- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด
ลุคกำลังอยู่ในชั้นเรียนประวัติศาสตร์ชายขอบ เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ซาบริน่าช่วยเขาฝึกซ้อม จนถึงตอนนี้เด็กสาวคนนั้นก็ยังไม่ได้ขออะไรจากเขา และลุคก็ไม่ชอบที่จะต้องติดค้างใคร
การฝึกตรึงร่างคนของเขาหยุดชะงักไปเนื่องจากลุคไม่มีคู่ซ้อม เขาวางแผนที่จะไปขอให้อีนิดช่วย แต่พักนี้เด็กสาวคนนั้นกลับไม่พูดกับเขาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะปกติเธอจะคุยกับเขาเสมอระหว่างเรียน ช่วงพัก หรือในโรงอาหาร เขาสังเกตเห็นสายตาของอีนิดที่มองมาที่เขาระหว่างเรียนหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้เข้ามาหา
“สำหรับวันนี้พอแค่นี้ พวกเธอต้องไปอ่านบทที่เก้าสำหรับคาบต่อไปด้วยนะ” ศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์กล่าวพลางปิดหนังสือเล่มหนาและปล่อยชั้นเรียน
นักเรียนเริ่มเก็บของและพูดคุยกับเพื่อน ๆ ขณะลุกขึ้นจากที่นั่ง
‘ไปบอกเพื่อนของเจ้าได้แล้วให้ช่วยเจ้าฝึกการตรึงร่าง’ เอ็ดการ์กล่าวขึ้นในหัว ขณะที่ร่างวิญญาณของเขาลอยอยู่ใกล้ ๆ ลุค โดยครั้งนี้เอ็ดการ์ไม่ได้พูดออกมา ลุคสามารถสร้างการเชื่อมโยงทางจิตกับผีตนนี้ได้แล้ว ซึ่งมันซับซ้อนกว่าการทำกับมนุษย์มาก แต่ในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ
ดังนั้นตอนนี้พวกเขาสามารถพูดคุยกันทางโทรจิตได้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุค เพราะเขาคงจะดูเหมือนคนบ้าถ้าพูดกับตัวเอง
‘ไว้วันอื่นเถอะ . . .’ ลุคตอบกลับในใจขณะเก็บของ พลางมองอีนิดเดินออกจากห้องเรียนไปกับเพื่อน ๆ ของเธอ
‘ข้าเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น’ เอ็ดการ์กล่าวพลางเอามือลูบคาง
‘คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?’ ลุคถาม
‘เจ้าไม่ยอมไปคุยกับเด็กสาวคนนั้นให้ช่วยฝึกซ้อมเพราะเธอไม่ยอมมาคุยกับเจ้าก่อนสินะ ทิ้งความหยิ่งจองหองงี่เง่านั่นไปซะ แล้วไปคุยกับเธอ’ เอ็ดการ์กล่าว
‘เงียบไปเลยน่า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย’ ลุคคำรามในใจขณะเดินออกจากห้องเรียน วันนี้ชั้นเรียนจบแล้ว เขาจะกลับไปที่หอพักและฝึกฝนโดยเน้นไปที่ออร่าสีฟ้าของเขา
‘นักเขียนหนุ่มชื่อดังลุค โพ กลัวที่จะคุยกับผู้หญิงงั้นรึ? เจ้ากลัวว่าเธอจะปฏิเสธเจ้ารึไง?’ เอ็ดการ์ถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
ลุคขมวดคิ้ว เขาตัดสินใจที่จะไม่สนใจคุณทวดของทวดผีจอมกวนประสาทตนนี้ เขาเดินออกจากห้องโถงและเห็นอีนิดยืนพิงกำแพงอยู่ ดูเหมือนว่าเธอกำลังรอใครสักคน
“ลุค . . .” อีนิดเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาหา
‘อีนิด’ ลุคคิดอย่างประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าอีนิดยอมแพ้ที่จะผูกมิตรกับเขาไปแล้ว เหมือนกับคนอื่น ๆ
“มีอะไรเหรอ?” ลุคถาม
“วันก่อนฉันเห็นนายที่ลานกว้าง ฉันไม่เคยเห็นนายออกมานอกหอพักช่วงสุดสัปดาห์เลย . . .นายไปทำอะไรมาเหรอ?” อีนิดถามพลางเล่นกับมือของตัวเอง
“เปล่า แค่ออกไปสูดอากาศ” ลุคตอบและก็รู้สึกเสียใจทันทีที่ตอบไปแบบนั้น มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะขอให้อีนิดช่วยเขาฝึกซ้อมและเขาก็พลาดมันไป
“อ๋อ แค่นั้นเหรอ . . .” อีนิดพูดด้วยสีหน้าสลด เธอคิดว่าวันนั้นลุคมองมาที่เธอและก็แอบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาจะแสดงความสนใจออกมาบ้าง แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น
“ฉันต้องไปแล้ว . . . ไว้เจอกันนะ” อีนิดพูดพลางหันหลังและเริ่มเดิน
“เดี๋ยว!” ลุคพูดขึ้นหลังจากผ่านไปสองสามวินาที และคว้ามือของอีนิดไว้ ทำให้เธอหันกลับมาด้วยความประหลาดใจและแก้มที่แดงระเรื่อเล็กน้อย
“มะ . . . มีอะไรเหรอ?” อีนิดถามอย่างประหม่าพลางก้มหน้ามองมือของลุคที่กำลังกุมมือของเธออยู่
“ที่จริงแล้ว ใช่ ฉันกำลังตามหาเธออยู่” ลุคพูดอย่างจริงจังพลางจ้องมองอีนิด
‘เขากำลังตามหาฉันเหรอ? เขาอยู่ใกล้มาก!’ อีนิดคิดพลางรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าของลุคอยู่ใกล้กับเธอมาก
เธอดีใจที่ลุคมาตามหาเธอ แต่เธอก็ประหม่ามากกว่าที่เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้และยังกุมมือเธอไว้อีกด้วย
“นายตามหาฉันทำไมเหรอ?” อีนิดถามอย่างเขินอายพลางมองไปที่ลุคและสังเกตใบหน้าของเขาได้ชัดเจนกว่าเดิม
‘มองใกล้ ๆ แล้วน่ารักกว่าอีกแฮะ’ อีนิดคิดพลางรอคำตอบของลุค
“ก็เรื่องฝึกซ้อมน่ะสิ” ลุคตอบ
. . .
บรรยากาศเงียบสงัด
“อะไรนะ? แค่เรื่องฝึกซ้อมเหรอ?” อีนิดถามหลังจากผ่านไปสองสามวินาที
“ใช่ แล้วจะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ?” ลุคพูดพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
‘เจ้าหมอนี่ . . .’ อีนิดคิดพลางขมวดคิ้วและบีบมือของลุคแน่นขึ้น
“โอ๊ย โอ๊ย อีนิด แรงบีบของเธอ เธอแรงเยอะมากนะ” ลุคพูดอย่างเจ็บปวด นาน ๆ ครั้งที่จะได้เห็นอีนิดมีสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร เขาพูดอะไรผิดไปกันนะ?
“ขอโทษนะ” อีนิดกล่าวพลางคลายแรงที่มือลง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือของลุค
“เราปล่อยมือกันได้แล้วนะ” ลุคพูดพลางพยายามจะดึงมือออกจากอีนิด ซึ่งก็ขมวดคิ้วอีกครั้งกับคำพูดนี้
โชคดีที่เธอตัดสินใจที่จะไม่โกรธกับคำพูดของลุคอีกและปล่อยเขาไป
“แล้ว . . .ทำไมวันนั้นนายไม่บอกฉันล่ะ?” อีนิดถาม
“ฉันเห็นเธอกับเพื่อน ๆ กำลังสนุกกันในบ่ายวันเสาร์ ฉันเลยคิดว่ามันคงจะน่าเบื่อถ้าต้องไปฝึกซ้อม” ลุคตอบอย่างตรงไปตรงมา
ใครกันจะอยากฝึกซ้อมในวันหยุด?
“ครั้งหน้าก็มาคุยกับฉันสิ ถ้าเป็นกับนายมันไม่น่าเบื่อหรอก” อีนิดพูดด้วยน้ำเสียงสั่งการ ทำให้ลุคประหลาดใจ
ลุครู้สึกว่าแก้มของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงพูดอะไรที่น่าอายแบบนี้กับเขา
“แค่ก ๆ . . . ไปโรงยิมกันเถอะ” ลุคพูดพลางไอและหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้อีนิดเห็น
‘ถูกต้องแล้ว จงยอมจำนนต่อความรักแห่งวัยหนุ่มซะ เจ้าเด็กเหลือขอ’ เอ็ดการ์คิดพร้อมรอยยิ้มเยาะที่ได้เห็นการแลกเปลี่ยนบทสนทนาทั้งหมดระหว่างวัยรุ่นทั้งสอง
เมื่อมาถึงโรงยิม ลุคก็อธิบายเรื่องการตรึงร่างให้อีนิดฟัง เธอไม่ได้รังเกียจที่จะต้องทำหน้าที่เป็นหุ่นซ้อม ในช่วงพักที่ลุคหยุดหายใจ เธอก็พูดคุยกับเขา และแตกต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่ลุคดูจะสนใจบทสนทนามากขึ้น
ถ้าอีนิดไม่ขัดขืนการตรึงร่าง เขาก็สามารถรั้งเธอไว้ได้นานเท่ากับที่ทำกับซาบริน่า แต่เมื่ออีนิดพยายามจะดิ้นให้หลุด เธอก็สามารถทำได้ในหนึ่งหรือสองวินาที ซึ่งต้องขอบคุณพละกำลังทางกายภาพอันมหาศาลของเธอ
วันเวลาที่เนเวอร์มอร์ผ่านไป ลุคได้อีนิดมาช่วยฝึกการตรึงร่างของเขา และเขาก็ทำได้นานขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าคนคนนั้นจะไม่ขัดขืนหรือขัดขืนก็ตาม
อีนิดไม่ได้แสดงความไม่พอใจที่ต้องเป็นหุ่นซ้อมเลย เนื่องจากคนที่ฝึกอยู่มีเพียงลุคคนเดียว
“ฟู่ . . . สามนาทีกับยี่สิบสองวินาที . . .” ลุคพึมพำพลางมองอีนิดดิ้นหลุดจากการตรึงร่างของเขา ในสมุดบันทึกบนพื้น เขาจดเวลาที่เขาสามารถรั้งอีนิดไว้ได้
เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่เขาเริ่มฝึกการตรึงร่างโดยได้รับความช่วยเหลือจากอีนิดทุกวัน ความก้าวหน้าของเขาเป็นไปได้ด้วยดี ปัจจุบันไม่ว่าอีนิดจะใช้พละกำลังสูงสุดของเธอมากแค่ไหน ลุคก็สามารถตรึงเธอไว้ได้นานกว่าสามนาที
เมื่อพิจารณาว่าอีนิดมีพละกำลังมากกว่าผู้แปลกแยกโดยเฉลี่ย มันก็เป็นเวลาที่ดี เพราะมันเพียงพอที่จะจัดการกับศัตรูของคุณได้
“มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลยนะที่ถูกรั้งไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น” อีนิดให้ความเห็นขณะยืดแขน
“ขอโทษนะ” ลุคกล่าวอย่างรู้สึกผิด เขารู้ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเมื่อคุณไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อได้แม้แต่ชิ้นเดียวเป็นเวลาหลายนาที ในตอนแรกมันเป็นเพียงไม่กี่วินาที ดังนั้นจึงทนได้ง่ายกว่า
“ฮิฮิ ไม่เป็นไรหรอก” อีนิดกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักพลางนั่งลงบนพื้นใกล้กับลุคมาก ไหล่ของพวกเขาสัมผัสกัน
ความสัมพันธ์ของเขากับลุคดีขึ้นมากในช่วงเวลานี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ลุคจะพูดขอโทษกับเธอก่อนหน้านี้ ถ้าเธอบอกเพื่อน ๆ ของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็คงจะไม่เชื่อ
“นายทำเวลาได้ดีขึ้นไหม?” อีนิดถามพลางมองไปที่สมุดบันทึก
“อืม สิบวินาที ดีขึ้นเล็กน้อย” ลุคตอบ
“ว่าแต่ เธอหนักเท่าไหร่?” ลุคเสริม เขาถามอีนิดเกี่ยวกับน้ำหนักของเธอมาหลายครั้งแล้ว แต่เด็กสาวก็ไม่ยอมตอบ เธอเป็นคนดื้อมาก เขาจำเป็นต้องรู้เพื่อที่จะได้บันทึกพลังในปัจจุบันของเขา
“เรื่องเดิมอีกแล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าเขาไม่ถามเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงกัน” อีนิดกล่าวพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าลุคราวกับว่าเธอกำลังดุเขา
“ซาบริน่าก็ตอบนะ” ลุคพึมพำ นึกขึ้นได้ว่าซาบริน่าตอบโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
รอยยิ้มของอีนิดหายไปจากใบหน้าทันทีที่เธอได้ยินชื่อของผู้หญิงคนอื่นออกมาจากปากของลุค