เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 กระดิ่งส่วนตัว

บทที่ 77 กระดิ่งส่วนตัว

บทที่ 77 กระดิ่งส่วนตัว


บทที่ 77 กระดิ่งส่วนตัว

.

“เจียงเสี่ยวผี นมพิษในตำนาน ยินดีที่ได้รู้จัก” หลี่ชิงเหมยยื่นมือสีขาวนุ่มนวลออกมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เจียงเสี่ยวจับมือเขย่าพร้อมกับพูดว่า “คุณอยู่ห้องไหนครับ?”

“ฉันอยู่ห้อง 1 เหมือนกัน” หลี่ชิงเหมยเอียงศีรษะมองเจียงเสี่ยวผีขึ้นลง แล้วพูดว่า “แต่ฉันไม่ได้อยู่ห้องผู้ตื่น ฉันเป็นคนธรรมดา”

หลี่เว่ยอี้โอบไหล่หลี่ชิงเหมยและพูดเบาๆว่า “ไม่ คุณไม่ธรรมดา คุณคือคนพิเศษที่สุดในใจผม”

หลี่ชิงเหมยหันหน้าไปมองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนดวงตาของเธอกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวสองดวงดูงดงามมาก

เจียงเสี่ยว: ? ? ?

“ถ้าน้องหลี่เป็นผู้ตื่น พี่หลี่คงไม่อยู่ทีมนี้แล้ว” เซี่ยหยานยื่นมือออกไปตบข้อมือของเจียงเสี่ยวผี เพื่อให้เขาปล่อยมือหญิงสาว

เจียงเสี่ยว: ? ? ?

เห็นชัดๆว่าเธอเป็นคนจับมือฉันแน่น แล้วทำไมฉันถึงเป็นคนถูกตี?

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ อาหารพร้อมแล้ว” หลี่ชิงเหมยผลักไหล่หลี่เว่ยอี้ แล้วเดินเด้งไปทางร้านอาหารส่วนตัว

ผู้หญิงคนนี้เป็น ‘ต้าเจี่ย’ ของเป่ยเจียง ร่างสูงอย่างน้อย 180 ซม. โครงกระดูกใหญ่ แต่ก็มีใบหน้าที่น่ารักอ่อนหวาน เหมือนเด็กที่ชอบหัวเราะและสร้างปัญหา ซึ่งก็ไม่น่ารังเกียจเช่นกัน

(ผู้แปล – ต้าเจี่ย หรือพี่สาวใหญ่ ในที่นี้หมายถึงหญิงสาวที่โตเต็มวัยไม่ใช่สาวน้อย)

“แอบคุยอะไรกัน ฉันเป็น ‘แฟนพี่’ นะ” หลี่ชิงเหมยย้ายมาอยู่ข้างๆเจียงเสี่ยวผีและพูดเบาๆว่า “ฉันชอบทุกโพสต์ในเว่ยป๋อของนาย”

(ผู้แปล – แฟนพี่ หมายถึง แฟนคลับตัวพี่ คล้ายกับ แฟนแม่ ที่หมายถึงแฟนคลับตัวแม่ ซึ่งก็คล้ายกับที่คนไทยเรียกแฟนคลับผู้หญิงชาวจีนว่า พวกแม่จีน)

“โอ้” เจียงเสี่ยวเกาหัวและพูดด้วยความลำบากใจ

“ไว้ค่อยมาถ่ายรูปขาพี่สาวทีหลังนะ ขาพี่สาวไม่ได้สั้นไปกว่าสาวฝรั่งเลย” เจียงเสี่ยวตะลึงกับสิ่งที่หลี่ชิงเหมยพูด

นี่มันเวลสูงไปกี่ระดับแล้ว?

ความคิดเห็นบนเว่ยป๋อที่เต็มไปด้วยหมอกควัน และกำลังหลักก็คือผู้หญิง อย่างหลี่ชิงเหมยใช่ไหม?

อา…ผู้หญิงไม่มีอะไรเทียบได้จริงๆ

สำหรับการเปรียบเทียบ ควรจะเรียกว่า...

สุดยอดแห่งความแข็งแกร่ง!

“มาเพิ่มวีแชทกันเถอะ ในอนาคตฉันจะเป็นคนเดียวในครอบครัวที่มีนมเยอะที่สุด” หลี่ชิงเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็รู้ว่าอะไรคือ ‘ดวงตายิ้มได้’

มันจะหวานเกินไปไหม?

แต่หัวใจของเจียงเสี่ยวคือเหล็กกล้า แข็งแกร่งเหมือนหิน และไม่หวั่นไหวไปกับมัน

ผู้หญิงเป็นเพียงกีบเท้าหมู

มีเพียงหานเจียงเสวี่ยเท่านั้นที่ส่งกลิ่นหอมเหมือนหัวหมู

ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้นถึงจะเป็นผู้หญิง

หานเจียงเสวี่ยจงเจริญ!

หลี่ชิงเหมยจับแขนของหลี่เว่ยอี้และพูดว่า “เด็กคนนี้น่ารักมาก ดีกว่าเกาจุนเหว่ยคนนั้นมาก”

หลี่เว่ยอี้พยักหน้า “เขาเป็นผู้ตื่นทางการแพทย์ และมีทักษะดาวที่แข็งแกร่งมาก แม้ว่าทีมเราจะไม่ขาดแคลนผลงาน แต่การปรับเปลี่ยนบุคลากรสามารถเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของทีมได้จริงๆ”

หลี่ชิงเหมยเอื้อมมือไปจัดทรงผมหยักศกของหลี่เว่ยอี้ “พวกคุณทำได้ดีแล้ว ฉันยังต้องเรียนหนักอย่างมุ่งมั่น เพื่อให้เข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกับคุณอยู่ จริงสิ พวกเธอตั้งใจจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนเหรอ?”

“ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง” คำถามนี้ค่อนข้างอ่อนไหว หลี่เว่ยอี้โอบไหล่หลี่ชิงเหมย รีบเดินเข้าห้องไป

ร้านอาหารส่วนตัวนั้น ปรุงอาหารโดยพ่อครัวผู้ชำนาญเท่านั้น

อาหารบนโต๊ะมีทั้งปลาและเนื้อ ซึ่งทำให้เจียงเสี่ยวมีความสุขมาก

หลี่ชิงเหมยมองดูเจียงเสี่ยวผีที่ก้มหน้าก้มตาจัดการกับชิ้นเนื้อในชาม ส่วนคำพูดที่ว่า ‘ช่วยดูแลหลี่เว่ยอี้ให้มากๆ’ ของเธอได้ถูกกลั้นเอาไว้ ดูเด็กตะกละคนนี้สิ ไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร มันก็ควรเป็นหลี่เว่ยอี้ดูแลเจียงเสี่ยวผีให้มากขึ้นไม่ใช่เหรอ?

วีแชทกับเว่ยป๋อ เพิ่มเพื่อนแล้ว ชื่อออนไลน์ของสาวน้อยผู้ยิ้มแย้มคนนี้คือ ‘ชิงเหมย’ และในที่สุดเจียงเสี่ยวก็ไขคดีได้อีกครั้ง

ในที่สุดเขาก็รู้ว่าใครคือ ‘เลขที่ 59 ถนนโทหลง’ ปรากฏว่านี่คือชื่อออนไลน์ของหลี่เว่ยอี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขากล้าที่จะเกลียดเซี่ยหยานในเว่ยป๋อของเจียงเสี่ยว

ในตอนแรกเจียงเสี่ยวใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาแผนที่ และพบว่าตำแหน่งของที่ตั้งเลขที่นี้บนถนนสายนี้เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียง และเป็นอาคารสัญลักษณ์ของเมืองเจียงปิน ซึ่งตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าโบสถ์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับหลี่เว่ยอี้

หลังจากการกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข เจียงเสี่ยวก็รวมเข้ากับกลุ่มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำร้องขอโดยเจตนาของหลี่ชิงเหมย เจียงเสี่ยวถึงกับให้สัญญาซ้ำๆ ว่าจะให้นมหลี่เว่ยอี้อย่างเต็มที่แน่นอน

กินข้าวกลางวันเสร็จหลี่ชิงเหมยก็ขอให้เจียงเสี่ยวผีถ่ายรูปกับขาของเธอจริงๆ

และคนที่ถ่ายรูปก็คือหลี่เว่ยอี้แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบ๊วยเขียวม้าไม้ไผ่คู่นี้ มีความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง หรือเป็นเพราะหลี่เว่ยอี้เชื่อใจและเข้าใจหลี่ชิงเหมยเป็นพิเศษ เขาถึงได้ไม่แสดงอาการหึงหวงออกมาแต่อย่างใด

เมื่อหลี่ชิงเหมยได้รูปแล้วก็โพสต์ลงบนบล็อกของเธอเพื่ออวดอย่างมีความสุข ซึ่งนั่นทำให้เจียงเสี่ยวรู้สึกสับสน

เจียงเสี่ยวไม่รู้สึกมีความสุขกับรูปนี้เลย แต่รูปถ่ายกับเอรีน่าเห็นได้ชัดว่าเขามีความสุขขนาดไหน

สำหรับรูปนี้เจียงเสี่ยวรู้สึกว่าเขาเป็นเพียงอุปกรณ์ประกอบฉากธรรมดาๆ เป็นพร็อพที่ช่วยให้สาวๆอวดขายาวสวยของพวกเธอเท่านั้น

จะพูดยังไงดีล่ะ

อืม…

มันก็ดีนะ

เจียงเสี่ยวได้รู้จากเซี่ยหยานว่า พ่อแม่ของหลี่ชิงเหมยเป็นข้าราชการทั้งคู่ พ่อของเธอเป็นผู้สอนการเมือง (ผู้แทนพรรค) ที่สถานีตำรวจในเขตเมืองเจียงปิน ส่วนแม่ทำงานในสำนักงานอัยการประชาชนเมืองเจียงปิน ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนธรรมดา แต่ก็มีสถานะทางสังคมบางอย่าง

พ่อแม่ของหลี่เว่ยอี้เป็นเพื่อนร่วมงานกับพ่อแม่ของหลี่ชิงเหมย แต่พ่อของหลี่เว่ยอี้เป็นผู้ตื่น ทำหน้าที่ในกองกำลังพิเศษ

ตอนที่แนะนำตัว หลี่เว่ยอี้ได้พูดเรื่องทั้งหมดภายในคราเดียวโดยไม่อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

ประมาณว่าเป็นกองกำลังลับของประเทศจริงๆ เช่นเดียวกับ กองทัพดินแดนรกร้างที่พ่อแม่ผู้หายสาบสูญของหานเจียงเสวี่ยสังกัดอยู่ สำหรับอาชีพดังกล่าวการเก็บรายละเอียดให้ต่ำไว้จะเป็นการดีที่สุด

อาหารอร่อย ทั้งเจ้าภาพและแขกมีความสุข

เจียงเสี่ยวกับสมาชิกในทีมกลับถึงโรงเรียนได้ทันก่อนที่กระดิ่งเริ่มเรียนจะดังขึ้น

คิดไม่ถึงว่าทันทีที่เจียงเสี่ยวก้าวเข้าไปในห้องเรียนก็รู้สึกเหมือนมีใครมากระชากคอเสื้อด้านหลัง

แม้จะไม่แรงนัก แต่คอเสื้อด้านหลังก็ถูกรั้งจนคอเสื้อด้านหน้ารัดคอเล็กน้อย

เจียงเสี่ยวหยุด หันหน้าไปมองทันที ขณะที่เหล่ตามองราวกับสัตว์ประหลาด เขาก็พบกับชายคนหนึ่ง

ชายคนนี้มีอายุประมาณ 28-29 ปี ดูสะอาดสะอ้าน ผมสีดำแสกกลาง มีกลิ่นอายของผู้คงแก่เรียน

รูปร่างสูงเพรียว สวมชุดสูททรงสลิมสีน้ำเงิน มีแว่นตากรอบทองอยู่บนดั้งจมูกสูง ดูสง่า เขากำลังมองมาที่เจียงเสี่ยวผีด้วยรอยยิ้ม และคว้าคอเสื้อของเจียงเสี่ยวพาออกไปนอกห้องเรียน

“ฉันได้ยินมาว่ามีคนน่าทึ่งอยู่ในชั้นเรียนของเรา” เขาหรี่ตาและพูดด้วยรอยยิ้ม “คนๆนั้นเข้ามาร่วมกับทีมเสี้ยวป้าโดยตรง ฉันจึงอยากเจอและอยากเห็นตัวเป็นๆ”

เจียงเสี่ยวที่ ‘เหร่ตา’ มอง พูดขึ้นว่า “คุณเป็นใคร?”

“ฉันเป็นครูฝึกภาคปฏิบัติของคุณ ไห่เทียนชิง” ไห่เทียนชิงมองเจียงเสี่ยวผีด้วยรอยยิ้ม

ไห่เทียนชิงยกมือซ้ายขึ้นดูนาฬิการาคาแพงและพูดว่า “เหลืออีกหนึ่งนาทีกริ่งเริ่มคลาสถึงจะดัง แต่ฉันรอคุณที่นี่มา 19 นาทีแล้ว”

โอ๊ะโอ๋?

รอฉัน?

เจียงเสี่ยวรู้สึกอายเล็กน้อย ท้ายที่สุดมันไม่ดีที่ทำให้ครูรอนาน

เนื่องจากไม่มีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า เจียงเสี่ยวจึงไม่รู้ว่ามีใครบางคนกำลังรอเขาอยู่ นี่จึงไม่ใช่ความผิดของเจียงเสี่ยว

อย่างไรก็ตามตัวตนของครูเป็นข้อได้เปรียบตามธรรมชาติ ในฐานะนักเรียนเจียงเสี่ยวไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไร

ไห่เทียนชิงมองเจียงเสี่ยวผีอย่างระมัดระวัง แล้วดวงตาหรี่ๆคู่นั้นก็ค่อยๆ เปิดขึ้น รูม่านตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นนั้นสว่างมาก

การถูกชายคนนี้จ้องมองแบบนั้น ทำให้เจียงเสี่ยวรู้สึกเย็นสันหลังวาบ เขารีบขว้าง ‘กระดิ่ง’ เข้าไปในห้องทันที ทันใดนั้นแสงทางการแพทย์ก็ส่องผ่านห้องเรียน ถักทอเป็นใยแมงมุม พร้อมกับเสียงกระดิ่งที่ไพเราะคมชัด

กริ๊งงงง….

“กริ่งดังแล้วครับครู เริ่มชั้นเรียนแล้ว!” เจียงเสี่ยวพูดอย่างเร่งรีบ รีบพาตัวออกมาวิ่งเข้าไปในห้องเรียน

“เจียงเสี่ยวผี…” ไห่เทียนชิงพึมพำชื่อเบาๆ และเดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 77 กระดิ่งส่วนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว