บทที่ 26 ฝูงชนที่โกรธเคือง
บทที่ 26 ฝูงชนที่โกรธเคือง
บทที่ 26 ฝูงชนที่โกรธเคือง
.
ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน จู่ๆก็มีเสียงดังมาจากฝูงชน “นี่! ตาแก่มาตบตีคนทำไม?”
สามีของเฉาฉินโกรธจัดจนไม่รู้ว่าใครล่วงเกินได้ใครไม่ได้ พอได้ยินประโยคนี้ เขาก็ตอบกลับไปโดยไม่คิดว่า “ข้าจะทำใครจะทำไม?”
ทันทีที่สามีของเฉาฉินพูดจบ นักกินก็ออกมาจากแถว เดิมทีคนทั้งคู่ก็เป็นคนที่วิ่งมาหาเรื่อง ทำให้เหล่านักกินเสียเวลารอโดยเปล่าประโยชน์ ตอนนี้ยังมาตบคนอีก และถ้าเถ้าแก่เนี้ยเป็นอะไรไป พวกเขายังจะได้กินอยู่อีกเหรอ?
ดังนั้นชายหนุ่มวัยประมาณ 20 สองสามคนจึงออกมาจากแถวและเข้ามาล้อมสามีของเฉาฉินไว้ ชายหนุ่มคนหนึ่งมองหน้าเขา ยิ้มและพูดว่า “ตาแก่! ถ้าอยากต่อสู้ งั้นพวกเราจะเล่นด้วย! อยากต่อสู้แบบตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่ม เลือกมา!”
สามีของเฉาฉินนึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกชายหนุ่มแข็งแรง 4-5 คนรุมล้อม ไฟโกรธในท้องก็ดับลงทันที และไม่กล้าโกรธอีกต่อไป!
เมื่อเห็นว่ามีผู้นำ นักกินคนอื่นๆส่วนใหญ่ก็ออกมาห้อมล้อมเฉาฉินกับสามีไว้ตรงกลาง
แม้ว่าคนที่มาทีหลังเหล่านี้จะไม่ดุเดือดเหมือนเหล่าชายหนุ่มในตอนแรกที่ลุกออกมาจัดการทันที แต่หลายคนที่มาคราวนี้รู้ความจริงของเรื่องนี้ดี
“บัดซบ! นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ! โลกนี้ยังมีคนสามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ขนาดนี้เชียว! แต่งเรื่องห่วยแตกขนาดนี้ยังมีคนเชื่ออีก! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็น!” เพื่อนคนนี้ดูเหมือนจะไม่พอใจอยู่นานแล้ว ในที่สุดเขาก็มีโอกาส พ่นออกมา
“ตอนนั้นฉันก็เห็นเหตุการณ์ ผู้หญิงคนนี้ไม่แม้แต่จะให้คนอื่นพูดอะไรทั้งนั้น ก็ออกปากขับไล่ทันที ทั้งที่คนอื่นซ้ายก็เรียกพี่สาว ขวาก็เรียกพี่สาว! สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้พูด ชิมซุป? ผายลมสิ! ถ้าฉันเป็นเขาคงตบหน้าหล่อนก่อนสะบัดตูดออกมาแล้ว!” อีกคนพูดแทรกขึ้นมา
“ใช่ใช่! ตอนนั้นผมยังสงสัยเลยว่าจะมีคนมาขายซุปได้ยังไง ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงทำหน้าทำตาไม่ดีแล้ว ยังขับไล่คนอื่นเหมือนไล่ขอทานด้วย! แล้วใครจะกล้าขายซุปให้เธอ?”
“ฉันยังจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้บอกว่าคนที่ซื้อซุปของเขาคงจะมีแต่คนบ้าเท่านั้น! นี่เป็นสิ่งที่หล่อนทิ้งไปเอง! ตอนนี้กลับมาอิจฉาธุรกิจของคนอื่น! มาหาเรื่องคนอื่น! แถมยังต้องการซุปของคนอื่นชดเชยอีก! จิ๊ จิ๊! โลกนี้มีคนทุกประเภทจริงๆ!”
“สวรรค์! จริงเหรอเนี่ย? ฉันยังคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าสงสารมาก กลับกลายเป็นว่าเธอเป็นคนแบบนี้เองเหรอ?”
“คุณไม่รู้เหรอ? งั้นผมจะบอกให้! ไม่ว่าใครก็ทนคนแบบนี้ไม่ไหวหรอก! ใครที่มีสมองก็รู้ ถ้าคนอื่นไม่อยากขายของให้จะไปหาเรื่องคนอื่นถึงหน้าประตูบ้านได้ยังไง นี่อะไร? ตาแก่ไร้สมองนี่คิดว่าตัวเองเท่านั้นที่เป็นฝ่ายถูก มาหาเรื่องแถมยังมาทำร้ายคนอื่นด้วย! คนอื่นไม่ได้ปฏิเสธให้ลองชิมเลย แต่ทันทีที่เขาอ้าปากก็ถูกขับไล่ออกมาแล้ว ผมยังเห็นว่าเขาจะเปิดฝาหม้อให้ลองดมกลิ่นดูด้วย แต่ก็ต้องหยุดกะทันหัน เพราะผู้หญิงคนนี้ขับไล่ออกมา ตอนนี้ดูที่ผู้หญิงคนนี้พูดสิ มันกลายเป็นอย่างนี้! จิ๊ จิ๊ …”
“ใช่! ตอนนี้พวกเขายังมาหาเรื่อง และทุบตีคนอื่นด้วย! ไม่มีเหตุผลเลย! ฉันเกลียดคนรังแกผู้หญิงที่สุด! ฉันคิดว่าเราควรโทรแจ้งตำรวจนะ? อย่าปล่อยพวกเขาไป!”
“…”
ฝูงชนที่ห้อมล้อม คนนั้นพูดทีคนนี้พูดที มีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นเหตุการณ์ตอนที่หลี่ซวนถูกยั่วยุจนโกรธ แต่มีไม่กี่คนที่รู้ความจริงเรื่องนี้อย่างกระจ่าง ดังนั้นพวกเขาจึงอธิบายจนทำให้บรรดาผู้เฝ้ามองดูที่ไม่รู้ความจริงถึงกับขุ่นเคืองหลังจากได้ยิน แล้วมองไปยังเฉาฉินกับสามีด้วยความรู้สึกรังเกียจอย่างมาก ราวกับว่าทั้งคู่เป็นคนขายชาติก็ไม่ปาน
ในเวลานี้สามีของเฉาฉินถึงกับเหงื่อตก เดิมทีเขาคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะมีการทะเลาะวิวาทและการทำร้ายร่างกายมากมายในตลาดกลางคืนแห่งนี้ ซึ่งตามปกติถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็จะมีคนมุงดูไม่มาก และแทบจะไม่มีใครออกมาห้ามเลย แต่คราวนี้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำลายความรู้ความเข้าใจของเขาอย่างสิ้นเชิง และเกินความคาดหมายของเขา
ดูเหมือนคราวนี้ผู้ชมส่วนใหญ่ได้ก้าวออกมาแล้ว
คน 30-40 คน ฟังดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าถูกคนจำนวนนี้รุมล้อม นี่จะเป็นความรู้สึกกลัวที่ไม่ธรรมดาจริงๆ แล้วยังมีคนบอกว่าควรแจ้งตำรวจ นี่ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก! ตอนนี้สามีของเฉาฉินรู้สึกหวาดหวั่นจริงๆ เขาที่กำลังโกรธจัดและตั้งใจทำร้ายคนอื่น จู่ๆก็ถูกคนจำนวนมากมารุมล้อม อารมณ์โกรธในตอนแรกจู่ๆก็ถูกแทนที่ด้วยความกลัว ความรู้สึกนี้ไม่ต้องพูดว่ามันจะน่าอึดอัดขนาดไหน
หลังจากได้ยินคำพูดของบรรดานักกิน สามีของเฉาฉินก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพ่ายแพ้หรือล้มเหลว แค่สิ่งที่ทุกคนพูดเหมือนๆกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะไม่ไว้ใจเมียของตน
ถ้ามันเป็นอย่างที่พวกเขาพูด นั่นหมายถึงไม่เพียงเขาจะไม่สนใจ แต่เขายังพยายามมาหาเรื่องคนอื่นอีกด้วยใช่ไหม?
เขารู้สึกเสียใจ เขาไม่ควรไว้ใจเมียจริงๆ และไม่ควรมาที่นี่เพื่อหาเรื่อง ถ้ามันมีเหตุผลก็ไม่มีทางที่ผู้ชมที่กระตือรือร้นเหล่านี้จะลุกขึ้นมาโต้แย้ง แต่เหตุผลไม่ได้อยู่ข้างเขา ถ้าเขารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม้มอบความกล้าให้เขาเป็นร้อยเท่า เขาก็ไม่กล้ามา! แต่ตอนนี้มีคำถามว่าเขาจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร
ภายใต้การประณามของทุกคน สีหน้าของเฉาฉินและสามีเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและขาวดูน่าเกลียดมาก พวกเขารู้ดีว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป คงมีใครเรียกตำรวจมาจับพวกเขาจริงๆ ตอนนี้ได้เวลาคิดหาทางหนีโดยไม่กระตุ้นความโกรธของทุกคนแล้ว!
“ทุกคน!” พอคิดได้ สามีของเฉาฉินก็รีบฉีกยิ้ม และพูดกับคนที่อยู่รอบๆ “ทุกคน เย็นไว้ เย็นไว้! แค่เข้าใจผิด! แค่เข้าใจผิด! เหอ เหอ…”
“เข้าใจผิด?” ชายหนุ่มที่ออกมาเป็นกลุ่มแรกถามอย่างเหยียดหยาม “นายตบคนเพียงแค่นายเข้าใจผิด แล้วเมื่อกี้ฉันเข้าใจนายผิด งั้นฉันก็ควรตบนายด้วยใช่ไหม?”
“ไม่ ไม่ ไม่!” สามีของเฉาฉินรีบโบกมือ “น้องชาย ข้ามีอะไรจะพูด มีอะไรจะพูด! อันที่จริง ข้าถูกทำให้เข้าใจผิด…”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เอื้อมมือไปลากเฉาฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังออกมา และพูดว่า “เพราะนังนี่! นังนี่ทำให้ข้าเข้าใจผิด! นังนี่! หลอกข้า! ข้าเข้าใจผิดและไม่รู้ความจริง! ดังนั้น…เหอ เหอ! เหอ เหอ!”
สำหรับเฉาฉิน เขาโกรธเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอกล้าโกหกเขาและใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจที่เขามอบให้ ผลักดันจนเขาตกลงไปในกองเพลิง ตอนนี้เขาจำเป็นต้องสั่งสอนเธอเล็กน้อย และใช้เหตุผลนี้ช่วยพวกเขาหลบหนีออกไป คนพวกนี้คงไม่ทำอะไรผู้หญิงหรอกนะ?
“แก…” เฉาฉินโกรธจนพูดไม่ออก เธอไม่อยากจะเชื่อว่าสามีที่แต่งงานกับเธอมาหลายสิบปี จะผลักเธอออกมาเพื่อหนีความรับผิดชอบและหลบเลี่ยงการลงโทษ!
“แกอะไร? นังตอแหล!” สามีของเฉาฉินตวาดลั่น และกระชากเฉาฉินอย่างดุเดือดอีกครั้ง “กล้าดียังไงถึงมาหลอกข้า! นังสารเลว! ทำให้ข้าเข้าใจคนอื่นผิด! คอยดูว่ากลับไปแล้วข้าจะจัดการกับแกยังไง!”
“แก.. แกมันไอ้คนไร้ยางอาย!” เฉาฉินอยากร้องไห้จริงๆ แต่กลับไม่มีน้ำตา แม้ว่าเธอจะหลอกเขาก่อน แต่คนตรงหน้ายังเป็นสามีเธออยู่หรือเปล่า? ทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง?
“กล้าดียังไงมาด่าข้า?” สามีของเฉาฉินตบหน้าของเธอทันที และดึงเธอไปตรงหน้าอู๋ตาน “รีบขอโทษคนอื่นเร็วเข้า ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่!”
พูดจบเขาก็รีบฉีกยิ้มให้อู๋ตานและพูดว่า “เหอ เหอ! มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าผิดเอง อย่าถือโทษข้าเลย!”
อู๋ตานผู้เริ่มชินกับความเจ็บปวดจากการถูกตบรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ตาแก่นี่เปลี่ยนเร็วเกินไปไหม? ดังนั้นหลังจากได้ยินคำขอโทษของเขา เธอจึงไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรดี
เมื่อเห็นว่าอู๋ตานไม่ตอบสนอง สามีของเฉาฉินก็รู้สึกว่าเธออาจคิดว่าเขาจริงใจไม่พอ ดังนั้นเขาจึงยกมือขึ้นและตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
หลังจากตบหน้าตัวเองเขาก็กล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก และลากเฉาฉินเข้ามาอีกครั้ง “นังตอแหล! ทำไมแกยังไม่ขอโทษอีก?”
“ฉัน…” เฉาฉินมีสีหน้าไม่พอใจ แต่เธอรู้ว่าความโกรธของฝูงชนรับมือได้ยาก หลังจากยืนนิ่งอยู่นาน เธอก็กัดฟันพูดออกมา “ฉันขอโทษ…”
เมื่อเห็นว่าอู๋ตานยังไม่ตอบรับ สามีของเฉาฉินก็ไม่กดดันเธอ และหันไปหาหลี่ซวน “เหอเหอ! ข้าเพิ่งรู้ว่านังนี่หลอกข้า! อย่าถือโทษข้าเลย ถ้ายังไม่หายโกรธ ถีบข้าอีกครั้งก็ได้?”
เดิมทีหลี่ซวนรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับชายแก่ที่เห็นลมก็บังคับหางเสือคนนี้ แต่พอได้ยินคำพูดประโยคหลังของชายแก่ เขาก็ตกตะลึงไปอย่างสิ้นเชิง
(ผู้แปล – เห็นลมบังคับหางเสือ มีความหมายประมาณว่า เห็นปัญหาก็เปลี่ยนท่าที)
หมายความว่าไงที่ให้ฉันถีบอีกครั้ง? เป็นไปได้ไหมว่าครั้งที่แล้วที่ฉันถีบไปเต็มแรง แต่มันยังไม่แรงพอที่จะทำให้ชายแก่รู้สึกโอเค?
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ… ข้าคิดว่า…” สามีของเฉาฉินพยายามอธิบาย และมองหลี่ซวนอย่างอ้อนวอน เขากลัวมาก แค่ชายหนุ่ม 3-4 คนนั้นก็เพียงพอให้เขานอนหยอดน้ำข้าวต้มแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าผู้ชมอีก 30-40 คน
พอเห็นใบหน้าแก่ชราที่เต็มไปด้วยการอ้อนวอนของสามีของเฉาฉิน หลี่ซวนก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าทั้งคู่จะมาหาเรื่องเขาก่อน แต่ก็เป็นเพียงแค่คนแก่ที่แม้ว่าจะไม่มีอะไรก็มักจะหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นอยู่แล้ว ในเมื่อพวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะสร้างปัญหาต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องไปกดดัน มิฉะนั้นจะเป็นการทำลายครอบครัวผู้อื่นอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นบาปกับตัวเขาเอง
เมื่อคิดได้ หลี่ซวนก็ก้าวออกไปพูดกับเหล่านักกินที่ยังรุมล้อมอยู่ว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ! ทุกคนกลับไปเข้าแถวกันเถอะครับ! หมดเรื่องแล้ว! อย่ามุงอยู่อีกเลย! กลับไปเข้าแถวรอซื้อของกินกันดีกว่า!”
เมื่อตัวเอกของเหตุการณ์อย่างหลี่ซวนพูดออกมาแบบนั้น คนอื่นๆก็ไม่มีอะไรจะพูด พวกเขาพากันหัวเราะและกลับเข้าแถวตามตำแหน่งเดิม
พอเห็นว่าหลี่ซวนเต็มใจที่จะก้าวออกมาเคลียร์วงล้อมให้ เฉาฉินกับสามีก็อดมองดูเขาอย่างซาบซึ้งไม่ได้ แต่พอคิดว่าพวกเขาเคยปฏิบัติอย่างไรต่อหลี่ซวน พวกเขาก็รู้สึกอึดอัดมากขึ้น
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดถึงเรื่องนี้ ไม่ว่าจะถูกหรือจะผิด ก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้นาน ควรรีบถอยห่างออกไปก่อนดีกว่า
“ขอโทษ! อา… ขอบคุณ! เอ่อ…ขอโทษนะ! เหอ เหอ…” หลังจากฝูงชนแยกย้ายกันไป สามีของเฉาฉินก็ดึงเมียกลับไปที่แผงขายอาหารของพวกเขาด้วยความตื่นตระหนก โดยทิ้งคำพูดยุ่งเหยิงไว้
แต่ระหว่างทางกลับ เฉาฉินก็ถูกสามีดุด่าและลงมือลงไม้เป็นครั้งคราว อย่างเช่น ‘แกกล้าโกหกข้า’ ‘แกมอบธุรกิจให้คนอื่นไปจริงๆ’ และ ‘แกมันไร้ยางอาย’ ‘แกมันไม่ใช่คน’ เป็นต้น แม้จะค่อนข้างรุนแรง แต่ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนที่มองดูละครฉากนี้
สรุปแล้วนี่เป็นคืนที่วุ่นวายมาก