เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด


เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด

ลุคกำลังอยู่ในชั้นเรียนประวัติศาสตร์ชายขอบ เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ซาบริน่าช่วยเขาฝึกซ้อม จนถึงตอนนี้เด็กสาวคนนั้นก็ยังไม่ได้ขออะไรจากเขา และลุคก็ไม่ชอบที่จะต้องติดค้างใคร

การฝึกตรึงร่างคนของเขาหยุดชะงักไปเนื่องจากลุคไม่มีคู่ซ้อม เขาวางแผนที่จะไปขอให้อีนิดช่วย แต่พักนี้เด็กสาวคนนั้นกลับไม่พูดกับเขาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะปกติเธอจะคุยกับเขาเสมอระหว่างเรียน ช่วงพัก หรือในโรงอาหาร เขาสังเกตเห็นสายตาของอีนิดที่มองมาที่เขาระหว่างเรียนหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้เข้ามาหา

“สำหรับวันนี้พอแค่นี้ พวกเธอต้องไปอ่านบทที่เก้าสำหรับคาบต่อไปด้วยนะ” ศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์กล่าวพลางปิดหนังสือเล่มหนาและปล่อยชั้นเรียน

นักเรียนเริ่มเก็บของและพูดคุยกับเพื่อน ๆ ขณะลุกขึ้นจากที่นั่ง

‘ไปบอกเพื่อนของเจ้าได้แล้วให้ช่วยเจ้าฝึกการตรึงร่าง’ เอ็ดการ์กล่าวขึ้นในหัว ขณะที่ร่างวิญญาณของเขาลอยอยู่ใกล้ ๆ ลุค โดยครั้งนี้เอ็ดการ์ไม่ได้พูดออกมา ลุคสามารถสร้างการเชื่อมโยงทางจิตกับผีตนนี้ได้แล้ว ซึ่งมันซับซ้อนกว่าการทำกับมนุษย์มาก แต่ในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ

ดังนั้นตอนนี้พวกเขาสามารถพูดคุยกันทางโทรจิตได้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุค เพราะเขาคงจะดูเหมือนคนบ้าถ้าพูดกับตัวเอง

‘ไว้วันอื่นเถอะ . . .’ ลุคตอบกลับในใจขณะเก็บของ พลางมองอีนิดเดินออกจากห้องเรียนไปกับเพื่อน ๆ ของเธอ

‘ข้าเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น’ เอ็ดการ์กล่าวพลางเอามือลูบคาง

‘คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?’ ลุคถาม

‘เจ้าไม่ยอมไปคุยกับเด็กสาวคนนั้นให้ช่วยฝึกซ้อมเพราะเธอไม่ยอมมาคุยกับเจ้าก่อนสินะ ทิ้งความหยิ่งจองหองงี่เง่านั่นไปซะ แล้วไปคุยกับเธอ’ เอ็ดการ์กล่าว

‘เงียบไปเลยน่า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย’ ลุคคำรามในใจขณะเดินออกจากห้องเรียน วันนี้ชั้นเรียนจบแล้ว เขาจะกลับไปที่หอพักและฝึกฝนโดยเน้นไปที่ออร่าสีฟ้าของเขา

‘นักเขียนหนุ่มชื่อดังลุค โพ กลัวที่จะคุยกับผู้หญิงงั้นรึ? เจ้ากลัวว่าเธอจะปฏิเสธเจ้ารึไง?’ เอ็ดการ์ถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

ลุคขมวดคิ้ว เขาตัดสินใจที่จะไม่สนใจคุณทวดของทวดผีจอมกวนประสาทตนนี้ เขาเดินออกจากห้องโถงและเห็นอีนิดยืนพิงกำแพงอยู่ ดูเหมือนว่าเธอกำลังรอใครสักคน

“ลุค . . .” อีนิดเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาหา

‘อีนิด’ ลุคคิดอย่างประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าอีนิดยอมแพ้ที่จะผูกมิตรกับเขาไปแล้ว เหมือนกับคนอื่น ๆ

“มีอะไรเหรอ?” ลุคถาม

“วันก่อนฉันเห็นนายที่ลานกว้าง ฉันไม่เคยเห็นนายออกมานอกหอพักช่วงสุดสัปดาห์เลย . . .นายไปทำอะไรมาเหรอ?” อีนิดถามพลางเล่นกับมือของตัวเอง

“เปล่า แค่ออกไปสูดอากาศ” ลุคตอบและก็รู้สึกเสียใจทันทีที่ตอบไปแบบนั้น มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะขอให้อีนิดช่วยเขาฝึกซ้อมและเขาก็พลาดมันไป

“อ๋อ แค่นั้นเหรอ . . .” อีนิดพูดด้วยสีหน้าสลด เธอคิดว่าวันนั้นลุคมองมาที่เธอและก็แอบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาจะแสดงความสนใจออกมาบ้าง แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น

“ฉันต้องไปแล้ว . . . ไว้เจอกันนะ” อีนิดพูดพลางหันหลังและเริ่มเดิน

“เดี๋ยว!” ลุคพูดขึ้นหลังจากผ่านไปสองสามวินาที และคว้ามือของอีนิดไว้ ทำให้เธอหันกลับมาด้วยความประหลาดใจและแก้มที่แดงระเรื่อเล็กน้อย

“มะ . . . มีอะไรเหรอ?” อีนิดถามอย่างประหม่าพลางก้มหน้ามองมือของลุคที่กำลังกุมมือของเธออยู่

“ที่จริงแล้ว ใช่ ฉันกำลังตามหาเธออยู่” ลุคพูดอย่างจริงจังพลางจ้องมองอีนิด

‘เขากำลังตามหาฉันเหรอ? เขาอยู่ใกล้มาก!’ อีนิดคิดพลางรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าของลุคอยู่ใกล้กับเธอมาก

เธอดีใจที่ลุคมาตามหาเธอ แต่เธอก็ประหม่ามากกว่าที่เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้และยังกุมมือเธอไว้อีกด้วย

“นายตามหาฉันทำไมเหรอ?” อีนิดถามอย่างเขินอายพลางมองไปที่ลุคและสังเกตใบหน้าของเขาได้ชัดเจนกว่าเดิม

‘มองใกล้ ๆ แล้วน่ารักกว่าอีกแฮะ’ อีนิดคิดพลางรอคำตอบของลุค

“ก็เรื่องฝึกซ้อมน่ะสิ” ลุคตอบ

. . .

บรรยากาศเงียบสงัด

“อะไรนะ? แค่เรื่องฝึกซ้อมเหรอ?” อีนิดถามหลังจากผ่านไปสองสามวินาที

“ใช่ แล้วจะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ?” ลุคพูดพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

‘เจ้าหมอนี่ . . .’ อีนิดคิดพลางขมวดคิ้วและบีบมือของลุคแน่นขึ้น

“โอ๊ย โอ๊ย อีนิด แรงบีบของเธอ เธอแรงเยอะมากนะ” ลุคพูดอย่างเจ็บปวด นาน ๆ ครั้งที่จะได้เห็นอีนิดมีสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร เขาพูดอะไรผิดไปกันนะ?

“ขอโทษนะ” อีนิดกล่าวพลางคลายแรงที่มือลง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือของลุค

“เราปล่อยมือกันได้แล้วนะ” ลุคพูดพลางพยายามจะดึงมือออกจากอีนิด ซึ่งก็ขมวดคิ้วอีกครั้งกับคำพูดนี้

โชคดีที่เธอตัดสินใจที่จะไม่โกรธกับคำพูดของลุคอีกและปล่อยเขาไป

“แล้ว . . .ทำไมวันนั้นนายไม่บอกฉันล่ะ?” อีนิดถาม

“ฉันเห็นเธอกับเพื่อน ๆ กำลังสนุกกันในบ่ายวันเสาร์ ฉันเลยคิดว่ามันคงจะน่าเบื่อถ้าต้องไปฝึกซ้อม” ลุคตอบอย่างตรงไปตรงมา

ใครกันจะอยากฝึกซ้อมในวันหยุด?

“ครั้งหน้าก็มาคุยกับฉันสิ ถ้าเป็นกับนายมันไม่น่าเบื่อหรอก” อีนิดพูดด้วยน้ำเสียงสั่งการ ทำให้ลุคประหลาดใจ

ลุครู้สึกว่าแก้มของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงพูดอะไรที่น่าอายแบบนี้กับเขา

“แค่ก ๆ . . . ไปโรงยิมกันเถอะ” ลุคพูดพลางไอและหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้อีนิดเห็น

‘ถูกต้องแล้ว จงยอมจำนนต่อความรักแห่งวัยหนุ่มซะ เจ้าเด็กเหลือขอ’ เอ็ดการ์คิดพร้อมรอยยิ้มเยาะที่ได้เห็นการแลกเปลี่ยนบทสนทนาทั้งหมดระหว่างวัยรุ่นทั้งสอง

เมื่อมาถึงโรงยิม ลุคก็อธิบายเรื่องการตรึงร่างให้อีนิดฟัง เธอไม่ได้รังเกียจที่จะต้องทำหน้าที่เป็นหุ่นซ้อม ในช่วงพักที่ลุคหยุดหายใจ เธอก็พูดคุยกับเขา และแตกต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่ลุคดูจะสนใจบทสนทนามากขึ้น

ถ้าอีนิดไม่ขัดขืนการตรึงร่าง เขาก็สามารถรั้งเธอไว้ได้นานเท่ากับที่ทำกับซาบริน่า แต่เมื่ออีนิดพยายามจะดิ้นให้หลุด เธอก็สามารถทำได้ในหนึ่งหรือสองวินาที ซึ่งต้องขอบคุณพละกำลังทางกายภาพอันมหาศาลของเธอ

วันเวลาที่เนเวอร์มอร์ผ่านไป ลุคได้อีนิดมาช่วยฝึกการตรึงร่างของเขา และเขาก็ทำได้นานขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าคนคนนั้นจะไม่ขัดขืนหรือขัดขืนก็ตาม

อีนิดไม่ได้แสดงความไม่พอใจที่ต้องเป็นหุ่นซ้อมเลย เนื่องจากคนที่ฝึกอยู่มีเพียงลุคคนเดียว

“ฟู่ . . . สามนาทีกับยี่สิบสองวินาที . . .” ลุคพึมพำพลางมองอีนิดดิ้นหลุดจากการตรึงร่างของเขา ในสมุดบันทึกบนพื้น เขาจดเวลาที่เขาสามารถรั้งอีนิดไว้ได้

เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่เขาเริ่มฝึกการตรึงร่างโดยได้รับความช่วยเหลือจากอีนิดทุกวัน ความก้าวหน้าของเขาเป็นไปได้ด้วยดี ปัจจุบันไม่ว่าอีนิดจะใช้พละกำลังสูงสุดของเธอมากแค่ไหน ลุคก็สามารถตรึงเธอไว้ได้นานกว่าสามนาที

เมื่อพิจารณาว่าอีนิดมีพละกำลังมากกว่าผู้แปลกแยกโดยเฉลี่ย มันก็เป็นเวลาที่ดี เพราะมันเพียงพอที่จะจัดการกับศัตรูของคุณได้

“มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลยนะที่ถูกรั้งไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น” อีนิดให้ความเห็นขณะยืดแขน

“ขอโทษนะ” ลุคกล่าวอย่างรู้สึกผิด เขารู้ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเมื่อคุณไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อได้แม้แต่ชิ้นเดียวเป็นเวลาหลายนาที ในตอนแรกมันเป็นเพียงไม่กี่วินาที ดังนั้นจึงทนได้ง่ายกว่า

“ฮิฮิ ไม่เป็นไรหรอก” อีนิดกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักพลางนั่งลงบนพื้นใกล้กับลุคมาก ไหล่ของพวกเขาสัมผัสกัน

ความสัมพันธ์ของเขากับลุคดีขึ้นมากในช่วงเวลานี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ลุคจะพูดขอโทษกับเธอก่อนหน้านี้ ถ้าเธอบอกเพื่อน ๆ ของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็คงจะไม่เชื่อ

“นายทำเวลาได้ดีขึ้นไหม?” อีนิดถามพลางมองไปที่สมุดบันทึก

“อืม สิบวินาที ดีขึ้นเล็กน้อย” ลุคตอบ

“ว่าแต่ เธอหนักเท่าไหร่?” ลุคเสริม เขาถามอีนิดเกี่ยวกับน้ำหนักของเธอมาหลายครั้งแล้ว แต่เด็กสาวก็ไม่ยอมตอบ เธอเป็นคนดื้อมาก เขาจำเป็นต้องรู้เพื่อที่จะได้บันทึกพลังในปัจจุบันของเขา

“เรื่องเดิมอีกแล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าเขาไม่ถามเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงกัน” อีนิดกล่าวพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าลุคราวกับว่าเธอกำลังดุเขา

“ซาบริน่าก็ตอบนะ” ลุคพึมพำ นึกขึ้นได้ว่าซาบริน่าตอบโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

รอยยิ้มของอีนิดหายไปจากใบหน้าทันทีที่เธอได้ยินชื่อของผู้หญิงคนอื่นออกมาจากปากของลุค

จบบทที่ เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 21 ฝึกซ้อมกับอีนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว