เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 13 ระหว่างทาง

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 13 ระหว่างทาง

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 13 ระหว่างทาง


ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 13 ระหว่างทาง

หลังจากตัดสินใจใช้ปืนลูกซองแฝดที่ประดับด้วยเงิน แอนตันก็ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันอยู่ในสภาพดี และเดินไปยังชั้นวางอื่น ๆ เพื่อหยิบของอีกสองสามอย่าง

สำหรับกระสุนเงินนั้นไม่มีความจำเป็นต้องพกไป เนื่องจากพวกเขารู้ประเภทของวิญญาณชั่วร้ายที่จะต้องรับมืออยู่แล้ว เขาจึงตรงไปหยิบแค่เกลือเท่านั้น

เมื่อรู้ว่าเลือกอาวุธได้ถูกต้องแล้ว เขาก็เดินไปที่ชั้นวางและสวมเสื้อกั๊กสำหรับพกพากระสุน เขาประเมินแล้วว่ากระสุนสามสิบนัดอาจจะน้อยเกินไป จึงตัดสินใจหยิบเพิ่มไปอีกห้าสิบนัด ว่ากันตามจริงเขาไม่มีทางใช้กระสุนพิเศษยิงมนุษย์อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงเลือกพกไปเฉพาะกระสุนชนิดพิเศษเท่านั้น สำหรับสถานการณ์ทั่วไปปืนพกนั้นดีกว่าเสมอ เขาจึงไม่ลืมที่จะพกปืนลูกโม่ธรรมดา ๆ ไปกระบอกหนึ่ง เพราะอาวุธชนิดนั้นจะไม่มีวันขัดลำกล้องใส่เขาแน่นอน

การเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่ชัดเจนของแอนตันในการป้องกันความผิดพลาด เขาไม่ต้องการตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายใด ๆ ระหว่างภารกิจกำจัดตัวตนแห่งความมืด

นอกจากนี้เนื่องจากเขาไม่ต้องการเป็นคนเดียวที่มีอาวุธ เขาจึงหยิบปืนลูกซองสำรองไปอีกกระบอกสำหรับราฟาเอล ผู้ซึ่งจะเป็นมือขวาของเขานับจากนี้ไป การมีผู้ช่วยย่อมดีกว่าแน่นอน ดังนั้นเขาจะใช้งานราฟาเอลอย่างชาญฉลาด

ไม่นานแอนตันก็ออกมาจากห้องเก็บของใต้ดินพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่หลายใบ ทั้งที่สะพายบนหลังและถืออยู่ในมือ ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไป เขามองไปที่ราฟาเอล ซึ่งรีบเข้ามาช่วยเขาทันทีเพื่อขนกระเป๋าเหล่านี้ไปที่รถ

“เรามาจากเถ้าธุลี และเราจะกลับคืนสู่เถ้าธุลี” แอนตันพึมพำขณะปิดบ้านอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนเรื่องต้นไม้ของเขา เขาจะจัดการให้แน่ใจว่ามีคนจากโบสถ์มาช่วยรดน้ำพวกมันหากจำเป็น อีกอย่างพอมาคิดดูแล้ว เขาน่าจะติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติไว้เลยดีกว่า เพื่อที่พวกมันจะได้รับน้ำทุกครั้งที่ต้องการ มันยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องปรับปรุง ดังนั้นการคิดเผื่อไว้หลาย ๆ เรื่องจึงเป็นสิ่งที่ดีเสมอ

“เราจะไม่ไปรถเก๋ง แต่จะเอารถบรรทุกแมมมอธไป” แอนตันยื่นกุญแจให้ราฟาเอล ซึ่งดูประหลาดใจแต่ก็พยักหน้ารับ เขารู้ว่านี่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในเมื่อพวกเขาจะไปยังฟาร์มตามที่ได้ยินมา

ในยุคนี้หากเทียบกับโลกเดิมของเขา มันก็อาจจะอยู่ในช่วงยุค 2000 แต่เทคโนโลยีกลับก้าวหน้าไปไกลกว่ามาก สร้างความสมดุลที่แปลกประหลาดระหว่างสิ่งต่าง ๆ ซึ่งทำให้แอนตันงุนงงอยู่พักหนึ่งก่อนจะคุ้นชิน

รถบรรทุก แมมมอธ 1000 ทีอาร์เอ็กซ์ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาด และด้วยการที่เป็นรถแบบหกล้อขับเคลื่อนมันจึงเป็นสิ่งที่คนที่อยู่ในสถานการณ์อย่างเขาต้องการ ประสิทธิภาพราวกับอสูรกายของรถบรรทุกคันนี้มันยากจะหาคำใดมาเปรียบ ทำให้พวกเขาสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทุกรูปแบบได้อย่างง่ายดายและรอดพ้นออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อขับมัน

หลังจากขนทุกอย่างขึ้นไว้ด้านหลัง แอนตันซึ่งครั้งนี้อยากจะเป็นคนขับเอง ก้าวขึ้นไปนั่งในที่นั่งคนขับ และหลังจากตั้งค่าจีพีเอสเขาก็สตาร์ทเครื่องยนต์ ก่อนที่แมมมอธ 1000 ทีอาร์เอ็กซ์รถบรรทุกหกล้อสีดำสนิทราวกับรัตติกาลจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

เรือนเพาะชำซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ ถูกดัดแปลงเพิ่มเติมหลายอย่างเกินกว่าที่จะมองเห็นได้ในแวบแรก เปลี่ยนสถานที่นั้นให้กลายเป็นพื้นที่พิเศษซึ่งยังคงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ฟาร์มแห่งหนึ่งใน แฮร์ริสวิลล์, โรดไอแลนด์ และมันก็อยู่ไม่ไกลจากที่ที่แอนตันอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เขาประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก

แฮร์ริสวิลล์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐโรดไอแลนด์ ซึ่งอยู่ในเขตวิสดอมสปริงส์มันมีลักษณะเฉพาะคือเป็นพื้นที่ชนบทและมีทิวทัศน์ที่งดงาม ชุมชนในแฮร์ริสวิลล์มักจะเพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ

ดังนั้นระยะทางจึงไม่ถือว่าใกล้แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไป อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณสี่ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายไปถึงขั้นตอนสุดท้าย สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดพวกมันโดยเร็วที่สุด และจำกัดพวกมันให้อยู่ในบริเวณที่พวกมันอาศัยอยู่

ระหว่างทางพวกเขาทั้งคู่ถูกตรวจสอบเป็นครั้งคราว แต่แอนตันมีสถานะที่สูงมาก บัตรประจำตัวของเขาจึงน่าเกรงขามอย่างที่สุด ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ประสบปัญหาใด ๆ ในการพกพาอาวุธ

บัตรประจำตัวนี้ถึงกับให้เอกสิทธิ์คุ้มกันเขาจากการฆาตกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะรู้ เพราะมันถูกจัดอยู่ในชั้นความลับสุดยอดสำหรับบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ สมาคมแห่งแสง เป็นผู้ดูแลประเด็นเหล่านี้ทั้งหมดในการเจรจากับรัฐบาล ดังนั้นในบางครั้ง พวกเขาจึงมีอำนาจมากกว่านักการเมืองที่ไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ

นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเขาถูกเรียกให้หยุด และเขาหวังว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากยื่นเอกสารให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กล่าวว่า “คุณพ่อครับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

แอนตันพยักหน้าและกล่าวว่า “ขอให้การทำดีของคุณบังเกิดผลจากผู้พิทักษ์ของคุณ”

เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับและทำท่าตะเบ๊ะเป็นการเคารพ

ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น แอนตันย่นระยะเวลาการเดินทางที่เดิมทีควรใช้เวลาสามหรือสี่ชั่วโมงให้เหลือเพียงสองชั่วโมง

. . .

ณ ที่แห่งใดที่หนึ่งในเมืองเล็ก ๆ แห่งแฮร์ริสวิลล์

รถยนต์หลายคันจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งดูหม่นหมอง แต่ละคันจอดกระจัดกระจายอย่างชัดเจนและไม่มีระเบียบแบบแผนในการจอด คู่รักคู่หนึ่งยืนพิงกำแพง ดูสงบและผ่อนคลาย อีกคู่หนึ่งซึ่งมีสีหน้าเหนื่อยล้ายืนอยู่ข้างประตู ชายคนนั้นกำลังโอบกอดภรรยาของเขา และผู้ชายอีกสองคนที่เหลือก็นั่งอยู่หน้าประตูบนขั้นบันได เขากำลังนั่งรอด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“คุณเอ็ด ผมเชื่อคำพูดของคุณนะ แต่คุณไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอที่บาทหลวงคนนี้มาถึงเร็วขนาดนี้? ปกติโบสถ์จะไม่ค่อยใส่ใจกับคดีพวกนี้เท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาก็มองว่าเป็นเรื่องโกหก” แบรด แฮมิลตัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมตำรวจแฮร์ริสวิลล์เอ่ยถามขึ้น คำถามของเขาสะท้อนถึงความกังวลของคนอื่น ๆ อีกหลายคน

“สมาคมแห่งแสงติดต่อบาทหลวงผู้ทรงคุณวุฒิให้เราทันทีครับ เป็นที่รู้กันว่าสมาคมนี้เข้ามามีส่วนร่วมกับคดีการขับไล่ผีมากกว่ามาก ดังนั้นทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอนครับ . . .”

สองสามีภรรยาตระกูลเพอร์รอนที่อยู่ข้างประตูมีใบหน้าที่ดูเรียบง่ายและซื่อสัตย์ แต่ก็มีร่องรอยของการทำงานหนักมาทั้งชีวิต ชายผู้เป็นสามีมองไปที่เอ็ด ซึ่งยืนพิงกำแพงอย่างสบาย ๆ และอารมณ์ของเอ็ดก็ดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ . . . ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าการขับไล่ผีเป็นพิธีกรรมที่เก่าแก่มากและต้องใช้ประสบการณ์หลายปี บาทหลวงที่คุณพูดถึงเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่าครับ?” โรเจอร์เอ่ยถามขึ้นในที่สุด

เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็ดก็มองไปที่โรเจอร์ ผู้ซึ่งมีท่าทางอ่อนโยนและมีสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เคยทำร้ายใครในชีวิต เขาจึงพยักหน้าตอบคำถามนี้

“ใช่ครับ คุณมั่นใจได้เลย คนที่มีส่วนร่วมในการขับไล่ผีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นคนแนะนำเขาให้ผมเอง ผมไม่คิดว่าเราจะโชคดีขนาดนี้ที่จะได้ผู้ทรงคุณวุฒิมา นอกจากนี้ผมก็พอรู้มาว่าเขาคือชาโดว์เบน ผมก็รู้เลยว่าเรื่องนี้มาถูกทางแล้ว”

“เยี่ยมไปเลยครับ” โรเจอร์ หัวหน้าครอบครัวเพอร์รอนซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากวิญญาณชั่วร้ายมีสีหน้าที่ผ่อนคลายลง

เอ็ดยิ้มอย่างใจดีเมื่อเห็นดังนั้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เขารู้ดีว่าโรเจอร์ ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบนี้กำลังแบกรับความกดดันมากเพียงใด และเขาก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อรักษาความปลอดภัยของพวกเขาได้เลย

เท่าที่เขารู้บ้านหลังนี้ถูกซื้อมาด้วยเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวโรเจอร์ และพวกเขาไม่สามารถย้ายออกได้อีกแล้ว นอกจากนี้มันยังไร้ประโยชน์อีกด้วย เมื่อวิญญาณชั่วร้ายหมายหัวคุณแล้ว พันธะนี้จะแยกจากกันไม่ได้จนกว่ามันจะบรรลุเป้าหมาย

“โชคดีจริง ๆ ที่มีบาทหลวงอาสามาด้วยตัวเอง” แคโรลีนภรรยาของโรเจอร์กล่าว เธอดูสงบลงเมื่อรู้ว่าบาทหลวงกำลังเดินทางมา

แคโรลีนซึ่งดูเหมือนจะสัมผัสได้ว่าสามีของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ มองไปที่เขาและกุมมือใหญ่ของเขาไว้เงียบ ๆ

ในขณะเดียวกันเมื่อสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งในความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งคู่ เอ็ดก็รู้สึกดีใจที่สามีภรรยาคู่นี้เข้มแข็งมาก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมองโลกในแง่ดีแบบเดียวกันได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถดังเข้ามาในหู

บรื้นนน!!!

ไม่ใช่แค่เอ็ด แต่ทุกคนได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ จากนั้นที่สุดปลายถนน รถบรรทุกหกล้อขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา

“บาทหลวงมาถึงแล้ว!” เอ็ดอุทานด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เขาก็จูงลอร์เรน ภรรยาของเขา ไปยังพื้นที่โล่งหน้าบันไดเพื่อต้อนรับบาทหลวงผู้ตอบรับคำร้องขอของพวกเขา

โรเจอร์ซึ่งตั้งสติได้แล้วก็จูงมือภรรยาของเขาและเดินตามพวกวอร์เรนไป เขามองไปที่รถบรรทุกสุดอลังการคันนั้น และในไม่ช้าก็เห็นชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ

“คุณเอ็ดครับ นี่คือบาทหลวงแอนตันที่คุณพูดถึงหรือเปล่า?”

“ไม่ใช่ครับ เขาคงเป็นคนขับรถ” สายตาของเอ็ดจับจ้องไปที่ชายหนุ่มอีกคน และเขาก็ประหลาดใจกับรูปลักษณ์ของบาทหลวงผู้นั้น ซึ่งดูอ่อนวัยกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

“ออร่าของเขาสว่างไสวมาก สว่างกว่าใคร ๆ ที่เคยพบมา” ลอร์เรนพึมพำขณะมองไปที่แอนตันซึ่งลงมาจากรถบรรทุกแล้ว

แอนตันเห็นสองสามีภรรยาวอร์เรนและคนอื่น ๆ แล้ว เขาจึงพยักหน้าให้พวกเขา

“ฉันน่าจะหาผู้ช่วยผู้หญิงสักคน” แอนตันพึมพำ ทำให้ราฟาเอลมองมาอย่างสับสน เขาทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ?

“พวกคุณคงเป็นครอบครัววอร์เรนสินะครับ”

“ผมเอ็ดครับ และนี่ลอร์เรน ภรรยาของผม”

แอนตันยื่นมือออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะถอดถุงมือสีดำข้างหนึ่งออกก่อน แล้วจึงทักทายพวกเขา “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ขณะที่แอนตันกำลังทักทาย ราฟาเอลก็ขนกระเป๋าเดินทางลงมาจากรถบรรทุก

“ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะสงบกว่าที่ผมจินตนาการไว้”

ทันทีที่เขาพูดจบ ลอร์เรนก็ยิ้ม “เหตุการณ์ต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้นตอนตีสามค่ะ ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก”

ว่าแล้วลอร์เรนก็ไม่ลืมที่จะแนะนำคนที่อยู่ข้างหลังเธอ “บาทหลวงแอนตันคะ ขออนุญาตแนะนำนะคะ นี่คือคุณโรเจอร์และคุณแคโรลีน เพอร์รอน เจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ”

โรเจอร์มองบาทหลวงตรงหน้า ซึ่งสวมชุดคลุมสีดำและดูสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้ ดังนั้นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความขอบคุณ เขาก็กล่าวว่า “คุณพ่อครับ ขอบคุณที่มา”

เมื่อเห็นแววตาโล่งอกของโรเจอร์ แอนตันก็หันไปมองผู้หญิงที่ชื่อแคโรลีนเป็นพิเศษ และสังเกตเห็นออร่ามืดมนที่อยู่รอบตัวเธอ เขาจึงจับมือเธอ “มันเป็นหน้าที่ของผมครับ”

แคโรลีนเองก็ยื่นมือผอมบางของเธอออกมาอย่างขอบคุณเช่นกัน และกล่าวด้วยน้ำเสียงขอบคุณ “ขอบคุณที่มานะคะ คุณพ่อ”

มีรอยบางอย่างอยู่บนมือของแคโรลีน แอนตันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและบีบมือเธอเบา ๆ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ตอนนี้ผมมาถึงที่นี่แล้ว ผมจะจัดการกับความชั่วร้ายใด ๆ ก็ตามที่กำลังทรมานครอบครัวของคุณเองครับ”

จบบทที่ ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 13 ระหว่างทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว