เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ตามหาเบาะแส

บทที่ 20 ตามหาเบาะแส

บทที่ 20 ตามหาเบาะแส


บทที่ 20 ตามหาเบาะแส

.

วันรุ่งขึ้น

หลังรุ่งสาง คนทั้งหกที่ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มก็ออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อค้นหาเบาะแส

เย่ปิน จางหลานและหนิงฮัว มาที่บริษัทรถประจำทางอีกครั้ง แต่เนื่องจากพวกเขาสูญเสียสถานะ ‘ตำรวจ’ ไปแล้ว บริษัทรถประจำทางจึงไม่ให้เบาะแสใดๆ เกี่ยวกับรถเมล์ ‘สาย 18’ กับพวกเขาอีก

“มันเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเลย เราควรทำยังไงดี?”

หนิงฮัวทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าพวกเขาสามคนจะถูกปฏิเสธตั้งแต่เช้า

เย่ปินครุ่นคิด แต่ก็คิดหาวิธีแก้ปัญหาดีๆ ไม่ออก

ขณะที่คนทั้งคู่กำลังทุกข์ใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจางหลาน

“ปินจื่อ ผมมีวิธี!”

เนื่องจากทุกคนไม่ได้เป็นตำรวจอีกต่อไปแล้ว เย่ปินจึงขอให้ทุกคนเปลี่ยนคำเรียกหา

“วิธีอะไร?” เย่ปินมองจางหลานอย่างสงสัย

จางหลานทำท่าทางบอกให้ทั้งสองเข้ามาใกล้ เพื่อบอกวิธีให้ฟัง

“แม่ สามคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่?”

หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งเดินผ่านป้ายรถเมล์พร้อมกับเด็กชายอายุ 5-6 ขวบ เมื่อเห็นพวกเย่ปินสามคน ยืนแอบอยู่ไม่ไกลจากบริษัทรถประจำทาง เด็กน้อยจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

แม่ของเด็กน้อยได้ยินเช่นนั้น เธอก็หันไปมองและพบกับทั้งสามคน เธอจึงตื่นตัวทันที และรีบอุ้มเด็กน้อยเดินออกจากป้ายรถเมล์อย่างรวดเร็ว

“เฮ้! ดูสามคนนั้นสิ ดูเหมือนกำลังวางแผนปล้นธนาคารเลย!”

“ปล้นธนาคารอะไร ธนาคารที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปตั้งสามช่วงตึก”

“จริงด้วย! แล้วพวกเขามาทำอะไรลับๆล่อๆ อยู่ตรงนั้น? ปล้นบริษัทรถประจำทางเหรอ?”

ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา พอเห็นพวกเขาสามคน ต่างก็แสดงสายตาระมัดระวัง และแอบพูดคุยกัน

แต่ทั้งสามคนไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เลย ในขณะนี้ เย่ปินกับหนิงฮัวกำลังฟังแผนการของจางหลานอย่างจริงจัง

“พี่หลาน ทำแบบนี้จะดีเหรอ?”

หลังจากได้ยินแผนการของจางหลาน เย่ปินก็ขมวดคิ้ว

หนิงฮัวก็เป็นเช่นเดียวกับเย่ปิน เขาขมวดคิ้วและจมอยู่ในความคิด

“แต่ผมคิดออกแค่วิธีนี้วิธีเดียว หากพวกคุณมีวิธีอื่น ก็ว่ามาผมจะฟัง”

จางหลานกางมือออก แสดงท่าทางว่าจะทำอย่างไรก็แล้วแต่คุณ

“……”

เย่ปินกับหนิงฮัวเงียบไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับแผนการของจางหลาน แต่พวกเขาก็คิดหาวิธีอื่นไม่ได้เหมือนกัน

“เฮ้อ เอาไงเอากัน จนถึงตอนนี้ นี่เป็นทางเลือกสุดท้าย”

เย่ปินส่ายศีรษะ และทำได้เพียงเลือกที่จะเห็นด้วย

หลังจากทั้งสามคนออกจากบริษัทรถประจำทาง ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ พวกเขาก็กลับมาที่บริษัทรถประจำทางอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้กลับมาพร้อมกัน หนิงฮัวขับรถไปจอดอยู่ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนจางหลานสวมชุดลายดอกแบบคนชรา สวมหมวกทรงที่ล้าสมัยมาก และยังมีหนวดเคราสีขาวห้อยอยู่บนปากด้วย

จางหลานถือไม้เท้าเดินกะโผลกกะเผลกอยู่ไม่ไกลจากบริษัทรถประจำทาง

ส่วนเย่ปินไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังอยู่ในชุดที่สวมใส่ตามปกติ

“พร้อมหรือยัง?” พวกเขาสามคนมีหูฟังอยู่ที่หู ตอนนี้พวกเขากำลังสื่อสารกันผ่านหูฟัง

“พร้อม!”

“เริ่มได้!”

หลังจากได้รับคำสั่งเริ่มปฏิบัติการ จางหลานที่ยืนพิงไม้เท้า แต่งตัวแบบเกินจริง ก็เดินกะโผลกกะเผลกไปที่ประตูบริษัทรถประจำทาง

ในขณะนี้หนิงฮัวก็สตาร์ทรถและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แล้วไปเบรกหยุดรถอยู่ไม่ไกลจากจางหลานนัก

“ไกลไป!”

จางหลานพูดผ่านชุดหูฟัง หลังจากมองไปรอบๆ เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ เขาก็รีบก้าวเข้าไปใกล้ๆรถของหนิงฮัวอย่างรวดเร็ว แล้วงอขาล้มลงไปข้างๆ รถของหนิงฮัว

“โอ๊ย! ฉันถูกรถชน! ฉันถูกรถชน!”

จางหลานแกล้งร้องตะโกนด้วยเสียงของชายชรา

“อ๊ะ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” หนิงฮัวรีบลงจากรถ มองจางหลานด้วยความเป็นห่วง และก้าวไปหาเพื่อช่วยจางหลาน

จางหลานยื่นมือออกไปตบหลังมือของหนิงฮัวเบาๆ แล้วเริ่มแสดง

“ไอ้หนู ขับรถประสาอะไร! ไม่มีตาหรือไง! โอ๊ยโหยว! เอวฉัน! โอ๊ยโหยว! ฉันยืนไม่ได้แล้ว! โอ๊ยโหยว! ไม่มีใครสนใจเลยเหรอ! ไม่มีใครสนใจฉันเลยเหรอ!”

จางหลานพูดได้ปลอมมาก จนหนิงฮัวที่เห็นฉากนี้ แทบจะอดทนไม่ให้ตัวเองหัวเราะออกมาดังๆไม่ไหว

“เฮ้! จริงจังหน่อย แสดงต่อเร็วเข้า!” จางหลานพึมพำ ด้วยเสียงที่มีเพียงหนิงฮัวเท่านั้นที่ได้ยิน

เมื่อหนิงฮัวได้ยิน เขาก็รีบพูดขอโทษต่อไป

“โอ้ คุณปู่ ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ ผมไม่ทันมองจริงๆ”

“โอ๊ยโหยว! ฉันไม่รอดแล้ว! เร็ว! ช่วยพาฉันไปโรงพยาบาล! โอ๊ยโหยว! ฉันทนไม่ไหวแล้ว โทร 120 ด่วน!”

หลังจากที่จางหลานสร้างความวุ่นวาย กลุ่มคนก็มารวมตัวกันหน้าบริษัทรถประจำทางเพื่อชมความตื่นเต้น

ในช่วงเวลานี้ จางหลานยังคงแสดงทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยมต่อไป และร่ำร้องต่อไป

ในทางกลับกัน หนิงฮัวเพียงแสดงรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า ไม่มีทักษะการแสดงใดๆ

“เกิดอะไรขึ้น!”

“ดูเหมือนจะมีรถชนคน!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คนจากบริษัทรถประจำทางก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน

“ลองไปดูหน่อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นพอๆกัน ไม่นานพวกเขาก็เข้าร่วมกับฝูงชน

ในขณะนี้คนในบริษัทรถประจำทางจำนวนมากก็เฝ้าดูเหตุการณ์จากทางหน้าต่าง

“โอ๊ยโหยว! โอ๊ยโหยว!” จางหลาน ทุบพื้นเบาๆ ในขณะที่แสดงท่าทางที่สร้างสรรค์

“ปินจื่อ ลงมือได้แล้ว!”

จางหลานพึมพำเบาๆ พูดกับเย่ปินผ่านหูฟัง

พอได้ยิน เย่ปินก็เริ่มดำเนินการ ในขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจจางหลานกับหนิงฮัว เย่ปินก็เข้าไปในบริษัทรถประจำทาง จากนั้นก็เข้าไปยังห้องเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

ห้องเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ก็มีคนเฝ้าอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ผู้ปฏิบัติหน้าที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอกอยู่

“เอ๋! เกิดอะไรขึ้น!”

เย่ปินพูดราวกับคุ้นเคยกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ แล้วรีบเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปข้างนอก

“ดูเหมือนจะมีรถชนคน!”

“จริงเหรอ! มีคนตายไหม!”

“น่าจะไม่มี ยังมีเสียงคร่ำครวญอยู่ตรงนั้น”

ผู้ปฏิบัติหน้าที่พูดคุยกับเย่ปิน

“จริงเหรอ? ขอดูด้วยคนสิ!”

เย่ปินก้าวไปหาผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่หยิบUSB แฟลชไดรฟ์ออกมาจากกระเป๋า และเสียบไปที่โฮสต์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว หน้าจอของโฮสต์คอมพิวเตอร์กลายเป็นสีดำทันที จากนั้นเขาก็แทรกตัวไปอยู่ข้างๆ ผู้ปฏิบัติหน้าที่

“โอ๊ยโหยว! โอ๊ยโหยว!” เพื่อให้ความร่วมมือกับเย่ปิน จางหลานจึงพัฒนาทักษะการแสดงของเขาอีกครั้ง

“โอ๊ย! ยังไม่มีใครเรียกรถพยาบาลอีกเหรอ! คุณปู่คนนั้น ส่งเสียงร้องได้น่าเวทนานัก!”

“ใช่! แต่มันดูปลอมๆ ไปหน่อยนะ!” เย่ปินเห็นด้วย

เวลาผ่านไปประมาณสองนาที หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็กลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง เย่ปินรีบนำUSB แฟลชไดรฟ์กลับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ออกจากห้องเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

“หือ? คนเมื่อกี้เป็นใคร?” หลังจากเย่ปินออกไป ผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็รู้ตัวว่า เมื่อครู่มีคนเข้ามา

“เสร็จแล้ว! สลายตัวได้!” เย่ปินเดินออกจากบริษัทรถประจำทาง และเดินจากไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากได้ยินคำพูดของเย่ปิน จางหลานก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปขึ้นรถพร้อมกับหนิงฮัว จากนั้นทั้งสองคนก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงผู้เห็นเหตุการณ์ที่กำลังสับสน

“……”

“หมายความว่าไง?”

“ถ่ายหนังเหรอ?”

“ล้อเล่นใช่ไหม?”

“ไม่! ใครช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยสิว่า มันเกิดอะไรขึ้น!”

ผู้ชมที่มาร่วมสนุกดูเหตุการณ์ต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

จบบทที่ บทที่ 20 ตามหาเบาะแส

คัดลอกลิงก์แล้ว