เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 12 การฝึกสุดโหด

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 12 การฝึกสุดโหด

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 12 การฝึกสุดโหด


เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 12 การฝึกสุดโหด

หลังจากจบคาบเรียนพลังจิตกับเอ็ดการ์ก็ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน นาตาชาทำอาหารอร่อย ๆ อีกมื้อหนึ่ง เมื่อทานเสร็จ หญิงสาวผมแดงก็ให้เขาพักหนึ่งชั่วโมง

ทันใดนั้นเธอก็ดูไม่ไร้หัวใจอย่างที่คิดเสียแล้ว อย่างไรก็ตามลุคไม่มีอะไรจะทำในอพาร์ตเมนต์ เขาไม่มีอินเทอร์เน็ต และเขาก็อ่านหนังสือ แดร็กคิวลา ที่ซื้อมาก่อนหน้านี้จบแล้ว

“นี่ . . .ผมเบื่อ คุณมีหนังสือสนุก ๆ ให้ยืมบ้างไหม?” ลุคเอ่ยถามพลางมองไปที่นาตาชา ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา

เนื่องจากเป็นฤดูร้อน นาตาชาจึงสวมกางเกงขาสั้นกุดที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนได้สัดส่วนสวยงาม ต้นขาของเธอดูแข็งแรง และน่องของเธอก็ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี

ลุคต้องพยายามอย่างหนักที่จะบังคับสายตาให้จ้องอยู่แค่ใบหน้าของนาตาชา มีอะไรน่ามองเยอะแยะไปหมด แต่เขาไม่อยากทำตัวเหมือนวัยรุ่นที่ควบคุมฮอร์โมนของตัวเองไม่ได้

“หนังสือที่ฉันมีคงไม่ถูกใจเธอหรอก ไปทำอย่างอื่นซะ” นาตาชาพูดโดยไม่ละสายตาจากหนังสือ

‘ชิ ยัยใจร้าย’ ลุคคิดพลางหันหลังเดินไปยังทางออกจากบ้าน เขายังมีเงินเหลืออยู่ เขาสามารถไปซื้อหนังสือหรืออะไรสักอย่างที่ร้านค้าในเจริโคได้

“เธอจะไปไหนลุค?” นาตาชาถามขึ้น เป็นครั้งแรกที่เธอละสายตาจากหนังสือ

“ไปเดินเล่น” ลุคตอบอย่างคลุมเครือโดยไม่หันกลับไปมอง

“ไม่ได้ กลับมานี่” นาตาชาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ลุคกลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจโดยไม่หันกลับมามอง เธอไม่ใช่แม่ของเขา เขามีอิสระ

ในชั่วพริบตาลุคก็รู้สึกว่าตัวเองถูกกระชากกลับไปอย่างแรง นาตาชาคว้าเสื้อของเขาไว้ จับข้อมือของเขาแล้วบิดมัน หญิงสาวผมแดงดึงลุคอย่างแรงจนล้มลงบนโซฟาที่เธอนั่งอยู่ก่อนหน้านี้

“โอ๊ย โอ๊ย! เจ็บนะ!” ลุคคำรามขณะที่แขนของเขาถูกบิดและนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา

“เธอต้องเชื่อฟังที่ฉันพูดนะลุค ฉันไม่ได้ขออะไรมากเลย” นาตาชาพูดพลางออกแรงกดมากขึ้นเพื่อไม่ให้ลุคหนีไปได้

“ผมจะต้องถูกขังอยู่ในบ้านนี้ตลอดฤดูร้อนเลยเหรอ?” ลุคถามพลางพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของนาตาชา แต่ก็ไร้ประโยชน์ หญิงสาวผมแดงมีพละกำลังราวกับปีศาจ

เธอมีพละกำลังมากมายขนาดนี้ในแขนที่ดูบอบบางนั่นได้อย่างไรกัน? แม้ว่ามันจะดูได้รูป แต่ก็ไม่ได้ดูแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น

“ไปคนเดียวมันอันตราย ฉันปกป้องเธอไม่ได้ถ้ามีใครมาโจมตีเธอ” นาตาชาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ลุค

“ไม่เห็นคุณจะสนใจเลยตอนที่ผมร่อนเร่อยู่ตามท้องถนนที่ไม่น่าพิสมัยของบอสตันคนเดียว” ลุคแย้ง

“นั่นมันต่างกัน ตอนนั้นฉันต้องปฏิบัติตัวเหมือนกันกับเด็กคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้ศัตรูของตระกูลโพอาจจะพยายามทำอะไรบางอย่างถ้าพวกเขารู้ที่อยู่ของเธอแล้ว” นาตาชาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงพลางปล่อยข้อมือของลุค

“ผมเข้าใจแล้ว . . .” ลุคพูดพลางลูบข้อมือของตัวเอง

“อีกเดี๋ยวเราจะเริ่มฝึกกัน หลังจากนั้น ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอที่ในเมืองเพื่อซื้อของ ตอนนี้เธออ่านหนังสือเล่มนี้ไปก่อน” นาตาชากล่าวพลางหยิบหนังสือที่เธอทำหล่นไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาส่งให้ลุค

ลุครับหนังสือมาแล้วอ่านชื่อเรื่อง

‘101 วิธีใช้เครื่องใช้ในบ้านสุดสยอง จากพลั่วสู่มีดทาเนย . . .นี่คือสิ่งที่เธอชอบอ่านเหรอ?’ ลุคคิดพลางอ่านชื่อหนังสือที่นาตาชากำลังอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนหน้านี้

“โอเค ขอบคุณครับ . . .ผมจะอ่านมัน” ลุคกล่าว และนาตาชาก็ปล่อยเขาเป็นอิสระ

เขาอ่านหนังสือประหลาดเล่มนั้นอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งถึงเวลาฝึกร่างกายของลุค และก็เป็นไปตามคาด พวกเขาฝึกกันในบ้าน ตามที่นาตาชาบอก มันอันตรายเกินไปที่จะไปยิมหรือที่อื่น ๆ

พวกเขาใช้ห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่าเป็นสถานที่ฝึก สองชั่วโมงเต็ม เขาถูกนาตาชาอัดจนน่วม เธอเริ่มสอนศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่าเคียวคุชินไคให้แก่เขา เมื่อลุคได้ยินชื่อที่แปลกและเรียกยากนี้ เขาก็ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร

เคียวคุชินไคเป็นรูปแบบหนึ่งของคาราเต้ที่เหนือกว่าคาราเต้แบบดั้งเดิมในด้านความรุนแรงและประสิทธิภาพ มันใช้การโจมตีที่ไม่ได้รับอนุญาตในคาราเต้แบบดั้งเดิมและเน้นการจบการต่อสู้ให้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นาตาชาเป็นพวกซาดิสม์ เธออัดเขาจนน่วม และให้เขาพักน้อยมาก มันเป็นฤดูร้อนและอากาศก็ร้อนมาก ลุคจึงจบลงด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัวและหมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง

หลายครั้งที่ลุคถูกยั่วยุให้ใช้พลังของเขาเพื่อเอาคืนนาตาชา พยายามจะผลักเธอหรืออะไรทำนองนั้น แต่เมื่อเห็นใบหน้าหยิ่งผยองของหญิงสาวผมแดงที่พูดว่า “เอาสิ ใช้พลังของเธอเลยถ้าเธอมันอ่อนแอขนาดนั้น” เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ใช้มันและอดทนฝึกต่อไป

“สำหรับวันนี้พอแค่นี้ ไปอาบน้ำซะ ตัวเหม็นจะตาย พรุ่งนี้เรามาต่อกัน” นาตาชาพูด ทั้งที่เธอมีเหงื่อออกเพียงเล็กน้อย

“พรุ่งนี้? ผมนึกว่ากล้ามเนื้อควรจะได้พักเพื่อฟื้นฟูซะอีก” ลุคพูดลิ้นห้อย

“นั่นมันสำหรับพวกนอกคอก ผู้แปลกแยกมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าพวกนอกคอก” นาตาชาพูดอย่างดูแคลน และเดินออกจากห้องไป

วันเวลาผ่านไป กิจวัตรการฝึกพลังจิตและร่างกายของลุคยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน

สำหรับการฝึกพลังจิต เขาสนุกกับมันมาก เขาเห็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและไม่คิดว่ามันยาก แต่การฝึกร่างกายนั้นคือการทรมานดี ๆ นี่เอง นาตาชาไม่ออมมือเลยและทิ้งให้เขาเจ็บระบมไปทั้งตัว นอกจากนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะเธอในการประลองไม่ว่าจะฝึกฝนมากแค่ไหนก็ตาม

กิจวัตรของเขาจะสิ้นสุดลงประมาณสี่โมงเย็น ดังนั้นเขาจึงมีเวลาว่างมากมาย เนื่องจากเขาไม่มีอะไรจะทำมากนัก เขาจึงลองเสี่ยงดวงขอให้นาตาชาติดอินเทอร์เน็ตให้ และน่าประหลาดใจที่เธอตกลง และภายในสองวันพวกเขาก็มีอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เมื่อเห็นว่าการขออินเทอร์เน็ตมันง่ายขนาดนี้ เขาก็ตัดสินใจที่จะใจกล้าขึ้นอีกและขอให้นาตาชาซื้อแล็ปท็อปให้เขา

วันต่อมา แมคบุ๊ก รุ่นล่าสุดก็มาส่งถึงบ้านของเขา! เท่าที่ลุครู้ มันมีมูลค่าประมาณ 2000 ดอลลาร์ และนาตาชาก็ซื้อมันให้เขาโดยไม่กระพริบตา

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้น และใช่ เธอก็คือแม่บ้านของตระกูลโพจริง ๆ แม้ว่าเธออาจจะยอมทำตามใจเขาเพื่อไม่ให้เขาออกจากบ้านก็ตาม

จากนั้นเขาก็ขอ ไอโฟน รุ่นล่าสุด และนาตาชาก็พยักหน้าโดยไม่ได้คิดอะไรมาก วันต่อมาโทรศัพท์มือถือสุดล้ำของเขาก็มาส่งถึงที่ จากวันหนึ่งไปอีกวันหนึ่ง เขาได้เปลี่ยนจากเด็กกำพร้าผู้น่าสงสารกลายเป็นเด็กที่ถูกตามใจจนเสียคน

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะพยายามฝึกกับนาตาชาให้มากขึ้น เมื่อได้รับความเมตตาก็ควรตอบแทนด้วยความเมตตา ด้วยวิธีนี้เขาก็จะสามารถขอของจากนาตาชาได้เรื่อย ๆ

เขาไม่รู้ว่าเธอเอาเงินมาจากไหน แต่ก็คงจะเป็นของเธอเอง เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยดูมรดกของพ่อแม่เขาแล้ว และทั้งหมดที่เขามีก็คือบ้านเก่า ๆ หลังนั้นไม่มีเงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว

ในส่วนของบทเรียนพลังจิต ลุคได้เรียนรู้เกี่ยวกับ สมาธิ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำงานร่วมกับออร่า มันหมายถึงจุดรวมพลังงานที่เฉพาะเจาะจงบนร่างกายของแต่ละบุคคลซึ่งเขาใช้ในการส่งผ่านและรวบรวมพลังงานจิตเพื่อกระทำการต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนย้ายวัตถุในกรณีของลุค

ตามคำอธิบายของเอ็ดการ์ เมื่อคุณใช้ความสามารถทางจิต คุณจะรวบรวมพลังงานไว้ที่จุดรวมพลังงานที่เลือก โดยปกติแล้วจะมีจุดรวมพลังงานตามธรรมชาติ แต่ก็มีความยืดหยุ่น

ในกรณีของลุคเพื่อที่จะใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ เขาใช้ดวงตาเป็นจุดรวมพลังงาน แต่จุดรวมพลังงานอื่นก็อาจจะเป็นมือของเขาก็ได้ เช่นตอนที่เขาใช้คลื่นกระแทกพลังจิต

เมื่อลุครู้จักจุดรวมพลังงานตามธรรมชาติของเขา เขาก็พยายามเชื่อมโย้งมันเข้ากับออร่าของเขา ด้วยวิธีนี้เขาก็สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำกว่าเดิมโดยการทำอย่างมีสติ

จากที่เอ็ดการ์กล่าว ในอนาคตมันจะไม่จำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องมองเห็นวัตถุเพื่อที่จะเคลื่อนย้ายมัน ดังนั้นจุดรวมพลังงานของเขาก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผู้มีพลังจิตบางคนสามารถยกวัตถุที่ไม่ได้อยู่ในระยะสายตาของพวกเขาได้ แต่พวกเขารู้ว่ามันอยู่ที่นั่น ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนที่มากขึ้น

‘ได้เวลาเขียน แคร์รี่ แล้ว’ ลุคคิดพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างละโมบ การเดินทางของเขาในฐานะนักเขียนที่มีไอเดียจากโลกคู่ขนานจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว บัดนี้เขาเป็นเจ้าของแมคบุ๊กที่เขาสามารถเขียนได้อย่างไม่มีปัญหา

เขาแค่ต้องถามคุณทวดของทวดเกี่ยวกับทักษะการสร้างความทรงจำที่มีประโยชน์บางอย่าง เพื่อที่เขาจะได้มีความทรงจำที่แม่นยำเกี่ยวกับชาติที่แล้วของเขา

เขาจะไม่บอกว่าเขาเป็นผู้กลับชาติมาเกิด เขาจะแค่บอกเอ็ดการ์ว่าเขามีความทรงจำแบบภาพถ่ายและต้องการจะระลึกถึงความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่นตอนที่เขาเป็นเด็กอายุห้าขวบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขาจะทำคือการพยายามระลึกถึงตอนที่เขาอ่าน แคร์รี่ เมื่อหลายปีก่อนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งผ่านมามากกว่าสิบสี่ปี

ความทรงจำแบบภาพถ่ายของเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป ถ้าคุณอ่านหนังสือ คุณอาจจะผ่านไปเป็นเดือนหรือมากกว่านั้น และคุณก็จะยังจำเนื้อหาของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันไม่เหมือนกับความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนหรือจากชาติที่แล้วของเขา

เขาไม่มีความทรงจำตอนที่ยังเป็นทารก ใบหน้าของพ่อแม่ในความทรงจำของเขาก็เลือนลาง

‘หวังว่าเขาจะมีวิธีนะ’ ลุคคิดพลางมองไปที่สร้อยคอแล้วเขย่ามันเบา ๆ เพื่อให้ผีออกมา ถ้าเขาทำไม่ได้เขาก็จะต้องเขียน แคร์รี่ ด้วยความรู้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในปัจจุบันและทักษะการเขียนของเขาซึ่งยังไม่เทียบเท่ากับปรมาจารย์สตีเฟน คิง

จบบทที่ เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 12 การฝึกสุดโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว