- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 36 การต่อสู้กับรุ่นพี่
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 36 การต่อสู้กับรุ่นพี่
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 36 การต่อสู้กับรุ่นพี่
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 36 การต่อสู้กับรุ่นพี่
“อย่ามาแกล้งโง่หน่อยเลย นายคิดว่าหนังสือของสมาคมไนต์เชดจะถูกขโมยไปได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?” เด็กสาวอีกคนที่นั่งข้างเวโรนิก้าพูดขึ้นเป็นครั้งแรก
ต่างจากเด็กสาวผมแดงที่มีออร่าขี้เล่น หรือเวโรนิก้าที่แฝงไว้ด้วยความสูงส่งและหยิ่งยโส เด็กสาวคนนี้มีผมสีดำยาวประบ่าและสายตาเย็นเยียบ
“นั่นเป็นการใส่ร้ายป้ายสีและดูหมิ่นฉันนะ ไหนล่ะหลักฐาน?” ลุคถาม
“เรามีหลักฐาน เราแค่ต้องแสดงมันให้อาจารย์ใหญ่ดู การขโมยของจากสมาคมไนต์เชดไม่ใช่ความผิดสถานเบานะ” เด็กสาวคนเดิมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แดฟนี่ อย่าไปขู่เขาสิ” เด็กสาวผมแดงพูดพร้อมรอยยิ้มขบขัน
‘ราวกับว่าสมาคมบ้า ๆ นั่นมันยิ่งใหญ่เสียเต็มประดา’ ลุคคิดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เขาเห็นกับตาว่าพวกนั้นลบหลู่ห้องโถงหลักของสมาคม และตัวการก็นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขานี่เอง
จากน้ำเสียงไร้อารมณ์ของเด็กสาวคนนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีวิธีเอาผิดเขาได้จริง ๆ ซึ่งนั่นคงไม่ดีแน่ เขาไม่อยากถูกลงโทษ และต้องใช้ไพ่ตายของเขาแล้ว
“แค่คืนหนังสือมาซะ ไอ้หนู” เด็กหนุ่มร่างกำยำอีกคนพูดพลางวางมือลงบนไหล่ของลุคและบีบอย่างแรง
ลุคมองไปที่เขา และในชั่วพริบตา เด็กหนุ่มคนนั้นก็กระเด็นไปข้างหลังจนกระทั่งร่างกระแทกเข้ากับเสา เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ก่อนที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหมดสติไป
ลุคออมแรงไว้แล้ว ถ้าเขาใช้พลังเต็มที่เหมือนตอนที่สู้กับแม่มดแฮ็ก เขาคงสร้างความเสียหายได้มากกว่านี้ ถึงแม้เด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นพวกผู้แปลกแยก แต่พลังชีวิตของเขาก็เทียบกับแม่มดแฮ็กตนนั้นไม่ได้เลย
“มีแค่แฟนฉันเท่านั้นที่แตะต้องตัวฉันได้” ลุคพูดพลางปัดไหล่ของตัวเอง
“ไอ้สารเลว!” แบรดตะโกนลั่นและพุ่งเข้าใส่ลุค ปล่อยหมัดอันทรงพลังออกมา คนที่เพิ่งถูกอัดจนน่วมคือเพื่อนสนิทของเขา
‘จิตสังหารของมันสูงมาก’ ลุคคิดพลางหลบหมัดนั้นได้อย่างง่ายดาย ความเร็วนั้นเหนือกว่าของอีนิด แต่ด้วยฮาคิสังเกตของเขา การหลบหลีกจึงเป็นเรื่องง่าย
ลุคปล่อยหมัดฮุคใส่แบรด ซึ่งทำอะไรไม่ได้และถูกชกเข้าเต็ม ๆ ศีรษะของเขาสะบัดไปข้างหลัง แต่นั่นยังไม่พอ ความอึดของมนุษย์หมาป่าของเขานั้นมากเกินไป และพละกำลังทางกายของลุคก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
“อ่อนหัด!” แบรดคำรามและพุ่งเข้าใส่ลุคอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทันทีที่เขากำลังจะชกลุค เขากลับรู้สึกว่าร่างกายทั้งร่างถูกตรึงเอาไว้ เขาขยับไม่ได้
ลุคยื่นมือออกไป ชี้ไปที่แบรดซึ่งเริ่มลอยขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ห่างจากพื้นดิน จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง เขาก็ร่วงลงมาด้วยความเร็วเต็มที่สู่พื้น
ร่างของแบรดกระแทกพื้นด้วยความเร็วสูง เขารู้สึกว่าจมูกหักและเจ็บปวดไปทั่วกระดูก
“ไอ้ . . .เวร . . .” แบรดพูดพลางพยายามลุกขึ้นยืน
ลุคเหวี่ยงขาไปข้างหลังและเตะเข้าที่ใบหน้าของแบรดอย่างเต็มแรงโดยไม่ลังเล ซึ่งเขายังคงเตะไม่หยุดจนกระทั่งแบรดหมดสติไป
“ความทนทานของมนุษย์หมาป่านี่น่าชื่นชมจริง ๆ” ลุคกล่าว และทั่วทั้งบริเวณก็เงียบสงัด รองเท้าผ้าใบสีขาวข้างซ้ายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
สนูปปี้มองลุคด้วยดวงตาเบิกกว้างและเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาตะลึงในความแข็งแกร่งของลุค แต่ที่มากกว่านั้นคือความโหดเหี้ยมของเขา
“นายมันบ้าไปแล้ว” เวโรนิก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เธอพยายามจะทำดีกับนักเรียนปีหนึ่ง แต่เขากลับอัดลูกน้องของเธอจนหมอบกระแต
“บ้าเหรอ ฉันน่ะเหรอ? อย่าทำตัวเป็นพวกนอกคอกสิ เราเป็นผู้แปลกแยกนะ” ลุคพูดพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้นเล็กน้อย นี่มันช่างสดชื่นดีจริง ๆ ที่โรงเรียนเก่าของเขา เขาไม่สามารถทำตัวแบบนี้ได้
‘เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกนอกคอกหรอกเหรอ?’ ทุกคนคิดพลางมองลุคราวกับว่าเขาเป็นคนบ้า
‘เราตื่นเต้นเกินไปหน่อย’ ลุคคิดพลางหุบยิ้มและกลับมาทำสีหน้าปกติ ช่วงนี้เขาดูจะยิ้มบ่อยขึ้น นั่นเป็นเรื่องดีใช่ไหม?
“นายขโมยหนังสือสามเล่มและทำร้ายนักเรียนสองคน ภาวนาอย่าให้โดนไล่ออกแล้วกัน” เวโรนิก้ากล่าวด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เออ ๆ จะพูดยังไงก็พูดไปเถอะ ตอนนี้เรียกสองคนนั้นมานี่” ลุคพูดพลางโบกมือเรียกเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่หลังพวกผู้หญิงเหมือนเป็นบอดี้การ์ด
เด็กหนุ่มทั้งสองมีเหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก พวกเขารู้ว่าตัวเองอ่อนแอกว่าแบรดและเด็กหนุ่มอีกคน พวกเขาไม่มีทางเอาชนะลุคและพลังจิตอันทรงพลังของเขาได้เลย พวกเขาจะต้องแปลงร่างเต็มที่ และนี่ก็ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวงด้วย
“แล้วต่อไปก็ตาพวกเธอแล้วนะ สาว ๆ ฉันสงสัยจังว่าผู้ใช้ออร่าสองสายจะทรงพลังแค่ไหน?” ลุคเสริมพลางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
โดนไล่ออก? ลุคไม่กังวลเรื่องนั้นเลย เขารู้ว่าเขาจะไม่ถูกไล่ออก อย่างแรกเลยนี่คือการรุมของนักเรียนเกรดสิบหลายคนต่อนักเรียนเกรดเก้าคนเดียว เขาสามารถบอกได้ว่าเขาทำไปเพื่อป้องกันตัว และเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับอาจารย์ใหญ่ของวีมส์
แต่นี่ก็ไม่สำคัญเพราะเขาจะไม่ถูกตั้งข้อหาอยู่แล้ว เขาจะแบล็กเมลเวโรนิก้าด้วยวิดีโอเพื่อที่เธอจะได้ไม่แจ้งความ แต่ก่อนหน้านั้น เขาจะสู้กับนักเรียนหยิ่งยโสพวกนี้ที่มาหาเรื่องเขาก่อน
เวโรนิก้ายืนขึ้นจากที่นั่งและจ้องมองลุค นักเรียนสองคนที่อยู่ข้างหลังเธอถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ไปกันเถอะ พยุงสองคนนั้นขึ้นมา เราจะไปหาอาจารย์ใหญ่วีมส์กัน” เวโรนิก้าพูดพลางเริ่มเดิน วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการกับลุคคือการเปิดโปงความผิดของเขาต่อผู้มีอำนาจในโรงเรียน
เด็กหนุ่มทั้งสองรีบพยุงเพื่อนที่หมดสติขึ้นมา โดยไม่สบตาลุคเลยแม้แต่น้อย และรีบเดินตามเวโรนิก้ากับเด็กสาวอีกสองคนไป
‘น่าเบื่อชะมัด’ ลุคคิดอย่างผิดหวัง
“ใช่แล้ว ฉันเป็นคนขโมยหนังสือเอง” ลุคพูดเสียงดัง
เวโรนิก้าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็เพียงแค่แวบเดียว เธอจะไม่รับคำขอโทษของลุคอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เธอจะทำให้เขาถูกลงโทษอย่างหนักฐานที่พยายามท้าทายเธอ
“ฉันนึกเรื่องตลกมาก ๆ ออกเรื่องหนึ่ง! ตอนที่กำลังขโมยหนังสือ ฉันได้เห็นฉากที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นเลยล่ะ” ลุคพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะที่แสร้งทำขึ้น
“เด็กหนุ่มที่ชื่อทอมมี่กับเด็กสาวคนหนึ่ง . . .” ลุคเสริมพร้อมรอยยิ้ม และเวโรนิก้าก็หันขวับมาทันทีด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“นายรู้จักทอมมี่ด้วยเหรอ?” เด็กสาวผมแดงถาม แดฟนี่ เด็กสาวผู้ไร้อารมณ์ มองเวโรนิก้าอย่างสับสน ทำไมเธอถึงได้ตกใจขนาดนั้น?
“ไม่ค่อยหรอก แต่ฉันเคยเห็นเขาทำเรื่องน่ารังเกียจอยู่น่ะ” ลุคตอบพลางจ้องมองเวโรนิก้า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอมีสีหน้าประหม่า
‘อย่าบอกนะว่าคืนที่เขาขโมยหนังสือคือคืนที่ฉันกับทอมมี่ . . .’ เวโรนิก้าคิดพลางรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น
“เรื่องน่ารังเกียจ?” แดฟนี่ถามพลางเลิกคิ้ว
“เดี๋ยวฉันให้ดู ฉันอัดวิดีโอไว้ทั้งหมดเลย” ลุคพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและยังคงจ้องมองเวโรนิก้าต่อไป
“พวกเธอกลับไปก่อน อย่าเพิ่งไปรายงานเรื่องลุค เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เวโรนิก้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากปกติ
“เธอโอเคไหม?” เด็กสาวผมแดงถาม พลางมองเพื่อนและผู้นำของเธออย่างสงสัย ซึ่งปกติจะใจเย็นอยู่เสมอ ยกเว้นตอนนี้
“มีอะไรเกิดขึ้นกับทอมมี่เหรอ?” แดฟนี่ถาม
“กลับไปก่อน! ฉันจัดการเองได้!” เวโรนิก้าอุทานออกมา ปล่อยออร่าข่มขู่
เพื่อน ๆ ของเธอตกลงโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและจากไปพร้อมกับคนอื่น ๆ