เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 6 ถ้อยคำของพระเจ้า

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 6 ถ้อยคำของพระเจ้า

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 6 ถ้อยคำของพระเจ้า


ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 6 ถ้อยคำของพระเจ้า

แอนตันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปมองกลุ่มเด็กหนุ่มเหล่านั้น รอว่าพวกเขาจะเอ่ยถามอะไรออกมา

“คุณคิดว่าพระเจ้าฉี่เป็นไหม?” เด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนถามพลางกางแขนออก

“ฮ่าฮ่าฮ่า!” พรรคพวกของเขาหัวเราะครืน เสียงหัวเราะดังลั่นทั้งแสบแก้วหูและแฝงแววเย้ยหยัน เห็นได้ชัดว่าเหล่าวัยรุ่นแค่กำลังหาเรื่องสนุกเล่น แอนตันไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร แต่กลับมีรอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ในฐานะชายผู้เคยสัมผัสกับความตายมาก่อน เขารู้ดีว่าทุกคนย่อมต้องชดใช้ผลแห่งบาปของตนในท้ายที่สุด และเด็กพวกนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น

โลกนี้แตกต่างจากโลกอันสงบสุขในชาติก่อนของเขา ที่นี่มีปีศาจและตัวตนเหนือธรรมชาติปรากฏให้เห็นในโลกความเป็นจริง สิ่งซึ่งปกติจะพบได้เพียงในเทพนิยาย เขาไม่รู้แน่ชัดว่ามีพระเจ้าองค์ใดจากศาสนาไหนอยู่จริงหรือไม่ แต่เขารู้ถึงการมีอยู่ของตัวตนหนึ่งซึ่งสามารถเป็น ‘พระเจ้า’ ได้อย่างง่ายดาย หากเครื่องมือของชาวคริสต์ใช้ได้ผล นั่นก็เป็นเพราะศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งเหล่านั้น นั่นคือทฤษฎี แต่ต่างคนต่างก็มีความคิดเห็นในสิทธิของตนแตกต่างกันไป ในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ เขารู้ดีว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ผล กางเขนเงินและสายประคำก็ใช้จัดการกับตัวตนแห่งความมืดได้เช่นกัน ดังนั้นความคิดเห็นของเขาในเรื่องนี้จึงค่อนข้างเปิดกว้าง

ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานที่ทรงพลังที่สุดซึ่งพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าก็คือ เหล่าปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายที่เขาขับไล่ มักจะสบถสาปแช่งพระเจ้าในช่วงสุดท้ายของการต่อต้านขัดขืน นั่นแสดงให้เห็นอะไร? พระเจ้าอาจมีอยู่จริง และการดำรงอยู่ของพระองค์ในโลกนี้ก็เข้มแข็งกว่าโลกอื่นใด

หากวัยรุ่นเหล่านี้กล้าลบหลู่นามของพระเจ้าอย่างไร้สาระเช่นนี้ พวกเขาก็จะได้รับโทษทัณฑ์ที่สาสมกับการกระทำของตน อาจจะไม่ใช่ในตอนนี้ แต่พวกเขาจะถูกลงโทษอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้น แอนตันก็ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนน้อมก่อนจะกล่าวว่า “ฉันจะสวดภาวนาให้จิตวิญญาณของพวกเธอก็แล้วกัน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้บาทหลวงปัญญานิ่มนี่”

“ยังจะมาสวดภาวนาให้เราอีกเหรอ? ฮ่าฮ่า ถ้าพระเจ้ามีจริงล่ะก็ ขอให้ฟ้าผ่าฉันให้ตายห่าไปเลย!”

เมื่อเผชิญกับความสงบนิ่งของแอนตัน เด็กเหล่านั้นก็ยิ่งทำตัวโง่เขลายิ่งขึ้น แอนตันรู้สึกเพียงสมเพชเวทนาพวกเขา เขาละสายตาจากกลุ่มวัยรุ่นแล้วกล่าวขึ้นว่า “จำบทเรียนนี้ไว้ พวกเราไม่ได้ทำงานสายนี้เพื่อมาคอยดูแลเด็กเหลือขอแบบนี้ แต่เราทำเพื่อเบิกทางให้กับผู้ที่สมควรได้รับความสงบสุขอย่างแท้จริง”

“ครับ คุณพ่อ!” คนขับรถพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่เข้าใจ ในฐานะว่าที่บาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ เขาจำเป็นต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่สั่นคลอน เขาจะต้องไม่สงสัยในเหตุผลที่ตนแสวงหาหนทางแห่งแสงสว่าง ไม่งั้นเขาจะลงเอยด้วยการถูกปฏิเสธ

แอนตันมองสีหน้าจริงจังของผู้ช่วยก่อนจะเอ่ยถาม “นายคือคาร์ลอสหรือเปล่า? ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาให้นายมาอยู่ใต้การดูแลของฉัน เรื่องมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ใช่ไหม?”

“ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ ราฟาเอล ดูบัวส์ ครับ”

แอนตันพยักหน้าแล้วกล่าว “เป็นชื่อที่ดี รีบไปจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเถอะ”

ราฟาเอลยิ้มจาง ๆ หลังจากขับรถไปได้ไม่กี่นาที พวกเขาก็จอดรถริมถนนตามที่แอนตันบอก แล้วทั้งคู่ก็ลงเดิน ทันใดนั้นชายชราผมขาวคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากอาคารข้าง ๆ แล้วเดินตรงเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ

“อรุณสวัสดิ์ คุณคงเป็นบาทหลวงแอนตันสินะครับ”

“ผมเองครับ ยินดีที่ได้พบเช่นกัน!” แอนตันพยักหน้ารับชายชราที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณกำลังจะไปโรงพยาบาลเหรอครับ?”

แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักทุกคนในย่านนี้ แต่เขาก็รู้จักชายชราผู้นี้ดี เพราะเขาไปที่โบสถ์บ่อย ๆ เพื่อสวดภาวนาให้กับภรรยาที่กำลังป่วยหนัก จากที่ได้ยินมา ชายชราคนนี้เป็นทหารผ่านศึก แต่ตอนนี้เขาเกษียณแล้วเนื่องด้วยวัย

“ใช่ครับ บาทหลวงแอนตัน” ชายชราที่ทุกคนเรียกว่า สมิธ พยักหน้า สายตาของเขาทอดมองไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังส่งเสียงดังโวยวายอยู่ไกล ๆ

“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกครับ พวกเขาเป็นแค่กลุ่มเดนสังคมที่ไม่คู่ควรแก่การช่วยเหลือ ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาก็จะจมอยู่ในกองอุจจาระของตัวเองนั่นแหละ”

“ไม่ช้าก็เร็ว ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนต้องมีการชดใช้” แอนตันพยักหน้าและยิ้มจาง ๆ ขณะกวาดสายตามองไประหว่างอาคารต่าง ๆ

“หวังว่าคุณจะช่วยสวดภาวนาให้ภรรยาของผมด้วยนะครับ ผมขอตัวไม่รบกวนธุระของคุณแล้ว” ชายชราสมิธกุมมือของแอนตันไว้ครู่หนึ่งก่อนจะแยกย้ายไปตามทางของตน

แอนตันสบตากับชายชราแล้วกล่าว “ผมจะสวดภาวนาให้ภรรยาคุณครับ คุณสมิธ ดูแลตัวเองด้วย และอย่าลืมทานอาหารดี ๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงนะครับ”

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของคุณครับ” ชายชราสมิธยิ้มอย่างอ่อนโยน

แอนตันพยักหน้า เขาเดินลัดเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ มุ่งหน้าไปยังย่านที่ลูเซีย และครอบครัวของเธออาศัยอยู่ หลังจากเดินผ่านแอ่งน้ำขังและโคลนมาได้สักพัก แอนตันและราฟาเอลก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นบ้านไม้สวยหลังหนึ่งที่มีสวนหลังบ้านเชื่อมติดกัน

ว่ากันตามจริง ระบบรักษาความปลอดภัยของชุมชนนี้ถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่ง มีรถตำรวจสายตรวจขับผ่านถนนสายต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง และแทบจะไม่มีวี่แววของอาชญากรที่มาเดินเตร็ดเตร่เสียเวลาแถวนี้เลย ที่นี่จึงถูกจัดว่าเป็นย่านของชนชั้นกลาง

คุณรอสซี่และคุณนายรอสซี่ พร้อมด้วยลูเซีย ลูกสาวของพวกเขา กำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน เมื่อเห็นทั้งสองมาถึง พวกเขาก็รีบก้าวออกมาทักทายทันที “บาทหลวงแอนตัน . . .”

แอนตันเมินสายตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของสองผู้ใหญ่ เขาหันไปทางราฟาเอลแล้วออกคำสั่ง “ก่อนที่จะระบุตัวตนของมัน จัดการขั้นตอนเบื้องต้นให้เรียบร้อยก่อน”

“ครับ คุณพ่อ!” ราฟาเอลซึ่งถือกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่วางมันลงบนพื้น แล้วหยิบแท่งกำยานออกมาสองสามอัน จากนั้นเขาก็หยิบกระถางกำยานสีทองที่มีโซ่ห้อยออกมา แล้วเตรียมอุปกรณ์เพื่อเริ่มการสะกดข่มความชั่วร้าย

“ไม่ต้องตกใจไปนะครับ ก่อนอื่นสหายของผม บาทหลวงราฟาเอล จะจัดการเรื่องการปกป้องพวกคุณก่อน”

ลูเซียมองพ่อแม่ของเธอซึ่งตกอยู่ในความเงียบ พวกเขาเคยได้ยินเรื่องเล่าต่าง ๆ มาบ้าง แต่ไม่เคยจินตนาการเลยว่าแอนตันจะเตรียมพร้อมรับมือเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี

“ในนามแห่งสวรรค์ แสงสว่าง และผืนพิภพ จงชำระล้างอาณาเขตนี้ และนำพาแสงสว่างมาสู่ความมืดมิดที่กำลังทรมานครอบครัวนี้” แอนตันเริ่มสวดเป็นภาษาละติน พลางเดินไปรอบ ๆ ตัวบ้าน ขณะที่ราฟาเอลก็ทำการโปรยกำยาน โดยเหวี่ยงโซ่และกระถางกำยานไปมา

โดยปกติแล้วปีศาจหรือวิญญาณมักจะหมายหัวคนในครอบครัวไว้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อย้ายจากร่างหนึ่งไปยังอีกร่างหนึ่ง แต่ตอนนี้ตัวบ้านได้รับการปกป้องแล้ว และสมาชิกครอบครัวรอสซี่ก็ไม่มีใครแสดงอาการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั่นหมายความว่าพวกเขายังปลอดภัยดี

“เตรียมการเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” ราฟาเอลถอนหายใจขณะที่เหงื่อเย็นผุดซึม เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าแอนตันจะมอบหมายงานให้เขาทำมากขนาดนี้ตั้งแต่เริ่มแรกที่มาเป็นผู้ช่วย

แอนตันสังเกตการณ์อย่างระแวดระวังก่อนที่จะลดการป้องกันลง ปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายนั้นอันตรายอย่างแท้จริง เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อนหลายชั้น ท้ายที่สุดแล้วความสามารถของตัวตนแห่งความมืดเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยเจตนาร้าย แม้ว่าตัวเขาและราฟาเอลอาจจะได้รับการปกป้องจากการสิงสู่ต้องคำสาป แต่ครอบครัวของเหยื่อนั้นไม่

“พวกคุณรู้อยู่แล้วว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้ และจงเงียบเข้าไว้ คอยดูพวกเราทำงานก็พอ เรารู้ว่าลูกชายของคุณกำลังถูกสิงสู่โดยตัวตนชั่วร้าย ผมจะรับประกันว่าเรื่องมันจะไม่บานปลาย ดังนั้นจะมีพวกคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าไปกับผมได้”

แอนตันอยากให้เป็นพ่อของเด็กชายมากกว่า เพราะผู้เป็นแม่อาจจะแสดงท่าทีตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ส่วนลูเซียนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่อยู่ในมาตรฐานของเขา

“บาทหลวงครับ ให้ผมเข้าไปกับคุณ”

“คุณรอสซี่ คุณพร้อมนะครับ?” แอนตันเอ่ยถาม พลางมองไปยังชายผู้ซึ่งดูแข็งแกร่งกว่าที่ตาเห็น

“ผมพร้อมครับ”

แอนตันพยักหน้า หยิบกางเขนเงินออกมาสามอัน แล้วกล่าวว่า “ทุกคนสวมกางเขนนี้ไว้ นอกจากคุณแล้ว ห้ามมีใครคนอื่นเข้าไปกับเรา”

เวลาทำพิธีขับไล่ผีให้กับครอบครัวใดโดยเฉพาะ เขามักจะอนุญาตให้ญาติ ๆ ติดตามเขาไปตลอดกระบวนการเพื่อปลอบโยนพวกเขา ท้ายที่สุดแล้ว เจ้าของร่างที่ถูกสิงสู่ก็ไม่ได้สติอยู่แล้ว

แต่ลูเซียไม่ควรต้องมาพบเห็นอะไรเช่นนี้ แม้ว่าเธอดูเหมือนจะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ก็ไม่แนะนำอยู่ดี เพราะผู้คนมากมายมักจะบอบช้ำทางจิตใจกับสิ่งที่จะได้เห็นหลังจากนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในครั้งนี้ แอนตันจึงยอมให้แค่พ่อของเด็กชายเข้าไปด้วยเท่านั้น

ในโลกใบนี้การจะเป็นบาทหลวงได้นั้นต้องการอะไรที่มากกว่าแค่ความเชื่อ ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้จึงไม่มีใครตั้งคำถามกับการที่แอนตันสามารถเป็นบาทหลวงได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะคะ และต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ติดต่อคุณไปก่อน” คุณนายรอสซี่มองแอนตันและรู้สึกว่าเธอน่าจะมาหาเขาโดยตรงก่อนที่จะไปที่โบสถ์

แอนตันพยักหน้า เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ตกลงครับ คุณรอสซี่ นำทางผมไปหาลูกชายคุณเถอะ”

“ได้ครับ” คุณรอสซี่อยากจะไปหาหมอก่อน แต่ตอนนั้นมันยังเช้าเกินไป อีกอย่างอาการที่ จอร์ช ลูกชายของเขาเป็น ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บที่จะรักษาให้หายได้ด้วยยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรู้ดีว่าเมื่อใดที่มีบางสิ่งอันมืดมิดซุ่มซ่อนอยู่รอบตัวพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเลือกติดต่อบาทหลวงให้มาจัดการเรื่องนี้เป็นอันดับแรก

“ระบุตัวตนของมัน นั่นคือสิ่งแรกที่ต้องทำตามหลักทฤษฎี”

ราฟาเอลพยักหน้า เขาดึงคัมภีร์กริมมัวร์เล่มใหญ่ออกมา กวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเดินตามคุณรอสซี่ซึ่งกำลังนำทางพวกเขาไปยังห้องของลูกชาย

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ครั้งนี้แอนตันกลับรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าปกติ แม้ว่าสถานการณ์จะดูไม่เลวร้ายเท่าการขับไล่ผีครั้งอื่น ๆ ที่ผ่านมา แต่เขาก็รู้ดีว่างานนี้ไม่ง่ายแน่

ภายในบ้านไม่มีร่องรอยของตัวตนชั่วร้าย ไม่มีเป้าหมายที่ถูกสาป หรือหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ามีคนเล่นไสยศาสตร์มนต์ดำในสถานที่แห่งนี้

พวกเขาเดินตามคุณรอสซี่ขึ้นไปยังชั้นสอง และในไม่ช้าก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศในอากาศ ซึ่งแม้แต่ราฟาเอลก็รู้สึกได้

กลิ่นที่สัมผัสได้นั้นคล้ายกับกลิ่นถ่านหินที่ถูกเผาไหม้ เป็นกลิ่นแบบเดียวกับที่คนเราจะได้กลิ่นเมื่ออยู่ใกล้กองไฟ

ในสถานการณ์เช่นนี้ กลิ่นที่ว่านี้เห็นได้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับปีศาจ ประตูแห่งนรกได้ถูกเปิดออกแล้ว และงานนี้ก็ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง

“เป็นตัวตนไร้กายเนื้อ ระดับพลังความมืดสูง นอกจากสิงสู่แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอื่น” ราฟาเอลพึมพำขณะระบุประเภทของตัวตนที่พวกเขากำลังจะกำจัด

แอนตันขมวดคิ้วมุ่น เขามองตรงไปยังสุดทางเดิน ซึ่งมีประตูบานหนึ่งที่แขวนกางเขนเงินไว้ด้านนอก

“คุณรอสซี่ ตั้งใจฟังคำถามของผมให้ดีนะ คุณแน่ใจนะว่าคุณติดกางเขนไว้นอกประตูอย่างถูกต้องแล้ว?” แอนตันถอดเสื้อคลุมของเขาวางไว้ด้านข้าง พลางดึงสายประคำสีเงินออกมา

เขาถามคำถามนี้ออกไปเพราะสังเกตเห็นว่ากางเขนนั้นเอียงไปเล็กน้อย ซึ่งนั่นเพียงพอที่จะทำให้รู้ว่าวิญญาณตนนี้มีฤทธิ์เดชพอสมควร ระดับความเอียงยังสามารถบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของความชั่วร้ายได้ด้วย หากมันกลับหัวโดยสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังรับมือกับตัวตนที่ทรงพลังอย่างมาก

“ใช่ครับ มันติดไว้อย่างถูกต้อง ลูเซียเป็นคนติดมันอย่างดีเลยครับ” น้ำเสียงของคุณรอสซี่สั่นเทาขณะกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแอนตันก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาถอดถุงมือหนังออก แล้วเดินตรงไปยังประตูบานนั้น โดยมีราฟาเอลเดินตามไปติด ๆ

ยิ่งระยะทางใกล้เข้ามา บรรยากาศก็ยิ่งหนาวเย็นลง และดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของร่างกายจะถูกปิดกั้น ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมา แม้แต่เสียงจากภายนอกก็ดูเหมือนจะหายไปด้วยเช่นกัน

“อย่ามาล้อเล่นกับฉัน!” แอนตันพึมพำขณะเคาะประตูสามครั้ง ทันใดนั้นประตูบานนั้นก็เริ่มสั่นไหว

ราฟาเอลหันไปมองคุณรอสซี่แล้วพูดว่า “ขอกุญแจประตูด้วยครับ”

“ครับ”

แอนตันรับกุญแจมาแล้วเปิดประตูเข้าไปทันที แต่ก่อนที่ประตูจะเปิดออกจนสุดก็มีเสียงแหบพร่าราวกับคนแก่ดังเล็ดลอดออกมาจากด้านใน

“ทีนี้สิ ค่อยน่าสนุกขึ้นหน่อย ฮี่ฮี่ฮี่”

เมื่อประตูเปิดออกมันก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แอนตันจึงได้เห็นจอร์ชถูกมัดติดอยู่กับเตียงในท่าคลานสี่ขา ร่างกายของเขานอกเหนือจากกางเกงชั้นในตัวเดียวแล้วเปลือยเปล่า เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ผอมแห้งและผิดมนุษย์ ดวงตาสีขาวซีดราวกับคนตายของเขาจับจ้องไปที่เครื่องแต่งกายของแอนตัน และรอยยิ้มกว้างก็ฉีกออกบนใบหน้า

“นี่ตาฉันกำลังเห็นอะไรอยู่เนี่ย? ให้ตายสิ ตัวเหม็นอย่างกับขยะ”

จอร์ช ซึ่งกำลังมีท่าทีผิดปกติ กลับเปลี่ยนสีหน้าทันควันแล้วหันไปมองพ่อของตน ราวกับว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้แสดงท่าทีแปลกประหลาดใด ๆ “พ่อครับ พ่อจำได้ไหมตอนที่เราไปโบสถ์เฮงซวยนั่น บาทหลวงคนนี้ก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาพาผมไปที่มืด ๆ แล้วก็เริ่มเล่นกับผม พ่อจะให้เขาเข้ามาในห้องผมจริง ๆ เหรอ?”

“จอร์ช นี่ลูกพูดอะไรของลูกน่ะ?”

แอนตันหักข้อนิ้วของตนเองจนเกิดเสียงก่อนจะกล่าวว่า “อย่าพูดกับมัน ถอยไปอยู่ข้าง ๆ ไม่อย่างนั้นราฟาเอลจะพาคุณออกจากห้องนี้ไป ถ้าคุณอยากช่วยลูกชายก็อย่าไปตอบคำถามของมัน ตอนนี้เขาไม่ใช่จอร์ชที่คุณรู้จักอีกต่อไปแล้ว”

คุณรอสซี่ถูกแอนตันพูดขัดจังหวะ ซึ่งแอนตันเองกำลังจ้องมองจอร์ชที่อยู่กลางเตียงอย่างไม่วางตา

ราฟาเอล ซึ่งตอนนี้สวมชุดบาทหลวงเรียบร้อยแล้ว หันไปมองคุณรอสซี่และชี้ไปที่มุมห้อง

“อย่างนั้นน่าจะดีกว่า . . .” แอนตันพยักหน้าให้กับท่าทีนั้น เขาเดินไปที่กระเป๋าเป้ของตนแล้วหยิบวัตถุพิเศษบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ออกมา

จอร์ช ซึ่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กลับคำรามเสียงดังลั่น “ไอ้หมาปีศาจแก่ แกจะปล่อยให้พวกมันมารังแกร่างกายของลูกชายแกอย่างนั้นเหรอ? ไอ้ขี้ขลาดตาขาว แกอยากจะฆ่าฉันมาตลอดไม่ใช่หรือไง และตอนนี้พอมีโอกาส แกกลับไม่ทำอะไรเลย”

คุณรอสซี่ยังคงยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง ทำเพียงแค่กำกางเขนไว้แนบอกและสวดภาวนาในใจ

ในวินาทีต่อมาจอร์ชซึ่งเมื่อครู่ยังดูปกติดีก็เปลี่ยนท่าทีและแสดงอาการราวกับคนบ้าในทันใด เขาดิ้นรนอย่างรุนแรงเพื่อต่อต้านพันธนาการที่รัดร่างของเขาไว้

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้บาทหลวงสารเลว แกไม่มีทางช่วยชีวิตเด็กคนนี้ได้หรอก!”

“ได้ยินไหม ไอ้โง่เง่า? ลูกชายของแกกำลังจะตาย มันจะถูกเผาไหม้ในเปลวเพลิงแห่งนรก”

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีสั้น ๆ จอร์ช ซึ่งเป็นเด็กชายอายุไม่เกินสิบขวบ ก็มีพฤติกรรมราวกับคนคลุ้มคลั่ง

“ดูเหมือนแกจะมั่นใจในตัวเองเหลือเกินนะ” แอนตันพึมพำขณะจ้องมองจอร์ชอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาไม่ฉายแววหวาดกลัวใด ๆ และสายตาที่ทอดมองไปนั้นก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

เขาเคยเดินฝ่านรกมาแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องแค่นี้จึงเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาเคยประสบมา เพราะฉะนั้นเขาจะจัดการส่งมันกลับไปยังที่ที่มันจากมาด้วยมือของเขาเอง

“เริ่มกันเลย . . .”

จบบทที่ ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 6 ถ้อยคำของพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว