- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 38 ทรัพย์สินของคนตาย
บทที่ 38 ทรัพย์สินของคนตาย
บทที่ 38 ทรัพย์สินของคนตาย
บทที่ 38 ทรัพย์สินของคนตาย
หานเจียงเสวี่ยนอนฟังเสียงฝีเท้า ‘ตึงตึง’ และปล่อยให้เกล็ดหิมะตกลงมาบนใบหน้า
แว่นตาทำงานได้ดีมาก มันทำให้เธอยังคงมองเห็นสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
เสียงคำรามหนึ่งดึงดูดความสนใจของหานเจียงเสวี่ย
มันดังมาจากทางด้านหลัง นั่นคือเสียงสั่งการที่คุ้นเคย มันคือเสียงของแม่มดผีขาวที่หายาก
มีเพียงสมรรถภาพทางร่างกายอย่างเดียวเท่านั้นที่แม่มดผีขาวด้อยกว่าผีขาวที่พุ่งไปข้างหน้ามาก
ดังนั้นแม่มดผีขาวจึงอยู่ในแนวหลัง
เมื่อกองทัพผีขาวผ่านเส้นเขตแดน หานเจียงเสวี่ยก็ค่อยๆเหยียดฝ่ามือออก สร้างโลงศพขึ้นทางด้านซ้ายของร่างกาย
ทักษะดาวคุณภาพทอง : พื้นที่มิติ ทลายท้องฟ้า!
หลังจากเตรียมการเสร็จ หานเจียงเสวี่ย ยังคงนอนรอคอยอยู่ในหิมะอย่างสงบ เพื่อรอการมาถึงของตัวเอก
หรือมากกว่า… การมาถึงของตัวเอก
ไม่น่าแปลกใจที่อีก 10 วินาทีต่อมา ตัวเอกที่ถูกล้อมไว้ด้วยผีขาวหลายตัวจะปรากฏตัวขึ้น
แม้พวกมันจะวิ่งเร็วมาก แต่เนื่องจากความเร็วที่จำกัดของแม่มดผีขาว ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดผีขาวหลายตัวไม่สามารถวิ่งได้
“ผีขาว 6 แม่มดผีขาว 2” หานเจียงเสวี่ยกระซิบ “เซี่ยหยาน เธอพร้อมไหม เสี่ยวผี ขอลูกปัดดาวให้ฉันหน่อย”
“โอ้” เจียงเสี่ยวรีบหยิบลูกปัดดาว 2 เม็ดจากกระเป๋าโยนไปให้หานเจียงเสวี่ยและเซี่ยหยานตามลำดับ
ทั้งสองคนดูดซับลูกปัดดาวอย่างไม่ลังเล แสงดาวหมุนวนรอบๆตัวของพวกเธอ และหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย
หานเจียงเสวี่ยลุกขึ้นคุกเข่าเหยียดมือออกและตะโกนว่า “มานี่”
ในระหว่างการต่อสู้หานเจียงเสวี่ยจะเงียบมาก แต่ที่ตะโกนเสียงดังแบบนี้ มันเป็นการให้สัญญาณต่อเซี่ยหยาน
เซี่ยหยานเข้าใจโดยปริยายอย่างไม่ต้องพูดอะไร เมื่อเห็นแม่มดผีขาวทั้งสองตัวถูกพัดพาเข้ามา และเห็นผีขาวกำลังตกตะลึง เธอก็เหวี่ยงดาบยักษ์ออกไปทันที
จากหน้าไปหลัง
จากบนลงล่าง!
ใบมีดขนาดใหญ่วาดออกเป็นวงกลมเกือบ 360 องศา เส้นโค้งสีแดงของใบมีดแยกหิมะและต้นไม้ไปตลอดทาง เผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ พุ่งเข้าหาผีขาวทั้งหกตัว
“ซือ…ซือซือ…”
“โฮ่ว!” แม่มดผีขาวทั้งสองตัวไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จากการวิเคราะห์เชิงทฤษฎี น่าจะเป็นตัวผู้กับตัวเมีย แม่มดผีขาวตัวเมียน่าจะเพิ่งออกลูกมาไม่ใช่เหรอ?
ร่างกายนี้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากจริงๆ สามารถวิ่งข้ามเขตแดนออกมาได้ตั้ง 5 กิโลเมตรหลังจากออกลูก…
“เสี่ยวผี!” หานเจียงเสวี่ยกรีดร้อง เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวผีวิ่งออกไป
“ผมอยู่ที่นี่ ผมจะช่วยดึงดูดความสนใจให้” เสียงของเจียงเสี่ยวดังมาจากข้างต้นไม้ใหญ่โดยไม่คาดคิด
หานเจียงเสวี่ยตกตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นเธอก็จำได้ว่า ทักษะดาวของเจียงเสี่ยวผีเป็นแบบ 1 ช่องดาว 2 ทักษะ ซึ่งมีทักษะ ‘เหยื่อล่อ’ อยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ภาพลวงตานี้เหมือนจริงเกินไป โดยเฉพาะภายใต้ท้องฟ้าที่สลัวแบบนี้ มันเพียงพอที่จะทำให้สับสนว่าเป็นของจริง
แสงสีเงินในมือของหานเจียงเสวี่ยสั่นไหว เธอกระตุ้นและปรับมุมสายลมป่าเถื่อนอย่างต่อเนื่อง
พายุทอร์นาโดหิมะม้วนตัวขึ้น เนื่องจากภูมิประเทศพิเศษทำให้มันดูเหมือนจะสร้างความเสียหายได้เล็กน้อย ภาพลวงตาของแม่มดผีขาวหลายตัวที่ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ ถูกพัดหายไปทันที
ด้วยการกระทำก่อนหน้าของเจียงเสี่ยวผี ทำให้หานเจียงเสวี่ยรู้ว่าแม่มดผีขาวกำลังสิ้นหวัง และใช้ทักษะ ‘เหยื่อล่อ’ เพื่อพยายามหลบหนี
แต่อยู่ท่ามกลางพายุทอร์นาโดหิมะ จะหลบหนีได้ง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร?
แม้แต่เสียงคำรามสั่งการของพวกมันก็ยังจมอยู่ภายใต้กระแสลมหิมะหมุน หานเจียงเสวี่ยได้ตัดสิทธิ์พวกมันจากการออกคำสั่ง
ในเวลานี้ ผีขาวสองตัวได้ฆ่าภาพลวงตาของเจียงเสี่ยวไปแล้ว และเมื่อสัมผัสกับร่างที่แตกสลายผีขาวทั้งสองก็โกรธ ดวงตาของพวกมันแดงก่ำจนเกือบหยดเป็นเลือด
ส่วนเซี่ยหยานก็กำลังเผชิญหน้ากับผีขาวสองตัวอยู่ในเวลานี้ แต่เนื่องจากภูมิประเทศ จึงมีเพียงผีขาวตัวเดียวเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกตัวยังวนอยู่รอบต้นไม้อย่างคล่องแคล่วราวกับบิน ผีขาวอีกสองตัวที่เหลือก็เป็นเช่นเดียวกับภูติผีที่เกาะติดไล่ตามมาในทิศทางของพายุทอร์นาโดหิมะ
“ซือ!” ในที่สุดแม่มดผีขาวก็โผล่ออกมาจากพายุทอร์นาโดหิมะ พอเห็นร่างมนุษย์อยู่ใกล้ๆ มันก็ใช้กรงเล็บอันแหลมคมแทงเข้าใส่หานเจียงเสวี่ยอย่างดุเดือด ไปตามกระแสลมหิมะที่หมุนอย่างรุนแรง
ชะแวบ!
แรงขับเคลื่อนนั้นยอดเยี่ยม การรุกก็รวดเร็ว แต่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
แม่มดผีขาวสองตัวหายตัวไปต่อหน้าต่อตาหานเจียงเสวี่ย พวกมันพุ่งเข้าไปในระลอกคลื่นพื้นที่มิติตรงหน้าของเธอ และกระโดดลงไปโลงศพพื้นที่มิติ
แล้วหานเจียงเสวี่ยก็ส่งร่างตัวเองกับเจียงเสี่ยวบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และตะโกนไปในป่าหิมะว่า “ไป”
เซี่ยหยานลากดาบยักษ์เดินไปข้างหน้า ข้อศอกของเธอเต็มไปด้วยแสงสีน้ำเงิน เธอสับศอกเบาๆ กระแทกผีขาวที่อยู่ข้างหน้าเธอสองก้าว แล้วพลิกข้อมือที่กำดาบยักษ์ และยกขึ้น
แสงเย็นวาบพาดผ่าน หนึ่งดาบสองชีวิต!
“อา…” จู่ๆ แสงสีขาวก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้า แล้วเซี่ยหยานก็ส่งเสียงครางสบายหูออกมา เธอเอียงศีรษะไปทางด้านข้างเล็กน้อย ผมดัดสั้นสีน้ำตาลแดงปลิวไสวไปตามสายลม ดูสวยงามและดุร้าย
ทันใดนั้นใบหน้าที่เย็นยะเยียบของหานเจียงเสวี่ยก็ปรากฏขึ้นในความคิด เซี่ยหยานได้สติขึ้นมาทันที เธอรีบนำดาบยักษ์ขึ้นหลัง รีบหันหลังและวิ่งหนีไปโดยไม่สนใจลูกปัดดาวใดๆ
“ยาฮู้” เซี่ยหยานวิ่งหนีไปนานกว่า 3 นาที ก่อนที่สายลมกระโชกแรงจะพัดเธอจากด้านหลัง ผลักเธอไปข้างหน้าหลายสิบเมตร
ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหยานเจอแบบนี้ เธอคงหัวคะมำหน้าทิ่มพื้นไปแล้ว
แต่นี่เป็นความร่วมมือนับครั้งไม่ถ้วนระหว่างเธอกับหานเจียงเสวี่ย เมื่อถูกกระแสลมผลักไปด้านหน้า เพื่อทำให้ร่างกายมั่นคง เธอรีบดึงดาบยักษ์ที่หลังออก แล้วถือไว้ข้างตัว หลังจากที่ร่างถึงพื้น เธอก็ล้มตัวลงกับพื้นและกลิ้งไปตามกระแส ทำการเคลื่อนไหวคล้ายกับท่าปลากระโจน
หลังจากผ่อนถ่ายแรง เซี่ยหยานก็เก็บดาบยักษ์ขึ้นหลังและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามของผีขาวที่อยู่ด้านหลังก็ยิ่งไกลขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกซัดจนปลิวไปด้วยสายลมป่าเถื่อน
ด้วยวิธีนี้ ทั้งสามคนจึงค่อยๆ ถอยห่างจากผีขาวที่กำลังไล่ตามมา
ในขณะนี้เจียงเสี่ยวซึ่งอยู่ข้างกายหานเจียงเสวี่ยรู้สึกชื่นชมพี่สาวตัวน้อยผู้เย็นชาของเขาสุดหัวใจ
เธอไม่เพียงขโมยมาได้สองร่าง แต่ยังสามารถหนีพวกมันออกมาได้ด้วย
เจียงเสี่ยวแทบจะพิมพ์ 666 ให้
(666 – หมายถึง สุดยอด โคตรเจ๋ง เก่งสุดๆๆ )
เจียงเสี่ยวรู้สึกเสมอว่าความทะเยอทะยานของเขาสูงส่งและแข็งแกร่งมาก แต่ในขณะนี้ เจียงเสี่ยวเต็มใจจะเกิดเป็นปลาเค็ม เพื่อพิมพ์คลื่น 666 ให้หานเจียงเสวี่ย
(ปลาเค็ม – หมายถึง หมายถึง คนไร้ความสามารถ, ขี้แพ้)
ชุดคำสั่งของหานเจียงเสวี่ยเพิ่งอธิบายอย่างสมบูรณ์แบบว่า ‘ปัญญา’ และ ‘ความสงบ’ หมายถึงอะไร และทำให้เจียงเสี่ยวเห็นว่าคุณภาพทางจิตใจแบบใดที่ผู้บัญชาการที่แท้จริงควรมี
ไท่ซานถล่มหน้าก็ไม่เปลี่ยนสี กวางปรากฏด้านซ้ายก็ไม่กระพริบตา
โดยผ่าน ‘ลูกแม่มดผีขาว’ หานเจียงเสวี่ยวิเคราะห์คนโลภและกลุ่มกองทัพผีขาวซึ่งถูกดึงความเกลียดชังไปจนถึงจุดสูงสุด
ขณะเผชิญหน้ากับกองทหารนับพัน เธอไม่เลือกให้ทีมหลบหนีโดยเร็วที่สุด แต่กลับให้ทั้งสามคนซ่อนตัวอยู่ตรงที่เกิดเหตุ แถมยังออกคำสั่งว่า “แม้ถูกเหยียบก็ต้องทนให้ได้”
นี่คือการเดิมพันงั้นหรือ? ถูกต้อง แต่ที่มากกว่านั้นก็คือข้อสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
ด้วยลักษณะสายพันธุ์ของแม่มดผีขาว หานเจียงเสวี่ยอาศัยการผสมผสานของทักษะดาว ล่าแม่มดผีขาวสองตัวอย่างชำนาญและไม่มีการนองเลือด
โดยอาศัยความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเซี่ยหยาน และทักษะดาวสายลมป่าเถื่อน ฆ่าผีขาวจำนวนน้อยที่ไล่ตามมา ไม่โลภต่อลูกปัดดาว เคลื่อนย้ายทีมออกมาอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่กองทัพผีขาวจะทันได้ตอบโต้ เธอก็จัดการเรื่องทั้งหมดนี้อย่างชัดเจน
เจียงเสี่ยวรู้แจ้งจริงๆ
เมื่อเทียบกับหานเจียงเสวี่ยแล้ว เจียงเสี่ยวแย่กว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นโลกแบบไหน คนกลุ่มเล็กๆที่ยืนอยู่บนจุดสุดยอดนั้น จะเป็นคนที่ฉลาดและกล้าหาญอยู่เสมอ
หานเจียงเสวี่ยดูเหมือนจะรู้สึกถึงการจ้องมองที่แผดเผาของเจียงเสี่ยว เธอหันหน้ามาถามขณะยังวิ่งว่า “หนาวเหรอ?”
เจียงเสี่ยวพยายามแสดงความกล้าหาญมากขึ้น แต่ร่างกายของเขากลับซื่อสัตย์มากกว่า
หนาว!
จะไม่หนาวได้อย่างไร?
“ใช้พลังดาว อย่ากลัวการสิ้นเปลืองลูกปัดดาว เราอาจต้องเจอกับการต่อสู้ในเวลาอันสั้น” หานเจียงเสวี่ยกล่าว และเส้นทางการวิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
การต่อสู้?
ก็กำจัดผู้ไล่ตามมาด้านหลังไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
มีอะไรให้สู้อีก?
“เสี่ยวผี ขอลูกปัดดาว 2 เม็ด แล้วให้พรพวกเราด้วย” สมรรถภาพทางร่างกายของเซี่ยหยานแข็งแกร่งกว่าเจียงเสี่ยวมาก และความเร็วของเธอก็เร็วกว่าเจียงเสี่ยว ดังนั้นเธอจึงตามมาทันอย่างรวดเร็ว
“เราจะไม่พักกันหน่อยเหรอ?” เจียงเซี่ยถามขณะให้พรพวกเธอ เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและทำให้ร่างกายของทุกคนอบอุ่น
“จากทิศทางนี้ นายไม่เห็นหรือว่า พี่สาวของนายต้องการทำอะไร?” เซี่ยหยานยิ้ม ดวงตาของเธอแสดงความตื่นเต้น “พี่สาวของนายกำลังจะไปทำเงิน”
ทำเงิน?
โอ้ ใช่แล้ว ผู้ตื่นชายคนนั้นไม่สามารถเข้าไปในป่าหิมะในเส้นทางตะวันออกเฉียงใต้ได้เพียงลำพัง เขาต้องพาเพื่อนร่วมทีมมาด้วย และเพื่อนร่วมทีมของเขาก็น่าจะตายไปแล้ว
หานเจียงเสวี่ยกำลังจะ…
ฉกทรัพย์คนตาย?