เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 45 ศาสตราจารย์เจมส์และลิลลี่

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 45 ศาสตราจารย์เจมส์และลิลลี่

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 45 ศาสตราจารย์เจมส์และลิลลี่


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 45 ศาสตราจารย์เจมส์และลิลลี่

เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้ข้างลิลลี่ ตรงข้ามเขาคือแมรี่ และข้าง ๆ เธอคือโทบี้ที่พยายามหลบสายตาเจมส์

ใกล้ ๆ ลิลลี่มีหนังสือ “คู่มือแปลงร่างเบื้องต้น” เปิดหน้าที่เรียนแรก ๆ และกระดาษหนังที่พวกเขาช่วยกันเขียนเมื่อวานในห้องสมุดวางอยู่ ยังมีกล่องไม้ขีดไฟอีกหนึ่งกล่อง

“มาสักทีนะ” ลิลลี่พูดพลางคลี่กระดาษหนังออก

“มื้อเช้านานกว่าที่คิดน่ะ” เจมส์แก้ตัวพร้อมหาว แล้วทักทายแมรี่กับโทบี้

“ห-หวัดดี เจมส์” โทบี้ทักทายอย่างอึดอัด

“หวัดดี” แมรี่พูดเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน

‘สองคนนี้ออร่าเหมือนกันเปี๊ยบ’ เจมส์คิด พลางสังเกตเด็กชายและเด็กหญิงตรงหน้า

แมรี่เป็นเด็กผู้หญิงตัวผอมสูง ผมและตาสีน้ำตาล เธอดูตัวเล็กลงเพราะชอบเดินห่อไหล่ เหมือนไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น

ส่วนโทบี้ตัวเตี้ยและผมสีบลอนด์ แต่ออร่าเหมือนแมรี่ไม่มีผิด ประหม่าและไม่อยากเป็นจุดสนใจ

“เอาล่ะ ก่อนจะเริ่มสอน ฉันอยากให้พวกเธอลองแปลงไม้ขีดไฟดูก่อน จะได้ประเมินทักษะตอนนี้ถูก” ลิลลี่พูดเสียงเข้ม

“ใครจะเริ่มก่อน?” เธอถามพลางวางกล่องไม้ขีดไว้ใกล้ทั้งคู่

โทบี้และแมรี่มองหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไร

“ไม่เป็นไรถ้าทำไม่ได้ แค่อยากดูพื้นฐานเฉย ๆ” ลิลลี่เสริมเมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบ

“ฉันทำเอง” โทบี้บอก หยิบไม้ขีดออกมาวางบนโต๊ะแล้วชี้ไม้กายสิทธิ์

“อิกนิตัม มูตาติโอ” เขาพูดหลังจากรวบรวมสมาธิอยู่หลายวินาที ไม้ขีดครึ่งหนึ่งกลายเป็นเข็ม

“เก่งมาก! อีกแค่ครึ่งเดียวเอง!” ลิลลี่ชม โทบี้เกาหัวแก้เขิน

“ตาเธอแล้วแมรี่ ใจเย็น ๆ นะ เรามาช่วยเธอ” ลิลลี่พูดกับแมรี่อย่างใจเย็นและอดทนกว่าเดิม เธอเห็นเด็กผู้ชายและผู้หญิงปีหนึ่งหลายคนล้อเลียนแมรี่ แม้แต่คนในบ้านเดียวกัน

“ก-ก็ได้” แมรี่หยิบไม้ขีดขึ้นมา มือสั่นเทาขณะถือไม้กายสิทธิ์ ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็พูดว่า “อะ-อิกนิตัม มูตาติโอ”

เสียงเธอสั่นเครือและไม่มีความมั่นใจเลย

ไม้ขีดแทบไม่ขยับและไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว ลิลลี่ทำหน้าตกใจแวบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

‘เปิดเทอมมา 20 วันแล้ว เธอยังเปลี่ยนไม้ขีดไม่ได้เลยสักนิด’ เจมส์คิดโดยไม่แสดงสีหน้า ความหวังที่จะรอดพ้นจากการทำโทษเริ่มริบหรี่

สอนโทบี้ที่แค่ขาดการฝึกฝนและความเข้าใจนิดหน่อยก็เรื่องหนึ่ง แต่แมรี่ที่แทบจะทำอะไรไม้ขีดไม่ได้เลยนี่สิ งานหิน

“ทำดีแล้วทั้งคู่ ทีนี้ดูฉันนะ เผื่อจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง” ลิลลี่พูด หยิบไม้ขีดออกมา

“อิกนิตัม มูตาติโอ!” เธอร่ายคาถาเสียงหนักแน่น ไม้ขีดกลายเป็นเข็มที่สมบูรณ์แบบทันที

แมรี่และโทบี้อ้าปากค้าง

“ทะ-ทำได้ไงอะ? ดูง่ายจัง” แมรี่ถาม เก็บความอิจฉาไว้ไม่มิด

ทั้งแมรี่ โทบี้ และลิลลี่ ต่างมีพ่อแม่เป็นคนธรรมดา ซึ่งหมายความว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน พวกเขายังไม่รู้เรื่องโลกเวทมนตร์เลย แต่ความแตกต่างระหว่างสองคนนี้กับลิลลี่นั้นมหาศาล

ลิลลี่ตัวเล็กบอบบาง และเตี้ยที่สุดในหมู่เด็กผู้หญิงรุ่นเดียวกัน แต่เธอกลับมีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ที่โดดเด่น เป็นหนึ่งในตัวท็อปของรุ่นปีหนึ่ง แถมยังมีความมั่นใจ หัวรั้น และใจร้อนอีกด้วย

“เวลาแปลงร่าง การตวัดไม้กายสิทธิ์ต้องมั่นคงและมีเป้าหมาย อย่าขยับหรือหมุนไม้เล่นโดยไม่จำเป็น ไม่งั้นคาถาจะล้มเหลว” ลิลลี่อธิบาย เธอจำคำอธิบายนี้มาจากมักกอนนากัล

โทบี้และแมรี่ตั้งใจฟัง

“ท่านี่นะ ทำตามฉัน” ลิลลี่ค่อย ๆ โบกไม้กายสิทธิ์ช้า ๆ ให้ทั้งคู่ทำตาม

พวกเขาฝึกท่าทางกันอยู่พักหนึ่งโดยไม่พูดอะไร

“ตานายแล้ว” ลิลลี่หันมาหาเจมส์

“อะไร?” เจมส์ถาม เงยหน้ามองเพดานห้อง

“ช่วยพวกเขาสิ ฉันไม่ทำคนเดียวหรอกนะ หรืออยากให้ฉันฟ้องอาจารย์ว่านายโยนงานให้ฉันทำคนเดียว?” ลิลลี่ขู่

‘ยัยนี่’ เจมส์คิด และนั่งตัวตรง

“นอกจากการตวัดไม้ที่ถูกต้องแล้ว เธอต้องสร้างภาพในหัวให้ชัดเจนว่าอยากให้วัตถุกลายเป็นอะไรก่อนร่ายคาถา ในกรณีนี้ต้องนึกภาพเข็มให้ชัด” เจมส์อธิบาย หยิบเข็มที่ลิลลี่เสกขึ้นมาให้ทั้งคู่ดู

“มันเล็กเกินไป” แมรี่พึมพำ เธอสร้างภาพในหัวยากเพราะตัวอย่างเล็กเกินไป

เจมส์หยิบปากกาขนนกและขอกระดาษจากลิลลี่ ภายในไม่กี่นาทีเขาก็วาดรูปเข็มขนาดใหญ่ที่สวยงามและสมจริงมาก

“เอ้านี่” เจมส์วางรูปวาดตรงหน้าแมรี่และโทบี้

“นายวาดรูปสวยนะเนี่ย” ลิลลี่ชมอย่างประหลาดใจ

“ก็แค่เข็มเอง” เจมส์ตอบ แม้รูปจะสวยมาก แต่ก็ไม่ได้วาดยากอะไร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนวาดรูปมาก่อน การวาดให้เหมือนเจมส์คงยาก

นั่นเพราะสมัยเป็นเอ็ดเวิร์ด รอธส์ไชลด์ เอลิซาเบธ แม่ของเขาให้เขาเรียนวาดรูปกับศิลปินชื่อดัง แม้เธอจะมองว่าไม่ใช่ทักษะสำคัญ แต่เอ็ดเวิร์ดในฐานะทายาทต้องมีความสามารถรอบด้าน

ด้วยคำแนะนำของลิลลี่และเจมส์ ทั้งแมรี่และโทบี้ก็ทำได้ดีขึ้น แมรี่ยังตามหลังอยู่ แต่จบวันเธอก็สามารถแปลงไม้ขีดบางส่วนให้เป็นเข็มได้ ซึ่งลิลลี่พอใจมาก

พวกเขายังทบทวนสูตรการแปลงร่างด้วย เจมส์และลิลลี่อธิบายในรูปแบบใหม่เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โทบี้ก็ก้าวหน้ามาก ไม้ขีดของเขากลายเป็นเข็มไปแล้ว 75%

“เฮ้ เจมส์!” ซิเรียสเดินเข้ามาหา “ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?”

ตอนนี้ซิเรียสรู้สึกสงสารเพื่อนจับใจ

“อืม เสร็จแล้ว” เจมส์ตอบ และดูเวลาแล้วเกือบสองชั่วโมงครึ่งที่เขานั่งอธิบายคาถากับลิลลี่

“เสร็จที่ไหนกัน? ต้องติวอีกชั่วโมงนึงต่างหาก” ลิลลี่แย้ง มองซิเรียสตาขวาง

“อีกชั่วโมง!?” เจมส์ แมรี่ และโทบี้อุทานพร้อมกัน

“โอเควันนี้พอแค่นี้ แต่เดี๋ยวตอนสามทุ่มเธอต้องมาติวเพิ่มนะแมรี่ ส่วนนาย เจมส์ ต้องมาช่วยฉัน” ลิลลี่สั่ง

“ก็ได้” เจมส์ลุกขึ้น ดีใจที่จะได้พักบ้าง ส่วนเรื่องติวเพิ่มให้แมรี่เขาเห็นด้วย เพราะถ้าไม่ทำ แมรี่คงทำไม่ได้แน่ แม้จะมีเวลาเพิ่มอีกวันก็ตาม

โทบี้มีเวลาอีกวันน่าจะทำได้สบาย ๆ หรือถ้าเขาซ้อมเองวันนี้ก็น่าจะสำเร็จ

“นายพลาดเรื่องเด็ดเลยเพื่อน!” ซิเรียสที่กลับมาที่ห้องนั่งเล่นรวมคนเดียวเล่า

“เกิดอะไรขึ้น?” เจมส์ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“เด็กปีสี่ดวลกันในห้องน้ำ แล้วเผลอระเบิดชักโครก อึกระจายเต็มห้องน้ำเลย!” ซิเรียสเล่าไปขำไป

เด็กผู้ชายหลายคนที่กำลังทำการบ้านอยู่เงยหน้าขึ้นทันที

‘อึเต็มห้องน้ำ?’ ทุกคนคิด

“พวกเขายังอยู่ที่นั่นไหม?” เจมส์ถาม

“ถ้าเรารีบก็น่าจะทัน ก่อนอาจารย์จะมา” ซิเรียสบอก แล้วเขากับเจมส์และเด็กผู้ชายอีกโขยงหนึ่งก็แห่กันออกจากห้องนั่งเล่นรวมมุ่งหน้าสู่ห้องน้ำ

ลิลลี่และเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ กลอกตา มีเพียงโทบี้คนเดียวที่ยังอยู่ในห้อง แล้วเดินกลับหอนอน หลังจากไปดูเหตุการณ์วินาศสันตะโรในห้องน้ำชาย เจมส์ก็ไปเดินเล่นสำรวจปราสาทกับซิเรียส ลูปิน และปีเตอร์

หลังมื้อเย็นเขาไปช่วยลิลลี่สอนแมรี่อีกหนึ่งชั่วโมง วันอาทิตย์ก็ผ่านไปคล้าย ๆ กัน ข่าวดีคือโทบี้ร่ายคาถาแปลงร่างได้สมบูรณ์แบบแล้ว ส่วนแมรี่ใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงจนทำได้สำเร็จ 80%

ในสองวันนี้ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเขากับโทบี้จะดีขึ้น แต่เจมส์ก็ยังสังเกตเห็นว่าโทบี้ยังคงรักษาระยะห่าง

“พรุ่งนี้แล้วสินะ คิดว่าพวกเขาจะทำได้ไหม?” ลิลลี่ถามอย่างกังวล เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอสอนใคร เธอยืนอยู่ข้างเจมส์ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่นรวมกำลังเก็บของ โทบี้กับแมรี่เข้านอนไปแล้วเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่

“ทั้งคู่ซ้อมหนักมาก โทบี้พลาดแค่ครั้งเดียวในสิบครั้ง แมรี่พลาดสองสามครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะไม่ตื่นสนามนะ” เจมส์ตอบ

“นั่นสิ ถ้าทุกคนจ้องมาที่พวกเขา พวกเขาอาจจะสติหลุดก็ได้” ลิลลี่กังวล สองวันมานี้เธอดูออกว่าโทบี้กับแมรี่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ แม้แต่ตอนยกมือถามในห้องเรียน

“เราทำได้แค่เชื่อใจพวกเขา ว่าแต่ขอบใจนะที่ช่วย ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงสอนพวกเขาไม่สำเร็จหรอก” เจมส์พูด

ลิลลี่แปลกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่า เจมส์ พอตเตอร์ จอมอวดดีจะขอบคุณเธอ

ชื่อเสียงของเจมส์ค่อนข้างโด่งดัง ส่วนใหญ่คิดว่าเขาขี้เก็กและหยิ่งยโส เขาเก่งที่สุดในวิชาแปลงร่าง คาถา และการบิน แถมยังได้อภิสิทธิ์เข้าทีมควิดดิช วิชาอื่นเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

เจมส์พูดจากใจจริง ถ้าเปลี่ยนลิลลี่เป็นซิเรียส พวกเขาคงไม่มีทางสอนแมรี่ได้ขนาดนี้แน่ ลิลลี่เข้มงวดมาก ทำให้เจมส์ไม่อู้งานและทำหน้าที่ครูได้อย่างดีเยี่ยม แถมแผนการสอนก็เป็นไอเดียของเธอ

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยนายหรอกย่ะ” ลิลลี่พูดเสียงอ่อนลงกว่าปกติ “แต่ก็ไม่เป็นไร”

เธอยิ้มบาง ๆ หยิบของแล้วรีบเดินไปที่หอนอนหญิง

ก่อนขึ้นบันไดลิลลี่หยุดเดินแล้วพูดโดยไม่หันกลับมา “ราตรีสวัสดิ์”

“ราตรีสวัสดิ์” เจมส์ตอบ

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 45 ศาสตราจารย์เจมส์และลิลลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว