- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 52 พี่อิ่ง สายทางไกลจากต่างประเทศ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 52 พี่อิ่ง สายทางไกลจากต่างประเทศ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 52 พี่อิ่ง สายทางไกลจากต่างประเทศ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 52 พี่อิ่ง สายทางไกลจากต่างประเทศ
กลิ่นอายการต่อสู้ลอยไปไกลตามสายลมแห่งขุนเขา ผู้ที่อยู่ใกล้สนามรบที่สุดคือกลุ่มลิงจมูกเชิดสีทองแห่งเสฉวน
ฝูงลิงผู้ไม่เคยพลาดเรื่องสนุกต่างมารวมตัวกัน จับจองที่นั่งขอบสนามอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยแม่นกเค้าแมวหางยาว
แต่นกเค้าแมวไม่ค่อยคึกคักในเวลากลางวันนัก พอดูไปสักพักและมั่นใจว่าถิ่นของตนไม่ถูกคุกคาม ก็กระพือปีกบินกลับไป
แม่แพนด้ามาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก เธอคือบทพิสูจน์ของคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์ป้า (แม่) แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” อย่างแท้จริง
ทันทีที่มาถึง เธอก็พุ่งเข้าใส่หมีดำโดยตรง
ไม่ต้องถามให้มากความ ยุทธวิธีชัดเจน จัดการภัยคุกคามภายนอกก่อน แล้วค่อยเคลียร์ปัญหาภายใน
เจ้าหมีดำนักเลงข้างถนนที่กำลังนัวเนียอยู่กับแพนด้าขาลุย จู่ ๆ ก็เจอแม่แพนด้าบุกมาร่วมวง
เอาจริงดิ นี่ผัวเมียร่วมมือกันรุมฉันคนเดียวเหรอ? ไม่มียางอายบ้างหรือไง?
เจ้าหมีดำเจ้าเล่ห์ไม่ยอมเจ็บตัวถ้าเลี่ยงได้ อาศัยจังหวะที่เสียหลัก ม้วนตัวกลิ้งขลุก ๆ ฝุ่นตลบลงไปในหุบเขา
แพนด้าขาลุยตั้งท่าจะไล่ตาม แต่พอเหลือบเห็นแม่หมีด้วยหางตา เขาก็ฉีกยิ้มแหย ๆ
แม่หมีไม่สนว่าเขาจะบ้าอะไร ยกอุ้งเท้าหน้าขวาขึ้นตบหัวโต ๆ นั่น พร้อมส่งเสียงคำรามขู่อย่างดุร้าย
“ไปแล้วจ้า อย่าโกรธนะ” แพนด้าขาลุยไม่อยากยั่วโมโหแม่หมีไปมากกว่านี้ จึงหันหลังวิ่งออกไปไกลพอสมควรแล้วหยุดดู
เมื่อเห็นแม่ จือหม่าก็ตะเกียกตะกายลงจากต้นไม้อย่างลนลาน และยังไม่ทันถึงพื้นดี ก็ถูกแม่หมีหิ้วหูเหวี่ยงลงบนพื้นดิน
เจ้าลูกหมีตัวภาระหาเรื่องไม่เว้นวันตัวนี้ ทิ้ง ๆ ไปซะดีไหม!
ขณะที่แม่แพนด้ากำลังคำรามและฟาดก้นจือหม่า เมินตุนเอ๋อร์ก็วิ่งเข้ามา
ด้วยความที่อยู่ดีกินดีในสถานีช่วยเหลือ มีคนคอยแปรงขนให้ ขนสีขาวสะอาดของมันจึงแยงตาแม่หมีเข้าอย่างจัง
“โฮก! แกมาทำอะไรที่นี่? แกสอนน้องชายหนีออกจากบ้านใช่ไหม?”
เมินตุนเอ๋อร์เบรกตัวโก่งจนก้นกระดก มองแม่ด้วยความงุนงง
“แม่! ไม่ใช่หนูแน่นอน ถ้าเป็นหนู หนูไม่มีวันทิ้งแม่หรอก!”
การหาอาหารกินเองจะไปสู้การมีแม่ป้อนได้ยังไง หมีที่ไหนก็รู้ว่าต้องเลือกอะไร
แม่แพนด้ามองลูกสาวคนโตและลูกชายคนเล็ก โกรธจนพุงกระเพื่อม อ้าปากด่ากราดทั้งคู่
อินลี่และคนอื่น ๆ มาถึงช้ากว่ามาก และกว่าจะมาถึง การต่อสู้ก็จบลงแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ฉากแม่แพนด้าอบรมสั่งสอนลูก ๆ
เฉินอิ่งบังคับโดรนบินวนดู เห็นหมีดำนักเลงข้างถนนวิ่งลัดเลาะไปตามหุบเขามุ่งหน้าเข้าป่าลึก เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนความกังวลอีกครึ่งหนึ่งตกอยู่ที่แพนด้าขาลุย
เจ้ายักษ์ใหญ่นี่ไม่กล้าอยู่เฉย ๆ แกล้งทำเป็นเดินจากไป แต่กลับวนกลับมาที่เนินเขา แอบดูอยู่หลังต้นไม้
เมื่อเดาเจตนาไม่ออก เฉินอิ่งทำได้เพียงใช้วิทยุสื่อสารบอกให้อินลี่และคนอื่น ๆ คอยระวัง และลองดูว่าจะพาแม่แพนด้า เมินตุนเอ๋อร์ และจือหม่ากลับไปที่เดิมได้ไหม
เมินตุนเอ๋อร์ที่ตั้งใจมาร่วมวงกลับโดนแม่ด่า มันหงุดหงิดนิดหน่อย สะบัดขนทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินกลับ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ มันก็หยุดและสูดดมกลิ่นลึก ๆ
กลิ่นนี้ . . . ทำไมคุ้นจังนะ?
เมินตุนเอ๋อร์เคยอาศัยอยู่ในเขตอนุรักษ์อื่น และเพิ่งย้ายมาปีนี้เพื่อหาคู่ มันเคยคิดว่าจะได้เจอหมีหนุ่มล่ำบึ้กและอาจจะตั้งท้อง แต่ทว่ายิ่งคิดยิ่งน้ำตาตกใน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีหมีตัวผู้ที่ไม่พิศวาสหมีสาวแสนสวย! บ้าบอที่สุด!
บางทีความทรงจำอาจจะสดใหม่เกินไป เมินตุนเอ๋อร์ที่ได้กลิ่นจาง ๆ ตามลม จึงมองไปรอบ ๆ อย่างระแวง
ในขณะนั้นแม่แพนด้าก็อารมณ์เย็นลง ดันก้นจือหม่าให้เดินนำหน้า
ที่นี่ไม่ใช่อาณาเขตของเธอ และไม่ใช่ของลูกสาวคนโต เพื่อความปลอดภัยกลับไปพักกับพวกมนุษย์ก่อนดีกว่า
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่เมตรและเห็นลูกสาวคนโตหยุดชะงัก ตั้งท่าระวังภัยและมองไปอีกทาง แม่แพนด้าก็มองตามสายตาไป และเห็นแพนด้าขาลุยที่ไม่อาจซ่อนตัวมิดหลังต้นไม้ได้
แม่แพนด้าไม่หยุดเดิน แต่กัดเมินตุนเอ๋อร์เบา ๆ เร่งให้เดินตามมา
อินลี่และคนอื่น ๆ รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย เดินตามแม่แพนด้ากลับไปยังสถานีช่วยเหลือ
“นายถ่ายคลิปตอนสู้กันไว้หรือเปล่า?” อินลี่ถามเสี่ยวเติ้ง
ฉากแบบนี้หาดูยาก ไม่ว่าจะแชร์ลงบัญชีสาธารณะหรือกลุ่มทำงาน ก็ถือเป็นฟุตเทจการวิจัยพฤติกรรมแพนด้ายักษ์ที่ล้ำค่ามาก
แม้เขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องแพนด้า แต่หลังจากขลุกอยู่กับพวกคลั่งแพนด้ามานาน เขาก็เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างได้ดีกว่าคนทั่วไป ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมของแพนด้าขาลุยเมื่อกี้ดูเหมือนมันจะถูกใจสาวเหรอ?
ขณะรายงานสถานการณ์ให้เฉินอิ่งทราบผ่านวิทยุสื่อสาร เขาก็คอยสังเกตสภาพแวดล้อมไปด้วย
ไม่ใช่ว่าเขาขี้ระแวง แต่เขารู้สึกว่ากิจกรรมของสัตว์รอบ ๆ สถานีช่วยเหลือดูถี่ผิดปกติในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
ครึ่งปีก่อน แม้แต่กระรอกยังหาดูยาก แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่แมวใหญ่ที่ตามติดพวกเราตลอดเวลาเลย แม้แต่แพนด้ายักษ์ก็โผล่มาเป็นโขยง
เมื่อมาถึงป่าชายขอบสถานีช่วยเหลือ ซึ่งมองเห็นหลังคาสีแดง เฉินอิ่งที่ถือแท็บเล็ตก็มาถึงพร้อมกับจินหยา
จินหยาพุ่งเข้าไปหาเมินตุนเอ๋อร์ ดมพุง แล้วเอาหัวดุนจือหม่าที่ดูหมดสภาพ จากนั้นก็กลับมาเดินวนรอบขาเฉินอิ่งและร้อง “อาวู” สองครั้ง
ด้วยความเป็นห่วง เฉินอิ่งส่งแท็บเล็ตให้อินลี่แล้วเข้าไปอุ้มจือหม่าน้อยเพื่อตรวจดูบาดแผล
พอแม่แพนด้าเห็นเฉินอิ่ง เธอก็นั่งลงดังตุ้บ ท่าทางของแม่เฒ่าดูหดหู่พิกล
“เป็นอะไรไป แม่หมี?” เฉินอิ่งวางจือหม่าลงแล้วหยิบขนมจากกระเป๋าคาดเอวป้อนให้แม่แมว
แม่หมีเอนตัวลงนอน ทำท่าทางยอมจำนนต่อโชคชะตา
เธอไม่อยากเลี้ยงลูกอีกแล้วจริง ๆ นะ!
เมินตุนเอ๋อร์เห็นว่าเฉินอิ่งไม่ป้อนขนมอร่อย ๆ ให้บ้าง ก็เดินเข้าไปขอกอดและอ้าปากรอป้อน
เฉินอิ่งไม่ตามใจ แต่ตบหน้าผากมันเบา ๆ แทน
“วันนี้เธอปีนรั้วหนีเที่ยว เพราะฉะนั้นลงโทษงดขนม”
“ทำกับฉันแบบนี้ได้ไง?” เมินตุนเอ๋อร์มองเฉินอิ่งด้วยสีหน้าช็อกสุดขีด “พอมีน้องชายแล้วก็ไม่เอาฉันแล้วเหรอ?”
เฉินอิ่งถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่รู้จะตอบยังไงจริง ๆ
อย่างไรก็ตามจากปฏิกิริยาของเมินตุนเอ๋อร์ในวันนี้ หลังจากตรวจร่างกายตอนกลับไปแล้ว ก็น่าจะกำหนดวันปล่อยตัวได้
ตอนนี้ปลายเดือนกรกฎาคมแล้ว ตามพยากรณ์อากาศของปีก่อน ๆ พื้นที่ที่สูงกว่า 2,500 เมตรเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว และหิมะจะเริ่มตกในเดือนตุลาคม
เมินตุนเอ๋อร์จำเป็นต้องกลับคืนสู่ป่าโดยเร็วเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศและเตรียมตัวสำหรับฤดูหนาว
เส้นทางที่แม่หมีเคยพาไปดู ตอนนี้มีการติดตั้งกล้องอินฟราเรดไว้สามจุด หวังว่าจะจับภาพสัตว์ได้มากขึ้น
เจ้าหน้าที่อนุรักษ์และหน่วยลาดตระเวนป่าจะลดเวลาในการเข้าป่าลงอย่างมากในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะเมื่อหิมะปิดภูเขา ดังนั้นการเก็บกู้ข้อมูลภาพเพื่อยืนยันความเป็นอยู่ของสัตว์จึงสำคัญมาก
“เมินตุนเอ๋อร์ อาณาเขตเดิมของเธอยกให้แม่ไปแล้ว เธอตัดสินใจหรือยังว่าจะไปอยู่ที่ไหน?”
เมินตุนเอ๋อร์ส่ายหัว ไม่อยากคุยกับเฉินอิ่ง
เมินตุนเอ๋อร์ที่กำลังงอนตุ๊บป่อง สุดท้ายก็ถูกง้อด้วยแป้งข้าวโพดผสมน้ำผึ้งสูตรพิเศษของเสี่ยวเซิน
แม่หมีพากลับจือหม่ากลับไปที่ป่าไผ่ วางแผนจะพักที่นั่นสักระยะก่อนจะพาจือหม่าเข้าป่าในอีกไม่กี่วัน
เหตุการณ์วันนี้ถือว่าเฉียดฉิวแต่ไม่มีใครบาดเจ็บ ทว่าเฉินอิ่งบอกอินลี่ว่าเขาต้องการออกทุนส่วนตัวซ่อมแซม “กระท่อมป่า” และย้ายอุปกรณ์บางส่วนไปไว้ที่นั่นก่อนฤดูหนาวจะมาถึง
“การฟื้นตัวของสายพันธุ์เป็นข่าวดีแน่นอน แต่สิ่งที่ตามมาคือเหตุการณ์การต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตของสัตว์ก็จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นฉันยังอยากสร้างกระท่อมป่าให้เป็นจุดช่วยเหลือชั่วคราว”
อินลี่คาดไว้แล้วและพยักหน้า “ฉันรู้ ฉันมีเงินเหลืออยู่บ้าง เอาไปใช้ก่อน ไว้มีทุนแล้วค่อยคืนฉัน อีกอย่างฉันว่าหมอเสี่ยวซ่งดูมีทีท่าอยากจะอยู่นะ ทำไมนายไม่ลองคุยกับเธอล่ะ? นายต้องวิ่งวุ่นไปมาระหว่างสองที่ ยังไงเราก็ควรมีคนประจำการอยู่ที่นี่ เสี่ยวเซินเน้นดูแลแพนด้ายักษ์เป็นหลัก มีแค่นายสองคนเท่านั้นที่เป็นสัตวแพทย์คลินิก”
เฉินอิ่งคิดดูแล้วก็บอกว่าจะลองคุยกับเสี่ยวซ่งเป็นการส่วนตัว
หญิงสาววัยรุ่นต้องมาใช้ชีวิตบนเขาขลุกอยู่กับกลุ่มชายฉกรรจ์ ย่อมต้องมีพวกปากหอยปากปูเอาไปนินทาลับหลังแน่นอน
พี่ไต้เคยเปรยกับเขามาก่อนหน้านี้ว่ารายงานขอเลื่อนสถานะสถานีช่วยเหลือเป็นสถานีจัดการยังไม่ได้รับการอนุมัติ และอาจเลื่อนไปเป็นปีหน้า
ก่อนจะมีการเลื่อนระดับ กำลังคนของพวกเขาก็เต็มอัตราแล้ว ถ้าเสี่ยวซ่งไม่อยู่ คนอื่นก็ไม่อยากมา และถ้าเขาเข้าป่า ภาระงานทั้งหมดจะตกอยู่ที่เสี่ยวเซินและต้วนอู้หลิน ซึ่งกดดันพวกเขามากเกินไป
ขณะที่สองพี่น้องกำลังหารือเรื่องก้าวต่อไป จู่ ๆ ต้วนอู้หลินก็เดินออกมาเรียกเฉินอิ่งให้ไปรับโทรศัพท์ สีหน้าของเขาดูแปลก ๆ ชอบกล
“พี่อิ่ง สายจากต่างประเทศครับ!”