- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 3 เจ้าตัวเล็กต้องหิวแย่แล้วแน่ ๆ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 3 เจ้าตัวเล็กต้องหิวแย่แล้วแน่ ๆ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 3 เจ้าตัวเล็กต้องหิวแย่แล้วแน่ ๆ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 3 เจ้าตัวเล็กต้องหิวแย่แล้วแน่ ๆ
ตี 5:30 น. อินลี่ตื่นขึ้นมาทำความสะอาดลานบ้าน และถือโอกาสอุ่นอาหารเช้าสำหรับพวกเขาทั้งสองคน
ถ้าพอมีเวลาว่าง ทั้งคู่มักจะทำของอร่อย ๆ กินกันเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง แต่ช่วงไหนยุ่ง ๆ ก็มักจะพึ่งอาหารแช่แข็งกับนมถั่วเหลืองผงไปตามเรื่อง
แต่วันนี้นอกจากอาหารเช้าของพวกเขาสองคนแล้ว ยังมีเจ้าตัวเล็กที่บาดเจ็บอีกสองตัวต้องดูแล อินลี่จึงหยิบเนื้อออกจากตู้เย็น วานให้เฉินอิ่งช่วยปรุงอาหารบำรุงกำลังให้พวกมันด้วย
ด้วยทักษะการผสมอาหารสัตว์ระดับ 100 ที่มีติดตัว อาหารบำรุงกำลังมื้อนี้จึงหอมหวนชวนกินเป็นพิเศษ
แมวป่าลิงซ์กับเมิ่งเหยียนเป็นคนละสายพันธุ์ พฤติกรรมการกินจึงแตกต่างกัน
เมิ่งเหยียนชอบใบไผ่สดและผลไม้ มีกินเนื้อบ้างเป็นครั้งคราว อาหารของมันเลยเน้นพืชเป็นหลัก ปรุงรสด้วยแยมโฮมเมด กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนเจ้าเมิ่งเหยียนร้องเรียกอย่างกระวนกระวาย
“ใจเย็น ๆ น่า จะเสร็จแล้ว”
เฉินอิ่งอาศัยจังหวะที่เมิ่งเหยียนกำลังก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย ตรวจดูอาการที่ขาของมัน การฟื้นตัวดีกว่าที่คาดไว้ อย่างช้าที่สุดอีกหนึ่งเดือนก็น่าจะถอดเฝือกได้แล้ว
ซึ่งคงต้องสังเกตอาการต่ออีกสักพักก่อนจะปล่อยคืนสู่ป่า อย่างเร็วที่สุดเจ้าตัวเล็กนี่คงต้องอยู่ศูนย์ช่วยเหลือไปอีกครึ่งปี
ฤดูผสมพันธุ์ของแพนด้าแดงอยู่ในช่วงต้นฤดูหนาว ซึ่งพอดีกับช่วงที่จะปล่อยมันกลับคืนสู่ป่า เพื่อให้ทันฤดูหาคู่ครั้งแรกในชีวิต
ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ เมิ่งเหยียนที่เพิ่งหายป่วยจะเอาชนะตัวผู้ตัวอื่นแล้วคว้าใจสาวงามมาครองได้หรือเปล่านี่สิ
เรื่องนี้เขาคงช่วยอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือดูแลอย่างดีที่สุด หวังว่าเจ้าเมิ่งเหยียนจะหายเร็ว ๆ
หลังจากดูแลเมิ่งเหยียนเสร็จ เฉินอิ่งก็ไปที่ห้องพยาบาลของแมวป่าลิงซ์
เจ้าเหมียวยักษ์นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน พอเห็นเฉินอิ่งเดินเข้ามา มันก็นอนตะแคงเหยียดตัวบิดขี้เกียจ แล้วลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตา
“แง้ว แง้ว” แมวป่าลิงซ์ลุกขึ้นยืน แม้ขาก้าวจะยังดูอ่อนแรงไปบ้าง
“มา ๆ ดูนี่สิ อาหารบำรุงทำพิเศษสำหรับเธอเลยนะ ลองชิมดูซิว่าชอบไหม”
ด้วยโบนัสจากภาษาสากล ทำให้เฉินอิ่งเข้าใจสิ่งที่แมวป่าลิงซ์พูดทันทีที่ก้าวเข้ามา
มันถามว่าเมื่อไหร่จะได้ออกจากที่นี่ ที่นี่แคบเกินไป มันไม่ชอบเลย
“เธอต้องทนอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวัน รอให้อาการอักเสบหายสนิทก่อน แล้วฉันจะย้ายเธอไปที่โรงเรือนด้านหลัง”
เฉินอิ่งเกาคางให้แมวป่าลิงซ์ และนวดหูมันเบา ๆ สองสามที
“ตรงนั้นกว้างกว่านี้เยอะ แต่ก็ยังเทียบกับป่าข้างนอกไม่ได้หรอกนะ กินเยอะ ๆ จะได้หายไว ๆ แล้วรีบกลับบ้านไง”
แมวป่าลิงซ์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอสองที ก้มหน้ากินอาหารเช้าผสมยาจนหมดเกลี้ยง แล้วก็หันหลังนอนลง ทำเมินใส่เฉินอิ่งซะดื้อ ๆ
“อิ่งจื่อ ทำอะไรอยู่? รีบกินข้าวเร็วเข้า วันนี้เราต้องไปทางเนินเขาฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือนะ”
อินลี่เคาะกระจกหน้าต่าง เร่งให้เฉินอิ่งรีบหน่อย
ถ้าไม่กระตุ้นเพื่อนสมัยเด็กของเขาคนนี้ก็คงเอื่อยเฉื่อยอยู่ได้ทั้งวัน
“มาแล้ว ๆ เก็บของเสร็จหรือยัง? แล้วพวกพี่หลิวจะมาถึงกี่โมง?”
เนื่องจากต้องออกไปข้างนอกทั้งวัน เขาจึงเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเมิ่งเหยียนและแมวป่าลิงซ์ไว้ล่วงหน้าและแช่ตู้เย็นไว้ ตอนเที่ยงพวกพี่หลิวจะมาเอาออกมาอุ่นและผสมยาให้กินเอง
ทุกคนเป็นงานกันอยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งอะไรให้มากความ
ทันทีที่เตรียมตัวเสร็จ รถจักรยานยนต์ของพี่หลิวและคู่หูก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน
“เสี่ยวอิน เสี่ยวเฉิน อาจจะต้องเปลี่ยนแผนหน่อยนะ เมื่อกี้ตอนขึ้นมาได้รับแจ้งว่าเจอสัตว์บาดเจ็บที่หมู่บ้านซานตงจื่อ เป็นแม่ลูกอ่อนด้วย”
พอสิ้นเสียงพี่หลิว เฉินอิ่งก็วิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลจากห้องรักษาสัตว์ทันที
งานกู้ภัยสัตว์บาดเจ็บ ลำพังพวกเขาสองคนเอาไม่อยู่แน่ พี่หลิวจึงต้องอยู่เฝ้าสถานีดูแลเจ้าสองตัวที่บาดเจ็บ พร้อมกับตรวจเช็คระบบน้ำไฟของทั้งสถานีพิทักษ์ป่าและสถานีช่วยเหลือไปด้วย
ช่วงนี้ใกล้หน้าฝน บ้านบนเขาต้องระวังเรื่องสายไฟเก่าลัดวงจรเป็นพิเศษ
เฉินอิ่งและอีกสองคนไม่รอช้า รีบขับรถกระบะของสถานีมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซานตงจื่อทันที
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ประเทศให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สัตว์และพืชพรรณอย่างมาก สภาพแวดล้อมจึงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ถนนจากสถานีช่วยเหลือไปยังหมู่บ้านซานตงจื่อ แต่ก่อนเป็นถนนดินที่ชาวบ้านช่วยกันขุด พอฝนตกทีก็เละจนไปไม่ได้ แต่ไม่กี่ปีมานี้ ถนนค่อย ๆ ได้รับการลาดยางจนเป็นถนนคอนกรีต ถึงจะแคบไปหน่อย แต่ปัญหาการเดินทางก็หมดไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็มาถึงหมู่บ้านซานตงจื่อ
เฉินอิ่งมองเห็นชาวบ้านกลุ่มใหญ่ยืนมุงกันอยู่ที่เนินเขาฝั่งตรงข้าม เขาจึงกระโดดลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปหา
“ผู้ใหญ่บ้าน หมอเฉินมาแล้วครับ ทุกคนหลีกทางหน่อย”
ชาวบ้านตาไวเห็นเจ้าหน้าที่จากสถานีช่วยเหลือทั้งสามคนมาถึง ก็รีบเข้ามาช่วยยกกรงเหล็กสำหรับขนย้ายสัตว์บาดเจ็บลงจากท้ายรถกระบะ
ระหว่างสวมอุปกรณ์ป้องกัน เฉินอิ่งก็สอบถามสถานการณ์ไปด้วย
“ไอ้ซานหวาเป็นคนเจอครับ อยู่ในร่องเขานั่นแหละ ไม่มีใครกล้าลงไป ผู้ใหญ่บ้านลองโยนไก่ลงไปตัวหนึ่ง แต่แม่สัตว์มันนิ่งสนิทเลย พวกเราเลยสงสัยว่ามันอาจจะตายแล้ว แต่มีลูกสัตว์โผล่หัวออกมาจากใต้ท้องแม่มันสองตัว ตัวประมาณแค่นี้เอง”
ชาวบ้านที่เล่าเหตุการณ์ทำมือประกอบให้เห็นว่าลูกสัตว์มีขนาดประมาณฝ่ามือผู้ใหญ่เท่านั้น
เฉินอิ่งมองลงไปจากปากเหว ตัดสินใจจะลงไปดูใกล้ ๆ
อินลี่จะตามลงไปแต่ถูกห้ามไว้
“ขอฉันลงไปดูลาดเลาก่อน พวกนายรอเตรียมกู้ภัยอยู่ข้างบนนี่แหละ”
ตอนแรกเขาถือปืนยาสลบไว้ แต่พอสังเกตเห็นว่าแม่สัตว์ไม่ไหวติงเลย จึงตัดสินใจยังไม่ยิงพร่ำเพรื่อ
เขาค่อย ๆ โรยตัวลงไปหยุดห่างจากแม่สัตว์ประมาณสามเมตร ทุกคนกลั้นหายใจลุ้นระทึก กลัวว่าเสียงหายใจจะทำให้แม่สัตว์ตื่น โดยลืมไปเลยว่าเสียงคุยกันโหวกเหวกเมื่อกี้คงปลุกมันไปนานแล้วถ้ามันตื่นไหว
เฉินอิ่งลงถึงก้นเหวอย่างราบรื่น เขานั่งยอง ๆ นิ่งสังเกตการณ์อยู่หนึ่งนาที จนแน่ใจว่าแม่สัตว์หมดสติไปแล้วจริง ๆ
มันคือเสือดาว ดูจากรูปทรงกะโหลกและใบหน้าก็ระบุสายพันธุ์ได้ชัดเจน
สองปีก่อน สถานีช่วยเหลือของพวกเขาเคยถ่ายภาพเสือดาวพร้อมลูกได้ และปีนี้การพบกันครั้งแรกกลับเป็นในสถานการณ์แบบนี้
โดยปกติเสือดาวจะผสมพันธุ์ช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน ตั้งท้องนาน 90 ถึง 106 วัน ตอกหนึ่งมักมีลูกสองตัว ถ้ามีมากกว่านั้นมักจะเป็นกรณีเลี้ยงในกรง
ตามปกติแล้วเสือดาวไม่ควรคลอดลูกช่วงเวลานี้ เว้นแต่แม่เสือจะเป็นสัดเร็วผิดปกติ หรือไม่ลูกเสือก็คลอดก่อนกำหนด
เฉินอิ่งวิเคราะห์สถานการณ์ในใจ ขณะพยายามขยับเข้าไปใกล้แม่เสือดาวอย่างระมัดระวัง
เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะหัวแม่เสือ มันนิ่งสนิทไม่ตอบสนองใด ๆ
เฉินอิ่งรีบตรวจร่างกายทันที และพบว่าเป็นแม่เสือดาวที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึงสองเดือน มีแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องจนเห็นลำไส้ รอยฉีกขาดชัดเจนบ่งบอกว่าเกิดจากการต่อสู้กับสัตว์นักล่าตัวอื่น
เขาค่อย ๆ ดึงลูกเสือตัวน้อยสองตัวออกมาจากใต้ท้องที่ชุ่มเลือดของแม่เสือ
พวกมันตัวเท่าฝ่ามือจริง ๆ หิวโซจนอ้าปากร้องแต่ไม่มีเสียงออกมา
เฉินอิ่งรีบใช้ผ้าขนหนูห่อเจ้าตัวเล็กทั้งสอง อินลี่โรยตัวลงมาหยุดเหนือหลังแม่เสือประมาณหนึ่งเมตรเพื่อรับลูกเสือไป
จังหวะที่กำลังส่งมอบลูกเสือ จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องตกใจดังมาจากด้านบน พร้อมกับที่เฉินอิ่งรู้สึกว่าต้นขาของเขาถูกกอดรัดไว้แน่น