เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 10 จินหยาเอียงคอทำแบ๊ว

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 10 จินหยาเอียงคอทำแบ๊ว

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 10 จินหยาเอียงคอทำแบ๊ว


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 10 จินหยาเอียงคอทำแบ๊ว

“อย่าเพิ่งเข้ามาพร้อมกันหมดครับ อาจารย์หลัว อาจารย์มานี่ครับ ผมจะแนะนำให้รู้จัก”

เฉินอิ่งใช้มือข้างหนึ่งกดตัวเจ้าเมินตุนเอ๋อร์ไว้ อีกมือลูบหัวมันเบา ๆ พยายามจะดันตัวมันขึ้น

“อาจารย์หลัว เขาจะมาช่วยตรวจร่างกายให้นาย นายปวดท้องไม่ใช่เหรอ เขาคนนี้แหละที่จะช่วยให้หายปวดได้”

เฉินอิ่งอธิบายให้แพนด้ายักษ์ฟังอย่างจริงจัง แล้วส่งสัญญาณให้อาจารย์หลัวค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ ๆ

ตามสัญชาตญาณ แพนด้ายักษ์แยกเขี้ยวขู่ใส่อาจารย์หลัวทันที อาจารย์หลัวชะงักฝีเท้า ปล่อยให้เมินตุนเอ๋อร์ได้ทำความคุ้นเคยกับกลิ่นของเขา

“มา ดมหน่อยสิ” เฉินอิ่งจับหนังคอเมินตุนเอ๋อร์ ดึงให้มันค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อาจารย์หลัว หลังจากเดินวนดมรอบตัวอาจารย์หลัวอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเจ้าเมินตุนเอ๋อร์ก็ยอมรับการมีอยู่ของเขา แต่ก็ยังคงเอาตัวถูไถเฉินอิ่งไม่ยอมห่าง

“ฉันต้องอยู่ดูแลพี่เสือทางนี้ พี่เสือมีลูกเล็กตั้งสองตัว นายจำได้ไหม? เป็นเด็กดีนะ ไปตรวจร่างกายกับอาจารย์หลัว เดี๋ยวอาจารย์เขาจะพานายกลับมาหาฉันที่นี่ ฉันจะช่วยดูแลนายจนกว่าจะหายดี แล้วค่อยกลับบ้าน ตกลงไหม?”

กลิ่นตัวแพนด้าป่าไม่ได้หอมหวนอะไรนัก แต่เฉินอิ่งกลับไม่แสดงท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย แถมยังก้มลงจูบหน้าผากมันด้วยความเอ็นดู

ท่ามกลางเสียงร้องงอแงของเมินตุนเอ๋อร์ เฉินอิ่งส่งสัญญาณให้อาจารย์หลัวช่วยกันต้อน มันจึงยอมเดินเข้ากรงขนย้ายไปแต่โดยดี

“ผมจดผลการตรวจเบื้องต้นไว้ให้แล้วครับ แนะนำว่าพอลงเขาไปแล้วให้รีบพาไปทำ CT สแกนเลย จะได้รู้ว่าเป็นลำไส้อุดตันหรือเนื้องอกกันแน่”

อาจารย์หลัวพยักหน้า ตบไหล่เฉินอิ่งเบา ๆ เป็นอันรู้กันโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก

ไม่มีเวลาให้ร่ำไร ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกหรือลำไส้อุดตัน ในเมื่อเจ้าเมินตุนเอ๋อร์มีอาการท้องมานร่วมด้วย ก็ต้องรีบรักษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาถึงสถานีช่วยเหลือยังไม่ทันครบสิบนาที ขบวนรถก็ต้องกลับหัวมุ่งหน้าลงเขากันอีกรอบ

ระหว่างทางพวกเขาเจอกับรถสนับสนุนอีกคัน กลางทางจึงเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าตรงไปยังศูนย์วิจัยแพนด้ายักษ์ที่ใกล้ที่สุด

ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อมือเฉินอิ่ง แต่พอได้รับแจ้งเหตุทางศูนย์วิจัยก็ได้ตั้งทีมแพทย์เตรียมพร้อมไว้แล้ว แถมยังประสานงานจองคิวแผนกรังสีวิทยาของโรงพยาบาลประจำจังหวัดไว้ให้เรียบร้อย เครื่องไม้เครื่องมือที่นั่นพร้อมกว่าสถานีช่วยเหลือแบบเทียบกันไม่ติด

หลังจากส่งอาจารย์หลัวและคณะกลับไปแล้ว เฉินอิ่งก็กลับไปเปิดประตูคอกสัตว์ นวดคลายกล้ามเนื้อให้แม่เสือดาว พลางเล่าอาการของเมินตุนเอ๋อร์ให้ฟังอย่างละเอียด

ไม่ว่าแม่เสือจะเข้าใจหรือไม่ เขาก็อยากจะบอกเล่าให้ฟัง

แม่เสืออาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่นั่นไม่สำคัญ มันเชื่อใจว่าเฉินอิ่งจะไม่ทำร้ายเพื่อนของมันแน่นอน

เฉินอิ่งนวดขาหลังให้แม่เสืออยู่นาน จนกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลง

แผลของแม่เสือหายเร็ววันเร็วคืน แต่เพราะบาดเจ็บสาหัสปางตายมา ถึงแผลจะหายแล้ว แต่กว่าร่างกายจะฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

ลูกเสือสองตัวกินอิ่มนอนหลับ ตัวโตวันโตคืน อ้วนกลมปุ๊กปิ๊ก อุ้มทีเหมือนตุ๊กตานุ่มนิ่มสองตัว

ช่วงนี้เฉินอิ่งทุ่มเทเวลาดูแลแม่เสือกับจินหยาเป็นหลัก เลยยกหน้าที่ดูแลเมิ่งเหยียนให้อินลี่รับผิดชอบไป

เช้า ๆ ถ้าไม่ได้ออกลาดตระเวน อินลี่ก็จะช่วยปล่อยลูกเสือสองตัวออกมาวิ่งเล่นรับแดดในลานบ้าน

เจ้าตัวเล็กอายุไม่ถึงเดือน เดินเตาะแตะล้มลุกคลุกคลาน ยิ่งอ้วนขึ้นก็ยิ่งทรงตัวยาก เดินไม่กี่ก้าวก็ล้มกลิ้งโค่โร่

อินลี่หลงเจ้าสองตัวนี้หัวปักหัวปำ ในมือถือเต็มไปด้วยรูปและคลิปวิดีโอของพวกมัน

พออินลี่ออกไปลาดตระเวน พี่ไต้ก็จะขึ้นมาช่วยทำความสะอาดคอกสัตว์และตัดไผ่เตรียมอาหารให้เมิ่งเหยียนในช่วงบ่าย

เธอไม่กล้าเข้าไปเล่นกับลูกเสือซี้ซั้ว ได้แต่รักษาระยะห่าง คอยแอบถ่ายรูปพวกมันกับแม่เสือแสนสวยแบบรัว ๆ

จินหยาไม่ค่อยชอบยุ่งกับคนอื่นนอกจากเฉินอิ่งกับอินลี่ พอพี่ไต้มาทีไร มันจะหนีไปหลบบนขอนไม้ที่ทำไว้ให้ในคอก จ้องเขม็งไปที่ทางเข้าอย่างระแวดระวัง

แบบนี้แหละดีแล้ว สัตว์ป่าต้องมีความระแวงมนุษย์ไว้บ้าง จะได้ไม่เอาชีวิตมาทิ้งง่าย ๆ

ช่วงนี้รัฐบาลปราบปรามพวกพรานป่าอย่างหนัก แต่ด้วยผลประโยชน์มหาศาล ก็ยังมีคนยอมเสี่ยงเข้ามาล่าสัตว์หายากอยู่ดี

งานหลักอย่างหนึ่งของทีมอินลี่ ก็คือการป้องกันการลักลอบล่าสัตว์นี่แหละ

“อีกสักครึ่งเดือน จินหยาก็น่าจะกลับเข้าป่าได้แล้ว นายส่งบันทึกงานหรือยัง? หัวหน้าสั่งอะไรเพิ่มไหม? จะให้ปล่อยตรงจุดนี้เลยหรือยังไง?”

“ปล่อยตรงจุดนี้แหละ” เฉินอิ่งเกาคางให้ลูกเสือ มองดูพวกมันเอาหัวมาถูไถนิ้วเขาอย่างออดอ้อน

“จินหยาเป็นลูกหลานของป่าผืนนี้โดยกำเนิด แถมมันไม่ได้บาดเจ็บจากการต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตกับพวกเดียวกัน อีกอย่างพี่ชายมันก็วนเวียนอยู่แถวนี้ น่าจะช่วยคุ้มกันมันได้ในระดับหนึ่ง”

“เมื่อก่อนเคยอ่านแต่ในหนังสือว่า สัตว์ป่าที่เป็นพี่น้องกันหรือแม่ลูกกัน อาณาเขตจะทับซ้อนกันบ้าง เพิ่งเคยเห็นของจริงก็คราวนี้แหละ”

อินลี่ยืนขึ้นแล้วยิ้มกว้าง “ไม่รู้ทำไม ฉันสังหรณ์ใจว่าจินหยาคงหาแฟนยากแน่ ๆ สงสัยต้องผ่านด่านลุงยักษ์จอมโหดไปให้ได้ก่อน”

เฉินอิ่งชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้ายิ้ม ๆ

“ถ้าพี่ชายจินหยาเลือกยึดอาณาเขตแถวนี้จริง ๆ จินหยาคงต้องเป็นฝ่ายรุกออกไปหาแฟนเองแล้วล่ะ”

มีความเป็นไปได้อีกอย่างคือ อาณาเขตของแฟนหนุ่มในอนาคตกับส่วนที่ทับซ้อนกับอาณาเขตพี่ชายจินหยา อาจจะขนาบข้างเหนือใต้ โดยมีอาณาเขตของจินหยาอยู่ตรงกลาง แบบนี้จินหยาก็จะไม่พลาดโอกาสผสมพันธุ์ แถมยังมีตัวคอยคุ้มกันภัยให้อีกแรง

แต่สัตว์ป่าก็คือสัตว์ป่า ความผูกพันทางสายเลือดแบบนี้อาจจะมีจริง แต่ก็ไม่ได้การันตีเสมอไป

เมื่อดูเวลาแล้ว และเห็นว่าใกล้ถึงเวลาปล่อยจินหยาออกมาเดินเล่น อินลี่จึงอุ้มเจ้าตัวเล็กสองตัวเข้าห้องไปป้อนซุปเนื้อ ส่วนเฉินอิ่งไปปล่อยจินหยาออกมา กะว่าจะพาเจ้าแมวยักษ์ไปเดินเล่นในป่าใกล้ ๆ

จินหยาเดินเบียดขาเฉินอิ่งออกมาจากคอกอย่างช้า ๆ บิดขี้เกียจในลานบ้าน แล้ววิ่งเหยาะ ๆ เป็นวงกลมสองสามรอบ

อาการเจ็บแปลบที่กล้ามเนื้อขาหลังทุเลาลงมาก แผลสมานสวยงาม ไม่มีรอยบวมแดงหลังตัดไหม ขนอ่อน ๆ เริ่มขึ้นคลุมบริเวณที่เคยโกน

มันเหยียดขาหลัง หันไปเลียแผลเบา ๆ แล้วขบเล่นนิดหน่อย

เฉินอิ่งไม่ได้ห้าม เลียแค่นี้ไม่กระทบกระเทือนอะไรหรอก เดี๋ยวพอถึงเวลากลับเข้าป่า กล้ามเนื้อขาหลังของจินหยาก็จะกลับมาแข็งแรงเต็มร้อยพร้อมใช้งาน

ป่ารอบ ๆ สถานีช่วยเหลือค่อนข้างปลอดภัย มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างกระต่าย หนูอ้น หรือกระรอกโผล่มาให้เห็นบ้าง

จินหยาวิ่งเล่นในป่าอย่างสนุกสนาน สักพักก็คาบกระต่ายป่าตัวอ้วนกลับมาได้ตัวหนึ่ง

“แง้ว อันนี้ให้พี่”

ดวงตาฉ่ำวาวของจินหยาจ้องมองเฉินอิ่งอย่างจริงใจ มันวางซากกระต่ายลงแทบเท้าเขา แล้วนั่งลงข้าง ๆ อย่างเรียบร้อย สื่อความหมายว่าเชิญกินได้เลย

เฉินอิ่งทั้งขำทั้งซึ้ง หยิบกระต่ายขึ้นมาดู แล้วลูบหัวจินหยา

“ขอบใจมากนะจินหยา แต่ฉันกินดิบ ๆ ไม่ไหวหรอก เอาไปผัดเผ็ดกินเป็นมื้อเย็นดีไหม?”

จินหยาดูจะไม่ค่อยเข้าใจนัก มันเอียงคอมองลอดต้นไม้ไปเห็นมุมตึกของสถานีช่วยเหลือ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

ทันใดนั้นมันก็กระโดดผลุงหายลับเข้าไปในป่า ก่อนที่เฉินอิ่งจะทันได้อ้าปากห้าม

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 10 จินหยาเอียงคอทำแบ๊ว

คัดลอกลิงก์แล้ว