- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 53 โพคัพรอบสุดท้าย 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 53 โพคัพรอบสุดท้าย 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 53 โพคัพรอบสุดท้าย 💸
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 53 โพคัพรอบสุดท้าย
สถานที่ต่อสู้ระหว่างลุคกับพวกคนคลุมหน้าเละเทะไปหมด มีรากไม้เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นทุกหนแห่ง พื้นที่บางส่วนถูกเผา และมีท่อนไม้นอนตะแคงอยู่
ลุควิ่งเข้าไปหาอีนิดทันที คนที่ช่วยเธอไว้คือแอนดรูว์ พี่ชายของเธอ เขาใช้ร่างมนุษย์หมาป่าเต็มตัวเพื่อให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น
ตอนนี้แอนดรูว์กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์แล้ว เขากำลังกอดอีนิดอยู่ สภาพของเขาไม่สู้ดีนักมีรอยบาดและบาดแผลหลายแห่ง
“เธอเป็นอะไรไหม อีนิด” ลุคถามด้วยความเป็นห่วง
“ลุค!” อีนิดร้องอุทานพลางกอดแฟนหนุ่มของเธอแน่น
“โอ๊ย!” ลุคคำรามออกมาเมื่อบาดแผลจากกรงเล็บบนหน้าอกของเขาถูกกระทบ นอกจากบาดแผลนั้นแล้ว เขายังมีกระดูกหักอยู่บ้างและพลังงานก็หมดเกลี้ยง
การควบคุมรากไม้จำนวนมากขนาดนั้นเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเขา รากของต้นไม้ฝังลึกอยู่ใต้ดิน และต้องใช้สมาธิอย่างมากในการควบคุมมัน เขายังใช้พลังเกินขีดจำกัดไปเพราะความโกรธและความเกลียดชังที่เห็นอีนิดถูกทำร้าย
“ขอโทษนะ” อีนิดพูดพลางมองบาดแผลบนหน้าอกของลุคอย่างเป็นกังวล
“ไม่เป็นไร แล้วเธอล่ะ เป็นอะไรไหม” ลุคถามพลางสำรวจร่างกายของอีนิดอย่างละเอียด บาดแผลร้ายแรงเพียงอย่างเดียวของเธอคือรอยไหม้ที่ไหล่ และมันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก
“อืม ไม่ต้องห่วง แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้” อีนิดพูดแล้วจูบลุคอย่างกะทันหัน
ลุคประหลาดใจกับจูบที่ดูดดื่มและไม่ทันตั้งตัว แต่เขาก็ยอมรับมัน มันเป็นความรู้สึกที่ดีหลังจากการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต ความโกรธของเขาเริ่มบรรเทาลง ซึ่งต้องขอบคุณสิ่งนี้และข้อเท็จจริงที่ว่าแฟนสาวคนสวยของเขาปลอดภัยดี
“แค่ก ๆ . . .” แอนดรูว์กระแอมหลายครั้ง ทั้งคู่จึงผละออกจากกันด้วยความเขินอายเล็กน้อย
“เวโรนิก้ากับแดฟนี่กำลังสู้กับพวกแม่มดแฮ็กสองคนอยู่ เราน่าจะไปช่วยพวกเขานะ” ลุคให้ความเห็น
“ไม่ต้องห่วง ทอมมี่กับแบรดกำลังช่วยพวกเขาอยู่ ป่านนี้คงจัดการพวกนั้นได้แล้วล่ะ” แอนดรูว์พูด ลุคจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่มีอารมณ์จะไปเผชิญหน้ากับพวกแม่แฮ็กกึ่งอมตะสองคนนั่นหรอก
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่มีใครจากโรงเรียนมาที่เกาะเลย ป่านนี้พวกเขาน่าจะรู้แล้วว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น” แอนดรูว์เสริม
“พวกนั้นเตรียมตัวมาดี พวกมันยังมีเครื่องเคลื่อนย้ายมิติเพื่อหนีอีกด้วย” ลุคพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง พวกมันคงจะสร้างบาเรียหรืออะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาในเกาะได้ในขณะที่พวกมันกำลังลงมือโจมตี
“แต่พวกเขาเป็นใครกัน ทำไมถึงมาโจมตีเรา” อีนิดถาม
แอนดรูว์ส่ายหน้า เขาไม่รู้เหมือนกัน ส่วนลุคไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่าเป้าหมายของซาบริน่าคือการฆ่าเขา และดูเหมือนว่าเธอจะพาพรรคพวกมาช่วยในภารกิจของเธอด้วย
“เจ้าหมอนั่นยังอยู่รึเปล่า” แอนดรูว์ถามพลางมองไปยังชายคลุมหน้าที่ถูกรากไม้หลายเส้นเสียบทะลุ ดูเหมือนว่าเขาจะถูกตรึงกางเขน แต่เป็นด้วยรากไม้
“ไม่น่าจะรอดนะ . . .” ลุคตอบ รากไม้คงจะทะลุอวัยวะภายในของเขาไปหลายส่วน เขาจะรอดได้ก็ต่อเมื่อมีพลังฟื้นฟูเหมือนพวกแม่มดแฮ็ก และนั่นไม่ใช่กรณีนี้ แม้แต่แม่มดแฮ็กก็ยังตายได้ถ้าโดนรากไม้จำนวนมากขนาดนั้นทะลุหัวใจสีดำ
ส่วนความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับการฆ่าคน หรือพูดให้ถูกคือ มนุษย์หมาป่า ลุคไม่รู้สึกเสียใจหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ถ้าเขาไม่ทำเขาก็จะถูกมนุษย์หมาป่าตัวนั้นฆ่า
“น่าเสียดาย เราน่าจะสอบปากคำมันได้” แอนดรูว์พูดพลางส่ายหัวเล็กน้อย อีนิดมองชายคลุมหน้าที่ถูกรากไม้เสียบทะลุโดยไม่มีอารมณ์ร่วมมากนัก เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวที่เห็นคนตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนคนนั้นคือคนที่ต้องการจะฆ่าแฟนหนุ่มของเธอและเธอไม่รู้จักเขา
‘นี่แหละโลกของพวกผู้แปลกแยก ’ ลุคคิด ประหลาดใจและโล่งใจในเวลาเดียวกัน เขาคิดว่าอีนิดจะมองเขาเหมือนฆาตกรโรคจิต แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
“เธอบอกว่าซาบริน่าตายเหรอ?” ลุคถามพลางมองไปที่อีนิด
สีหน้าของอีนิดก็กลับมาหม่นหมองและเศร้าสร้อย ดวงตาของเธอเอ่อคลอเหมือนจะร้องไห้ออกมา
“ไอ้พวกสารเลวนั่นฆ่าคนของเราได้งั้นเหรอ!?” แอนดรูว์ถามพลางกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ
ในกรณีของเขาระหว่างที่กำลังต่อสู้กับทอมมี่ เขาก็ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวจากเด็กสาวแวมไพร์ผมขาวแสนสวย เพราะเสียสมาธิไปชั่วครู่ เด็กสาวจึงกัดคอและดูดเลือดของเขาได้สำเร็จ จากนั้นเธอก็จัดการเขากับทอมมี่จนราบคาบ แล้วก็จากไปเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ต้องขอบคุณที่ยัยลูกครึ่งนั่นจากไป พวกเขาถึงได้มีเวลาฟื้นตัวกับทอมมี่
“ตอนที่ฉันกับซาบริน่าเห็นสุสานแต่ไกล และเห็นการต่อสู้ระหว่างเวโรนิก้ากับแดฟนี่และพวกแม่มดแฮ็กสองคน เรากำลังจะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกคนคลุมหน้านั่นสกัดไว้ มันโจมตีเรา แต่เป้าหมายหลักของมันคือซาบริน่า . . .” อีนิดเริ่มเล่าพลางสูดหายใจ
“ในการโจมตีครั้งหนึ่งของมัน มันโจมตีซาบริน่าด้วยไฟจนมอดไหม้ไปทั้งตัว” เธอเสริมหลังจากนั้นไม่กี่วินาที น้ำตาไหลพรากและกอดลุคแน่นอีกครั้ง
ครั้งนี้ลุคเก็บเสียงครางไว้ในใจและกอดอีนิดพลางลูบหลังเธอเพื่อปลอบโยน
“ไปรวมตัวกับคนอื่นแล้วกลับไปที่เรือแคนูกันเถอะ” แอนดรูว์พูดหลังจากผ่านไปหลายนาที อีนิดพยักหน้า เช็ดน้ำตา แล้วพวกเขาก็เริ่มเดิน
ในเวลาไม่กี่นาทีพวกเขาก็กลับมาถึงสุสาน ร่างแหลกเหลวของพวกแม่มดแฮ็กสองตนนอนไร้ชีวิตอยู่ ดูเหมือนว่าเวโรนิก้า แดฟนี่ และทอมมี่จะรู้เรื่องหัวใจสีดำของสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจพวกนี้
ทั้งสามคนนั่งอยู่บนพื้นเพื่อพักหายใจในสภาพที่ไม่น่าดูนัก พวกเขามีบาดแผลตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและบาดแผลอื่น ๆ อีกมาก คนที่อาการหนักที่สุดคือทอมมี่ เพราะไม่เหมือนแอนดรูว์ เขาต้องเข้าร่วมการต่อสู้ทั้งที่บาดเจ็บอยู่แล้ว
“พวกเธอสองคนไปก่อนเลย ฉันจะไปดูศพหน่อย” ลุคพูดพลางหันหลังกลับ แอนดรูว์และอีนิดพยักหน้า
ห่างออกไปไม่ไกล พวกเขามองเห็นบริเวณที่ถูกเผาและร่างคล้ายมนุษย์นอนอยู่บนพื้น
ลุคเดินเข้าไปใกล้และในที่สุดก็ได้เห็นร่างที่ไหม้เกรียมอยู่บนพื้น ผิวหนังดำเป็นตอตะโก มันหดตัวและปริแตกภายใต้ความร้อนสูง กลิ่นฉุนของควันและเนื้อไหม้คละคลุ้งไปในอากาศ แทรกซึมเข้าไปในโพรงจมูกของลุค
‘น่าขยะแขยง’ ลุคคิดอย่างรังเกียจพลางบีบจมูก
[คนคนนี้ไม่ใช่ซาบริน่า] ลุคพูดกับเอ็ดการ์ที่ลอยตัวอยู่และมองดูศพ
“ก็เป็นไปได้ ยากที่จะหาคนสองคนที่ใช้ทักษะเดียวกันด้วยพลังที่เท่ากัน ลองใช้ตาที่สามของเจ้าตรวจสอบดูสิ” เอ็ดการ์กล่าว
ลุคตั้งสมาธิ ในไม่กี่วินาที ดวงตาที่สามก็ปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของเขา ดวงตานั้นคล้ายกับดวงตาปกติของเขา เพียงแต่มีแสงนวลตาที่ดูราวกับไม่ใช่ของโลกนี้ส่องสว่างอยู่รอบ ๆ
ความสามารถนี้เรียกว่า ‘ดวงตาแห่งสัจธรรม’ ทักษะที่ผู้หยั่งรู้ทุกคนควรเรียนรู้ มันช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นออร่าและพลังของคนอื่นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเรียนรู้ และลุคก็พบว่ามันยากกว่าการเรียนรู้การตรวจจับเจตนาเพื่อการต่อสู้ หรือที่เขาเรียกว่าฮาคิสังเกตเสียอีก
เมื่อมองไปที่ร่างไหม้เกรียม ลุคสามารถมองเห็นออร่าสีส้มจาง ๆ ในทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไป ออร่าก็ยิ่งอ่อนลงเรื่อย ๆ นั่นเป็นเพราะคนคนนั้นตายแล้ว
[มีแค่ออร่าสีส้ม ไม่มีร่องรอยของออร่าสีแดงเลย เป็นตัวปลอมสินะ] ลุคพูดพลางเดาะลิ้น ตาที่สามของเขาหายไปจากหน้าผากอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้คนอื่นเห็นมัน
ลุคสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนแข่งเรือแคนูแล้วว่า ‘ซาบริน่า’ คนนี้มีพลังไฟที่อ่อนมาก แม้แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ซาบริน่าแสดงให้เห็นที่โรงเรียน ในทางกลับกันเขากลับสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึงกันหลายอย่างระหว่างคนคลุมหน้าที่ลักพาตัวอีนิดกับซาบริน่าตัวจริง
ส่วนเรื่องที่ว่าเธอทำได้อย่างไรนั้น เขาไม่รู้ แต่ก็ไม่สนใจ การรู้ว่าเธอส่งตัวปลอมมาได้ยังไงจะมีประโยชน์อะไร? ด้วยการปลอมตัวที่ทีมของเธอเลือก มันง่ายที่จะส่งตัวปลอมมา และทักษะการชักจูงของเธอก็ทำให้คนยอมสละชีวิตเพื่อเธอได้
คนคนนั้นคงไม่ใช่คนจากเนเวอร์มอร์ แน่นอนว่าเป็นสมุนของตระกูลสเปลล์แมนหรืออะไรทำนองนั้น
เมื่อไม่มีอะไรให้ดูอีก เขาก็กลับไปที่กลุ่ม เมื่อทุกคนฟื้นคืนพลังงานแล้ว พวกเขาก็เริ่มเดินไปที่เรือแคนู ไม่มีใครคิดถึงเรื่องโพคัพอีกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่เป็นเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่
การเดินทางเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ทุกคนกำลังประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น นักเรียนเนเวอร์มอร์คนหนึ่งถูกฆ่าโดยกลุ่มคนนิรนาม คนเดียวที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้คือลุค เพราะเขารู้ว่ามันเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งหมด แม้ว่าคนที่ตายจะเป็นคนจริง ๆ ก็ตาม
มีคนตายสองคน แต่มีเพียงคนเดียวที่เป็นหนึ่งในผู้โจมตี ไม่มีใครนับพวกแม่มดแฮ็กว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เท่าเทียมกับพวกผู้แปลกแยกทั่วไป
ระหว่างทางพวกเขาได้พบกับผู้คนจำนวนมาก สมาชิกทีมคนอื่น ๆ อาจารย์ใหญ่ลาริสซ่า วีมส์ และครูทุกคน
พวกเขาตกใจเมื่อเห็นสภาพของนักเรียน และยิ่งกว่านั้นเมื่อได้ยินเรื่องการโจมตีจากคนแปลกหน้าและนักเรียนคนหนึ่งถูกเผาจนเสียชีวิต ซึ่งมันเป็นวันที่ยาวนานมากสำหรับลุค
ดังนั้นการแข่งขันโพคัพครั้งที่ 125 ก็ได้ปิดฉากลง โดยไม่มีผู้ชนะ และกลายเป็นการแข่งขันที่น่าเศร้าที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นมา