขาต้องยอมรับเลยว่า ความรู้สึกภาคภูมิใจและสะใจเวลาหาของดีๆ เจอตอนเดินชายหาดเนี่ย มันไม่ด้อยไปกว่าตอนเซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านในชาติที่แล้วเลยเผลอๆ จะฟินกว่าด้วยซ้ำ
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนเศรษฐีบางคนในชาติที่แล้วถึงบ้าตกปลากันนัก
พวกอุปกรณ์ครบเซ็ตแต่ฝีมือห่วยแตกนั่นแหละ!
ไปตกปลาทีนึง คันเบ็ดราคาเป็นหมื่นเป็นแสน แถมยังมีรถเฉพาะกิจสำหรับไปตกปลาอีกต่างหาก
นานๆ ทีถึงจะฟลุ๊กตกปลาตัวใหญ่ได้ นอกจากจะต้องถ่ายรูปลงโซเชียลเก้าแอ็กแล้ว ยังต้องเอาไปมัดติดท้ายรถตระเวนโชว์ไปทั่วเมือง อยากจะขับวนให้ครบทุกถนนเลยมั้ง
ความรู้สึกของเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเลยไม่ใช่เหรอ?
"แม่เจ้าเว้ย กุ้งมังกร? ปลิงทะเล?"
"เชี่ยเอ๊ย ไปเอามาจากไหนวะเนี่ย? ดวงดีโคตร!"
"อิจฉาโว้ย! พวกนี้ขายได้ราคาดีแน่ๆ ใช่ไหม?"
"แน่นอน ปลิงทะเลแพงหูฉี่เลยนะ แล้วนั่นได้มาตั้งสามตัว"
"นั่นลูกชายคนที่สามของเฉียนกุ้ยเฟินใช่ไหม? ได้ข่าวว่ากำลังจะหมั้น สงสัยดวงจะพุ่งเพราะเรื่องนี้แหละ"
"ยิ่งเปรียบเทียบยิ่งช้ำใจ ข้าหาได้แค่หอยตาแมวสองตัวเอง!"
"เอ็งยังดีได้หอยตั้งสองตัว ข้าหาไม่ได้เลยสักตัว"
...ชาวบ้านมองดูกุ้งมังกรและปลิงทะเลในมือของเฉินนั่ว พลางซุบซิบกันด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน
"คุณพระช่วย! กุ้งมังกร? ปลิงทะเล? แถมยังตั้งสามตัว?"
"โห ลูกพี่ รวยเละแล้ว!"
เมื่อเห็นของระดับพรีเมียมในมือของเฉินนั่ว เจ้าอ้วนกุ๊กกับเฉินเฉียงก็ช็อกไปตามๆ กัน
"วันนี้ดวงดีจริงๆ ว่ะ เอ้า เอาใส่ถังเลย เดี๋ยวเราเอากลับไปตุ๋นกินกัน"
เฉินนั่วยื่นของให้
"อย่านะเว้ยๆ!!"
เจ้าอ้วนกุ๊กรีบดึงถังหลบ แล้วมองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกๆ "บ้าหรือเปล่า? ของแพงขนาดนี้เอามากินเองเสียดายของแย่ ขืนแม่แกรู้เข้า พวกเราได้หูชาแน่"
"ใช่ๆๆ"
เฉินเฉียงพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เฉินนั่วก็เพิ่งนึกขึ้นได้
มนุษย์ป้าในชนบทหลายคนนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เฉียนกุ้ยเฟินไม่ได้ดุร้ายอะไรมากมาย แต่ถ้าถึงคราวต้องฉะกับใคร พลังทำลายล้างของแกก็ไม่เป็นสองรองใครในหมู่บ้านเลยล่ะ
เฉินเฉียงกับเจ้าอ้วนกุ๊กที่เคยมีบุญตาได้เห็นวีรกรรมของแม่เขามาสองสามครั้ง ก็เกรงกลัวแม่ของเฉินนั่วอยู่ไม่น้อย
"งั้นฝากไว้ในถังแกก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยเอาไปขายที่ท่าเรือทีหลัง"
เฉินนั่วพูดขำๆ
"เออ แบบนี้ค่อยยังชั่ว"
เจ้าอ้วนกุ๊กพยักหน้ารับ
จบบท