- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 13 ชิงหมาง
บทที่ 13 ชิงหมาง
บทที่ 13 ชิงหมาง
บทที่ 13 ชิงหมาง
เซี่ยหยานเปิดทางอยู่ด้านหน้า หานเจียงเสวี่ยกับเจียงเสี่ยวอยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วยนายทหารผีเข่อฉิว ทีมสี่คนค่อยๆเดินหน้าไป โดยอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตร หลังจากเดินทางด้วยความยากลำบากมาเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็มองเห็นธงที่อยู่บนที่สูงโบกสะบัดมาจากระยะไกล
ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ภายในพื้นที่มิติอื่นที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หลังจากเดินอย่างไร้จุดหมายมาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ได้เห็นร่องรอยของอารยธรรมมนุษย์ ความรู้สึกนี้ยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจ
ในที่สุดเจียงเสี่ยวก็รู้ว่า ทำไมหานเจียงเสวี่ยถึงไม่ให้เขาตื่นแต่เช้าไปฝึกยามเช้า การเดินทางครั้งนี้ เขาเกรงว่ามันต้องการ การสนับสนุนทางกายภาพอย่างมาก
ธงดาวแดงที่อยู่ด้านหน้าไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร ถึงได้ฉายแสงสีแดงระยิบระยับ เหมือนประภาคารในค่ำคืนที่มืดมิดนำทางผู้คนกลับบ้าน
เซี่ยหยานที่อยู่ด้านหน้าหยุดเดินและหันมาตะโกนถามว่า “ต้องเข้าไปสำรวจก่อนไหม?”
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวกับผีเข่อฉิวไม่มีสิทธิ์พูด ทั้งคู่รอการตัดสินใจของหานเจียงเสวี่ย
หานเจียงเสวี่ยส่ายหน้าและป้องปาก ตะโกนตอบเสียงดัง “เราเพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็น่าจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือกันเถอะ มีทีมสำรวจอยู่ที่นั่น เหมาะจะเป็นเป้าหมายของทีมเราตอนนี้”
ระหว่างทางเจียงเสี่ยวคาดเดาบางอย่างอยู่ในใจ ทีมสี่คนเดินทางมาครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นร่องรอยกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตต่างมิติเลยแม้แต่น้อย เมื่อคิดดูดีๆ ก็น่าจะเป็นทีมของผู้ปกครองที่นี่ ที่ทำความสะอาดสถานที่
ใต้ธงแดงโบกสะบัดด้านหน้า เป็นถ้ำธรรมชาติ ซึ่งใช้เป็นฐานที่มั่นของมนุษย์ สำหรับให้มนุษย์ใช้พักผ่อน เป็นแหล่งอาหาร และแบ่งปันข้อมูล
ทุกคนเดินต่อเข้าไปในส่วนลึกของทุ่งหิมะ ซึ่งอาจได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า สิ่งมีชีวิตต่างมิติ
เส้นทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างจะถูกสำรวจไปมากแล้วโดยทีมมนุษย์ผู้ตื่น แม้จะไม่ขาดแคลนสิ่งมีชีวิตต่างมิติ แต่มันก็ไม่ทำให้ทีมตกอยู่ในอันตรายขั้นรุนแรง
“งั้นก็ดี เร่งความเร็วกันหน่อย นี่มันช้าเกินไปแล้ว เท้าของฉันเย็นจนจะแข็งไปหมดแล้ว” เซี่ยหยานพูดเสียงดัง แล้วหันกลับไป เดินหน้าต่อไป
เจียงเสี่ยวขยับ มองหน้าหานเจียงเสวี่ยด้วยสายตาที่มีความหมาย
ผ่านแว่นตาสีน้ำเงินเข้ม เด็กสาวไม่เข้าใจข้อความที่เจียงเสี่ยวพยายามสื่อ
เจียงเสี่ยวพูดเสียงดัง “บางทีผมอาจทำให้ร่างกายของพวกคุณอุ่นขึ้นได้ อย่างน้อยก็ทำให้เลือดของพวกคุณไหลเวียนดีขึ้น”
หานเจียงเสวี่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วพยักหน้าเบาๆ การให้เจียงเสี่ยวผีมีส่วนร่วมในทีมนี้ ก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน
วินาทีต่อมา แสงสีขาวก็ตกลงบนร่างเซี่ยหยาน
เซี่ยหยานหยุดชะงัก เสียงครางนุ่มนวลเปล่งออกมาจากริมฝีปากเย็นเยียบของเธอ พร้อมไปกับเสียงครวญครางของลมหนาว “อ๊า~”
เจียงเสี่ยวได้ยินถึงกับตัวสั่น
อืม
ยังดีที่หนาวจนแช่แข็ง
ไม่งั้นคงมีหนาวกันบ้างล่ะ
แสงสีขาวยังตกลงมาบนร่างของหานเจียงเสวี่ยด้วย เธอกัดฟันแน่นไม่ยอมให้มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา
แต่ผีเข่อฉิวที่อยู่ด้านหลังกลับดูน่าเกรงขามกว่ามาก เขาครางด้วยเสียงทุ้มลึกกึกก้อง ทำให้ดูแปลกไปชั่วขณะ
“จึ๊ จึ๊ เสี่ยวผี! พี่สาวของนายบอกฉันว่านายเป็นผู้ตื่นทางการแพทย์ แต่ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า ทักษะดาวของนายจะบริสุทธิ์มากขนาดนี้” เซี่ยหยานตะโกนเสียงดังมาจากด้านหน้า พร้อมกับหันกลับมามอง
“อืม” เจียงเสี่ยวตอบอย่างสุภาพ
สีหน้าของเซี่ยหยานเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอกล่าวว่า “ตอนนี้นายอุ่นร่างกายให้แล้ว หลังจากจบการเดินทางครั้งนี้ ฉันจะพานายกลับบ้านไปอุ่นเท้าด้วยดีไหม?”
เจียงเสี่ยว ? ? ?
ผมถูกลิขิตให้พิชิตทะเลดาว แต่คุณจะเอาผมกลับบ้านไปอุ่นเท้าเนี่ยนะ?
เกรงว่าคุณจะเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับเจียงเสี่ยวคนนี้แล้ว
นายทหารผีเข่อฉิวที่อยู่ด้านหลังมองไปที่เจียงเสี่ยวอย่างเงียบๆ ด้วยสายตาอิจฉา
ผู้ตื่นทางการแพทย์นั้นหายากจริงๆ เจียงเสี่ยวเพิ่งใช้ทักษะดาวทางการแพทย์คุณภาพทองเหลืองเกรดต่ำที่สุด ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้นมาก แต่ถ้าหลังจากนี้เจียงเสี่ยวสามารถได้รับทักษะทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงกว่านี้ เกรงว่าเด็กคนนี้อาจกลายเป็นสินค้ายอดนิยม
หากเพียงเขาสามารถดึงเด็กคนนี้เข้ากองทัพได้ เขาหวังให้มีทหารที่มีความสามารถทางการแพทย์อยู่ท่ามกลางเหล่าสหายของเขาจริงๆ
คำพูดง่ายๆได้สร้างบรรยากาศที่ดีภายในทีมเล็กๆ หลังจาก 15 นาทีผ่านไป ในที่สุดลมหนาวที่โหมกระหน่ำก็สงบลง และทุกคนก็มาถึงแนวขอบของป่าที่เต็มไปด้วยหิมะ
“ทิศทาง 11 นาฬิกา” เซี่ยหยานพูดขึ้นทันที
ขณะเดินทุกคนก็มองไปข้างหน้า และที่ขอบของป่าหิมะ มีวัตถุหลายชิ้นนอนเรียงรายอยู่
ทุกคนเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ แล้วเจียงเสี่ยวก็เห็นว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ศพ!
แต่ไม่ใช่ศพมนุษย์ มันเป็นศพของผีขาว
คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งแรกที่เขาเห็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติ มันจะเป็นศพ?
เซี่ยหยานที่เป็นผู้นำเดินเข้าไปใกล้ศพของผีขาวที่เยือกแข็ง แล้วย่อตัวลง เธออ้าปากกัดปลายถุงมือข้างหนึ่งแล้วดึงออก จากนั้นก็เอื้อมมือข้างนั้นไปสัมผัสกับเลือดที่จับตัวเป็นก้อน
“หัวศพยังไม่ถูกตัดออก เกรงว่านี่อาจเป็นเหยื่อของทีมสำรวจอื่นที่ยังไม่มีเวลามารวบรวมของที่หาได้” เซี่ยหยานกล่าวพร้อมกับหยิบมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาตัดหัวผีขาวอย่างชำนาญ
แม้ปากจะบอกอย่างชัดเจนว่าศพผีขาวน่าจะเป็นเหยื่อของทีมอื่น แต่พฤติกรรมของเธอนั้นชัดเจนมาก ว่ากำลังยึดทรัพย์
ลมหนาวและหิมะลดลง ทำให้เจียงเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะยกแว่นสกีของเขาขึ้น และเดินอย่างรวดเร็วไปดูสิ่งมีชีวิตต่างมิติเหล่านั้น
พวกมันมีขนสีขาวหนา ซึ่งสามารถจินตนาการได้ว่าสามารถป้องกันความหนาวเย็นได้ดีเยี่ยมขนาดไหน
พวกมันสูงประมาณ 170 ซม. ลำตัวทั้งกว้างและหนา มีเขี้ยวและกรงเล็บ ฝ่าเท้ามีขนาดใหญ่
ขนตามร่างกายของพวกมันสวยมาก ไม่มีขนหยิกอยู่เลย พวกมันมีใบหน้าสีดำ และมีจมูกที่ยุบลงไปเล็กน้อย ทำให้พวกมันดูน่าเกลียดมาก และให้ความรู้สึกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้
“จึ๊ จึ๊ โชคดีจัง มีลูกปัดดาวด้วย” เซี่ยหยานหยิบลูกปัดดาวเปื้อนเลือดออกมาจากหัวที่ถูกตัดของผีขาว แล้วโยนมาให้เจียงเสี่ยวและพูดว่า “ให้นาย”
“เอ๋?” เจียงเสี่ยวที่กำลังดูผีขาวอย่างระมัดระวัง รู้สึกสับสนกับฉากนี้ เขารีบคว้าลูกปัดดาวเปื้อนเลือดอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วขณะข้อมูลก็เข้ามาในหัวของเขา
“ลูกปัดดาวผีขาว (คุณภาพทองเหลือง)
ทักษะดาว:
1. ชิงหมาง: โจมตีศัตรูอย่างรุนแรง เพิ่มความเสียหายและเพิ่มเอฟเฟกต์การกระแทกกลับเล็กน้อย (คุณภาพทองเหลือง อัพเกรดได้)
2. ความอดทน: ทักษะดาวแบบสกิล เพิ่มการป้องกันตัวเอง (คุณภาพทองเหลือง อัพเกรดได้)
ต้องการควบรวมและดูดซับไหม?”
“เซี่ยหยาน เธอก็รู้ว่าเขามีเพียง 9 ช่องดาวเท่านั้น” หานเจียงเสวี่ยพูดอย่างลังเล
เซี่ยหยานยิ้มและโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เธอเองก็ให้ลูกปัดดาวผีขาวสามเม็ดแก่เขาไม่ใช่เหรอ?”
หานเจียงเสวี่ย “นั่นมันตอนที่เขายังไม่แสดงศักยภาพของผู้ตื่นทางการแพทย์”
เซี่ยหยานหุบยิ้มและพูดว่า “ฉันรู้ว่าเขามีช่องดาวไม่กี่ช่อง แต่ในดินแดนเจียงเป่ย เธอไม่สามารถหาทักษะดาวพื้นฐานที่ดีไปกว่าลูกปัดดาวผีขาวอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสกิลแบบใช้งานหรือสกิลติดตัว นี่จะเป็นทักษะดาวที่เสี่ยวผีจะใช้ได้บ่อยที่สุดในโรงเรียน สำหรับอาชีพการต่อสู้ในอนาคต”
หานเจียงเสวี่ยเงียบไป แน่นอนว่าเธอหวังให้ช่องดาวไม่กี่ช่องของเจียงเสี่ยวผีอัดแน่นด้วยทักษะดาวคุณภาพสูง
แต่สิ่งที่เซี่ยหยานพูดนั้นสมเหตุสมผลมาก แม้ว่าทักษะดาวของผีขาวจะเป็นคุณภาพทองเหลืองที่มีระดับต่ำที่สุด แต่มันก็สามารถใช้งานได้จริง
โดยเฉพาะทักษะใช้งานอย่าง ‘ชิงหมาง’ ซึ่งง่ายต่อการฝึกฝนและเป็นทักษะดาวที่ใช้ได้สำหรับการต่อสู้จริง
ดินแดนหัวเซี่ยนั้นกว้างใหญ่ แต่อย่างน้อยในดินแดนเป่ยเจียง ก็มีผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่อาศัย ‘ชิงหมาง’ เดินออกจากประตูโรงเรียน เข้าสู่สังคมอย่างโดดเด่น
รวมทั้งสามคนที่อยู่กับเจียงเสี่ยวในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยหยาน หานเจียงเสวี่ย หรือผีเข่อฉิว ภายในช่องดาวของพวกเขามีช่องดาวสองช่องที่ฝังทักษะของลูกปัดดาวผีขาว อย่าง ‘ชิงหมาง’ และ ‘ความอดทน’
“สามปีข้างหน้าในโรงเรียนมัธยมปลาย สี่ปีของชีวิตในมหาวิทยาลัย ในบรรดาสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่เสี่ยวผีต้องเผชิญ เกรงว่าสิ่งที่เขาจะสัมผัสมากที่สุดก็คือผีขาว เช่นเดียวกับเธอและฉัน ถึงไม่ต้องการก็ต้องใช้มัน ท้ายที่สุดเราก็ต้องการลูกปัดดาวผีขาว เพื่อเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของพลังดาว และเพื่อชดเชยการสูญเสียพลังดาว” เซี่ยหยานมองหานเจียงเสวี่ยที่ยังคงเงียบอยู่ คำอธิบายของเธอชัดเจนมาก เป็นคำพูดที่ทั้งง่ายและชัดเจน
“นี่เป็นทักษะที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับช่วงการเจริญเติบโตอย่างแท้จริง” หานเจียงเสวี่ยถอนหายใจและส่ายหน้า เนื่องจากรู้ว่าเจียงเสี่ยวมีศักยภาพในการดูดซับทักษะดาวทางการแพทย์ ทำให้ความคิดของหานเจียงเสวี่ยเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง และหวังให้ช่องดาวทั้งแปดที่เหลือของเจียงเสี่ยว เต็มไปด้วยทักษะดาวทางการแพทย์ระดับเงินและระดับทอง
แต่ผู้คนต้องการการเจริญเติบโต และต้องการอยู่รอดมากขึ้น และคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าของเป่ยเจียงก็ได้ยืนยันความมหัศจรรย์ของ ‘ชิงหมาง’ จากการปฏิบัติจริง และไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงการครอบงำของมัน
อย่างไรก็ตามพี่สาวตัวน้อยยังคงกังวลเกี่ยวกับช่องดาวแปดช่องที่เหลือของเจียงเสี่ยว
แต่มือของเจียงเสี่ยวได้สั่นไหวไปด้วยแสงสีขาว และพลังงานได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาแล้ว
ในแผนภาพกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ ดวงดาวที่สองก็สว่างขึ้นเช่นกัน
สำหรับเจียงเสี่ยว คุณภาพไม่สำคัญ!
สิ่งสำคัญคือ … ไม่มีอะไรสำคัญ!
แม้มันจะเป็นคุณภาพทองเหลืองที่ดื้อรั้น แต่เหล่าจื้อ(ข้าผู้นี้) จะทำให้มันเป็นระดับเพชรอันตระการตาให้ดู!