บทที่ 44 การมองดู ไม่ใช่บาป
บทที่ 44 การมองดู ไม่ใช่บาป
บทที่ 44 การมองดู ไม่ใช่บาป
.
วันนี้เป็นวันอาทิตย์อีกวันที่หลี่ซวนตื่นแต่เช้า หลังจากเดินไปรอบๆฟาร์ม จนกระทั่ง 9 โมงเช้า เขาก็รีบไปที่ธนาคารโอนเงิน 2,000 หยวนให้ครอบครัวเพื่อบรรเทาความลำบากของที่บ้านให้ได้สักพัก
จากนั้นก็โทรหาแม่อีกครั้ง เพื่อบอกให้พ่อกับแม่ดูแลสุขภาพให้มากขึ้นและเลิกกังวลเรื่องเงิน หลังจากนั้นหลี่ซวนก็รีบไปที่ตลาดแรงงาน
ตามแผนเดิมของหลี่ซวน หลังจากที่มีเงินทุนเริ่มต้นแล้ว ก็จะถึงเวลาขยายขนาดธุรกิจ
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่มีคนไปทำงานน้อยที่สุด และในกระเป๋าของเขาก็มีเงินเพียงพอแล้ว ดังนั้นพักผ่อนบ้างก็ดี และระหว่างพักผ่อนก็ไปทำสองแผนที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้เสร็จลุล่วงไปด้วยเลย
จุดนี้สอดคล้องกับมุมมองของหลี่ซวนในเรื่อง ‘ทำทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด’
เนื้อหาของทั้งสองแผนนั้น หลี่ซวนได้พูดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของการหาบ้านและการรับสมัครพนักงาน
เฉินเหว่ยปินคุ้นเคยกับบริเวณใกล้ๆกับอาคารสำนักงาน ดังนั้นบ้านเช่าที่เหมาะสมที่สุดควรอยู่บริเวณนี้
เพื่อนสนิทของหลี่ซวนกับแฟนสาวเสี่ยวหลาน เหนื่อยมากมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และหลี่ซวนก็ทนไม่ได้จริงๆที่จะไปรบกวนการนอนหลับที่หาได้ยากของพวกเขา อย่างไรก็ตามวันนี้ก็เป็นวันหยุด และการหาบ้านก็ไม่ต้องรีบร้อน ช่วงบ่ายยังพอมีเวลา ปล่อยให้พวกเขาได้นอนพักเถอะ!
นอกจาก 2,000 หยวนที่ส่งกลับบ้าน กับ 1,000 หยวน ที่ใช้ซื้องานศิลปะของแท้ก่อนหน้านี้ หลี่ซวนมีเงินเหลืออยู่มากกว่า 5,000 หยวน ถ้าใช้มันไปหาบ้านเช่าก็มากเกินพอ ในส่วนค่าจ้างพนักงานนั้น ในตอนเริ่มต้นยังไม่ต้องจ่าย อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องแบ่งเงินสำหรับจ่ายค่าเช่าบ้านกับค่าอาหารอีกเล็กน้อย
กล่าวโดยสรุป เงินห้าพันหยวนนี้ ภายใต้การคำนวณอย่างรอบคอบของหลี่ซวน มีเพียงยอดเหลือเท่านั้นไม่มียอดจ่ายเกิน
เมื่อมาถึงตลาดแรงงาน หลี่ซวนก็ทำตามกฎโดยการกรอกแบบฟอร์มการจ้างงานสำหรับนายจ้าง หลังจากจ่ายเงินประกันไปจำนวนหนึ่ง เขาก็ได้ที่นั่งสำหรับการรับสมัครงาน
แม้ว่าจำนวนเงินประกันจะไม่ใช่น้อย แต่ก็สามารถขอคืนได้หลังจากงานมหกรรมแรงงานสิ้นสุดลง
ตลาดแรงงานนี้จัดตั้งโดยเอกชน วิธีการสร้างรายได้หลักมาจากผู้มาหางาน พวกเขาจะจ่ายเงินตามจำนวนครั้งที่เข้ามาหางานจนกว่าจะประสบความสำเร็จ หลังจากประสบความสำเร็จในการหางานแล้ว พวกเขาก็จะจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับตลาดแรงงาน
สำหรับนายจ้าง ที่นี่ถือเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการดึงดูดความสนใจของผู้หางาน! และนายจ้างเหล่านี้ก็คือคนที่นำผลประโยชน์มาสู่ตลาดแรงงาน ดังนั้นทางตลาดแรงงานย่อมยินดีต้อนรับ แล้วจะให้พวกเขาคิดค่าเช่าสถานที่ได้อย่างไร?
ดังนั้น ‘เครือร้านอาหารเหม่ยเหว่ยซวน’ ที่ยังไม่มีอยู่จริงของหลี่ซวน จึงถูกคนพิเศษพาไปที่มุมเล็กๆอย่างง่ายดาย พร้อมกับได้รับน้ำแร่บรรจุขวดฟรี และป้ายโฆษณา กระดาษกับปากกาที่มีสิทธิใช้ได้ชั่วคราว
“รับสมัคร: พนักงานส่งอาหาร อายุ: 18-25 ปี เพศ:ชาย สุขภาพแข็งแรง ขยัน บุคลิกดี นิสัยดี! การันตีเงินเดือน 2,000 หยวน มีคอมมิชชั่นและโบนัส”
เมื่อมองดูตัวอักษรที่เขียน หลี่ซวนก็ยิ้มอย่างขมขื่นและถอนหายใจ “ไม่น่าแปลกใจเลยที่ระดับนี้ไม่มีค่าดัชนีการฝึกฝน! จิ๊จิ๊!”
หลังจากวางป้ายโฆษณาแล้ว หลี่ซวนก็นั่งลงที่โต๊ะ มองดูกลุ่มคนหางานที่ผ่านไปมาข้างหน้า และนึกย้อนไปตอนที่เขายังมองหางานทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ในใจก็อดรู้สึกขมขื่นเล็กน้อยไม่ได้
“พนักงานส่งอาหารเงินเดือน 2,000 หยวนเหรอ? จริงหรือหลอกเนี่ย?”
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง ดึงหลี่ซวนกลับมาจากความทรงจำ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่า ผู้พูดเป็นหญิงสาววัย 20 กลางๆ สวมแว่นตากรอบดำ ผมหางม้า สวมชุดสั้นสำหรับฤดูร้อน
หญิงสาวคนนี้ดูไม่ค่อยสวยนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะชุดหรือไม่ก็แว่นตาของเธอ
ที่ด้านหลังของผู้หญิงคนนี้ยังมีหญิงสาวที่มีอายุพอๆกันอยู่ด้วย หญิงสาวคนนี้ดูสวยกว่า ด้วยชุดที่เหมาะสมสำหรับฤดูร้อนทำให้รูปร่างของเธอดูสมบูรณ์แบบ
ดูสะดุดตามาก!
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่อย่างตลาดแรงงาน!” หลี่ซวนพึมพำในใจ และมองดูคนงามนี้ขึ้นลงอย่างไม่รู้ตัว
นี่เป็นมุมมองของความชื่นชมล้วนๆ ปราศจากสิ่งรบกวน เป็นการมองดูที่บริสุทธิ์ใจมาก
“เงินเดือน เดือนละ 2,000 หยวน!” คนงามกล่าว “มันสูงกว่าตำแหน่งเสมียนที่บริษัทใหญ่ๆรับสมัครเสียอีก แถมยังมีค่าคอมมิชชั่นกับโบนัสอีกด้วย! น่าเสียดาย! ที่รับเฉพาะผู้ชาย!”
สาวแว่นพยักหน้าและกระซิบว่า “ใช่! น่าเสียดายที่รับเฉพาะผู้ชาย! นี่มันเหยียดเพศกันไม่ใช่เหรอ?”
“เธออยากสอบถามไหมล่ะ?” คนงามเสนอ และสาวแว่นก็พยักหน้า
แล้วคนงามก็กระแอมเคลียร์ลำคอ ก้าวไปข้างหน้าและถามหลี่ซวนว่า “สวัสดีค่ะ! ขอโทษนะคะ เครือร้านอาหารของคุณรับสมัครตำแหน่งอื่นไหมคะ? เอ่อ! แม้ว่าเราจะเป็นนักศึกษาใหม่ แต่เราก็สามารถทำงานหนักได้ค่ะ!”
“ขอโทษครับ! เรายังไม่รับสมัครตำแหน่งอื่นตอนนี้!” หลี่ซวนยิ้มตอบพร้อมกับส่ายหน้า
สิ่งที่เขายังขาดตอนนี้ก็คือ เชฟที่ไว้ใจได้ สำหรับบริกรร้านอาหารและอื่นๆ ต้องรอจนกว่าเปิดร้านค่อยพูดกันอีกที
“แล้ว…” คนงามขมวดคิ้วลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วถามต่อไปว่า “พนักงานส่งอาหาร เราทำได้หรือเปล่า? เราทนความลำบากได้!”
หลี่ซวนยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าอีกครั้ง “ต้องขอโทษด้วย! ผู้หญิงไม่สามารถทนงานหนักอย่างพนักงานส่งอาหารได้หรอกครับ! แม้แต่ผมเองยังทำแทบไม่ไหว! ขอโทษด้วยนะครับ! คุณควรมองหางานอื่น!”
พูดจบ หลี่ซวนก็หันไปสนใจกับชายหนุ่มหลายคนที่ยืนดูป้ายโฆษณาอยู่ทางด้านหลังพวกเธอด้วยความคาดหวัง
“เฮ้อ! ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ!” สาวแว่นดึงเพื่อนที่เข้าไปสอบถามออกมาจากโต๊ะของหลี่ซวนอย่างไม่เต็มใจนัก
หลังจากมองคนงามอย่างชื่นชมด้วยความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง หลี่ซวนก็นั่งตัวตรงและรอกระบวนการรับสมัครงานครั้งต่อไป
การอยู่ในเมือง ตราบใดที่รู้วิธีแต่งตัวแสดงจุดแข็งและปกปิดจุดอ่อน หญิงสาวส่วนใหญ่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นคนงามได้ ในมุมมองของหลี่ซวน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ขอเพียงอย่าเป็นเหมือนผู้หญิงของเจ้าอ้วนหม่าคังที่โบ๊ะทุกอย่างไว้บนใบหน้าในวันนั้นก็พอ
เพียงแค่แต่งหน้าเล็กน้อย สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมก็สามารถทำให้ดูสะดุดตา
อย่างไรก็ตาม หลี่ซวนเคยเห็นคนงามแบบนี้มามากมาย และมีไม่น้อยที่เขาชื่นชม แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับพวกเธอมากนัก แม้แต่เฟิงลี่ เขาก็ยังชื่นชมรูปร่างของเธอ
อย่างไรก็ตาม ความชื่นชมนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความชอบ! มันไม่ผิดที่ผู้ชายจะมองดูความงามอย่างชื่นชม
อย่าถือสา ถ้าจริงจังก็แพ้ไป!
มีเพลงที่มีเนื้อร้องคล้ายๆแบบนี้นะ? น่าจะร้องว่า “การมองดู ไม่ใช่บาป…”? แต่งตัวก็เพื่อให้คนดูไม่ใช่เหรอ?
ตื่นก็ครองโลก เมาหลับก็คุกเข่าให้ความงาม!
หลี่ซวนยังไม่มีความคิดที่จะคุกเข่าให้ความงามตอนนี้ เขาเพียงต้องการพึ่งพาสองมือตัวเองทำให้ครอบครัวมีความสุขและอยู่อย่างสงบสุข
ท้ายที่สุดโลกนี้ก็มีคนงามนับหมื่นนับพัน ผู้ชายจะสามารถจับได้สักกี่คน? และที่หลุดลอดตาข่ายไปแต่งงานกับคนอื่นมีกี่คน?
หากเขาต้องการความงามมาประดับแจกัน ก็ขอให้เฟลิกซ์ซื้อเอลฟ์สวยๆมาให้ซักตนดีกว่า พวกเธองามกว่าสาวงามอื่นๆหลายเท่าอย่างแน่นอน
“ทำเงินให้เร็วสำคัญมากกว่า!”
หลี่ซวนขจัดความคิดบ้าๆบอๆในใจ แล้วมองไปที่ชายหนุ่มหลายคนที่เข้ามาหาเขา และรอให้อีกฝ่ายพูด