บทที่ 48 ผลของการขยายธุรกิจ
บทที่ 48 ผลของการขยายธุรกิจ
บทที่ 48 ผลของการขยายธุรกิจ
.
หลังจากแก้ปัญหาเรื่องบ้านกับเรื่องพนักงานทั้งสองเรื่องแล้ว ธุรกิจการทำเงินจากอาหารจานด่วนของหลี่ซวนก็ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนอย่างเป็นทางการ และแล้วอีกสองสัปดาห์ก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
หลังจากขยายขนาดธุรกิจเสร็จ วันอาทิตย์ก็กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดสำหรับหลี่ซวนกับเฉินเหว่ยปิน และไม่มีทางเลือก ภายใต้งานส่งอาหารที่มีความเข้มข้นสูงเช่นนี้ ไม่ว่าคนจะมีพลังขนาดไหนก็ทนรับไม่ไหว ต่อให้ได้ค่าจ้างสองเท่าก็ทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหว พนักงานบางคนจึงต้องขอหยุดพัก
ในความประทับใจของหลี่ซวน สำหรับช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่มีอะไรที่น่ากล่าวถึงเช่นกัน
ความเร็วในการปรับปรุงระดับฟาร์มนั้นใกล้เคียงกับที่หลี่ซวนคาดไว้ สงบและปลอดภัย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระดับ 15 เปิดพื้นที่ 15 แปลง มีเพื่อน 150 คน
ในส่วนของเหรียญทองฟาร์มกลับไม่ดีอย่างที่คิด 10 ระดับก่อนหน้านี้ ค่าใช้จ่ายในการเปิดที่ดินเพิ่มคือ 100 เหรียญทองต่อแปลง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ระดับ 11 เป็นต้นมา ค่าธรรมเนียมในการเปิดที่ดิน เพิ่มขึ้นมากถึง 30% ในแต่ละระดับ อัตราการเพิ่มนี้สูงขึ้นอย่างไม่ธรรมดา สิ่งนี้ทำให้หลี่ซวนเป็นกังวล ด้วยความเร็วในการได้รับเหรียญทองฟาร์มของเขาในขณะนี้ เกรงว่าอีกไม่นานคงมีเหรียญทองไม่พอเปิดที่ดิน
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความเข้าใจผิดของเขา! ตัวอย่างเช่นการเปิดที่ดินแปลงแรกจ่าย 100 เหรียญทอง แต่แปลงที่สองกลับต้องจ่าย 200 เหรียญทอง มันจึงทำให้เกิดภาพลวงตาว่าต้องจ่ายเหรียญทองฟาร์มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
หลังจากเพิ่มระดับขึ้น 2-3 ระดับ หลี่ซวนก็ตกอยู่ในภาพลวงตานี้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เขากังวล ด้วยอัตรานี้ตัวเลขทางดาราศาสตร์มันจะมีออกมาด้วยไหม?
(ผู้แปล – ตัวเลขทางดาราศาสตร์อธิบายถึง ตัวเลขจำนวนมาก และอธิบายถึงตัวเลขเกินจริงอย่างยากจะบรรลุผล)
ความจริง มันรู้สึกเหมือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนแรก แต่เมื่อระดับสูงขึ้น ก็อาจไม่รู้สึกถึงการเพิ่มขึ้นนี้เลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ความคิดของเขาก็คือ ไม่ว่าที่ดินกี่แปลงก็ตาม ถ้าพอเปิดไหวก็เปิดเลย แต่ถ้าจ่ายไม่ไหวหรือแพงเกินไป ก็ปล่อยไป!
สิ่งที่ทำให้หลี่ซวนมั่นใจได้เล็กน้อยก็คือ ตั้งแต่เขามาถึงระดับ 15 เขาก็สามารถปลูกพืชผักผลไม้ราคาแพงได้
แอปเปิ้ลที่เป็นผลไม้ระดับต่ำที่สุดสามารถปลูกได้เมื่อมีระดับ 15 ราคาของมันอยู่ที่ 5 เท่าของถั่วหิมะระดับ 14 ซึ่งถือได้ว่าเป็นรางวัลปลอบใจสำหรับหลี่ซวน
แอปเปิ้ลจากฟาร์มก็มีรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน แต่หลี่ซวนไม่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเป็นเครื่องดื่มในขณะนี้ เนื่องจากตลาดอาหารจานด่วนมีช่องว่างให้ขยายงานอีกมาก เฉพาะเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอให้เขาไม่ว่างแล้ว แล้วเขาจะมีแรงไปคิดเรื่องการทำน้ำผลไม้ได้อย่างไร?
ที่สำคัญที่สุดคือราคาของผลไม้ที่ทำให้หลี่ซวนลังเลใจมาก
ความเร็วในการสร้างรายได้จากการขายงานศิลปะยังคงเหมือนเดิม งานศิลปะที่ธรรมดาเกินไปจะขายได้ไม่กี่เหรียญทอง และหลี่ซวนก็ไม่สามารถหาศิลปะที่มีค่าได้ในขณะนี้ นั่นคือทั้งหมดสำหรับตอนนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หลี่ซวนได้รับเหรียญทองฟาร์มมากที่สุดในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่การปลูกผักในฟาร์ม หรือการขายงานศิลปะ แต่เป็นการขโมยผัก
หลังจากจ้างพนักงานส่งอาหารที่ขยันขันแข็งมาทำงาน 5 คน ในที่สุดวันแห่งความฝันของหลี่ซวนและเฉินเหว่ยปินก็มาถึง เมื่อธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความเข้มของแรงงาน (ความขยัน) ก็ยิ่งลดลงเท่านั้น ทุกวัน พวกหลี่ซวนจะใช้หม้อขนาดใหญ่ปรุงอาหารและต้มซุป
การบรรจุกล่องและการจัดส่ง เพื่อจำหน่าย พวกเขาปล่อยให้พนักงานทำงานแทน
ดังนั้นหลังจากพวกหลี่ซวนปรุงอาหารและต้มซุปเสร็จ พวกเขาก็ไม่มีอะไรทำ หลี่ซวนจึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะไปขโมยผัก เพื่อน 150 คน เมื่อเทียบกับสองสัปดาห์ก่อนก็เพิ่มขึ้นเพียง 70 คนเท่านั้น แต่ภายใต้ความพยายามอย่างหนักในการขโมยผักของหลี่ซวน จำนวนเหรียญทองฟาร์มจากการนี้ เพิ่มขึ้นถึง 3-4 เท่าจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าฟาร์มจะทำเงินได้เร็วขนาดไหน ก็เทียบไม่ได้กับโลกความจริง
หลังจากการขยายธุรกิจอาหารจานด่วน พวกหลี่ซวนต้องเตรียมอาหารกล่อง 7-8 ร้อยกล่องทุกวัน ที่ได้เพียงเท่านี้ก็เป็นเพราะขนาดของครัวไม่สามารถทำได้ทัน มิฉะนั้น ต่อให้ทำอาหารกล่องได้ถึง 2-3 พันกล่อง ภายในบริเวณอาคารสำนักงานที่มีความเข้มข้นเช่นนี้ สินค้าก็ยังคงขาดตลาด!
อาหารกล่อง 7-8 ร้อยกล่อง แต่ละกล่องมีราคาคงที่ๆ 20 หยวน สิ่งนี้ทำให้รายได้ต่อวันของพวกหลี่ซวนสูงถึงห้าหลัก เมื่อหักต้นทุน ค่าจ้างพนักงานและอื่นๆ แล้ว กำไรสุทธิจะมากกว่า 10,000 หยวน สองสัปดาห์ผ่านไป พวกหลี่ซวนสะสมทรัพย์สินได้มากกว่า 100,000 หยวน
นอกจากนี้ยังไม่ยุ่งมาก แต่นับเงินจนมือเป็นตะคริว มีชีวิตที่สวยงาม หลับและตื่นตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เนื่องจากธุรกิจของหลี่ซวนใหญ่ขึ้น ความสนใจที่ได้รับก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากการโทรมาสั่งอาหารทุกวันแล้ว ก็ยังมีโทรศัพท์ที่อธิบายไม่ได้อีกมาก หลายสายก็โทรมาขอที่อยู่ของเครือร้านอาหาร และอีกหลายสายก็โทรมาข่มขู่เพราะความอิจฉา
สำหรับหลี่ซวนซึ่งมีผลจื่อซวนอยู่กับตัวไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากมีเงินทุนเริ่มต้นแล้ว เขาก็กำลังคิดจะเปิดร้านอาหาร ถึงเวลานั้น รปภ.ที่ทรงพลังจำนวนหนึ่งจะถูกคัดเลือก นอกจากจะมีคนคิดสั้นโจมตีเขาด้วยปืน สำหรับกรณีอื่นเขาก็ยังมีผลจื่อซวนที่มีราคาค่อนข้างแพงที่เขาจะไม่มีวันใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดก็คือ หลังจากที่เฟลิกซ์รู้ว่าหลี่ซวนมีผลจื่อซวน เขาก็บอกซ้ำๆว่าอย่ากินหรือขายไปง่ายๆ และบอกว่าผลไม้ที่เก็บมาสดๆนั้นไม่เหมือนกับที่ขายในร้านค้าฟาร์ม เมื่อเรียกดูข้อมูลและถามผู้เชี่ยวชาญในฟาร์มแล้ว มีโอกาสสูงมากที่หลี่ซวนน่าจะหยิบสมบัติมา
เนื่องจากอาจเป็นสมบัติ ดังนั้นผลจื่อซวนนี้ไม่สามารถรับประทานได้โดยไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งมากกว่า 100,000 หยวน หลังจากพวกหลี่ซวนแจกจ่ายเท่าๆกัน แต่ละคนจะได้รับเงินประมาณ 5-6 หมื่นหยวน
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ด้วยเงิน 5-6 หมื่นนี้ แต่ก็มากเกินพอที่จะได้รับใบอนุญาตให้เช่าหน้าร้านเล็กๆ
แผนการของหลี่ซวนค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นและใหญ่ขึ้น
นอกจากนี้ เกี่ยวกับการขายซุป ตอนนี้หลี่ซวนขายให้กับหม่าคังเท่านั้น เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอู๋ตาน จู่ๆเธอก็หายไปหลายวัน เมื่อเธอโทรมาหาหลี่ซวนอีกครั้ง เธอก็พูดถึงเรื่องอึดอัดใจมากมายเกี่ยวกับสามีของเธอ และบอกว่าการทำเงินไม่น่าสนใจอีกต่อไปและไม่อยากทำต่อ!
หลี่ซวนเป็นผู้แพ้เสมอมาเมื่อพูดถึงเรื่องครอบครัว เขาไม่รู้ว่าจะปลอบเธอว่าอย่างไรดี และอู๋ตานก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด หลังจากที่เธอพูดสิ่งที่ต้องการแล้ว เธอก็ตัดสายไปและหายตัวไปจากโลกของหลี่ซวนอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าจะอธิบายไม่ได้มาก แต่หลี่ซวนก็ไม่สามารถควบคุมได้ แม้ว่าเขาจะต้องการก็ตาม เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยไป เพราะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาของเขาก็มีคนไม่มากก็น้อยที่หายไปจากโลกของเขาอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในนั้นก็คือแฟนเก่าของเขานั่นเอง
หลังจากมีเงิน หลี่ซวนมีความมั่งคั่งที่ไม่หรูหรา แม้แต่โทรศัพท์เลียนแบบมือสองที่มีเสียงเรียกเข้าแบบทะลุทะลวง เขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยน นอกจากการสะสมเงินทุนเริ่มต้นแล้ว เขาก็ต้องการส่งเงินกลับบ้านให้มากขึ้น
ไปๆมาๆ หลี่ซวนส่งเงินกลับบ้านไปแล้วมากกว่า 10,000 หยวน บวกกับเงินที่เขาส่งไปในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนของน้องชายสองคนสำหรับภาคเรียนต่อไปได้อย่างคร่าวๆ
หลังจากปัญหาใหญ่ที่สุดของบ้านได้คลี่คลายแล้ว เมื่อโทรกลับบ้าน หลี่ซวนก็ได้ยินเสียงหัวเราะมากขึ้น
แม่ยังคงจู้จี้มาก ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์และสุขภาพของเขา ส่วนพ่อยังคงไม่พูดมากเหมือนเดิม แต่สุขภาพของพ่อก็ดีขึ้นมาก สามารถลุกจากเตียงไปเดินเล่นได้แล้ว
สำหรับน้องชายทั้งสอง หลังจากพวกเขาได้รู้เรื่องการขายเลือดของพ่อแล้ว พวกเขาก็เชื่อฟังมากขึ้น ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน งานในฟาร์มเกือบทั้งหมดของครอบครัวก็ได้รับการดูแลจากทั้งคู่ ส่วนน้องสาวคนเล็กน่ารำคาญยิ่งกว่า ราวกับเธอจะรู้สึกไม่สบายใจหากไม่ได้พูดคุยกับพี่ชายคนโตซักสองสามคำ และเธอยังหวังว่าจะมีโอกาสเข้ามาเที่ยวเล่นในเมืองใหญ่ที่พี่ชายคนโตอยู่อีกด้วย
นี่เป็นชีวิตในอุดมคติ!
ทุกครั้งที่ตื่นจากการหลับใหล หลี่ซวนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตดีๆแบบนี้ จะไม่เปลี่ยนแปลง และดีขึ้นเรื่อยๆ!
แต่สิ่งที่หลี่ซวนไม่คาดคิดก็มาถึง ในขณะที่เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ข่าวที่เหมือนสายฟ้าฟาดก็มาทำลายชีวิตอันสงบสุขให้ยุ่งเหยิง