- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 51 จือหม่า : แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 51 จือหม่า : แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 51 จือหม่า : แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 51 จือหม่า : แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย
หมีดำสะบัดขนไล่น้ำก่อนจะนั่งลงลิ้มรสงานเลี้ยงอันโอชะ เผยเสน่ห์เฉพาะตัวของนักเลงข้างถนนที่เริ่มออกหากินอีกครั้ง
ในป่าเหนือร่องเขา ครอบครัวลิงจมูกเชิดสีทองต่างจับจ้องหมีดำด้วยความระแวดระวัง โดยเฉพาะบรรดาแม่ลิงที่มีลูกอ่อน ต่างพากันถอยร่นไปอยู่ภายใต้การคุ้มกันของลิงตัวผู้
หลังจากจัดการปลาเสร็จ หมีดำก็โยนก้างทิ้งอย่างไม่ไยดี มันเงยหน้ามองครอบครัวลิงที่เตรียมพร้อมรับมือด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะสะบัดอุ้งเท้าและเดินส่ายก้นอ้วนกลมมุ่งหน้าไปทางสถานีช่วยเหลือ
ความจริงแล้วมันไม่ได้จะไปที่สถานีช่วยเหลือหรอก แต่ในฐานะนักเลงข้างถนน ใครจะไปรู้ว่าวัน ๆ มันร่อนเร่ไปที่ไหนบ้าง
ในขณะเดียวกัน จือหม่าน้อยกำลังวางแผนหนีออกจากบ้าน
เมื่อก่อนมันคงไม่กล้าทำ และในสายตาของมัน แม่หมีคือแม่ที่ดีที่สุดในโลก
แต่ตอนนี้หลังจากได้รับอิทธิพลจากพี่สาวเมินตุนเอ๋อร์ จือหม่าน้อยก็เริ่มเข้าสู่ด้านมืด
ทำไมพี่สาวถึงได้กินแต่ยอดไผ่อ่อน ๆ ในขณะที่พอมันถึงตามันบ้าง กลับได้กินแต่โคนไผ่แข็ง ๆ ล่ะ?
เมื่อเช้านี้แม่หมีไม่ยอมป้อนมันอีกแล้ว มันหิวจนหน้ามืดพยายามจะรื้อค้น “โต๊ะอาหารเล็ก ๆ” บนพุงแม่ แต่กลับโดนตบกลิ้งไปสองตลบ
เจ้าหมีน้อยผู้สับสนคิดจะหนีไปซะเดี๋ยวนั้น แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากความหิว จึงจำต้องก้มหัวกลับไปขอข้าวกินจากแม่ก่อน
หลังจากกินอิ่มนอนหลับ จือหม่าน้อยตื่นขึ้นมาพบว่าแม่หมียังคงกินไปสัปหงกไป นี่มันโอกาสทองในการหนีชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?
ไม่รอช้า จือหม่าน้อยกลิ้งตัวและออกวิ่งด้วยร่างอ้วนกลมมุ่งไปยังทิศทางที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้
มันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปที่สถานีช่วยเหลือ สัตว์สองขาที่นั่นใจดีก็จริง ป้อนนมให้มันกินเป็นชาม ๆ แต่มันอยู่ใกล้เกินไป แถมพวกเขายังรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน ดีไม่ดีอาจจะส่งมันกลับทันทีที่ไปถึง
มันอยากไปที่หุบเขาไผ่ ซึ่งพี่สาวจินหยาบอกว่ามีหนูอ้นเพียบ แถมยังมีไผ่สด ๆ อ่อน ๆ หลากหลายสายพันธุ์ที่พวกสัตว์สองขาปลูกไว้เพื่อแพนด้าที่นั่นโดยเฉพาะ
แค่นึกก็น้ำลายสอ จือหม่าน้อยกลิ้งหลุน ๆ ลงไปตามร่องเขา ซึ่งเป็นวิธีเดินทางที่ประหยัดพลังงานสุด ๆ
ทว่าทิศทางของจือหม่าน้อยอาจจะเพี้ยนไปนิดหน่อย แทนที่จะไปทางตะวันออก มันกลับกลิ้งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
บังเอิญว่าเจ้าหมีดำนักเลงข้างถนนก็กำลังเลาะริมขอบสถานีช่วยเหลือมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกัน
หากทุกอย่างราบรื่น อีกยี่สิบนาทีทั้งสองคงได้จ๊ะเอ๋กัน
หลังจากกลิ้งไปได้สักพัก จือหม่าน้อยก็ชนเข้ากับต้นไม้
มันลุกขึ้นนั่งถูหัว มองขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ จู่ ๆ ความอยากปีนป่ายก็พุ่งพล่าน ฮึบฮับไม่กี่ทีมันก็ขึ้นไปถึงกิ่งไม้สูง
สายลมแห่งขุนเขาพัดผ่านขนของหมีน้อย ราวกับมือที่ตบกล่อมเบา ๆ และความง่วงงุนก็เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะอย่างรวดเร็ว จือหม่าน้อยหาท่านอนสบาย ๆ แล้วเริ่มสัปหงก
ที่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไป แพนด้าขาลุยกำลังหลับสนิทอยู่บนกิ่งไม้สูง เห็นแล้วก็น่าเป็นห่วงว่าต้นไม้อาจจะหักลงมาได้ทุกเมื่อเพราะน้ำหนักตัวของมัน
มิน่าชาวเน็ตถึงบอกว่าความหายากของแพนด้าเป็นฝีมือของพวกมันเองล้วน ๆ
พวกมันไม่เคยสนเลยว่าขนาดตัวของตัวเองจะเกินกว่าที่ต้นไม้จะรับไหวหรือไม่
ลมหนาวพัดวูบ แพนด้าขาลุยจามออกมา มันเกาหัวและหาว ลังเลอยู่สองวินาทีว่าจะนอนต่อหรือลงไปหาอะไรกิน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจนอนต่อ
แต่ทันทีที่กำลังจะหลับตา มันก็เบิกตาโพลงขึ้นมาอีกครั้ง จากจุดที่มันอยู่ มันมองเห็นหมีน้อยที่เนินเขาฝั่งตรงข้าม และที่ใต้ต้นไม้ที่จือหม่าน้อยอยู่ เจ้าหมีดำนักเลงข้างถนนที่เคยมีเรื่องกันกำลังพยายามปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล
ดวงตาของแพนด้าขาลุยฉายแววดุร้ายและแยกเขี้ยวขู่ ทันใดนั้นรวดเร็วปานพายุหมุน มันไต่ลงจากต้นไม้และพุ่งเข้าใส่เนินเขาฝั่งตรงข้าม
โชคดีที่ไม่มีคูน้ำลึกกั้นระหว่างเนินเขาสองลูก มีเพียงทางเชื่อมต่อกัน
ความเร็วในการวิ่งของแพนด้าไม่ได้ช้าเลย อาศัยหนังหนาเนื้อเยอะ มันบุกทะลวงเข้ามาเหมือนรถถัง ในขณะที่หมีดำนักเลงข้างถนนปีนขึ้นไปได้หนึ่งในสาม แพนด้าขาลุยก็มาถึงโคนต้นไม้
เพี๊ยะ! มันตบฉาดเข้าให้
หมีดำถูกเขย่าจนร่วงลงมา แต่จือหม่าที่เกาะอยู่ยอดไม้ก็ตกใจจนร้องเสียงหลงเหมือนแกะ
“แบ๊ะ แม่จ๋า แม่ยู่ไหน ฯ จ้วยด้วย!”
พอได้ยินหมีน้อยร้องเสียงเหมือนแกะ แพนด้าขาลุยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หมีดำนักเลงข้างถนนอย่างบ้าคลั่ง
พี่หมีโกรธจัดแล้วจริง ๆ คราวนี้
หมีน้อยในกลุ่มของเขาถูกนักเลงข้างถนนรังแก แถมยังในถิ่นของตัวเองอีก? นี่มันตบหน้ากันชัด ๆ!
หมีตัวโตสองตัวเริ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยง แรงสั่นสะเทือนสะท้านไปทั่วพื้นดินและเนินเขา ส่วนจือหม่าที่ตื่นตระหนกทำได้เพียงเกาะลำต้นไม้แน่นท่ามกลางความโกลาหล
เสียงความวุ่นวายดังไปไกล แม่แพนด้าที่ตื่นขึ้นมาตามหาลูกได้ยินเสียงลูกชายแว่วมากับสายลม ร่างของเธอสั่นสะท้าน ร้องโฮกคำรามแล้วพุ่งตัวไปทางต้นเสียงทันที
ที่สถานีช่วยเหลือ เสี่ยวเติ้งทำงานเสร็จแล้วจึงวิ่งไปที่ห้องควบคุมเพื่อเข้าเวรกับอาจารย์จ้าว
“อาจารย์ ดูนี่สิครับ นั่นแม่หมีใช่ไหม? เธอดูร้อนรนมาก ท่าทางไม่ดีแล้ว จือหม่าล่ะครับ? ทำไมไม่เห็นจือหม่า?”
กล้องวงจรปิดถูกติดตั้งไว้รอบสถานีช่วยเหลือเพื่อป้องกันสัตว์ดุร้ายบุกรุก และตอนนี้ก็จับภาพแม่หมีกำลังวิ่งได้พอดี
อาจารย์จ้าวรีบสลับกล้องแล้วให้เสี่ยวเติ้งตามอินลี่กับเฉินอิ่งมา
เฉินอิ่งเหลือบมองหน้าจอแล้วปล่อยโดรนออกไปติดตามทิศทางที่แม่หมีมุ่งหน้าไปทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา โดรนก็ส่งภาพกลับมา บนเนินเขาห่างจากสถานีช่วยเหลือไปห้ากิโลเมตร แพนด้ายักษ์กับหมีดำกำลังนัวเนียต่อสู้กันอย่างดุเดือด และข้าง ๆ กันนั้น บนกิ่งไม้ ก้อนขนกลม ๆ ก้อนหนึ่งกำลังขดตัวสั่นเทา
“นั่นจือหม่า มันไปปีนต้นไม้อยู่ตรงนั้นคนเดียวห่างจากแม่ได้ยังไง?”
อินลี่คว้าอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกเสี่ยวเติ้งและลุงอี้ที่กำลังพักผ่อนให้ไปดูสถานการณ์
“ฉันจะไปด้วย”
“ไม่เป็นไร นายอยู่ที่นี่บังคับโดรน เราจะติดต่อกันผ่านวิทยุสื่อสาร”
ทันทีที่พูดจบ สายจากเสี่ยวเซินก็โทรเข้ามา
“พี่อิ่ง เกิดอะไรขึ้นครับ? เมินตุนเอ๋อร์ดูว้าวุ่นมาก เคาะประตูไม่หยุด ตอนนี้ออกไปที่ลานแล้ว ดูเหมือนจะพยายามปีนออกมา”
ไม่น่าเชื่อว่าแม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ เมินตุนเอ๋อร์ยังรับรู้ได้ถึงการต่อสู้
“ปลอบเมินตุนเอ๋อร์ไปก่อน จือหม่าหลงไปติดอยู่ในหุบเขาคนเดียว ตอนนี้แพนด้าตัวผู้กับหมีดำกำลังตีกัน จือหม่าอยู่บนต้นไม้ข้าง ๆ พวกมัน แม่หมีกำลังไป อินลี่กับคนอื่น ๆ ก็กำลังรีบไป”
หัวใจเสี่ยวเซินบีบแน่นเมื่อได้ยิน จือหม่าเป็นหมีน้อยที่แสนรู้และน่ารัก ถ้ามันบาดเจ็บ เขา . . . เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นจินหยาก็กลับมา พร้อมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นแอนทีโลปที่ล่ามาได้ครึ่งตัว
แอนทีโลปตัวนี้เป็นรางวัลการล่าจากเจ๊เสือดาวและพี่เสือดาว ตั้งใจฝากมาให้เฉินอิ่งชิม
แม้จะออกจากสถานีช่วยเหลือไปแล้ว เจ๊เสือดาวก็ยังเป็นห่วงสัตว์สองขาที่ล่าสัตว์ไม่เป็น ช่างเป็นความรักข้ามสายพันธุ์แท้ ๆ!
ทันทีที่เข้าสู่สถานีช่วยเหลือ จินหยาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ เธอทิ้งแอนทีโลปน้อยแล้วเดินเข้าไปคลอเคลียเฉินอิ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมนายดูกังวลจัง”
เฉินอิ่งก้มมองจินหยาแล้วนั่งลง ให้เธอดูหน้าจอแท็บเล็ต
“จือหม่าน่ะสิ เจ้าตัวเล็กนี่พลัดหลงกับแม่ ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพื่อนฉันออกไปช่วยแล้ว แต่ไม่รู้จะทันไหม”
จินหยาจ้องหน้าจอเขม็ง แต่ดูไม่เข้าใจสักนิด แต่เธอรู้ว่าจือหม่าคือเจ้าหมีน้อยจอมทึ่มตัวนั้น น้องของแพนด้ายักษ์ที่อาศัยอยู่หลังบ้านพวกเขา
“ฉันจะไปช่วย” จินหยาพูดจบก็วิ่งออกไปก่อนที่เฉินอิ่งจะทันห้าม
หมีสองตัว . . . ไม่สิ อีกเดี๋ยวคงเป็นหมีสามตัวตีกัน แมวใหญ่อย่างเธอจะไปทำอะไรได้ ไปเป็นอาหารเย็นเหรอ?
เฉินอิ่งร้อนใจรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ไม่สนแม้แต่จะคว้าเป้ วิ่งไล่ตามเธอไปพร้อมแท็บเล็ตในมือ
ขณะที่เฉินอิ่งวิ่งออกจากสถานีช่วยเหลือ เมินตุนเอ๋อร์ผู้เกียจคร้านเป็นนิจก็แสดงพละกำลังมหาศาล ปีนข้ามกำแพงบ้านแพนด้าออกมาได้สำเร็จ
มันลุกขึ้นยืน ยื่นอุ้งเท้าไปจับต้นไม้นอกกำแพง แล้วโหนตัวออกไปราวกับนักกายกรรม กลิ้งหลุน ๆ สามตลบเมื่อถึงพื้น จากนั้นก็ลุกขึ้น ดมกลิ่นในอากาศ และร้องเสียงหลงพร้อมพุ่งตัวไปยังจุดเกิดเหตุ