- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 10 วันเกิดปีที่ 6
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 10 วันเกิดปีที่ 6
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 10 วันเกิดปีที่ 6
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 10 วันเกิดปีที่ 6
วันต่อมา เจมส์ไม่ออกจากบ้านเลย เขาขี้เกียจเกินกว่าจะไปที่จัตุรัสเพื่อสานต่อภารกิจชวนเอมิลี่มางานวันเกิด เขายังมีเวลาอีกหลายวัน
แม่ไม่ว่าอะไรที่เขาขลุกอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน อ่านหนังสือและเล่นกับลูกสนิชที่เขาได้เป็นของขวัญวันเกิดปีก่อน
ต้องผ่านไปอีกวัน เจมส์ถึงจะเริ่มภารกิจใหม่อีกครั้ง ลองมาคิดดูแล้ว เขาควรจะออกไปตั้งแต่เมื่อวาน เพราะเกวนน่าจะนอนพักฟื้นจากการดื่มยาปลูกกระดูกอยู่
‘หวังว่ายัยนั่นคงไม่ได้อยู่กับน้องสาวนะ’ เจมส์คิดเมื่อมาถึงจัตุรัส เขาไม่เห็นเด็กผู้หญิงทั้งสองคน เห็นแต่พวกเด็กผู้ชาย แครบ กอยล์ และคนอื่น ๆ กำลังเล่นกันอยู่
กอยล์เห็นเจมส์แต่ไกลและตื่นตระหนกเมื่อสบตากัน เขาและเด็กคนอื่น ๆ รีบย้ายไปเล่นในโซนที่ไกลออกไป เจมส์ไม่สนใจและไปนอนเล่นบนพื้นหญ้า
ด้วยสายลมแผ่วเบาที่ปะทะใบหน้าและความสบายจากร่มเงาไม้ เขาเริ่มเคลิ้มหลับ งานอดิเรกใหม่อีกอย่างของเขาคือการนอน
“ตื่น . . . ตื่นสิ!”
“ตื่นได้แล้ว พอตเตอร์!”
เสียงแหลมสูงและชอบสั่งการปลุกเจมส์ให้ตื่นจากภวังค์อันอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติ เขาลืมตาขึ้นอย่างหงุดหงิดที่ถูกปลุก และเห็นเด็กผู้หญิงสองคน คนหนึ่งผมบลอนด์ อีกคนผมดำ
คนผมดำมีตาสีเข้มและสีหน้าเรียบเฉยขณะมองเจมส์ เธอคือเอมิลี่
ส่วนคนผมบลอนด์มีตาสีฟ้าอ่อนและกำลังขมวดคิ้ว เธอคือเกวน เจมส์มองไปที่ขาของเกวนและสังเกตว่ามันหายดีเป็นปกติแล้ว
“มีอะไร?” เจมส์ถามเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด
เกวนมองเจมส์อย่างไม่พอใจ เธอไม่ชินกับการถูกพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แต่ครั้งนี้เธอยอมปล่อยผ่านและไม่เริ่มเถียงกับเจมส์
“ฉันมา . . . ข-ขอบคุณนาย” เกวนพูดช้า ๆ และอย่างยากลำบาก
“โอ้โห แปลกใจจังที่ได้ยินคำนี้จากปากเธอ คุณหนูเลือดบริสุทธิ์” เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนเกินจริง
งานอดิเรกใหม่อีกอย่างของเจมส์คือการพูดจาประชดประชันและเสียดสี แม้แต่กับเด็กวัยเดียวกัน
“อีกอย่าง ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าฉันร้องไห้ ฉันขอสั่งห้าม” เกวนพูดด้วยความอับอายที่เจมส์เห็นเธอร้องไห้
“ครับ ๆ ได้ครับคุณหนู” เจมส์รับคำอย่างเกียจคร้านแล้วล้มตัวลงนอนต่อ
เกวนดูพอใจกับการตอบรับของเจมส์และการถูกเรียกว่าคุณหนู แม้จะเป็นการประชดก็ตาม
“แล้วก็อีกเรื่อง ตามคำขอของน้องสาวฉัน ฉันจะยอมให้พวกเธอใช้เวลาร่วมกันได้ แต่ฉันจะคอยจับตาดู ฉันจะไม่อนุญาตให้นายยัดเยียดความคิดนิยมมักเกิ้ลใส่หัวน้องฉันเด็ดขาด” เกวนประกาศ
เจมส์ลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมองเอมิลี่และเกวน เขาประหลาดใจกับเรื่องนี้ แต่มันก็เป็นผลดีกับเขา เพราะเขาจะได้ชวนเอมิลี่มางานวันเกิด และแม่จะได้เลิกกังวลว่าเขาไม่มีเพื่อน
“ดูเหมือนว่าหลังจากช่วยชีวิตเธอไว้ เธอจะเริ่มมีจิตสำนึกขึ้นมาบ้างแล้วสินะ” เจมส์ทำหน้าตกใจแบบโอเวอร์
“หุบปากไปเลย!” เกวนตวาดอย่างหัวเสีย เอมิลี่ไม่ได้พูดอะไรสักคำตั้งแต่มาถึง
วันเวลาผ่านไป ใกล้วันเกิดครบรอบ 6 ปีของเขาเข้าไปทุกที ช่วงนี้เขาจะหาเวลาไปที่จัตุรัสและกลับไปพบปะกับเอมิลี่ กินกบช็อกโกแลต และอ่านการ์ดพ่อมดแม่มดคนดัง
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเกวนอยู่ด้วย และมักจะพูดจาค่อนข้างหยาบคาย แต่เจมส์ก็เมินเฉย แก๊งเดิมที่มีเกวนเป็นหัวหน้าต่างประหลาดใจมากที่เห็นหัวหน้าอยู่กับศัตรู “คู่อาฆาต” แต่ด้วยความกลัวเจมส์ พวกนั้นจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้
เอมิลี่ขี้อายมากเวลาอยู่กับพี่สาว ต่างจากตอนที่อยู่กับเจมส์ตามลำพัง
‘ถึงเวลาชวนแล้วสินะ’ เจมส์คิดขณะนั่งอยู่บนหญ้าใกล้ ๆ กับเอมิลี่และเกวนที่กำลังกินกบช็อกโกแลตอย่างเอร็ดอร่อย อีกแค่ 3 วันก็จะถึงวันเกิดเขาแล้ว
“นี่ เอมิลี่” เจมส์เรียก
เอมิลี่ที่กำลังพิจารณาการ์ดแม่มดชื่อมิราเบลล่า พลันเก็ตต์ เงยหน้ามองเจมส์
“มีอะไรเหรอ?” เธอถาม
เกวนที่กำลังอ่านสิ่งที่ดูเหมือนหนังสือนิทานเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย
“อีกสามวันจะถึงวันเกิดฉัน เธออยากมาไหม?” เจมส์ถาม
เอมิลี่ประหลาดใจกับคำชวน เธอรู้สึกดีใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเพราะไม่เคยมีใครชวนเธอไปงานวันเกิด สิ่งแรกที่เธอทำคือมองไปทางพี่สาว
“อยากทำอะไรก็ทำสิ” เกวนพูดพร้อมส่งเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดด้วยเหตุผลบางอย่าง
เจมส์เคยช่วยชีวิตลูกสาวคนหนึ่งของตระกูลชาฟิกไว้ มันคงเสียมารยาทมากถ้าพวกจะไม่ยอมให้เธอไปบ้านเขา แม้สองครอบครัวจะมีอุดมการณ์ต่างกัน
“ตกลง ฉันจะไป” เอมิลี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งหาดูได้ยากจากเธอ
‘ภารกิจสำเร็จ’ เจมส์คิดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
สองวันถัดมา เกวนทำตัวน่ารำคาญและหยาบคายกว่าเดิมมาก เจมส์เริ่มหมดความอดทน เพราะต้องทนฟังเด็กผู้หญิงกรีดร้องโวยวายหรือหาเรื่องทะเลาะด้วยเรื่องไร้สาระเป็นชั่วโมง ๆ
“พี่สาวเธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย?” เจมส์ถามขณะนอนอยู่บนหญ้า ฉวยโอกาสช่วงเวลาสงบสุขไม่กี่นาทีก่อนเกวนจะมาถึง
“ฉันไม่รู้ สงสัยเขาโกรธที่นายไม่ชวนเขามั้ง” เอมิลี่ตอบด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
“ชวนมางานวันเกิดฉันเนี่ยนะ?” เจมส์ถามด้วยความประหลาดใจ เอมิลี่พยักหน้า
‘ฉันฝีมือตกไปเยอะแฮะ’ เจมส์คิด ที่อ่านใจเด็ก 6-7 ขวบไม่ออก อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้สนใจเธอเลยด้วยซ้ำ
ไม่กี่นาทีต่อมา เกวนก็มาถึงและเริ่มส่งเสียงแหลมปรี๊ดน่ารำคาญอีกครั้ง
“นี่ เกวน” เจมส์พูดขัดจังหวะเด็กหญิงผมบลอนด์ที่กำลังหงุดหงิดที่ถูกขัด
“อะไร?” เกวนถาม
“เธออยากมางานวันเกิดฉันไหม?” เจมส์ถามด้วยความหวังว่าเธอจะเงียบลงบ้าง
“อืม . . . วันเกิดนายเหรอ?” เกวนทำหน้าครุ่นคิด
“ก็ได้ วันนั้นฉันว่างพอดี ในเมื่อนายตื้อซะขนาดนี้” เธอเสริมด้วยรอยยิ้มหยิ่งยโส แม้น้ำเสียงจะซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด
เจมส์ไม่อยากเชื่อเลยว่ายัยเด็กนี่จะหน้าด้านขนาดนี้ แต่โชคดีที่หลังจากนั้น เธอก็เริ่มสงบเสงี่ยมขึ้น
ในที่สุดวันเกิดปีที่ 6 ของเขาก็มาถึง นอกจากครอบครัวแล้ว เกวนและเอมิลี่ก็มาร่วมงานด้วย ซึ่งทำให้ยูฟีเมียดีใจมาก แม้เธอจะรู้ว่าเด็กทั้งสองมาจากตระกูลชาฟิก แต่มันก็ไม่ได้กวนใจเธอเลย
ต้องขอบคุณครอบครัวของเขา งานวันเกิดจึงออกมาสมบูรณ์แบบ ของขวัญเป็นเรื่องรอง สิ่งที่เขาซาบซึ้งที่สุดคือการได้ใช้เวลากับพ่อแม่ ปู่ย่า และญาติ ๆ ต่างจากวันเกิดปีก่อน ๆ ปีนี้เขามี “เพื่อน” มาร่วมงานด้วยสองคน ถ้าจะเรียกพวกเธอแบบนั้นได้อะนะ
เจมส์ไม่อยากเชื่อว่าเกวนจะทำให้เขาหงุดหงิดได้ง่ายดายขนาดนี้ แปลกที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะน่ารำคาญได้ขนาดนี้ ในขณะที่เอมิลี่นั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“นี่ เอลฟ์ประจำบ้านหายไปไหนหมด? ฉันอยากกินอีก” เกวนคำรามพลางเช็ดเศษอาหารออกจากปากด้วยผ้าเช็ดปาก
“บ้านเราไม่มีเอลฟ์ประจำบ้าน” เจมส์ตอบห้วน ๆ
แม่ของเขาไม่ชอบให้มีคนรับใช้ หรือพูดให้ถูกคือทาส คอยรับคำสั่งตลอด 24 ชั่วโมง
“พวกทรยศต่อเลือดนี่มัน” เกวนพึมพำ
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?” เจมส์ถาม
“เปล่า” เกวนรีบตอบแล้วเมินหน้าหนี
แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่พวกเธอก็ต่างกันมาก เอมิลี่มีผมดำสนิทและตาสีเข้ม บุคลิกเงียบขรึม อดทน และไม่ทำตัวเด่น ส่วนเกวนมีผมบลอนด์ตาสีฟ้าอ่อน นิสัยชอบสั่ง ขี้หงุดหงิด พูดมาก และชอบเป็นจุดสนใจ
สิ่งที่แย่ที่สุดเกี่ยวกับเกวนคือการเหยียดชนชั้นอย่างรุนแรง เจมส์พยายามไม่โกรธ เพราะรู้ว่าเธอถูกพ่อแม่ล้างสมองมา ส่วนเอมิลี่ในเรื่องนี้ เธอไม่ค่อยพูดถึงและดูใจกว้างกว่า แต่มีบางครั้งที่เจมส์สังเกตเห็นว่าเธอก็มองพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลว่าด้อยกว่าเหมือนกัน เพียงแต่เก็บอาการได้ดีกว่า
งานวันเกิดจบลง และสิ่งที่เขารอคอยมากที่สุดก็มาถึง หนังสือ และรางวัลที่แม่บอกไว้
“เอ้านี่” ฟลีมอนต์วางหนังสือสองเล่มที่สัญญาไว้กับเจมส์ลงบนโต๊ะในห้องสมุด
“และนี่คือรางวัลที่แม่บอกลูกไว้” ยูฟีเมียส่งหนังสือให้เจมส์ ซึ่งเขารับไปอย่างกระตือรือร้น
“ขอบคุณครับ!” เจมส์พูดขณะอ่านชื่อหนังสือ: ‘คู่มือผู้บำบัด’ เขียนโดย เอช. พอลลิงตันเนียว
‘เล่มนี้ต้องมีประโยชน์แน่’ เจมส์คิดอย่างตื่นเต้น เขาเคยเห็นเวทมนตร์รักษาของแม่มาแล้ว เธอรักษาแผลลึกได้ในพริบตา
“ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยอ่านเถอะลูก” ยูฟีเมียแนะนำเมื่อเห็นความตื่นเต้นของเจมส์
“ขอแค่ชั่วโมงเดียวนะครับ” เจมส์ขอร้อง ซึ่งพ่อแม่ทั้งสองก็ไม่อาจปฏิเสธได้
วันและสัปดาห์ต่อมา เจมส์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือใหม่ทั้ง 3 เล่ม เขาไม่เคยศึกษาอะไรด้วยความตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ‘ตำราคาถาพื้นฐาน เกรด 1’: [คาถาแตกต่างจากการแปลงร่างตรงที่ คาถาจะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างให้กับวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต ในขณะที่การแปลงร่างจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งอื่น คาถาพื้นฐานที่สุดนั้นแก้ได้ไม่ยาก และหลายคาถาที่เธอจะได้เรียนรู้ในฐานะพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ เธอจะเชี่ยวชาญมันได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันหรือกระทั่งไม่กี่ชั่วโมง]
‘ชั่วโมง . . . ถ้าฉันอยากเอาชนะโวลเดอมอร์ ฉันต้องเรียนรู้ให้เร็วกว่านั้น’ เจมส์คิดอย่างมั่นใจ ในชีวิตที่แล้วตอนเป็นเอ็ดเวิร์ด ไม่ว่าจะสอนอะไร เขาเป็นอัจฉริยะในทุกเรื่อง นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างที่สำคัญคือ เขาชอบเวทมนตร์ ต่างจากเมื่อก่อนที่เขาถูกบังคับให้เรียน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ
[คาถาบางอย่างจะไม่มีผลกับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เช่น โทรลล์ ซึ่งผิวหนังของมันสามารถสะท้อนคาถาได้เกือบหมดยกเว้นคาถาที่ทรงพลังที่สุด]
‘โทรลล์’ เจมส์คิดด้วยความอยากรู้ จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้เห็นสัตว์วิเศษเลยสักตัว เขารู้ว่ามีพวกมันอยู่จริงและมีจำนวนมาก ทั้งมังกร ฟีนิกซ์ ยูนิคอร์น และอื่น ๆ
[คาถายกของ (วิงการ์เดียม เลวิโอซ่า) เป็นหนึ่งในคาถาแรก ๆ ที่พ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์จะได้เรียนรู้ ด้วยคาถานี้พ่อมดหรือแม่มดสามารถทำให้สิ่งของลอยขึ้นได้ด้วยการโบกไม้กายสิทธิ์ คาถานี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทดสอบทักษะทางเวทมนตร์ การควบคุมไม้กายสิทธิ์ และเหนือสิ่งอื่นใด ความอดทนของเธอ]
นี่เป็นเพียงบทนำของคาถานี้
‘ฉันทำอะไรคล้าย ๆ แบบนี้ได้แล้วนี่’ เจมส์คิดเมื่อนึกถึงตอนที่เขาทำให้หินก้อนใหญ่ลอยได้ เพียงแต่ถ้ามีไม้กายสิทธิ์ มันจะมีพลังมากกว่ามากและเขาจะยกของหนัก ๆ ได้ง่ายขึ้น
เขายังตั้งใจศึกษาหนังสือ ‘ยาวิเศษและยาพิษ’ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับยาพื้นฐาน มีสูตรปรุงยาหลายขนาน พร้อมขั้นตอนอย่างละเอียด และยังพูดถึงหัวข้ออื่น ๆ เช่น คุณสมบัติของโอปอลและการนำไปใช้ในการปรุงยา
การปรุงยาทำจากส่วนผสมที่มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์และผ่านกระบวนการทำตามขั้นตอนคล้ายกับการทำอาหาร ดังนั้นจึงต้องใช้อุปกรณ์ที่จำเป็น ทักษะการปฏิบัติ และแน่นอน ความรู้เกี่ยวกับสูตรหรือส่วนผสมของยา
ในทางกลับกันหนังสือที่แม่ให้เขาครอบคลุมถึงยารักษาโรคทั่วไป และมีบทที่ชื่อว่า “รอยฟกช้ำ บาดแผล และรอยถลอก”