- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 23 คดีคลี่คลาย
บทที่ 23 คดีคลี่คลาย
บทที่ 23 คดีคลี่คลาย
บทที่ 23 คดีคลี่คลาย
พลังดาวอัพเกรดจากวัฏจักรละอองดาว Lv.2 เป็น Lv.3 ความจริงมันไม่มีการปรับปรุงเชิงคุณภาพ และแม้แต่ในเชิงปริมาณก็เพิ่มขึ้นน้อยมาก
แผนที่ดาว ‘กลุ่มดาวกระบวยใหญ่ เก้าดาว’ ของเจียงเสี่ยว ในส่วนของเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างช่องดาวที่ส่องแสงทั้งสองช่อง ยังคงมีพลังดาวที่เบาบางราวกับฝุ่นผง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข่าวดีสำหรับเจียงเสี่ยว แต่เขาดูดซับลูกปัดดาวไปกี่เม็ด?
มาก!
ดังนั้นเขาจึงไม่ขาดพลังดาว
ทำไมพลังดาวของเขาถึงเป็นวัฏจักรละอองดาว? ทำไมมันถึงเป็น Lv.2? นั่นเป็นเพราะร่างกายที่เปราะบางของเขา
ตอนนี้ระดับพลังดาวของเขาเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเป็นการปรับปรุงเล็กน้อย แต่สิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่า ภายในระยะเวลา 7 วันสั้นๆ สมรรถภาพทางร่างกายของเจียงเสี่ยวดีขึ้นในระดับหนึ่ง และความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาก็เพิ่มขึ้นด้วย
เจียงเสี่ยวจึงกลายเป็นถังที่ใบใหญ่ขึ้น สามารถบรรจุพลังดาวได้มากขึ้น
การเพิ่มจำนวนพลังดาวทั้งหมด หมายความว่า เจียงเสี่ยวมี ‘พลังวิเศษ’ มากขึ้น สามารถใช้ทักษะดาวได้มากขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ในวัฏจักรละอองดาว Lv.2 เจียงเสี่ยวสามารถใช้ทักษะพรได้ 9 ครั้งติดต่อกัน ก่อนที่พลังดาวในร่างกายของเขาจะว่างเปล่า
ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเจียงเสี่ยวสามารถทนได้นานขึ้นหรือ?
หนึ่งก้าวสู่สวรรค์ เจียงเสี่ยวมีความสุขอย่างแน่นอน
แม้มันจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับปรุงไปทีละเล็กทีละน้อย แต่ก็ทำให้เจียงเสี่ยวรู้สึกสบายใจขึ้น
ภายใต้การคุ้มครองของเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง เจียงเสี่ยวจึงไม่ขาดลูกปัดดาว มิฉะนั้นพลังดาวของคงหมดไปนานแล้ว
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวฝึกฝนอย่างหนัก สม่ำเสมอและต่อเนื่อง เขาทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงงานอย่างมากในการออกกำลังกาย เพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งทางกายภาพ
ในที่สุดก็เห็นผล ความรู้สึกนี้ทำให้เจียงเสี่ยวรู้สึกสบายใจมากจริงๆ
……
ที่โต๊ะอาหารมีเพียงเจียงเสี่ยว เซี่ยซานไห่ โค้ชเหลยจิน ส่วนน้าโจวไม่ได้เข้าร่วม
เจียงเสี่ยวกินอาหารไปมาก ในขณะรับฟังเซี่ยซานไห่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา
เซี่ยซานไห่จริงจังมากขึ้น แต่เขาก็ยังปฏิบัติต่อเจียงเสี่ยวผีอย่างใจดี บางทีการได้พูดถึงเพื่อนรัก อาจทำให้คำพูดของเขามีความจริงใจมากขึ้น เจียงเสี่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มีต่อพ่อแม่ของเขา
และเป็นเพราะเจียงเสี่ยวอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้เขาได้ยินคำว่า ‘ถ้ำมังกร’ จากปากของเซี่ยซานไห่เป็นครั้งแรก
มันไม่ใช่ถ้ำหลงเหมิน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน แต่มันตั้งอยู่ทางตะวันออกของเป่ยเจียง ตรงเมืองชายแดนเล็กๆ ติดกับรัสเซีย ในภูเขาลึกที่สองประเทศมาบรรจบกัน
หานเฉิงกับเจียงหงเย่ พ่อแม่ของหานเจียงเสวี่ย หายตัวไปใน ‘ถ้ำมังกร’
ส่วนสถานการณ์ภายในพื้นที่ต่างมิติแห่งนั้น เซี่ยซานไห่ไม่ได้บอก ที่แห่งนั้นเป็นสถานีร่วมของทหารจีนและรัสเซีย เป็นพื้นที่พิเศษของยูไนเต็ดการ์ด
สถานที่แห่งนี้ ไม่เหมือนทุ่งหิมะในหมู่บ้านเจียงหนาน ‘ถ้ำมังกร’ ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ภายในภูเขาลึกนอกเมืองชายแดน ฐานทัพทหารได้ถูกสร้างขึ้น ทำให้พื้นที่แห่งนั้นถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์
อาหารมื้อนี้เจียงเสี่ยวได้รับประโยชน์มากมาย และได้ยินคำว่า ‘ผู้บุกเบิก’ เป็นครั้งแรก
หานเฉิงกับเจียงหงเย่ พ่อแม่ของเขา เป็นสมาชิกของทีมผู้บุกเบิก
‘ผู้บุกเบิก’ เป็นอาชีพเฉพาะในโลกนี้
เพราะบนโลกใบนี้ มักมีประตูมิติเปิดขึ้น และด้านหลังประตูมิติแต่ละแห่งก็มีโลกที่แปลกประหลาด
ทีมผู้บุกเบิก จะเป็นทีมแรกที่เข้าไปสำรวจพื้นที่มิติที่เพิ่งเปิดใหม่ เพื่อจัดอันดับความเสี่ยง สรุปภาพโดยรวมของพื้นที่ และจัดอันดับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในนั้น
และพิจารณาว่ามนุษย์สามารถพัฒนาพื้นที่มิติต่างๆที่เพิ่งเปิดใหม่เหล่านี้ได้หรือไม่?
มีทรัพยากรประเภทใดบ้าง? มีสารและสิ่งมีชีวิตอะไรที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์หรือไม่?
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในนั้นดุร้ายเกินไปหรือไม่? อยู่เกินเอื้อมของมนุษย์เกินไปหรือไม่? จะต้องถูกทำลายทิ้ง หรือต้องจัดระบบอพยพผู้คนที่อยู่โดยรอบอย่างรวดเร็วที่สุดหรือไม่?
เช่นเดียวกับหมู่บ้านเจียนหนาน ว่ากันว่าฐานที่มั่นแห่งนั้นถูกเปิดขึ้นในศตวรรษที่ผ่านมา ทีมผู้บุกเบิกได้เดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเปิดดินแดนรกร้าง พวกเขาสูญเสียหยาดเหงื่อไปมากมาย เลือดหลั่งไหลเป็นสายน้ำ และสูญเสียแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้เข้าใจพื้นที่ต่างมิติเหล่านั้นอย่างชัดเจน
หลังจากนั้นพื้นที่ต่างมิติก็จะได้รับการพัฒนาและเปิดสู่โลกภายนอกอย่างเป็นทางการ
ไม่ได้พูดเกินจริงถ้าจะบอกว่า ทีมบุกเบิกเป็นทีมที่อันตรายที่สุด และเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
สมาชิกส่วนใหญ่ในทีมนี้เป็นคนที่ไม่สำคัญ แต่ท้ายที่สุด การเข้าร่วมทีมนี้ได้ ต้องมีความเชื่อและมีความรู้สึกต่อภารกิจที่สูงส่ง ซึ่งต้องมีองค์กรและมีระเบียบวินัยอย่างมาก
โดยพื้นฐานแล้วทีมบุกเบิกเป็นกองกำลังทหาร แม้ว่าจะมีผู้แข็งแกร่งบางคนที่ไม่ใช่ทหารก็ตาม แต่พวกเขาถูก ‘จัดหมวดหมู่’ ให้เป็นความช่วยเหลือจากภายนอก ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กร
พวกเขารับใช้ประเทศและมวลมนุษยชาติอย่างเงียบๆ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของพวกเขาเอง ดั่งเช่นนักผจญเพลิง และวีรบุรุษที่คู่ควร
เจียงเสี่ยวคิดไม่ถึงจริงๆว่า เซี่ยซานไห่จะบอกข้อมูลนี้กับเขา เมื่อพ่อแม่ของเขาจากไป เซี่ยซานไห่ก็ลาออกจากทีมบุกเบิก เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงสามารถพูดคุยเรื่องของคนทั้งคู่ได้
เซี่ยซานไห่มองไปที่ดวงตาที่ค่อยๆสว่างขึ้นของเจียงเสี่ยวผี และลอบพยักหน้าในใจ
เขารู้ว่าการให้เกียรติต่อเด็กหนุ่มนั้นน่าดึงดูดใจเพียงใด และเขารู้ดีว่าบุคคลต้นแบบโดยเฉพาะภาพลักษณ์ของพ่อแม่ สามารถมีผลกระทบต่อเด็กผู้ชายมากเพียงใด
เจ็ดวันของการฝึกฝนโดยปราศจากแสงแดด ทำให้เซี่ยซานไห่ต้องทำความเข้าใจเจียงเสี่ยวผีใหม่ และมีความคาดหวังมากขึ้น
หากภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งของพ่อแม่ จะทำให้เด็กคนนี้มุ่งมั่นต่อเส้นทางในอนาคตมากขึ้น เซี่ยซานไห่ก็ถือว่าตัวเองได้ทำบุญให้กับเพื่อนสนิทที่คู่ควร
เมื่อมองเข้าไปยังดวงตาของเจียงเสี่ยวผี เซี่ยซานไห่ยังสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขา ไม่กี่ปีมานี้ เนื่องจากการจากไปของพ่อแม่ เด็กที่ถูกทอดทิ้งได้เกเรไปบ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ต่อจากนี้เขาน่าจะเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ?
เซี่ยซานไห่บอกเจียงเสี่ยวผีว่า อย่าคิดมากเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกัน ส่วนเรื่องอื่นเขาจะดูแลเอง
แน่นอนว่า เซี่ยซานไห่เป็นพ่อของเซี่ยหยาน ดังนั้นลูกของเขา เขาก็ต้องดูแลเอง
“หยานหยานเข้มงวดกับเธอเกินไป การฝึกฝนควรอยู่ในระดับพอดี” เซี่ยซานไห่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างชำนาญ
“เซี่ยหยานดีกับผมมาก และการฝึกแบบนี้ก็ดีมากเช่นกัน เพราะการมีอยู่ของพลังดาว ทำให้ร่างกายของผมสามารถทนต่อการฝึกที่เข้มข้นได้” เจียงเสี่ยวรีบอธิบาย
เซี่ยหยานช่วยเขาได้มาก แม้ว่าเขาจะกวนโอ๊ยแค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถใส่ร้ายเซี่ยหยานต่อหน้าพ่อของเธอได้
ท้ายที่สุดเจียงเสี่ยวก็เป็นผู้ใหญ่ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรล้อเล่น และเมื่อไหร่ควรจริงจัง
“โอ้? ดูเหมือนเธอจะคิดว่าหยานหยานดีจริงๆสินะ หยานหยานกับฉันขาดการสื่อสารต่อกัน สาวๆ มักมีช่องว่างระหว่างวัยกับคนเป็นพ่อเสมอ เฮ้อ…” เซี่ยซานไห่แสร้งทำเป็นถอนหายใจ “มันเศร้าที่จะพูดว่า เราไม่ค่อยคุยกันมากนัก ฉันทำได้เพียงใส่ใจกับการสื่อสารของพวกเธอผ่านทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น”
โดยไม่รอคำตอบของเจียงเสี่ยวผี เซี่ยซานไห่พูดต่อไปว่า “ฉันคิดว่า หยานหยานมีความประทับใจที่ดีต่อเธอนะ ทันทีที่เธอโพสต์เว่ยป๋อ หยานหยานก็ตอบกลับทันที”
เจียงเสี่ยวเกาหัว “อ่า?”
เซี่ยซานไห่ ไม่ได้อยากทำให้เจียงเสี่ยวผีลำบากใจ เขาไม่ได้สั่งสอนให้เจียงเสี่ยวผีเคารพตัวเขา หรือสั่งสอนว่าเจียงเสี่ยวผีควรตั้งใจและมุ้งเน้นไปที่การฝึกเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เขาพบว่า สิ่งที่เขาพูดมานั้นทำให้เจียงเสี่ยวผีอึ้งไป
เจียงเสี่ยวเกาหัวและกล่าวว่า “ผมฝึกหนักทุกวัน จนสามารถผล็อยหลับไปกับพื้น ผมจะมีแรงไปเล่นโทรศัพท์ได้ยังไง”
เซี่ยซานไห่ตะลึงไปชั่วครู่แล้วถามด้วยความสงสัยว่า “เจียงเสี่ยวผี ผีปู้ผี อะไรนั่นไม่ใช่ไอดีของเธอเหรอ?”
นายบอกว่า วันที่ 8 ชอบลูกสาวของฉันแค่ไหน พอฉันมา ก็ไม่ยอมรับงั้นเรอะ?
กลัว?
เจียงเสี่ยว “ครับ เจียงเสี่ยวผี ผีปู้ผี เป็นไอดีผมเอง”
เซี่ยซานไห่เกือบจะโกรธ ที่อีกฝ่ายทำตัวเหมือนเป็นเด็กฉลาดและดูถูกว่าเขาโง่ “ไม่กี่วันก่อน เรื่องชอบ เรื่องรัก อะไรนั่น เธอไม่ใช่คนโพสต์งั้นเหรอ?”
เจียงเสี่ยวต้องเกาหัวอีกครั้ง “โทรศัพท์มือถือของผมถูกเซี่ยหยานยึดไปตั้งแต่วันแรกที่พาผมมาที่นี่แล้ว”
เซี่ยซานไห่ ? ? ?
********
ปล. ถ้าจู่ๆหายไป แสดงว่าคอมเดี้ยง เริ่มมีอาการแปลกๆอีกแล้ว เปิดเครื่อง ไฟเมนบอร์ดขึ้นแต่เปิดไม่ติด ขยับนั่นขยับนี่กว่าจะเปิดได้ นึกว่าวันนี้จะอัพนิยายไม่ได้แล้ว... ช่าง ว่างแค่เสาร์อาทิตย์ซะด้วย