เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 23 เจ้าตัวเล็กดวงซวย

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 23 เจ้าตัวเล็กดวงซวย

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 23 เจ้าตัวเล็กดวงซวย


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 23 เจ้าตัวเล็กดวงซวย

หลังจากป้อนอาหารลูกเสือเสร็จ เฉินอิ่งเก็บของเข้าที่แล้วมานั่งคุยกับหัวหน้าทีมลี่ในลานบ้าน

“หัวหน้าลี่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่อยากมาคุยเรื่องยาที่จะใช้รักษาแพนด้าต่อจากนี้หน่อย”

หัวหน้าทีมลี่โบกมือยิ้ม ๆ “ได้ยินว่าคุณอยากลองใช้ยาแผนโบราณกับมันเหรอ?”

“มีแผนว่าจะทำแบบนั้นครับ ผมส่งใบสั่งยาไปให้อาจารย์ผม ศาสตราจารย์ไป๋ช่วยดูให้แล้ว แต่เรื่องการตัดสินใจใช้ยา ผมคงทำคนเดียวไม่ได้ ถ้าจะใช้ยาแผนโบราณหรือเทคนิคแพทย์แผนจีนจริง ๆ คงต้องให้อาจารย์ผมมาคุมเองครับ”

นี่คือสิ่งที่เขาเตรียมไว้เมื่อคืนหลังจากกลับเข้าห้อง

เสี่ยวเซินกับคนอื่นเล่าเรื่องที่หมอผู้หญิงคนนั้นดูถูกสัตวแพทย์แผนจีนให้ฟัง เฉินอิ่งไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมา แต่ข้างในเดือดปุด ๆ

ให้ไปเถียงฉอด ๆ โดยเฉพาะกับผู้หญิง เขาทำไม่เป็นหรอก อีกอย่างผลการรักษาไม่ได้วัดกันที่ใครเสียงดังกว่า แต่วัดกันที่อาการดีขึ้นจริงไหมต่างหาก

การใช้เทคนิคแพทย์แผนจีนรักษาเมินตุนเอ๋อร์ เป็นข้อสรุปที่เขาได้จากทักษะการแพทย์ระดับ 100 ของระบบ ดังนั้นไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน

หัวหน้าทีมลี่ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรมาก แค่ถามคำถามอ้อม ๆ สองสามข้อ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ให้กำลังใจเฉินอิ่งนิดหน่อยแล้วก็กลับไป

ทันทีที่เขาเดินเข้าเขตบ้านแพนด้า เสี่ยวเซินก็วิ่งมาถามว่าหัวหน้าทีมลี่พูดอะไรบ้าง

“ไม่มีไรมาก แค่ถามเรื่องสัตวแพทย์แผนจีนนิดหน่อย นายไปหาความรู้ใส่ตัวเพิ่มเถอะ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญไม่ได้มาสอนให้ฟรี ๆ ง่าย ๆ นะ”

ส่วนเรื่องความกังขาของทีมแพทย์ เฉินอิ่งไม่เก็บมาใส่ใจ

วันนี้คนเยอะพี่เสือก็ไม่อยากออกไปเดินเล่น หลังจากดูแลสามแม่ลูกเสร็จ เขาเลยกะว่าจะขึ้นเขาไปดูลาดเลาสักหน่อย

จินหยาหายเงียบไปสองวันแล้ว สงสัยไปหาพี่ชาย

วันนี้เฉินอิ่งตั้งใจจะเดินไปจุดที่ช่วยจินหยาไว้ ตรงนั้นน่าจะเป็นอาณาเขตของจินหยา มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและนกอาศัยอยู่เยอะ

จินหยาชอบกินกระต่าย แถวนั้นกระต่ายป่าคงไม่ถึงกับล้นป่า แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เธอล่าล้างผลาญจนสัตว์อื่นอดตาย

จากตรงนี้จะไปเนินเขาที่ช่วยจินหยา ต้องข้ามลำธารกว้างประมาณ 5-6 เมตร โดยใช้สลิงข้ามฟาก

คนสมัยนี้ไม่ค่อยเห็นสลิงข้ามฟากแบบโบราณกันแล้ว วันนี้ว่าง ๆ เฉินอิ่งเลยกะจะถ่ายคอนเทนต์ลงเพจสักหน่อย

ถ่ายตอนโหนสลิงนี่แหละเวิร์ค!

สลิงยาวประมาณ 20 เมตร หลังจากเสริมความแข็งแรงแล้ว รับน้ำหนักได้สูงสุด 200 กิโลกรัม

จริง ๆ แล้วหลายพื้นที่บนเขาเลิกใช้สลิงข้ามแม่น้ำกันไปแล้ว ที่นี่ยังเก็บไว้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเวลาจะมาสถานีช่วยเหลือ

เขาแขวนโทรศัพท์ไว้ที่คอ เปิดโหมดอัดวิดีโอ แล้วปล่อยโดรนบินเก็บภาพมุมสูง

เมื่อเตรียมตัวพร้อม เฉินอิ่งสวมอุปกรณ์เซฟตี้ง่าย ๆ เกี่ยวตะขอนิรภัยเข้ากับสายสลิง ก่อนจะถีบส่งตัวเองเบา ๆ อาศัยความลาดเอียงของสลิง ร่างเขาก็พุ่งข้ามไปอีกฝั่งด้วยความเร็ว

ฟิ้ว!

จุดสิ้นสุดอีกฝั่งเป็นสนามหญ้าเล็ก ๆ มีต้นไม้สองต้นปลูกไว้สำหรับใช้เท้าเบรกโดยเฉพาะ การใช้เท้าเบรกก็ต้องมีเทคนิค พลาดนิดเดียวขาหักได้ง่าย ๆ

เฉินอิ่งแทบจะเป็นคนพื้นที่อยู่แล้ว เรื่องโหนสลิงนี่ชำนาญระดับปรมาจารย์

ไม่ถึงสองนาที เขาก็ข้ามมาถึงอีกฝั่ง เขาเก็บอุปกรณ์ยัดใส่เป้ หยิบไม้เท้าเดินป่าออกมา แล้วมุ่งหน้าเข้าป่าลึก

ไม้เท้าในมือมีไว้แหวกทางและไล่งูเป็นหลัก ไม่มีใครรู้หรอกว่าใต้กอหญ้ารก ๆ จะมีตาสี่ดวงจ้องมองอยู่หรือเปล่า และเพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติม เขาใส่รองเท้าเดินป่าหุ้มข้อด้วย

เดินไปได้ไม่ไกลก็เห็นฝูงแกะภูเขาวิ่งไล่จับกันอยู่บนเขาฝั่งตรงข้าม

ภูมิประเทศแถวนี้หลากหลายมาก ฝั่งตรงข้ามพืชพรรณไม่หนาแน่นเท่าฝั่งนี้ เป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ ส่วนฝั่งนี้มีแค่หุบเขาใหญ่คั่นกลาง แต่กลับเป็นป่าดงดิบทึบ

บังคับโดรนถ่ายฝูงแกะภูเขาสักพัก เฉินอิ่งก็เดินลึกเข้าไปในป่า

ใต้ต้นสนต้นหนึ่ง กระรอกน้อยขนสีน้ำตาลแดงกำลังวิ่งวนไปวนมาอย่างกระวนกระวาย

พอได้ยินเสียงคนมา กระรอกน้อยก็รีบปีนขึ้นต้นไม้ไปหลบ แอบมองลงมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

เฉินอิ่งกะจะเดินเลี่ยงไป แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ

เขารีบวิ่งไปที่ต้นไม้ ยังไม่ทันได้มองรอบ ๆ ก็โดนลูกสนปาใส่หัวเข้าให้

“จี๊ด ๆ ๆ อย่าเข้ามานะ ไอ้คนใจร้าย ไปให้พ้น!”

กระรอกน้อยส่งเสียงร้องเหมือนจะร้องไห้ เดี๋ยวโผล่เดี๋ยวหลบอยู่บนต้นไม้ ทั้งกลัวทั้งร้อนรน

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก ได้ยินเสียงเหมือนกระรอกบาดเจ็บ อยู่ตรงนี้ใช่ไหม?”

เขาไม่กล้าขยับตัวเร็ว ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ต้นสนทีละนิด ซึ่งยิ่งเข้าใกล้เสียงร้องก็ยิ่งชัดเจน

เขาใช้ไม้เท้าเขี่ยใบไม้กิ่งไม้ออก ก็เห็นลูกกระรอกขาติดอยู่ เป็นลูกกระรอกแดง ตัวเท่ากล้วยหอมรวมหาง

เมื่อเห็นลูกโดนเจอ แม่กระรอกก็รวบรวมความกล้ากระโดดลงมา กะจะกัดเจ้าสัตว์สองขาให้ตายกันไปข้าง

เฉินอิ่งมือไว คว้าหนังคอแม่กระรอกไว้ทัน

“อย่าเพิ่งวุ่นวาย มาช่วยลูกเธอก่อน”

เขาดูไม่ออกว่าเจ้าตัวเล็กไปติดอยู่ใต้ขอนไม้ได้ยังไง

คิดไม่ออกก็ช่างมัน ช่วยชีวิตสำคัญกว่า

อาจเพราะสัมผัสผิวหนัง แม่กระรอกสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรของเฉินอิ่ง พอโดนปล่อยลงพื้น มันก็ไม่โจมตีอีก แต่นั่งรออยู่ใกล้ ๆ อย่างว่าง่าย

เมื่อยกขอนไม้ออกก็เผยให้เห็นลูกกระรอกที่ติดอยู่ เจ้าตัวเล็กกลัวจนตัวสั่นระริกในอุ้งมือเฉินอิ่ง

เขาตรวจร่างกายอย่างละเอียด โชคดีนอกจากแผลถลอกและรอยฟกช้ำ ไม่มีกระดูกหัก แต่เห็นเจ้าตัวเล็กไม่กล้าขยับ อาจจะมีกระดูกร้าวก็ได้

เฉินอิ่งวางเป้ หยิบกล่องพยาบาล ฆ่าเชื้อแผล ทายาสมานกระดูกสูตรทำเอง แล้วพันผ้าพันแผลเล็ก ๆ ให้สองรอบ

วัยกำลังโตแบบนี้ขอแค่ไม่หัก ร้าวนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย

ด้วยยาสูตรพิเศษของเขา ไม่ถึงอาทิตย์ก็วิ่งปร๋อ

ยานี้เมิ่งเหยียนคอนเฟิร์มมาแล้วว่าดีจริง!

ทำแผลเสร็จ ส่งลูกคืนแม่ เฉินอิ่งก็เทถั่วที่เตรียมมาใส่มือให้แม่กระรอกชิม

แม่กระรอกคว้าลูกกระโดดขึ้นต้นไม้แผล็บเดียว สักพักก็ลงมาใหม่ ยัดถั่วจากมือเฉินอิ่งจนแก้มตุ่ย แล้วกลับขึ้นต้นไม้ไปไม่ลงมาอีกเลย

เหตุการณ์นี้ทำเอาแผนรวนไปนิดหน่อย เขาเก็บของ เทถั่วที่เหลือไว้ตรงที่นั่ง แล้วย่องออกมาเงียบ ๆ

พอเขาไปได้ไม่นาน แม่กระรอกก็ลงมาอีก และเห็นสัตว์สองขาหายไปแล้ว แต่ที่เก่ายังมีของอร่อยเหลืออยู่ ทำให้รีบโกยถั่วเข้าปาก ยืนมองซ้ายขวา แล้ววิ่งกลับขึ้นต้นไม้ไป

หลังจากแยกจากสองแม่ลูกกระรอก เฉินอิ่งก็เจอร่องรอยสัตว์ร้ายแถวนั้น

จะตามไปดูดีไหมนะ? เขาลังเลเล็กน้อย

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 23 เจ้าตัวเล็กดวงซวย

คัดลอกลิงก์แล้ว